“ทาโร่! ทาโร่ไหวไหม” โฮปหันไปมองทาโร่สลับกับมองทางข้างหน้า
“ครับ”ทาโร่พยักหน้าแต่คิ้วขมวดแน่นและเริ่มหายใจถี่ขึ้น
เครื่องวัดระดับพลังที่ข้อมือส่งเสียงเตือนตลอดเวลาโฮปพลิกข้อมือขึ้นมาดู เครื่องบอกค่าพลังไกด์ที่ระดับ 120 เปอร์เซ็นต์
โฮปมองหาช่องทางเพื่อตีรถออกจากเลนส์เปิดไฟเลี้ยวแล้วแต่ไม่มีใครให้ทาง
พอก้มไปดูที่ข้อมืออีกครั้งตัวเลขบนเครื่องก็พุ่งไปที่ 170 เปอร์เซ็นต์แล้ว
ทาโร่งอตัวด้วยความเ็ปเหงื่อแตกเต็มหน้า เหมือนใกล้จะหมดสติ
“แม่ง! ไอ้เวรพวกนี้นี่!” โฮปด่าบรรดาคนขับรถไร้น้ำใจแล้วจึงตัดสินใจหยุดรถอยู่กลางถนน เปิดไฟขอทางและเอื้อมมือไปคว้าตัวทาโร่มากอดทันที
รถที่ตามมาข้างหลังบีบแตรด่ากันระงมแต่โฮปไม่สนใจเขาเลื่อนเบาะที่นั่งของตัวเองให้ถอยหลังเพื่อให้เกิดพื้นที่ว่างและยกทาโร่ขึ้นมานั่งบนตักพลางกอดเขาไว้แน่นอีกมือหนึ่งก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาดามีลทันที
ระหว่างรอสายก็ก้มลงมองคนตัวบางที่ซบหน้าอยู่แนบอกทาโร่ตัวร้อนจัด เครื่องวัดพลังยังส่งเสียงดังระงมอยู่
“ไอ้มีล ทำไมไม่รับสายวะ!”โฮปโยนโทรศัพท์ไปไว้หน้ารถและพลิกข้อมือดูค่าพลังไกด์ ตอนนี้มันลดลงมาอยู่ที่ 160เปอร์เซ็นต์
แค่ััมันได้ผลช้าเกินไปคงต้องจูบอีกแล้ว
โฮปประคองทาโร่ให้หงายหน้าขึ้นในอ้อมแขนของเขาและลังเลที่จะไกด์ดิ้งโดยการจูบพลางบ่นงึมงำ “จะโดนต่อยอีกมั๊ยวะเนี่ย”
แต่เมื่อก้มดูเครื่องวัดระดับพลังอีกครั้งตัวเลขลดลงไปอยู่ที่ 158เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทาโร่ก็มีท่าทางเ็ปทรมานโฮปจึงหายใจเข้าปอดเฮือกหนึ่งเหมือนเตรียมดำน้ำ และก้มหน้าลงไปประกบริมฝีปากของทาโร่ทันที
ความรู้สึกเหมือนกระแสน้ำอุ่นนุ่มนวล ส่งผ่านมาที่โฮปอีกครั้ง ทำไมมันถึงรู้สึกดีได้ขนาดนี้สองมือที่เขาประคองทาโร่ไว้กอดแน่นขึ้น ปากที่เพียงประทับไว้เฉยๆก็เริ่มเคล้าคลึงและหาทางเพื่อเข้าไปลิ้มรสหวานชุ่มภายในของไกด์ตัวน้อยในอ้อมอก
ทาโร่ค่อยๆลืมตาขึ้นมามอง และรู้สึกถึงความอุ่นนุ่มที่ล่วงล้ำเข้ามาเขาเริ่มขยับหนีและพยายามแกะมือของโฮปออก แต่ในรถนั้นพื้นที่ค่อนข้างแคบจึงขยับได้ไม่ถนัดนัก
เพราะฟังจากหมอดามีลมาแล้วว่าสาเหตุที่โฮปต้องทำอย่างนี้ก็เพื่อช่วยดึงพลังไกด์ของทาโร่ที่โอเวอร์โฟลวออกมา ไม่อย่างนั้นป่านนี้เขาคงได้กัดลิ้นของโฮปขาดไปแล้ว
เครื่องส่งสัญญาณเงียบไปแล้วทั้งสองเครื่องเหลือแต่เสียงแตรรถที่ดังระงมอยู่รอบๆ รถของโฮป
ทาโร่มองตัวเลขบนหน้าปัดตอนนี้พลังไกด์ของเขาเหลือ 90 เปอร์เซ็นต์ถ้าโฮปยังไม่เอาปากออกไป เขาจะกัดจริงๆ แล้วนะ
พอทาโร่คิดอย่างนั้นโฮปก็สะดุ้งเฮือกร้องลั่นรถขึ้นมาทันที “โอ๊ย! เชี่ยไรวะเนี่ย!”
โฮปผละใบหน้าออกไปและสะบัดมือข้างที่สวมเครื่องวัดพลังไกด์อย่างแรง
ทาโร่ทั้งงงทั้งใ แต่เขายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แล้วโฮปร้องเหมือนเจ็บทำไมกัน
โฮปก้มหน้ามามองตาสีฟ้าของไกด์ที่ยังอยู่แนบอกของเขาทาโร่จ้องหน้าเขาเป๋งเหมือนกำลังงง แล้วโฮปก็ยิ้มให้ทาโร่
“ทาโร่! ดีขึ้นแล้วใช่ไหมนึกว่าจะแย่ซะแล้ว”
ทาโร่มองตาสีแดงและรอยยิ้มของเซนติเนลที่ดูอย่างไรก็ไม่มีสิ่งใดเคลือบแคลงก็พยักหน้าให้เขาและค่อยๆ ดันตัวเองออกมาจากอกของโฮปและมองไปรอบๆ
“คุณโฮปครับ นี่มัน…..กลางถนน”
“อ้อ! ใช่ๆ ต้องแอบรถก่อน” โฮปปิดไฟขอทางและเริ่มขยับรถรถที่วิ่งแซงขึ้นไปหลายคันบีบแตรยาวใส่พวกเขาราวกับะโด่าเป็ชุด
“ไม่ต้องมาบีบแตรเลย! เพราะไอ้พวกบ้าอย่างแกนั่นแหละฉันถึงต้องเห็นแก่ตัวอย่างนี้ไงเล่า!” โฮปด่ารถที่บีบแตรใส่เขาอย่างฉุนเฉียวและหันมามองหน้าทาโร่ที่นั่งมองหน้าเขาทำตาปริบๆ
โฮปหัวเราะแหะๆ“ก็ได้แต่ด่าพวกมันในรถนี่แหละ ไม่กล้าออกไปมีเื่กับเขาหรอก”
ทาโร่ยิ้มให้โฮปน้อยๆไม่ได้พูดอะไร
พอเข้าจอดข้างทางได้แล้วโฮปก็หันมาหาทาโร่ทันที “ทาโร่ดีขึ้นแล้วใช่ไหม เป็อะไรอีกหรือเปล่า”
ทาโร่มองหน้าโฮปและถอนใจเบาๆ“ผมขอโทษครับที่ทำให้ลำบาก” พูดจบทาโร่ก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาคาดไหล่ โฮปมองเขางงๆ
“ผมรบกวนคุณโฮปมากไปกว่านี้ไม่ได้ครับ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ”ทาโร่พูดจบก็เปิดประตูรถและเดินออกไปทันที โฮปเลิ่กลั่กและรีบดับเครื่องลงจากรถแล้ววิ่งตามทาโร่ไป
ทาโร่เดินหลบหลีกผู้คนอย่างชำนาญโฮปวิ่งตามจนเหนื่อย แต่ยิ่งตาม ทาโร่ก็ยิ่งทิ้งห่างไปไกลจนกระทั่งโฮปมองไม่เห็นเขาอีก
“ทำไมเดินเร็วขนาดนี้เนี่ย”โฮปยืนบ่นพลางหอบน้อยๆ
เขาหันมองรอบๆตัวเพราะเริ่มตกเป็เป้าสายตา แม้คนธรรมดาจะรู้จักเซนติเนลแต่ก็ไม่ค่อยมีใครได้เห็นเซนติเนลตัวเป็ๆ กันมากนัก
แล้วยังเป็เซนติเนลตาสีแดงตัวสูงเด่นเช่นเขาก็ยิ่งถูกมองราวกับเป็สัตว์ประหลาด
โฮปรีบหยิบแว่นดำขึ้นมาสวมและก้มมองเครื่องวัดพลังไกด์ของทาโร่พลางยิ้มมุมปาก
ทาโร่เดินทะลุซอยแคบๆออกมาที่สวนสาธารณะ เพื่อเดินลัดไปโรงพยาบาลที่เก็บร่างของทาโก้อยู่
เขาต้องทำอะไรบ้างนะติดต่อขอรับศพ ติดต่อหารถขนศพ เอาศพไปทำพิธีที่ไหนดีต้องไปติดต่อสถานที่ทำพิธีศพก่อนไหม หรือไปติดต่อโรงพยาบาลก่อนค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณเท่าไร เขามีเงินอยู่หรือเปล่านะ
ทาโร่ล้วงกระเป๋าเงินตัวเองออกมาดูมีเงินสดอยู่แค่ 1,200บาท แล้วเงินในบัญชีล่ะ ทาโร่ล้วงโทรศัพท์ออกมา พอเลื่อนปลดล็อกน้ำใสๆ ก็หยดลงไปบนหน้าจอโทรศัพท์
ทาโร่สะอื้นฮั่กทิ้งตัวลงข้างทาง ตอนนี้เป็่เวลาทำงาน ไม่มีคนอยู่ในสวนสาธารณะทาโร่ปล่อยโฮอย่างสุดจะกลั้น
“ฮือๆๆ พี่ครับ……”น้ำตาหยดลงพื้นราวกับหยาดฝน
หมดแล้ว หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างเขาไม่เหลือใครแล้วจริงๆ
ข้างกายที่ว่างเปล่าหัวใจที่อ้างว้าง เขาจะเข้มแข็งต่อไปได้ยังไง เขาจะมีชีวิตอยู่เพื่อใคร
ทางเดินของเขามันเป็สะพานขาดไปแล้ว
“ทาโร่”
ทาโร่เงยหน้ามองตามเสียงเรียกดวงตาฉ่ำน้ำทำให้มองเห็นคนตรงหน้าไม่ชัดเจนนัก
แสงที่ลอดผ่านระหว่างกิ่งไม้ส่องลงมาที่ร่างของคนที่ยืนอยู่ทำให้เขาดูเหมือนเทวดาที่ลงมาเพื่อช่วยเหลืุ์ผู้ตกทุกข์ได้ยาก
“ถึงนายจะไม่้าให้ช่วยแต่ฉันเต็มใจช่วยนายนะทาโร่”
“ฮือๆๆๆ คุณโฮป……” ทาโร่เรียกชื่อเขาปนเสียงสะอื้นยกมือขึ้นขยี้ตาตัวเองเหมือนเด็กน้อย
โฮปย่อตัวลงไปหาทาโร่และดึงเขาเข้ามากอดทาโร่โผกอดโฮป ซบหน้าร้องไห้กับไหล่ของเขาพลางสะอึกสะอื้น
โฮปยกมือลูบผมสีน้ำตาลนุ่มนั้นอย่างเบามือ“ฉันจะช่วยนายจนถึงที่สุด ไม่ต้องกังวลนะทาโร่ นายไม่ได้อยู่คนเดียว”
ทาโร่พยักหน้าร้องไห้กอดโฮปแน่นขึ้นไปอีก
“เราไปจัดการงานศพให้ทาโก้กันเถอะ……แม่ง! เชี่ย!!” โฮปร้องเสียงหลง
ทาโร่ใมองโฮปที่สะดุ้งเฮือกและสะบัดมือตัวเองข้างที่คาดเครื่องมือวัดพลังไว้
“โอ๊ย! อื้อหือ…ไม่ได้ไกด์ดิ้งแล้วมั๊ยล่ะ ไอ้เครื่องบ้านี่ ช็อตอยู่ได้”
ทาโร่มองโฮปงงๆแล้วก็หัวเราะออกมา โฮปส่ายหน้าระอาใจแต่ก็หัวเราะไปด้วย
ดามีลถือถ้วยกาแฟเข้ามาในห้องมองเครื่องรับสัญญาณที่แจ้งเตือนว่าได้ส่งสัญญาณเพื่อหยุดไกด์ดิ้งสองครั้งก็ส่ายหัวเบาๆ
“ไอ้โฮป ไกด์ดิ้งเพลินซะโดนช็อต เป็ไงล่ะ ตัวช่วยของโทนี่ สตาร์คซี๊ดมั๊ยเพื่อน หึๆ”
เขาไม่ได้บอกโฮปหรอกว่าถ้าไกด์ดิ้งจนพลังของไกด์ลดลงทุก 10 เปอร์เซ็นต์เครื่องจะช็อตเพื่อเตือนสติเซนติเนล เพราะถ้าบอก ไอ้โฮปไม่ใส่แน่ๆ
เมื่อติดต่อโรงพยาบาลและสถานที่ฝังศพเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตกบ่ายพอดีโฮปจึงพาทาโร่ไปกินข้าวในห้างใหญ่แห่งหนึ่งและเลือกร้านที่คนไม่พลุกพล่านนักนั่งกันสองคน
ทาโร่ไม่หิวจึงไม่เลือกอาหารโฮปจึงจัดการเลือกให้เขาและบังคับให้ทาโร่กิน แต่ทาโร่ก็ยังนั่งเหม่อพนักงานในร้านหันมามองทั้งคู่ด้วยความสนใจ และกระซิบกระซาบเอ่ยชมทาโร่ว่าน่ารักโฮปกระแอมเบาๆ และตวัดสายตาไปมองพนักงานพวกนั้น
เมื่อเห็นตาสีแดงของเซนติเนลคลาสเอสพวกนั้นก็ค่อยๆ สลายตัวไป
เื่อะไรมายืนจ้องของๆ คนอื่นอยู่ได้เสียมารยาท
“กินไอศกรีมไหมทาโร่”
ทาโร่ส่ายหน้า
“ไอศกรีมทำให้สดชื่นขึ้นนะ เอาถ้วยเล็กๆ ก็ได้ นะทาโร่” โฮปหลอกล่อทาโร่เงยหน้ามามองโฮปแล้วยิ้มให้เขา “ก็ได้ครับ”
โฮปยิ้มและหันไปสั่งไอศกรีมให้ทาโร่
โทรศัพท์ของทาโร่สั่นขึ้นหน้าจอขึ้นชื่อว่าอาชิ เขาจึงกดรับสาย “ว่าไง ชิ”
โฮปทำเป็ไม่สนใจแต่หูผึ่งทาโร่คุยอยู่ครู่หนึ่งก็วางสาย ไอศกรีมมาเสิร์ฟพอดี ทาโร่นั่งมองไอศกรีมเหม่อๆ
“คุณโฮปครับ ผมคงต้องขอตัวก่อน ผมต้องเข้าไปที่มหาวิทยาลัยครับ”
“จะไปตอนนี้เลยเหรอ งั้นเดี๋ยวไปส่ง” โฮปรีบวางช้อน ทาโร่ยิ้มและส่ายหน้า
“ไม่เป็ไรครับคุณโฮปเดี๋ยวเพื่อนผมมารับครับ”
“เหรอ” โฮปนึกเสียดาย“เพื่อนเป็ไกด์เหมือนกันเหรอ”
“เปล่าครับ เป็เซนติเนล”
โฮปได้ยินอย่างนั้นก็แทบจะกระเด้งตัวลุกขึ้นยืนทันที