เดิมทีหญิงชราคิดว่าการมาเยือนของตำรวจครั้งนี้ก็คงกลับไปมือเปล่าอีกเช่นเคยตอนแรกเธอคิดว่าสวี่ตงเพียงตั้งใจหลอกล่อเธอเท่านั้น ทว่า หลังจากที่สวี่ตงมองไปยังจุดที่ซ่อนของอย่าง‘แม่นยำ’ อารมณ์ของหญิงชราที่สงบนิ่งดั่งภูผาพลันพังทลาย!
หากหลักฐานถูกค้นพบนั่นหมายความว่าหวงฟาลูกชายของเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไปใช้ชีวิตบั้นปลายในคุกลูกชายเธออายุห้าสิบกว่าปีแล้ว การลักลอบขนวัตถุโบราณของชาติไม่ใช่ความผิดเล็กน้อยอีกทั้งเขายังเป็นักโทษเก่า คดีเก่าโทษใหม่ผสมรวมกัน ตัดสินโทษจำคุกอย่างน้อยสิบกว่าปีคนอายุห้าสิบกว่าปีต้องโทษติดคุกอีกสิบกว่าปีชีวิตนี้ยังจะมีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกเล่า
หญิงชราเองก็อายุแปดสิบกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าจะลาโลกไปเมื่อไรแม้แต่จะรอส่งเธอหวงฟาก็คงไม่มีโอกาสแล้ว กอปรกับอายุปูนนี้เธอไม่กลัวแล้วว่าอะไรผิดอะไรถูก ด้วยเหตุนี้ทันทีที่รู้ว่าสวี่ตงรู้ที่ซ่อนแล้วจริงๆเธอจึงตัดสินใจทันที!
“ต้าหวง ไป กัดพวกมันให้ตาย!”
หญิงชราทุ่มเทสุดกำลังเพื่อช่วยลูกชาย เวลานี้จึงไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นหากวัตถุโบราณถูกพบเข้า ลูกชายของเธอคงถึงฆาตแน่แล้ว เธอจึงต้อง ‘จัดการ’ ตำรวจทั้งสองคนนี้ให้ได้ จากนั้นก็รีบย้ายวัตถุโบราณไปไว้ในที่ที่ปลอดภัยและลับตามากกว่านี้ต่อให้ต้องถึงขั้นฆ่าทิ้ง เธอก็ไม่กลัว ถึงอย่างไรก็อายุแปดสิบกว่าแล้วหากแลกชีวิตแก่ๆ กับบั้นปลายชีวิตลูกชายได้ มันก็คุ้มค่า!
สุนัขสีน้ำตาลตัวนั้นแม้จะแผ่กลิ่นอายดุร้าย แต่หากหญิงชราไม่มีคำสั่งมันก็ยังหมอบอยู่แทบเท้า ทว่าทันทีที่สิ้นเสียงสั่งของหญิงชรา พฤติกรรมของมันก็เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา!
สุนัขสีน้ำตาลเชิดหน้าหอนเสียงต่ำ ดูเหมือนว่าขนาดตัวจะขยายใหญ่ขึ้น
สวี่ตงยิ่งกังวลหนัก เ้าสุนัขนี่แข้งขากำยำ ลำตัวสูงใหญ่ รูปร่างใหญ่กว่าสุนัขขนาดใหญ่ทั่วไปขนสีน้ำตาลทองบนตัวเงาวับจนเห็นเด่นชัดภายใต้แสงจันทร์ ไม่มีเส้นไหนโค้งตามลำตัวทุกเส้นชี้ตรงราวกับ ‘เข็ม’ สีทอง
เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สุนัขบ้านธรรมดา ลำตัวของมันสูงใหญ่เหมือนสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ แต่หัวไม่เหมือนกัน หัวของสุนัขพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ นั้นเหมือนสิงโตทว่าหัวและใบหน้าของสุนัขตัวนี้เหมือนหมาป่า รวมๆแล้วดูเหมือนเป็พันธุ์ผสมระหว่างพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ กับหมาป่า
หลังจากสวี่ตงได้พลังมองเห็นออร่าสมบัติประสาทััทั้งห้าจึงดีกว่าแต่ก่อน อย่างตอนที่เขามาถึงที่นี่ก็ััได้ถึง ‘กลิ่นอายดุร้าย’ ของเ้าสุนัขตัวนี้ั้แ่ลงจากรถสิ้นเสียงสั่งของหญิงชรา กลิ่นอายดุร้ายของมันพลันปะทุออกมาในชั่วพริบตา!
สวี่ตงพยายามป้องกันตัวสุดกำลังในทันที กระชับสองมือที่กำกิ่งไม้ให้แน่นขึ้นพลางจ้องเ้าสุนัข
เ้าสุนัขก็เหมือนจะรู้ว่าสวี่ตงกำลังป้องกันตัวสุดกำลังขณะที่หอนเสียงต่ำก็ออกแรงถีบขาหลังสองข้าง กระโจนไปทางโหมวซือฉิง
โหมวซือฉิงไม่ได้สนใจเ้าสุนัขนั่นั้แ่ต้นเธอกำลังขบคิดว่าที่สวี่ตงพูดมาจริงหรือเท็จกำลังพยายามหลอกล่อหญิงชราอยู่หรือเปล่าใครจะคิดว่าสุนัขนั่นจะเคลื่อนไหวราวสายฟ้าฟาด เพียงชั่วพริบตาก็หันมาโจมตีเธอ
“ระวัง!”
สวี่ตงเข้าไปขวางไม่ทันและไม่มีเวลาคิดจึงร้องอย่างตื่นตระหนกโหมวซือฉิงนั้นแม้ไม่ได้สนใจเ้าสุนัข ทว่าเธอมีทักษะปราดเปรียวมาก ปรายตาเห็นเงาสุนัขบวกกับได้ยินเสียงะโของสวี่ตงเธอก็ตอบสนองในชั่วพริบตา ก้มตัวและถอยหลังแทบจะพร้อมๆ กัน
แต่เ้าสุนัขเคลื่อนไหวรวดเร็วเกินไป โหมวซือฉิงเพิ่งถอยได้ครึ่งก้าวสองขาหน้าอันกำยำของมันเกาะเกี่ยวเข้ากับไหล่เธอปากใหญ่อ้ากว้างเผยฟันขาวคมกริบและกัดคอเธอ!
โหมวซือฉิงร้อง ‘โอ๊ย’ ด้วยความตื่นตระหนกจึงไม่ทันได้ป้องกันตัว ได้กลิ่นเหม็นคาวจากปากสุนัขทว่าเธอทำได้เพียงปล่อยไปตามชะตากำหนด
สุนัขอ้าปากใหญ่ๆ งับ จนเกิดเสียงดัง ‘กึก’ ทว่ากลับงับได้เพียงความว่างเปล่าโหมวซือฉิงเหลือบดูด้วยความตระหนกถึงพบว่าที่เ้าสุนัขนี่งับได้แต่อากาศก็เพราะสวี่ตงที่อยู่ด้านหลังกำลังจับหางมันแล้วดึงสุดแรงการกัดที่หมายจะเอาชีวิตของเ้าสุนัขจึงไม่โดนคอเธอ!
สุนัขออกแรงขาหน้าซึ่งเกาะเกี่ยวอยู่กับไหล่โหมวซือฉิงพยายามออกแรงพุ่งเข้าใส่ แต่สวี่ตงที่อยู่ด้านหลังก็ดึงหางลากมันถอยออกมาสุดชีวิตโหมวซือฉิงตอบสนองฉับไว ชกตาซ้ายของสุนัขดัง ‘ผัวะ’ เ้าสุนัขคำรามด้วยความโกรธ ก่อนจะตะเกียกตะกายพุ่งไปข้างหน้า
หมัดของโหมวซือฉิงทั้งทรงพลังทั้งรุนแรงกระแทกเข้าตาซ้ายของมันเพียงหมัดเดียวก็ทำเอาตาซ้ายแตก เ้าสุนัขโกรธจัดและร่วงลงกลางอากาศกระโจนไม่ขึ้นจึงหันมากัดสวี่ตงที่กำลังลากหางมันออกไปแทน
“แม่มเอ๊ย…”
สวี่ตงใขวัญหนีดีฝ่อรีบปล่อยหางสุนัขทิ้งแล้วหยิบกิ่งไม้ยื่นขวางเป็แนวนอนทำให้เ้าสุนัขงับถูกไม้ที่ขวางอยู่บริเวณเอวของเขา เ้าสุนัขได้รับาเ็ อารมณ์ของมันก็ยิ่งฉุนเฉียวและดุร้ายมันก้าวถอยหลังก่อนจะกระโจนเข้าใส่ มันเหยียบกิ่งไม้ที่สวี่ตงใช้ขวางหน้าด้วยขาหน้าทั้งสองข้างแรงกระแทกมหาศาลทำให้สวี่ตงล้มลงกับพื้นทันที
เ้าสุนัขะเิความบ้าระห่ำ อ้าปากกว้างกัด ‘กร๊อบ’ ไม่กี่ครั้งกิ่งไม้ขนาดหนาเท่าถ้วยสุราที่สวี่ตงกำอยู่ก็หักคามือ ก่อนที่มันจะพุ่งเข้ากัดคอสวี่ตงต่อไป
สวี่ตงกับโหมวซือฉิงไม่มีทางรู้ว่าสุนัขตัวนี้คือสุนัขพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ลูกผสมที่หวงฟาใช้เงินถึงสองแสนหยวนซื้อมาจากทิเบตมันนิสัยดุร้ายเหมือนสิงโตและทรงพลังมาก
หวงฟาใช้ชีวิตบนเส้นทางอันมืดมิดเขาเลี้ยงสุนัขดุร้ายตัวนี้ไว้ก็เพื่อ ‘ป้องกันตัวเอง’โหมวซือฉิงมาที่นี่หลายครั้ง ทว่าทุกครั้งเ้าสุนัขตัวนี้ไม่เคยมีพฤติกรรมดุร้ายเลยเธอกับเพื่อนร่วมทีมจึงไม่ได้สนใจมัน
แน่นอนว่าหญิงชราควบคุมไม่ให้เ้าสุนัขเผยท่าทีใดๆเพราะตำรวจหาที่ซ่อนของไม่พบเธอจึงไม่จำเป็ต้องสั่งให้มันก่ออาชญากรรมเพื่อปกป้องเ้านาย
โหมวซือฉิงแทบหมดแรงเมื่อเห็นภาพเ้าสุนัขกัดคอสวี่ตงเต็มสองตาเมื่อครู่สวี่ตงลากหางมันเพื่อช่วยเธอ ทว่าเวลานี้เธอกลับช่วยสวี่ตงไว้ไม่ทัน!
สวี่ตงศีรษะเอียงไปอีกด้าน เ้าสุนัขจึงขย้ำเข้าที่ไหล่ซ้ายของเขาความเ็ปอันสุดแสนแล่นไปถึงแกนสมองในทันที
เ้าสุนัขได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี มันรู้ว่ากัดที่ไหล่ไม่ทำให้ถึงแก่ชีวิตหลังจากคลายปากออก และคิดจะกัดคอสวี่ตงซ้ำอีกครั้ง ทว่ามันคงไม่ทันได้คาดคิดว่าจะมีไม้ปลายแหลมเสียบเข้าปากลงไปถึงคอ ทะลุไปถึงท้อง
มันแผดเสียงร้อง ‘เอ๋ง’ แล้วกลิ้งไปกับพื้น ร้องครวญครางอยู่กับพื้นด้วยความเ็ป
ท่อนไม้ยาวเมตรกว่าแทงเข้าปากเ้าสุนัขไปถึงเกือบเจ็ดสิบหรือแปดสิบเิเทะลุไปถึงท้อง เหลืออยู่นอกปากมันเพียงสามสิบถึงสี่สิบเิเ
ไม้ท่อนนี้ก็คือกิ่งไม้ที่สวี่ตงหยิบมาประจันหน้ากับเ้าสุนัขหลังจากเ้าสุนัขหันกลับมางับกิ่งไม้ที่เขาถือ ฟันแหลมคมของมันกัดไม้หักแต่ก็ทำให้กิ่งไม้ที่หักมีส่วนปลายแหลมคมไปด้วยสวี่ตงข่มความเ็ปออกแรงผลักไม้ปลายแหลมเข้าไปในปากเ้าสุนัขตอนที่มันกำลังจะกัดเขาอีกรอบกลายเป็การโจมตีสุดร้ายกาจของเขา!
ตอนนั้นเองโหมวซือฉิงถึงได้สติหยิบปืนพกออกมาอย่างร้อนรนปลดเซฟตี้แล้วรัวะุใส่เ้าสุนัขที่กลิ้งอยู่กับพื้นห้านัดรวด สาดะุทั้งห้านัดในรังเพลิงจนเกลี้ยง!
เพื่อป้องกันไม่ให้หญิงชราตอบโต้ทันควัน โหมวซือฉิงจึงรีบควักกุญแจมือออกมาล็อกข้อมือข้างหนึ่งของหญิงชราไว้กับซี่หน้าต่างข้างประตูก่อนจะรีบไปดูสวี่ตงที่นอนร้องครวญครางอยู่กับพื้น
“สวี่…สวี่ตง นายเป็ยังไงบ้างโอเคไหม…”
ไหล่ซ้ายของสวี่ตงถูกเ้าสุนัขขย้ำอย่างแรงเสื้อผ้าบริเวณนั้นขาดเป็รูๆ เืสีแดงฉานไหลเปื้อนไปทั้งหัวไหล่มองไม่เห็นระดับความรุนแรงของาแ
เมื่อเห็นว่าภัยอันตรายสิ้นสุดลง สวี่ตงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกหลังจากผ่อนคลายลงถึงได้รู้สึกเจ็บแผลที่ไหล่จนอดคร่ำครวญไม่ได้ “โอเคอะไรกันล่ะ คุณลองให้มันกัดดูบ้างไหม…”
โหมวซือฉิงหลุดหัวเราะพรืด ทั้งตลกทั้งขำ “นายนี่นะ เวลาแบบนี้ยังจะกวนโมโหฉันอีก เอาละๆ วันนี้ฉันผิดเองที่ช่วยไม่ทันรีบให้ฉันดูแผลเร็ว…”
โหมวซือฉิงพูดพร้อมพยุงให้สวี่ตงลุกขึ้นนั่งไฟดวงใหญ่ของแคปติว่าส่องสว่างจนเห็นชัดว่าเืที่ไหล่ของสวี่ตงนั้นยัง ‘ไหล’ ออกมาไม่หยุด
โหมวซือฉิงรีบปลดซิปเสื้อคลุมของสวี่ตงออกก่อนจะยกแขนซ้ายเขาอย่างระวังเพื่อถอดเสื้อออก เพียงขยับเสื้อนิดเดียวสวี่ตงก็หลุดคร่ำครวญ “โอ๊ย แม่มเอ๊ย…โอ๊ย เจ็บๆ …”
โหมวซือฉิงเคลื่อนไหวอย่างเบามือ แต่ปากก็ยังไร้ความปรานี “ดูนายสิ ผู้ชายอกสามศอกเป็แผลนิดหน่อยแต่ร้องไห้อย่างกับเด็กผู้หญิงต่อไปเรียกนายว่าน้องสาวสวี่ดีกว่า…”
หลังจากถอดเสื้อคลุมออกโหมวซือฉิงถึงเห็นว่าไหล่ซ้ายของสวี่ตงเต็มไปด้วยเื มีาแสองแถบ ทั้งบนและล่างโดยเฉพาะด้านล่างมีาแเป็รูสองรูซึ่งฉีกขาดรุนแรงหนึ่งในรูนั้นฉีกขาดจนเห็นกระดูก!
าแเช่นนี้ไม่ใช่เื่เล็กน้อยเลยไม่แปลกที่สวี่ตงจะร้องคร่ำครวญอย่างห้ามไม่ได้
โหมวซือฉิงปวดใจและยังซาบซึ้งใจมากด้วยวันนี้เรียกได้ว่าเธอทำให้เด็กคนนี้ขุ่นเคืองใจมากทว่าเขากลับเป็คนที่ช่วยชีวิตเธอไว้ ดูความดุร้ายของเ้าสุนัขตัวนั้นสิหากตอนนั้นสวี่ตงไม่เสี่ยงชีวิตช่วยเธอเกรงว่าตอนนี้เธอคงคอขาดกลายเป็ศพนอนตายอยู่ตรงนั้นไปแล้ว!
“อย่าขยับฉันจะพันแผลห้ามเืให้ก่อน แล้วจะพานายไปโรงพยาบาลในเมือง!” โหมวซือฉิงถอดเสื้อตัวนอกของตัวเองออกมาฉีกเป็ชิ้นๆก่อนจะมัดเป็แนวทแยงจากรักแร้ถึงไหล่ให้สวี่ตง แล้วรัดให้แน่นเป็การห้ามเื
สวี่ตงทั้งเหนื่อยทั้งเจ็บ อย่าคิดว่าแค่สู้กันไม่กี่ครั้งเชียวการเผชิญหน้ากับสุนัขแล้วยังสู้กันตอนท้ายทำเอาพลังงานของเขาแทบหมดเกลี้ยง
โหมวซือฉิงพยายามพันแผลให้สวี่ตงอย่างทุลักทุเล ทว่าเืยังคงไหลซึมอาบแถบผ้าที่พันไว้แน่นแต่ก็น้อยกว่าก่อนหน้านี้มาก
อย่างไรก็ตาม เืก็ยังไหลออกมาเยอะมากโหมวซือฉิงก้มมองสองมือของตนที่เปื้อนเืแดงฉานไปหมด สวี่ตงที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ใส่ใจเืที่ไหล่ตัวเองเพราะถึงอย่างไรมันก็อยู่ที่ไหล่เวลานี้เห็นมือเปื้อนเืของโหมวซือฉิงก็เกิดหวาดกลัวจับจิตเหมือนกับคนกลัวความสูงมองลงมาจากขอบหน้าผา เวียนหัวอยู่ครู่หนึ่งก็ร้อง ‘อา’ ก่อนจะเป็ลมหมดสติไป!
โหมวซือฉิงทั้งฉุนทั้งขำ เ้าเด็กนี่บางครั้งก็เย่อหยิ่ง บางครั้งก็ทำตัวเป็เด็กน้อยบางครั้งก็ลึกลับคาดเดาไม่ได้ แต่โดยรวมก็นับว่าเป็ลูกผู้ชายที่เข้มแข็งคนหนึ่งถึงเธอจะ ‘ด่า’ ว่าเขาเหมือนเด็กผู้หญิงแต่ความจริงกลับตรงกันข้าม
ทว่า อย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าสวี่ตงจะ ‘กลัวเืจนเป็ลม’อีกทั้งเืบนมือเธอก็เป็ของเขาเองโดนสุนัขบ้าคลั่งขย้ำคอหมายเอาชีวิตไม่ใ แต่ดันมาใเืตัวเองเสียนี่!
อย่างไรก็ตาม โหมวซือฉิงรู้สึกซาบซึ้งใจ ดวงตาเธอชื้นเล็กน้อยั้แ่แรกเธอก็ดูออกว่าเขากลัวสุนัขมากแต่กลับยอมเสี่ยงตายสู้กับสุนัขเพื่อช่วยเธอการกระทำเช่นนี้พูดง่ายแต่ทำได้ยากนัก!
อีกอย่างสวี่ตงไม่ใช่ตำรวจที่ได้รับการฝึกฝนมาเหมือนเธอเขาเป็แค่คนธรรมดา!