บทที่ 5
วันต่อมามีเฮลิคอปเตอร์มารับพวกเขาทั้งสองคน คเชนทร์คาดการณ์ไม่ผิด เทพทัศเป็คนมารับพวกเขาทั้งสองคน ชายหนุ่มร่างสูง ในชุดเสื้อผ้าสบายๆ ะโลงมาจากบันไดเชือกที่หย่อนลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ตัวใหญ่
“ขอโทษทีที่ช้านะ” เขาบอก แล้วสูดอากาศหายใจเข้า
“พวกนายขึ้นฮอล์กลับไปกันก่อน ฉันจะเติมน้ำมันแล้วขับมันกลับไปเอง” เทพทัศเอ่ยขึ้น คเชนทร์พยักหน้าและเดินเข้าไปตบบ่าของเขา เหมือนเป็การฝากธุระต่อไปด้วย เขาเดินขึ้นไปจับบันไดเชือกแล้วดึง มันแน่นพอที่จะยึดได้ เขาหันมาทางมินตราที่กำลังยืนดูอยู่ไม่ไกล มือข้างที่เป็อิสระยื่นออกมาหาเธอ มินตราจ้องมือหนาด้วยความรู้สึกปั่นป่วน เธอไม่เคยได้เป็คนััเขาโดยตรงมานานแล้ว และตอนนี้เขากำลังยื่นมือออกมาหาเธอ หญิงสาวส่ายหน้า
“ฉันขึ้นเองได้”
“อย่ามันทำเก่ง”
“เื่แค่นี้ฉันไม่จำเป็ต้องพึ่งคุณ” เธอพูด
เขาเงียบอยู่สักครู่หนึ่ง แววตาบ่งบอถึงความไม่ชอบใจแต่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร ก่อนจะหันกลับไปแล้วปีนขึ้นบันไดขึ้นไปอีกครั้ง หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอไม่เคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาก่อนเลย แต่นั่นคงไม่ใช่เื่ยากมากนักหรอกนะ เธอจับเชือกไว้มั่นพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่ไม่ใช่เื่เล่นๆ เลย เสียงใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ไหวดังลั่น รอบกายเหมือนอยู่กลางพัดลมขนาดใหญ่ที่กำลังโดนลมตีเข้าใส่ มือบางกำเชือกแน่น เท้าเหยียบไปที่บันไดขั้นแรก เธอกำลังมือสั่น
มือของเธอมีเหงื่อออก หญิงสาวบอกตนเองว่าเธอจะกลัวไม่ได้เด็ดขาด เธอก้าวขึ้นบันได ทีละขั้น ทีละขั้น พยายามไม่หันลงไปมองเบื้องล่าง เฮลิคอปเตอร์เริ่มเคลื่อนตัวสูงขึ้นเธอเกือบหลุดกรี๊ดออกมา มือบางกำเชือกไว้แน่น หญิงสาวสงบสติสักครู่ก่อนจะเริ่มก้าวขึ้นบันไดเชือกอีกขั้น เธอมองเห็นเขาเหยียบขึ้นไปจนสุดและหายเข้าไปในเฮลิคอปเตอร์แล้ว อีกไม่กี่ก้าวเธอก็จะถึงข้างบน เขาชะโงกหน้าออกมาดูเธอโดยไม่ได้ยื่นมือลงมาหรือทำท่าจะจับเชือกขึ้น คงจะให้เธอขึ้นไปเอง หญิงสาวอุบอิบแล้วจับเชือกแต่เหงื่อที่มือทำให้เธอลื่น หญิงสาวกรีดร้อง มืออีกข้างยังคงจับอยู่บนเชือกในขณะที่ตัวเธอห้อยโตงเตงเพราะเท้าไม่ได้เหยียบกับเชือกแล้ว คเชนทร์เห็นดังนั้นถึงกับผวาเฮือก แขนของเขายาวมาก จึงเอื้อมมือออกไปหาเธอได้
“จับมือฉันไว้!”
หญิงสาวกัดฟันเธอใช้มือข้างที่ไม่ได้เกาะเอื้อมขึ้นมาจับมือเขา ลูกเรือของเฮลิคอปเตอร์รีบวิ่งขึ้นมาดึงเชือกช่วยกัน เขาดึงแขนเธอขึ้นมาด้วยแรงทั้งหมด เขาดึงเธอขึ้นแล้วเซล้มลงทำให้หญิงสาวทับอยู่บนตัวเขา ทั้งคู่หอบหายใจแรง มินตรากดหน้าลงไปที่อกเขาอย่างไม่รู้ตัว เธอรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นในนาทีนี้ ทันที่ที่สติสัมปชัญญะกลับมาครบถ้วนหญิงสาวจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาพบว่าตนเองกำลังนอนทับเขาอยู่ ใบหน้าเริ่มมีสีแดงเืฝาด เขาไม่ได้ผลักไสเธอหรือทำท่าทีรังเกียจ ทว่ากำลังจ้องมองเธออยู่ นั่นทำให้เธอยิ่งรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว
“เอ่อ...ขอโทษค่ะ”
หญิงสาวรีบลุกขึ้นจากตัวเขา ดวงหน้าแดงไปถึงใบหู
มินตราขยับออกมาอย่างเงียบๆ ก่อนจะหลุบตัวไปนั่งข้างในโดยมีคเชนทร์ยื่นที่ปิดหาให้ มินตรารับมันแต่โดยดีก่อนจะหลุบตามองเบื้องล่างอย่างใจหายเส้นทางข้างหน้าเธอไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไร และจุดหมายของการเดินทางในครั้งอาจจะไม่น่าภิรมณ์นักแต่อย่างไรเสียคนที่เธอสามารถไว้ใจได้ที่สุดในตอนนี้ก็คือเขา มินตราไม่อยากบอกกับตนเองเลยว่าเธอคิดว่าคนตรงหน้าไม่เหมือนพี่ชายคนเดิม ไม่เหมือนเลยสักนิดเดียว...
บ้าน สิ่งแรกที่ทำให้หญิงสาวประหลาดใจมากที่สุดคือ เขาพาเธอกลับมาบ้าน แม้จะไม่ใช่บ้านที่อยู่ประจำกับพ่อที่กรุงเทพฯ แต่เป็บ้านที่อยู่เกาะแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของประเทศสมัยเด็กๆ เธอชอบมาที่นี่กับครอบครัว เพราะที่นี่สงบและสวยงาม หลังจากลงจากเฮลิคอปเตอร์ เขาพาเธอเข้าไปข้างในบ้านเพื่อจัดการกับตัวเอง เขาอนุญาตให้เธอไปอาบน้ำก่อน และออกไปข้างนอก เธอจึงอยู่คนเดียวในบ้านหลังเล็ก ที่นี่ดูเหมือนเดิมทุกอย่างยกเว้นค่ายข้างหลังบ้าน เธอสังเกตเห็นโกดังขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังของบ้านหลังนี้ มันกว้างมาก และดุไม่เหมือนโกดังเก็บของ และตู้เสื้อผ้าที่แปลกไป มีเสื้อผ้าของผู้หญิงไซต์เดียวกันกับเธอเต็มไปหมด ไม่เว้นแต่ชุดชั้นใน
หญิงสาวอาบน้ำหลังจากที่ไม่ได้อาบน้ำมาเกือบสามวันเต็ม แม้ว่าเธอจะได้ลงไปแหวกว่ายในน้ำมาแล้วแต่นี่ถือเป็ครั้งแรกในรอบสามวันที่เธอได้อาบน้ำสะอาดบ้าง ภายในห้องน้ำมีเพียงสบู่ก้อนกับแชมพูที่ใส่ถุงราคาไม่กี่บาทวางไว้อยู่ นั่นไม่ใช่ปัญหาของเธอ มินตราไม่ได้ความเป็คุณหนูสูงเหมือนกับคนอื่นๆ ดั้งนั้นเธอจึงสามารถอยู่ได้ถึงแม้ว่าจะมีสบู่ก้อนเดียวก็ตาม มินตราเดินออกมาพร้อมกับนุ่งผ้าขนหนูผืนบาง กำลังจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าในตู้ ทว่าสายตาเหลือบหันไปมองเห็นบางอย่างไหวอยู่บนโซฟา คเชนทร์นั่งกระดิกเท้าอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงร้อยเมตร หญิงสาวแผดเสียงใ
“เฮ้ยยย!!” มือบางรวบผ้าขนหนูพยายามปิดทุกสัดส่วน อันที่จริงเขาก็เห็นหน้าอกเธอมาแล้ว แม้ว่าตอนนั้นเธอจะไม่ได้โวยวายก็ตาม แต่ตอนนี้มันวาบหวิวเกินไป เธอกับผ้าขนหนูผืนบางในสภาพเปียกโชก คงไม่น่าดูนัก
คเชนทร์ไม่มองมาที่เธอ เขาสนใจโทรศัพท์มือถือในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าเหวอของหญิงสาวก็ยิ้มที่มุมปากนิดๆ
“คุณเข้ามาทำไม”
“มาเลือกเสื้อผ้าให้เธอ” เขาเอ่ยโดยไม่ได้สนในสีหน้าแดงก่ำของหญิงสาวเลยสักนิด
“ไม่ต้อง ฉันเลือกเองได้” เธอบอก
“เธอมีสิทธิจะฟังคำสั่งฉัน ไม่มีสิทธิ์เถียง จำได้ไหม?” เขาพูดพลางลุกขึ้น วางโทรศัพท์ไว้บนโซฟา ชายหนุ่มเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า ขว้างชุดชั้นในและเสื้อสีดำ กางเกงรัดรูปสีดำเข้ม ไว้ที่เตียง เธอมองเขาอย่างงงๆ ก่อนที่เขาจะดึงตัวเธอมานั่งตัก หญิงสาวผวาเฮือก มองใบหน้าที่ห่างไม่ถึงคืบด้วยใจสั่นระทึก ดวงหน้าแดงก่ำ ใแปลกใจ เธอดิ้นคลุกคลัก แต่ทำอย่างนั้นมากก็ไม่ได้ เพราะผ้าขนหูจะหลุด มือจึงรวบผ้าขนหูปิดหน้าอก และจ้องเขาดวงสีหน้าโกรธเคือง
“คุณ... นี่ปล่อยนะ ทำอะไร!”
“จะทดสอบว่าเธอเชื่องหรือเปล่า”
“ทดสอบบ้าอะไร ปล่อย!!”เขารัดเอวเธอแน่นขึ้น ก่อนจะหยิบเสื้อชั้นในขึ้นมา นั้นทำให้เธอใมือตั้งใจจะคว้ามันกลับมา แต่เขากลับชักมันกลับหน้าเธอเหวอ อยากจะกัดคอเขาให้ขาดเสียตอนนี้เลย ชายหนุ่มยิ้มก่อนจะรัดเอวเธอแน่นขึ้น เธอหายใจไม่ออก
“อยู่นิ่งๆ” เขาบอก ก่อนจะสวมเสื้อชั้นในให้เธอ หญิงสาวเงียบและตะลึง อยากจะสะบัดมือของเขาออก แต่ทำไม่ได้ แม้จะดิ้นให้ตายยังไงเธอก็ไม่สามารถหลุดจากวงแขนเขาได้ เธอกัดริมฝีปากล่าง เมื่อเขาเกี่ยวตะขอให้เธอเสร็จ จับแขนของเธอสอดเข้าไปในห่วงสายชุดชั้นใน เขาไม่ได้ปลดผ้าขนหนูของเธอออก
“ฉันไม่ได้าเ็อะไรเลยนะ ฉันทำเองได้”
“ฉันไม่ได้บอกว่าจะช่วยเธอแต่งตัว แค่อยากเห็นสรีระของเธอว่าพอจะแข็งแรงรับมือกับการฝึกไหวไหม” เขาบอก อีตาบ้า! นี่เขาเรียกว่าลวนลามชัดๆ คเชนทร์กำลังทำให้เธอคลั่ง
เขาสวมเสื้อให้เธอ ตอนนี้เธอไม่ได้กางเกง หรือกางเกงชั้นในด้วยซ้ำ มันยากมากที่จะนั่งอยู่เฉยๆ โดยที่มีคนแต่งตัวให้แบบนี้ เธออายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี และยิ่งไปกว่านั้น การที่เขาเห็นร่างกายของเธอ เขาไม่ได้แสดงสายตาที่หื่นกระหายเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่มีความชื่นชมหรือยินดียินร้ายในดวงตาของเขา เขามองราวกับร่างกายของเธอคือหุ่นธรรมดาที่รอการสวมเสื้อผ้าให้
เธอทนให้เขาสวมกางเกงชั้นในและกางเกงรัดรูปนั่น แต่กว่าเขาจะได้รูดมาขึ้นเธอจับขอบเอวกางเกงและดึงขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ รีบถีบตัวเองออกจากวงแขนของเขา ะโออกมาให้พ้นร่างสูงก่อนจะเดินมาอยู่กลางห้องหายใจหอบดวงตาเริ่มคลอ เขากำลังดูถูกเธอ ย่ำยีเธอด้วยสายตาและการกระทำเมื่อครู่ เธออยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออกมันแค่กำลังจุกที่ทำอะไรไม่ได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน ตัวของเขาสูงมากจนเธอแทบไม่ได้ยินเสียงหายใจของเขา สีหน้าของเธอบ่งบอกได้เลยว่าเขาพลาดเมื่อไหร่ได้เห็นดีกันแน่ เธอจะเอาคืนเป็สิบเท่าเลยคอยดูสิ!
“ตามฉันมา”
เขาบอกแล้วเดินออกไป ไหล่กระแทกไหล่เธอเบาๆ แต่เพียงแค่นั้นหญิงสาวแทบเซทรุดลงไปกองบนพื้นอยู่แล้วถ้าไม่รีบจับขอบประตูไว้ ไม่ทันเขาจะได้ก้าวออกไปไกลนักเขาก็เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“อ่อลืมบอกไป...” เขาหันมายิ้มให้เธอแต่ดวงตาไม่ได้ยิ้ม
“หน้าอกเธอน่าสนใจดี” แค่นั้นหญิงสาวก็รีบวิ่งไปคว้าหมอนที่อยู่โซฟาขว้างใส่แผ่นหลังเขาเต็มๆ ชายหนุ่มไม่ได้ปัดมัน รับมันอย่างเต็มแรงพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังออกมาจากลำคอ ก่อนจะเดินนำออกไป
เธอจะฆ่าเขา เธอจะฆ่าเขา! หญิงสาวพูดกับตนเองด้วยความโมโห
คเชนทร์พาเธอมายังสนามยิงปืน สนามนี้มีคนอยู่สองสามคน พวกเขาดูไม่เหมืนพนักงานหรือบอดิการ์ด สีหน้าเคร่งเครียดเวลาออกแรงเหนี่ยวไกปืน สองคนเป็ผู้หญิง อีกหนึ่งคนคือผู้ชาย เธอจำเขาได้ เขาคือเทพทัศ ส่วนผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังยิงปืนในช่องหมายเลขสอง ภายในห้องนี้ถูกแบ่งออกเป็โซน 1 2 และ 3 ผู้หญิงคนนี้มีใบหน้าเรียวรูปไข่ ผมสีดำขลับ หุ่นเพรียวบาง คงเป็ลูกครึ่งเอเชีย หล่อนสวยมากและตัวสูงกว่าเธอมากด้วย หล่อนสูงเกือบเท่ากับคเชนทร์
หญิงสาวอีกคนมีผมสีทอง เธอไม่ได้กำลังยิงปืน มือของเธอกำลังยกดำเบลล์ที่ดูหนักมากๆ หล่อนมีกล้ามนิดๆ ขณะที่ยกเธอทำสีหน้าราวกับมันเป็แค่ท่อนไม้ท่อนหนึ่งไม่ได้รู้สึกถึงความหนักเลยแม้แต่นิดเดียว มินตรามองไปรอบๆ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อคเชนทร์โยนเสื้อเกาะมาให้เธอ
“ใส่ซะ” ทำไมเขาชอบโยนของให้เธอนะ มินตราไม่ชอบใจเลยสักนิด
คเชนทร์ก็ใส่เสื้อเกาะเหมือนกัน เขาใส่มันได้พอดีตัว ในขณะที่เธอใส่แล้วรู้สึกว่ามันใหญ่เทอะทะ ผู้หญิงคนที่มีผมสีดำสลวยหยุดยิงปืนแล้ว เธอถอดแว่นดำและหูฟังออกและเดินตรงมาที่คเชนทร์
“ไง เคน”
เคน? ใครคือเคน?
คเชนทร์ยิ้มให้หล่อนบางๆ ก่อนจะยื่นอะไรบางอย่างให้
“เอกสารสำคัญ” เขาบอก เธอรับมันแล้วยิ้ม “ฉันจะจัดการให้”
หล่อนหมุนตัวกลับมาเจอมินตรา ใบหน้านั่นสวยมากจนเธอตะลึง
“นี่คงเป็ว่าที่ภรรยาของนายสินะ” เธอเอ่ยขึ้น และมองตามินตรา หญิงสาวไม่ได้หลบตา แต่รู้ว่ามันกำลังสั่นไหว
“สวัสดี ฉันชื่อแม็กซ์ เป็ญาติของเคน อ่อ...ฉันหมายถึงคเชนทร์น่ะ”
“ญาติงั้นเหรอ เราไม่เคยมีญาติที่ไหน” ใช่ เธอไม่รู้จักผู้หญิงลูกครึ่งคนนี้แน่นอนและเธอเองก็พึ่งรู้ว่าคเชนทร์มีอีกชื่อหนึ่งคือ เคน
“อ่อ” หล่อนหันกลับไปมองใบหน้าของเขา
“ฉันจะไม่อธิบายอะไรมากหรอกนะ คิดว่าเขาคงยังไม่ได้บอกเธอ” หล่อนพูดและยิ้ม
“ตอนนี้ฉันได้เปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็สถานที่ฝึกซ้อมของพวกเรา เราคือองค์กรอิสระ มีหน้าที่เป็บอดิการ์ดให้กับทุกบริษัท เป็นักสืบ และสายตรวจ และฉันอยู่ในหน่วยเอกสารสำคัญ ”
เธออธิบาย ก่อนจะหยิบปืนขึ้นมาแล้วโยนปืนมาให้มินตรา เธอรับมันทัน กัดริมฝีปากเล็กน้อย พวกเขาโยนของอีกแล้ว
“บททดสอบแรกของเธอ” เธอหยุดและมองไปยันชายหนุ่มข้างหลัง “คือยิง” หล่อนพูด สายตามุ่งมั่น หยั่งเชิงเธอ
“นั่นมันง่ายมาก ฉันเป็นักแม่นปืน เื่แค่นี้ถือว-“
“ฉันไม่ได้บอกให้ยิงเป้า” เธอขัด แม็กซ์หันไปมองบุรุษที่กำลังยืนอยู่ เขากอดอกนิ่ง สายตาเ็าไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ
“ยิงเขา” หญิงสาวเบิกตากว้างอย่างใ ยิงผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธองั้นหรือ?
“อะไรนะ”
มินตราใกับคำพูดเมื่อครู่ จะให้เธอยิงคเชนทร์ได้อย่างไร เขาคือคนเป็ๆ ถ้ายิงเขาก็คือตาย
“เธอกลัวเหรอ”
“ฉัน...” ใช่ กลัว การยิงคนไม่ใช่สิ่งที่เธอเคยทำ แม้ว่าจะเคยเป็นักกีฬาแม่นปืนก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น คนตรงหน้าคือคนที่เธอรู้จัก หญิงสาวรู้สึกถึงน้ำย่อยที่กำลังปั่นป่วนใน่ท้อง ทั้งๆ ที่เมื่อกี้เธออยากจะฆ่าเขาให้ตาย แต่พอมาถึงเวลานี้เธอกลับไม่กล้ายิงเขาเสียแล้ว
“เธอกลัวอะไร เขาใส่เสื้อเกราะ”
“แต่ถ้าฉันยิงพลาด...” เธอแย้ง
“เธอเป็นักแม่นปืนไม่ใช่เหรอ”
นั่นทำให้เธอจุก แววตานิ่งของเขาทำให้เธอลังเลและไม่กล้ายิงเขา เธอควรจะยิงเขาใช่หรือเปล่า? ทั้งที่เมื่อครู่เขาจับเธอแก้ผ้าแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้จำไม่ได้หรือยังไง มันน่าโมโหเสียขนาดนั้น มือบางยกกระบอกปืนสีดำสนิทขึ้นมา เล็งไปที่เป้าหมาย เขาไม่ได้กอดอกแล้ว ชายหนุ่มเอามือไพร่หลัง เงยหน้าขึ้นไม่มีแววตาหวาดกลัวใดๆ แต่คนที่มีกลับเป็เธอ
เธอกำลังลังเล เธอควรที่จะยิงเขาจริงหรือเปล่า
“ยิง” หญิงสาวข้างๆ สั่ง เธอ
“ไม่”
“ฉันบอกให้ยิง”
“ฉัน...ฉันทำไม่ได้”
“เดี๋ยวนี้!!” เธอสะดุ้ง
ปัง!!
มันเฉียดแขนของเขา ทะลุบนกำแพงไป ความเงียบเริ่มเข้ามาปกคลุม สักพัก ชายหนุ่มหันไปมองต้นแขน เห็นรอยแผล มันถากไป ไม่ได้ฝังหมุดลงไปบนเนื้อของเขา เท่านั้นสีหน้าของคเชนทร์ก็เปลี่ยนไป เขาดูหัวเสีย
“ทำอะไรหะ” เขามองเธอ สายตาที่น่ากลัวของเขาทำให้เธอสั่นสะท้าน นี่เป็ครั้งแรกที่เธอยิงพลาด ถึงแม้ว่าการพลาดครั้งนี้จะทำให้เธอโล่งใจมากก็ตาม
“ลองอีกครั้ง” แม็กซ์บอก
“ในสมรภูมิ เธอจะไม่มีโอกาสเป็ครั้งที่สอง” เขาพูดขึ้น ชักสีหน้าไม่พอใจ เขาไม่ได้โกรธที่เธอทำให้เขาเจ็บ แต่เขาโกรธที่เธอยิงพลาดในครั้งแรก
“งั้นอย่างนี้เป็ไง” ชายหนุ่มเดินไปหยิบปืน เขาหยิบมันขึ้นมาพร้อมกับเล็ง ทันใดนั้นเองหญิงสาวเปิดตากว้างเขากำลังยิงเธอ!
“ปัง!! ปัง!!”
เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ทั้งสองล้มลง คเชนทร์ล้มไปอีกทางส่วนเธอก็กระเด็นไปถูกกำแพง ะุเจาะลงบนเสื้อเกราะของทั้งคู่ ไม่มีใคราเ็ แต่เธอจุกที่ซี่โครงด้านซ้าย มันเหมือนโดนอัดเข้าเต็มแรง ส่วนเขาสีหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย แต่ไม่เป็อะไร
แม็กซ์มองเหมือนชื่นชมผลงาน เธอดูชอบใจ
“เธอผ่าน” แม็กซ์บอก พร้อมกับยิ้ม
หญิงสาวหายใจหอบแผ่นหลังแนบติดกับพนังห้อง สายตาทุกคนจับจ้องพวกเขาเป็ตาเดียว เธอพึ่งยิงเขา ถึงแม้ว่าเขาจะใส่เสื้อเกาะ มินตราเองก็รู้สึกโมโหต่างกัน ผู้คนนั้นกำลังจะยิงเธอ! เขาคิดจะยิงน้องสาวของตัวเอง! ถึงแม็กซ์อาจจะยอมให้เธอผ่าน แต่มินตราก็ยังไม่ชอบใจกับบททดสอบนี้อยู่ดี
“แต่ฉันไม่ให้ผ่าน” คเชนทร์ลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากกางเกง เขาเดินเข้ามา จับแขนเธอเหวี่ยงปะทะอกเขา
“นั่นมันแค่การป้องกันตัว ถ้าฉันไม่ยิงเธอเธอก็จะไม่ยิงฉัน”
เธอแทบหยุดหายใจ เขารู้ว่าเธอคิดอะไร
คเชนทร์สะบัดแขนของเธอ หญิงสาวเกือบเซล้ม แต่เขาเลือกที่จะไม่สนใจ
“ฝากต่อด้วย” เขาบอกแม็กซ์ แล้วเดินจากไป ปล่อยให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงนั้นกัดริมฝีปากของตัวเองด้วยความเจ็บใจ รู้อย่างนี้เธอน่าจะเอาปืนจ่อหัวเขาไปเสียก็ดี