หลี่เป่า น้องสาวคนเล็ก
บทที่ 25 เริ่มต้น
วันแรกหลังแต่งงาน ิจูตื่นั้แ่เช้า ล้างหน้า อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าเตรียมรอคารวะบิดามารดาสามี หลี่ต้าผู้เป็สามีก็ตื่นตามภรรยาของเขาเช่นกัน แต่กลับเจอเป่าเปาที่ยืนออกกำลังกายอยู่หน้าบ้าน
"เป่าเปา เ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่หรือ?"
"ข้ากำลังออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงเ้าค่ะ ว่าแต่พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ เหตุใดถึงตื่นเช้าจัง?"
ิจูที่ได้ยินคำเรียกขานก็หน้าขึ้นสีเล็กน้อยด้วยความเขินอาย ก่อนจะบอกจุดประสงค์ของตัวเอง
"พี่มารอคารวะท่านพ่อท่านแม่น่ะสิ่"
แล้วนางก็เล่าธรรมเนียมที่ตัวเองเคยได้เรียนรู้จากทางบ้านั้แ่เด็ก ทำให้เป่าเปารู้สึกว่าการแต่งงานนี่ก็ยุ่งยากอยู่เหมือนกัน
ิจูกับเป่าเปานั่งคุยกันจนบิดามารดาของนางออกมา เมื่อเห็นลูกสะใภ้นั่งรอยกน้ำชาให้ ทั้งคู่ก็พยักหน้ารับก่อนจะนั่งลงรอคู่แต่งงานใหม่ยกน้ำชาให้ในตอนเช้าตามธรรมเนียม
"บ้านเราไม่มีพิธีรีตองอะไรมากหรอก หลังจากวันนี้เ้าก็ทำตัวตามสบาย เหมือนคนอื่นๆ เถอะ"
"ขอบคุณท่านแม่เ้าค่ะ"
เมื่อพูดคุยกันจบ พวกเขาต่างก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง โดยหลี่หลิงผู้เป็แม่ไม่ได้มอบหมายหน้าที่ให้ิจูทันที แต่ให้นางคอยอยู่ใกล้ๆ เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของคนตระกูลหลี่ก่อนจะค่อยๆ มอบหมายหน้าที่ให้กับนาง ทำให้ิจูรู้สึกสบายใจมากขึ้น เพราะมีหลายครอบครัวที่หลังแต่งสะใภ้เข้าบ้านแล้วมักจะกดขี่ข่มเหงสะใภ้ ใช้งานสารพัดราวกับทาส โชคดีที่นางเลือกแต่งเข้ามาไม่ผิดจริงๆ
---------------------
หลังหยุดเรียนหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป เป่าเปาก็กลับมาเริ่มเรียนปกติ วันนี้นางได้ศึกษาเกี่ยวกับสุภาษิตที่ว่า 'การไม่รู้จริงอย่าเพิ่งพูด ข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจนอย่าถ่ายทอด' ทำให้นางเกิดความคิดเื่การค้าที่ตัวเองคิดจะเริ่มทำทันที
เงินเก็บที่มีอยู่จากการนำของมีค่าไปแลกเป็เงินมีประมาณหนึ่งร้อยตำลึง บวกกับเงินที่จิ้นอันร่วมการค้าด้วยอีกห้าร้อยตำลึง เท่ากับมีอยู่ราวๆ หกร้อยตำลึงแล้วในตอนนี้
หกร้อยตำลึงจะว่ามากก็มาก จะว่าน้อยก็น้อย การจะหาซื้ออาคารสำหรับทำร้านค้าในเมืองราคาต่ำสุดอยู่ที่ประมาณหนึ่งพันตำลึง ซึ่งราคานี้ไม่ใช่แหล่งที่ดีสำหรับทำการค้า หากเป็ร้านค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอย่างน้อยต้องมีเป็หมื่นตำลึงขึ้นไป ขึ้นอยู่กับทำเลและขนาดของพื้นที่ใช้สอย ดังนั้นเงินที่เป่าเปามีในตอนนี้ เพียงพอให้ใช้ได้เพียงวิธีการเช่าเท่านั้น
เมื่อกลับถึงบ้าน นางก็เริ่มสุมหัวกับหลี่ซานพี่ชายสามทันที
"พี่สาม เรามาทำร้านน้ำชากันเถอะ"
"ร้านน้ำชา มันจะดีหรือ"
"ทำไมถึงไม่ดีล่ะเ้าคะ ข้าว่ามันดีมากๆ เลยนะ"
"น้ำชาถ้วยละแค่เหวินเดียว ต้องขายละวันกี่ถ้วยถึงจะได้ค่าแรงคนงานกันล่ะ"
"เราไม่ได้ขายแค่น้ำชานี่นา เราจะขายอย่างอื่นด้วย"
"อย่างอื่นหรือ แล้วอย่างอื่นคืออะไรล่ะ?"
เป่าเปายิ้มออกมาก่อนจะยักคิ้วหลิ่วตา แต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา ทำให้ผู้เป็พี่ชายคิดว่านางน่าจะขายขนมจึงไม่ได้เอ่ยคัดค้าน ทำให้ทั้งสองคุยกันถึงเื่อื่นๆ ที่ต้องจัดเตรียมต่อ รวมทั้งวิธีที่จะไม่ให้คนในบ้านรู้ในตอนนี้ เพราะเป่าเปาไม่มั่นใจว่าคนอื่นๆ จะเห็นด้วยกับความคิดของนางหรือไม่ ทั้งยังต้องอธิบายเื่ที่มาของเงินในมือนางอีกด้วย
------------
ณ จวนเ้าเมืองทังโจว
พรึบ~
คืนอันเงียบสงบ ขณะที่ทุกคนในจวนกำลังพักผ่อน เสียงความเคลื่อนไหวดังขึ้นบนหลังคา
สตรีสวมชุดดำสนิททั้งตัวะโลงมาที่หน้าห้องๆ หนึ่ง ราวกับว่ารู้จักสถานที่แห่งนี้เป็อย่างดี บริเวณที่นางปรากฏตัวขึ้นมานี้คือหน้าห้องของเ้าเมืองทังโจว
นางเอื้อมมือหมายจะเปิดเข้าไปด้านใน แต่ถูกเสียงของบุรุษผู้หนึ่งหยุดการกระทำเอาไว้
"นั่นเ้ากำลังจะทำอะไร!!"
เสียงไม่ดังไม่เบาเอ่ยขึ้น สตรีชุดดำหยุดมือหมุนตัวกลับมาประจันหน้า พบว่าเ้าของเสียงเป็เด็กชายอายุราวๆ สิบปี สีหน้าของเขาเฉยชาราวกับไม่มีความรู้สึกใดๆ
สตรีชุดดำไม่พูดพร่ำทำเพลงกระโจนเข้าใส่อีกฝ่ายหนี่งกระบวนท่า ก่อนจะฉวยจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอหนีออกไปทางด้านข้าง
แม้เด็กชายจะยังเด็ก แต่กลับมีฝีมือไม่น้อยเช่นกัน เขาวิ่งตามสตรีชุดดำราวกับเงาตามตัว จนอีกฝ่ายหนีไม่ทันตัดสินใจหันมาประมืออีกครั้ง
หางตาของสตรีชุดดำเหลือบไปเห็นพวกของตัวเองที่อยู่ไม่ไกลจึงส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายรับรู้ เพื่อเข้าโจมตีเด็กชายพร้อมกัน ทำให้เด็กชายเพลี่ยงพล้ำ ได้รับาเ็สาหัส เขาอาศัยพลังเฮือกสุดท้ายหนีออกมา ก่อนจะหมดสติลงในที่สุด
สตรีชุดดำคิดจะตามไปดูอีกฝ่าย แต่เมื่อคิดได้ว่าเขาไม่ใช่เป้าหมายของภารกิจครั้งนี้ก็เปลี่ยนใจ มุ่งหน้ากลับไปที่จวนเ้าเมืองอีกครั้งทันที
----------
วันรุ่งขึ้นเป่าเปาออกไปเรียนตามปกติ หลังการเรียนจบลง นางก็บอกถึงเื่การค้าที่ตัวเอง้าทำกับหุ้นส่วนคนสำคัญอย่างจิ้นอัน
จิ้นอันสนับสนุนความคิดของเป่าเปาอย่างเต็มที่ แม้ครอบครัวจะมีกิจการมากมาย แต่ใช่ว่าเขาจะรู้เื่การค้ามากนัก ดังนั้นนอกจากช่วยส่งคนไปดูเื่ร้านค้าที่ปล่อยเช่า เื่อื่นๆ เป่าเปาก็เป็คนดูแลจัดการทั้งหมด
"การค้าครั้งนี้กำไรจะเป็ของข้าหกส่วน ของท่านสี่ส่วน พี่จิ้นอันคิดเห็นว่าอย่างไรเ้าคะ"
"เหตุใดข้าลงทุนมากกว่าแต่ได้กำไรน้อยกว่าล่ะ?"
จิ้นอันถามขึ้นเพราะอยากรู้ความคิดของเด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้า จริงๆ เขาไม่ได้สนใจเื่กำไรนี่มากนัก การค้าไม่ใช่เื่ง่าย ขนาดผู้ใหญ่ที่มีต้นทุนคนหนึ่งยังยากที่จะประสบความสำเร็จ นับประส่อะไรกับเด็กน้อยอย่างเป่าเปา
ถึงจะเป็อย่างนั้นจิ้นอันก็ยังสนับสนุนนางในการทำการค้า เพราะเขาชื่อชมในความสามารถด้านการเรียนและการพูดจาที่ฉะฉานราวกับเด็กโตคนหนึ่งของเป่าเปา
แม้นางจะทำการค้าแล้วขาดทุนนั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะคนลงทุนโดยตรงไม่ใช่เขาแต่เป็ท่านปู่ต่างหาก ดีไม่ดี ปีหน้าเขาอาจจะมีเงินมาช่วยเป่าเปาลงทุนได้อีกหลายร้อยตำลึงก็เป็ได้
"ท่านลงทุนด้วยเงินเยอะกว่าข้าหลายเท่าก็จริง แต่ข้าเป็คนลงมือลงแรง หากไม่มีข้าย่อมไม่มีกำไร ดังนั้นข้าต้องได้มากกว่าท่านหนึ่งส่วน"
จิ้นอันหัวเราะออกมา ก่อนจะยอมรับข้อเสนอครั้งนี้ จริงๆ เขาเองก็มีความคิดไม่ต่างจากหลี่ซานพี่ชายสามของเป่าเปา แต่เขาก็ไม่ได้คัดค้าน การค้าที่ง่ายและลงทุนน้อยที่สุดเห็นจะเป็โรงน้ำชาที่กำลังจะทำนี่แหละ
หลังพูดคุยกันจบ ทั้งสองก็พากันเดินทางกลับบ้าน หลายวันมานี้นายท่านผู้เฒ่าจิ้น ฮูหยินผู้เฒ่าจิ้น และฮูหยินใหญ่จิ้นยังพักอยู่ที่เมืองทังโจว ทำให้จิ้นอันไม่ได้ไปฝึกการทำจิตใจให้เข้มแข็ง ไม่สนต่อคำพูดหรือสายตาของบุรุษในตระกูลหลี่
บ้านตระกูลหลี่กับอาจารย์ฮุ่ยอยู่ใกล้ๆ กัน ในหมู่บ้านซานซันเองก็ไม่เคยมีเื่ร้ายปรากฏขึ้นมาก่อน ทำให้บางครั้งหากคนที่บ้านตระกูลหลี่ติดภารกิจ เป่าเปาจะกลับบ้านพร้อมกับหนิวหนิวองครักษ์ประจำตัว
วันนี้เป็อีกวันหนึ่งที่นางเดินกลับบ้านกับหนิวหนิว ระหว่างทางเสียงพุ่มไม้ที่ด้านข้างได้ดังขึ้น
เป่าเปาหยุดเดินกะทันหัน ก่อนจะหันไปมองตรงพุ่มไม้พุ่มนั้นอีกครั้ง หนิวหนิวเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติ มันเห่าออกมาสองครั้ง ก่อนจะเป็หน่วยกล้าตาย กระโจนเข้าไปในพุ่มไม้ตามลำพัง
หลังจากสุนัขตัวน้อยเข้าไปเพียงพักเดียว มันก็ะโออกมาจากพุ่มไม้พร้อมกับคาบบางสิ่งบางอย่างติดออกมาด้วย
เป่าเปาหยิบเ้าสิ่งนั้นขึ้นมาดู พบว่าเป็หยกชิ้นหนึ่งที่มีกลิ่นคาวเืจางๆ ติดอยู่ ทำให้เป่าเปาเดาได้เลยว่าต้องมีคนได้รับาเ็อยู่ด้านหลังพุ่มไม้พุ่มนี้แน่นอน
นางมองไปที่พุ่มไม้อย่างชั่งใจ ว่าควรหรือไม่ควรเข้าไปยุ่งกับผู้อื่นดี?