ตอนที่ 19 : รอรวบให้หมดในคราวเดียว
“เ้าคือใครกัน ? ” น้ำเสียงของหลินอี้เยือกเย็นอย่างมาก เขามองไปที่ซูฉางหยู่ด้วยสีหน้าเฉยเมย
หากเป็หลินอี้คนเก่า เขาคงก้มหน้าและทำความเคารพอีกฝ่ายเพื่อขอบคุณสำหรับความเมตตาไปแล้ว
แต่ตอนนี้หลินอี้แค่มองไปที่หน้าซูฉางหยู่
เขาถึงกับสงสัยว่าซูฉางหยู่นั้นใช้เส้นสายเพื่อตัวเองและให้ซูหวายจื้อยืมเงินเพื่อให้เขาไปทำงานที่ศาลาว่าการ....มันคือแผนการ
และมันยังบังเอิญว่าเขาโดนจับและโดนป้ายความผิด
“เ้าว่าไงนะ ? ” ซูฉางหยู่เก็บพัดและมองไปที่หลินอี้ด้วยสีหน้าหม่น“เ้ากล้าพูดอีกครั้งหรือไม่ ? เชื่อหรือไม่ว่าหากข้าส่งจดหมายไปยังศาลาว่าการหัวเ้าจะขาดทันที ? ”
หลินอี้ยิ้มออกมา เขาส่ายหน้าและพูดขึ้น “ข้าไม่เชื่อ ! ”
“เ้า.... ” ซูฉางหยู่คิดไม่ถึงเลยว่าหลินอี้จะกล้าดีเช่นนี้เขาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทุ้ม “ได้ ได้ เ้าทำให้ข้าหงุดหงิดสำเร็จแล้ว ! ”
ซูฉางหยู่ขยิบตาให้กับเหล่าคนรับใช้หยุดหลินอี้เอาไว้
คนรับใช้เ่าั้พยักหน้าตอบรับและเดินเข้าไปหาหลินอี้
คนรับใช้เหล่านี้มีรูปร่างใหญ่โต ร่างกายกำยำพวกเขาฝึกทักษะการต่อสู้ทั่วไปเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นมา
พวกนี้คือยอดฝีมือในสายตาของคนทั่วไป แต่หลินอี้ไม่ได้กังวลแม้แต่น้อย
ตอนนี้เขาคือผู้มีจิตใจใฝ่วรรณกรรม เขาเป็ผู้เบิกเนตรระดับ 9 เขาไม่ได้อยู่ระดับเดียวกับคนเหล่านี้ ไม่ว่าพวกนี้จะมีคนมากแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์
หลินอี้อยากจะลงมือ แต่ซูหวายจื้อรีบออกปากขอร้องซูฉางหยู่ “ท่านซู หลินอี้ยังเด็กไม่ประสีประสา ท่านอย่าถือสาเอาความเขาเลย...เขาไม่ได้ลักขโมยสิ่งใด การตัดสินผิดพลาดท่านเข้าใจผิดแล้ว ! ”
“เข้าใจผิดงั้นรึ ? ” ซูฉางหยู่ฮึดฮัดออกมาและพูดขึ้น“ไม่มีการตัดสินผิดพลาดในคดีเช่นนี้ ! ”
ตอนที่พูดนั้นเขาก็เดินเข้าหาหลินอี้พร้อมกับใช้พัดเคาะที่ฝ่ามือเบา ๆ ราวกับกำลังเล่นแมวไล่จับหนู
หลินอี้มองไปที่ซูฉางหยู่ด้วยท่าทีเยือกเย็น
ซูฉางหยู่เอาหน้าไปนาบข้างหูหลินอี้และพูดเยาะเย้ยออกมา “เ้ารู้รึไม่ ?เ้ากับพ่อเ้าเป็แค่เบี้ยในมือข้า.... ”
หลินอี้คิ้วขมวด “เ้าหมายความว่าอย่างไร ? ”
รึว่าเขาเดาถูก การที่เขาได้ไปทำงานในศาลาว่าการก็เพราะมีตระกูลซูอยู่เื้ั ?
แต่เป้าหมายของตระกูลซูคืออะไรกัน ?
ซูฉางหยู่ฮึดฮัดออกมา “เ้าไม่เข้าใจและยังมองไม่ออกใช่หรือไม่ ?มันเป็ความคิดของข้าเองที่ให้พวกเขาขับไล่พ่อเ้าออกไป ฮ่าฮ่า.... ”
เมื่อทุกคนเห็นซูฉางหยู่ยิ้มออกมา
พวกเขาก็พากันหัวเราะตามกันออกมาด้วย
“ฮ่าฮ่า ! ” หลินอี้อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาจากนั้น....พลังก็อัดแน่นในฝ่ามือ ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นตบหน้าซูฉางหยู่
เพี๊ยะ...
เสียงเนื้อปะทะกันดังก้องขึ้น
หน้าของซูฉางหยู่ถึงกับหัน ฟันซีกหนึ่งกระเด็นออกมาพร้อมกับเืตัวเขาเองก็กระเด็นออกไปตาม
ตูม...ซูฉางหยู่กระแทกกับพื้นอย่างแรง เขาตะลึงอย่างมาก
เงียบสนิท !
ทุกคนต่างก็เงียบ รอยยิ้มของทุกคนแข็งทื่อ พวกเขามองดูฉากนี้ด้วยสีหน้าว่างเปล่า
เกิดอะไรขึ้นกัน ?
“หาที่ตาย ! ”
“เ้ากล้าทำร้ายนายน้อยซู จัดการเขาซะ ! ”
“ฆ่าเขา ! ”
เหล่าคนรับใช้เห็นว่านายน้อย ถูกทำร้ายก็พากันโกรธแค้นและพุ่งเข้าหาหลินอี้
ซูหวายจื้อเห็นฉากนี้ก็ต้องตะลึง
แต่หลินอี้ยังดูเยือกเย็นดังเดิม เขาไม่จำเป็ต้องอาศัยการตอบโต้ฉับไวพวกนี้มีจุดอ่อนที่ชัดเจน แม้ว่าเขาจะไม่ได้ฝึกฝนทักษะวรรณกรรมมา แต่เขาก็สามารถจัดการพวกนี้ได้ด้วยพลังแห่งวรรณกรรม
ตูมตูม....หลินอี้เบี่ยงตัวหลบพวกที่พุ่งเข้ามาพร้อมกับใช้หลังมือฟาดเข้าที่เบ้าตาของคนรับใช้สองคนจากนั้นเขาก็แทงเข่าและถีบซ้ำ
คนรับใช้ทั้งสี่กระเด็นออกมานอนอยู่กับพื้นพร้อมโอดครวญออกมา
“มีดีแค่นี้รึ ? ” หลินอี้ปัดฝุ่นในมือด้วยท่าทีไม่พอใจ
ในชีวิตที่แล้ว เขาฝึกซ่านโฉ่วมา พลังแห่งวรรณกรรมนั้นเหมือนกับพลังภายในคล้ายกับนิยายที่เขาเคยอ่านมันทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมา
คนรับใช้เหล่านี้คล้ายกับโค้ชในฟิตเนสที่ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่
พวกที่ไม่ใช่ผู้มีจิตใจใฝ่วรรณกรรมต่างก็เป็ดั่งมดปลวก คำพูดนี้ไม่ใช่คำพูดตลก
ซูหวายจื้อมองไปที่หลินอี้ด้วยความแปลกใจ เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เขาคิดว่าหลินอี้นั้นปลุกจิตใจใฝ่วรรณกรรมขึ้นมาได้ แต่...ก็ไม่น่าจะแข็งแกร่งได้เช่นนี้!
เขาขึ้นเป็ผู้เบิกเนตรแล้วรึ ?
ปัง....
ซูหวายจื้อหน้าแดงขึ้นมาทันทีตัวของเขาสั่นเพราะความตื่นเต้น
เหล่าพ่อค้าและคนที่มามุงเองก็ใกลัวกับฉากนี้พวกเขาถึงกับตัวสั่นเมื่อคิดถึงท่าทีที่พวกเขาแสดงต่อซูหวายจื้อ พวกเขากลัวว่าจะโดนเล่นงาน
ไกลออกไป เฉินจิ้นเป่ยไม่คิดจะสอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวมันไม่ใช่เวลาที่เขาจะมายุ่งกับเื่เล็กน้อยเช่นนี้
มันแค่ว่าเขาแปลกใจนิด ๆ
หลินอี้บอกว่าคนเหล่านี้ดูแลเขากับพ่อดีไม่ใช่รึ ? แล้วดูสถานการณ์ตอนนี้สิ ?
อย่างคำพูดที่บอกไว้ รู้หน้าไม่รู้ใจ ครั้งนี้ถือว่าเป็บทเรียนสำหรับหลินอี้แล้ว
ตอนนั้นซูฉางหยู่ก็ได้สติกลับมา เขามองไปที่หลินอี้ “ เ้าหาที่ตายเ้ารู้รึไม่ว่าพี่ข้าเป็ใคร ? ซูหลี่เหรินจากสำนักศึกษาจวินจี๋ ผู้รับชะตาระดับ 8 ตอนนี้เขาอยู่ในเมืองโทษตายของเ้าก็ยังไม่เพียงพอ ! ”
หลินอี้มองไปที่ซูฉางหยู่ราวกับผู้ยิ่งใหญ่มองดูผู้น้อยและพูดขึ้น “ผู้รับชะตารึ ? แกร่งขนาดนั้นเลยรึ ? เ้าทำข้ากลัวแล้ว ! ”
ตูม...หลินอี้แสดงท่าทีหวาดกลัว ก่อนจะยกเท้าขึ้นเหยียบที่อกซูฉางหยู่เขาหรี่ตาลงและพูดขึ้น “ตอนที่ข้าจัดการสะสางคดีในศาลาว่าการ จางเชิงฉายก็เพิ่งตายตก...”
“เ้าอยากเป็จางเชิงฉายคนต่อไปรึ ? ” น้ำเสียงของหลินอี้เยือกเย็นอย่างมาก แต่คำพูดของเขาราวกับฟ้าที่ผ่าลงกลางหัวซูฉางหยู่
“เ้า...ว่ายังไงนะ ? ” ซูฉางหยู่เบิกตากว้าง เขามองหลินอี้ด้วยสีหน้าตะลึง “เขาเขาตายแล้วรึ ? แล้ว...อาคมลัทธิเต๋า...อ่ะ ! ”
ซูฉางหยู่ตระหนักได้ว่าเขาพูดบางอย่างผิดไป เขารีบปิดปากเงียบพร้อมหน้าที่ซีดเผือด
ตอนนั้นเขากลับได้กลิ่นหอม ๆ จากเท้าหลินอี้ สีหน้าเขาบิดเบี้ยวไปทันที“เ้า...ปลุกจิตใจใฝ่วรรณกรรมขึ้นมาได้รึ ? ”
เขาเบิกตากว้างราวกับถูกปลุกขึ้นมาจากฝัน “ไม่แปลกเลยที่เ้าจะเหิมเกริมกล้าทำร้ายข้ากลับเป็ว่าเ้าปลุกจิตใจใฝ่วรรณกรรมขึ้นมาได้... ”
ซูฉางหยู่แสดงสีหน้าอิจฉาออกมา
หลินอี้ไม่ได้ตอบคำถามซูฉางหยู่ แต่กลับมองเข้าไปในตาอีกฝ่ายและพูดขึ้น“อาคมลัทธิเต๋ารึ ? ดูเหมือนว่าการที่ข้าได้ไปทำงานที่ศาลาว่าการและถูกป้ายความผิดมานั้น...มันจะเป็แผนการของเ้าสินะ? ”
ซูฉางหยู่แสดงสีหน้าลนลานออกมา
แต่เขาไม่ได้สารภาพเพราะเขารู้ว่าผลกระทบที่ตามมาซึ่งเกี่ยวข้องกับอาคมลัทธิเต๋านั้นคือ : เขาจะต้องถูกนำตัวไปขึ้นศาลศักดิ์สิทธิ์
แค่เพียงคำสั่งจากศาลศักดิ์สิทธิ์ก็เพียงพอที่จะทำลายล้างทั้งตระกูลของเขาได้แล้ว
“ถึงเ้าไม่พูดแต่ข้าก็เข้าใจอยู่ดี ตระกูลซูของเ้า...จบสิ้นแน่ ! ” แม้ว่าหลินอี้จะเป็คนต่างโลก แต่เขาก็รู้ถึงผลกระทบกับการฝึกฝนอาคมลัทธิเต๋าโดยเฉพาะถ้าตระกูลซูนั้นเกี่ยวข้องกับจางเชิงฉาย....
เมื่อเขาบอกเื่นี้กับอาจารย์เฉินนี่ไม่ต้องพูดถึงตระกูลซูที่มีซูหลี่เหรินเป็ผู้รับชะตาระดับ 8 เลย ถึงจะเป็ผู้มีเมตตาระดับ 4 ก็ไม่อาจจะช่วยอะไรได้
หลินอี้ลากตัวซูฉางหยู่ไปกับพื้น ก่อนจะเยียบลงไป
“ปล่อยข้า พี่ข้าจะมาที่นี่ในไม่ช้า เ้าปลุกจิตใจใฝ่วรรณกรรมขึ้นมาแล้วยังไง ? พี่ข้าเป็ผู้รับชะตาระดับ8 เขาฆ่าเ้าง่ายราวกับเชือดไก่ ! ” ซูฉางหยู่ไม่รู้เลยว่าหลินอี้คิดจะทำอะไร แต่ตอนนี้เขาต้องยื้อเวลาเอาไว้ให้ได้มากที่สุดจนกว่าพี่ชายเขาจะมา
“งั้นรึ ? ” หลินอี้ยิ้มออกมา เขายิ้มจริง ๆ
ดูเหมือนว่า...ซูหลี่เหรินจากสำนักศึกษาจวินจี๋นั้นจะต้องเกี่ยวข้องกับอาคมลัทธิเต๋าในศาลาเจิ้นโมถางแน่ๆ เมื่อเขาจะมา...งั้นก็รอรวบให้หมดในคราวเดียว !