ตอนที่17 : ศึกกลางสวนบ๊วย
ค่ำคืนในจวนหย่งหรานเงียบสงัด
เพียงเสียงลมเหนือพัดผ่านใบไม้ดัง ซู่ซ่า
หานอวี้จินนั่งอยู่ในศาลากลางสวน บนโต๊ะมีสมุดบัญชีของ “หานเหอฟาง”
แสงตะเกียงสะท้อนในดวงตาเขา
“อีกไม่นาน... ข้าจะมีเงินพอสร้างโรงผลิตถาวรที่ชานเมือง”
เขาเพิ่งลงพู่กันบันทึกเสร็จก็รู้สึกถึงบางสิ่ง —
อากาศเย็นขึ้นผิดปกติ... เสียงแมลงหายไปในชั่วขณะ
เขาหยุดหายใจชั่วครู่
“มาแล้วสินะ...”
จากเงาไม้บ๊วยหลังศาลามีแสงสะท้อนวาบหนึ่งแล่นผ่านตา
ชายชุดดำร่างสูงพุ่งออกมาจากความมืด เงียบกริบจนแม้แต่ใบไม้ไม่ไหว
ในมือเขาคือมีดสั้นคมกริบ ด้ามสลักลายงูพันั —
เครื่องหมายของสำนักมือสังหาร “อวิ๋นเถิง” จากแดนเหนือ
“อวิ๋นเถิง...สำนักที่ไม่เคยพลาดเป้าในรอบร้อยปี”
“แสดงว่าคนที่ส่งเ้ามา ต้องกลัวข้าจริง ๆ”
มือสังหารไม่พูดแม้แต่คำเดียว
แต่แววตาเยือกเย็นดั่งเหล็กในฤดูหนาว
ท่าร่างเขาเบาและมั่นคง
ทุกย่างก้าวราวกับผสานกับลมหายใจของฟ้า
ฟึ่บ!
มีดสั้นสะบัดขึ้นเป็เส้นโค้งมรณะ
หานอวี้จินขยับตัวเพียงครึ่งก้าว
ร่างเขาหลบลงต่ำอย่างมีจังหวะพอดีราวคำนวณไว้ล่วงหน้า
ปลายมีดเฉียดชายผ้าเพียงเส้นเดียว
“เร็ว...แต่ไม่เร็วพอสำหรับผู้ที่เคยเห็นมรณะแท้จริง”
เขาโยนผงขาวจากขวดเล็กใส่พื้น —
ทันใดนั้นเกิดควันขาวหนาแน่น
ผงนั้นคือ “โพแทสเซียมไนเตรต” ที่เขาสกัดจากเกลือหินผสมถ่านไม้
ควันหนากลืนทั้งสวนไว้ในพริบตา
ขณะมือสังหาระโถอย
เสียง “ฉึก!” ดังขึ้นจากพื้น
กับดักเหล็กกลไกถูกดึงจนขาเขาถูกหนีบแน่น
หานอวี้จินก้าวออกจากควัน
ในมือถือกระบองไม้ปลายแหลมที่ดัดจากท่อไผ่
เขาเหวี่ยงลงอย่างแม่นยำ
เสียง กึก! ดังสะท้อน
มือสังหารล้มลง แต่ยังฝืนลุกขึ้น
เืซึมออกจากขาแต่ดวงตาไม่แสดงความเจ็บ
เขาหยิบมีดสั้นอีกเล่มขึ้นมาเตรียมจะปาดคอตัวเอง
“อย่าเพิ่ง!”
เสียงขององค์ชายใหญ่ดังขึ้นเรียบแต่มีพลัง
มือสังหารชะงักไปชั่วครู่
“ข้าไม่ถามว่าใครจ้างเ้า
ข้าแค่อยากรู้ว่า... เหตุใดเ้าถึงยอมตายเพื่อเงินของคนอื่น?”
เงียบ...ก่อนที่มือสังหารจะหัวเราะแ่เบา
“เพราะข้าไม่มีทางเลือก”
แล้วเขาก็กัดฟัน กลืนเม็ดพิษในปาก —เสียง “กร๊อบ” ดังขึ้น
เืไหลจากมุมปาก เขาล้มลงโดยไม่พูดอีก
พ่อบ้านหลิวกับองครักษ์ประจำจวนรีบวิ่งเข้ามา
“องค์ชาย! ท่านไม่เป็ไรหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ!?”
หานอวี้จินยกมือขึ้น
“ข้าไม่เป็ไร... แต่ั้แ่นี้ไป
เพิ่มเวรยามรอบจวนเป็สองเท่า
ขอให้ทุกประตูเปลี่ยนกุญแจใหม่หมด และห้ามใครเข้าพื้นที่หลังสวน”
เขาก้มมองร่างนักฆ่าที่ตายอย่างสงบ
ในใจรู้แน่ว่า — คนที่ส่งมือสังหารมา ้าเตือนเขามากกว่าฆ่า
“แสดงว่าข้าเริ่มเดินเข้าเขตของคนที่กลัวความเปลี่ยนแปลงแล้ว...”
รุ่งเช้า
เกี้ยวเล็กสีฟ้าเข้มของ ไป๋อวี้จิง เดินทางมาถึงหน้าจวน
สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความกังวล
“ข้าได้ยินว่ามีคนลอบสังหารท่านเมื่อคืน!”
หานอวี้จินยิ้มบาง ๆ
“ข่าวไปถึงเ้าเร็วกว่าข้าเสียอีก”
“ท่านาเ็หรือไม่?”
“ไม่มีแม้แต่รอยขีด”
“แต่ข้า...”นางหยุดพูดกลางคัน
ดวงตาสั่นไหวก่อนกล่าวเบา ๆ
“...ข้าไม่อาจหลับได้เลยทั้งคืน”
หานอวี้จินสบตานาง
“เ้าห่วงข้าขนาดนั้นเชียวหรือ?”
“หากเ้าเป็อะไรไป ใครจะมาร่วมฝันกับข้าเล่า?”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“เ้าพูดเหมือนนักพาณิชย์แต่หัวใจกลับอ่อนโยนเหมือนกวี”
หลังความเงียบสงบชั่วครู่
ไป๋อวี้จิงยื่นหีบไม้เล็ก ๆ ให้เขา
“นี่คือรายงานการค้าเดือนแรกของหานเหอฟาง”
ภายในมีแผ่นกระดาษบัญชี
บันทึกยอดขาย “เกลือขาว” และ “น้ำตาลขาว” ที่กระจายไปทั่วสามเมือง
พร้อมทองคำแท่งจำนวนมาก
“เรามีกำไรเพิ่มขึ้นเกินกว่าสองเท่าในเวลาเพียงเดือนเดียว
พ่อค้าใหญ่จากแคว้นฉีและแคว้นเ้าเริ่มส่งคนมาขอสิทธิ์จำหน่าย”
หานอวี้จินพยักหน้า
“ยอดเยี่ยม... นี่แหละคือพลังของเหตุผลที่จับต้องได้”
“แต่ข้ามีสิ่งที่อยากเตือนท่าน”
“ว่ามา”
“เมื่อมีเงินมากเกินไป...ความโลภย่อมตามมา
เมื่อคืนอาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย”
หานอวี้จินมองหน้าเธอ
แววตาเขาอ่อนลง
“ข้ารู้...และเพราะอย่างนั้น ข้าจึงต้องเตรียมให้พร้อม
ทั้งสำหรับศัตรู — และเพื่อปกป้องสิ่งที่เราสร้างร่วมกัน”
ไป๋อวี้จิงยิ้มบาง ๆ
“งั้นข้าจะอยู่ข้างท่าน ไม่ใช่เพราะกลัว...แต่เพราะข้าอยากเห็นความฝันนี้เติบโต”
ยามค่ำ
ลมเหนือพัดผ่านสวนบ๊วยอีกครั้ง
ต้นไม้ที่เคยสั่นะเืด้วยคมมีดเมื่อคืน กลับสงบนิ่งในแสงจันทร์
หานอวี้จินยืนพิงเสาไม้มองควันธูปที่ลอยขึ้นเป็เส้นตรง
“เงาอาจยังไม่หมด...
แต่ตราบใดที่ข้ายังมีแสงจากความเชื่อ —
พวกเขาจะไม่อาจกลืนข้าได้”
เสียงระบบ M.A.S. ดังขึ้นแ่เบา
「การลอบสังหาร:ล้มเหลว
ระดับภัยคุกคาม: ปานกลาง
แนะนำ: ขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจเพื่อลดอำนาจขุนนางฝ่ายตรงข้าม」
เขาหัวเราะในลำคอ
“แม้แต่ระบบยังเข้าใจว่า... ศึกต่อจากนี้จะไม่ใช่ดาบกับโล่
แต่เป็ทองคำกับหัวใจคน”