บทที่ 3 รากฐานิญญาผสม
รากฐานิญญาแบ่งออกเป็เจ็ดระดับ
ชั้นสามัญ ชั้นต่ำ ชั้นกลาง ชั้นสูง ชั้นยอด ชั้นสมบูรณ์แบบ และชั้นกำเนิดฟ้า
รากฐานิญญาชั้นกำเนิดฟ้ามีอยู่แค่ในตำนาน ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่ารากฐานิญญามีเพียงหกระดับ
ระดับรากฐานิญญาชั้นสามัญถือเป็อัจฉริยะในหมู่สามัญชน แต่แทบไม่มีโอกาสในการบำเพ็ญเพียร
ระดับรากฐานิญญาชั้นต่ำถือเป็ผู้มีพร์ต่ำที่สุดในหมู่ผู้บำเพ็ญเพียร ซึ่งผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่อยู่ในระดับนี้
สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญเพียรได้ แต่มีข้อจำกัดในการบรรลุ
มาตรฐานขั้นต่ำในการรับศิษย์ของสำนักกระบี่ิญญาคือระดับรากฐานิญญาชั้นต่ำ โดยปกติศิษย์ที่มีรากฐานิญญาชั้นต่ำจะเป็ศิษย์รับใช้ที่ทำงานทั่วไป
รากฐานิญญาระดับกลางแข็งแกร่งกว่ารากฐานิญญาระดับต่ำพอสมควร หากขยันและมีโชควาสนา ก็มีโอกาสที่จะหลุดพ้นจากความเป็ปุถุชน
มาตรฐานขั้นต่ำสำหรับศิษย์สายนอกของสำนักกระบี่ิญญาคือรากฐานิญญาชั้นกลาง
รากฐานิญญาชั้นสูงในหมู่นักบำเพ็ญเพียรนั้นถือเป็อัจฉริยะแล้ว แม้ไม่มีโชคลาภอันน่าอัศจรรย์ เพียงแต่ทุ่มเทความพยายามที่คนธรรมดาไม่อาจทำได้ ก็สามารถท่องเที่ยวไปในโลกได้อย่างอิสระเช่นกัน
ศิษย์เอกของสำนักกระบี่ิญญา อย่างน้อยต้องมีระดับรากฐานิญญาชั้นสูง
ส่วนรากฐานิญญาชั้นยอดนั้น ถือเป็อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ หาได้ยากในรอบร้อยปี ผู้คนเช่นนี้ฝึกฝนได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
ความเร็วในการดูดซับปราณนั้นเร็วกว่ารากฐานิญญาสูงหลายเท่า
ศิษย์เช่นนี้สามารถนำมาฝึกฝนให้เป็ผู้สืบทอดได้แล้ว
เหล่าประมุขของแต่ละยอดเขาในสำนักกระบี่ิญญา แทบทั้งหมดล้วนมีรากฐานิญญาชั้นยอด
เมื่อรากฐานิญญาธาตุไฟชั้นยอดของหญิงสาวชุดแดงปรากฏขึ้น ก็ทำให้เหล่าประมุขจากแต่ละยอดเขาตกตะลึงอย่างยิ่ง
ประมุขแห่งยอดเขาสุริยันตอบสนองเป็คนแรก
เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที ประสานมือคำนับทุกคนแล้วกล่าวว่า “ข้าต้องขออภัยทุกท่านด้วย ดูเหมือนยอดเขาสุริยันของข้าจะได้ศิษย์เอกเพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว”
เ้าสำนักพยักหน้ายิ้มน้อย ๆ แล้วกล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับศิษย์น้องชิน ที่ได้ต้นกล้าที่ดีเช่นนี้ ต่อไปต้องฝึกฝนนางให้ดี อย่าได้ปล่อยให้พร์ของนางสูญเปล่าเป็อันขาด”
ประมุขแห่งยอดเขาสุริยันอารมณ์ดีอย่างยิ่ง เขายิ้มกว้างพลางกล่าวว่า “ศิษย์พี่เ้าสำนักวางใจได้ เมื่อกลับไปแล้วข้าจะสั่งสอนอย่างละเอียดถี่ถ้วนแน่นอน”
เ้าสำนักพยักหน้าเบา ๆ
ประมุขแห่งยอดเขาสุริยันโบกมือเรียกหญิงสาวชุดแดงพลางกล่าวว่า “นับจากนี้ไป เ้าคือศิษย์เอกของยอดเขาสุริยันแล้ว เ้ามีนามอันใด?”
หญิงสาวชุดแดงรีบก้าวไปข้างหน้าคำนับแสดงความเคารพ “ศิษย์ชื่อฉู่หงซาง คารวะท่านอาจารย์”
“ฉู่หงซาง?” ประมุขยอดเขาสุริยันขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางพึมพำว่า “หงซาง... หงซาง... ชื่อนี้ไม่ดี”
“เ้าถือเป็สตรีงดงามผู้หนึ่ง เหตุใดถึงตั้งชื่อแบบนี้ ข้าไม่ชอบ”
“นับจากวันนี้ เ้าชื่อ ฉู่หงเหยียน”
ฉู่หงซางไม่กล้าขัดขืน รีบคำนับขอบคุณ “ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ประทานนามให้!”
ประมุขยอดเขาสุริยันเห็นศิษย์คนนี้มีพร์เป็เลิศ ทั้งยังว่านอนสอนง่ายและรู้กาลเทศะ ยิ่งมองยิ่งพอใจ จึงยิ้มพลางกล่าวทันทีว่า “ลุกขึ้นเถอะ มายืนอยู่ด้านหลังอาจารย์”
ฉู่หงเหยียนรีบลุกขึ้นไปยืนอยู่ด้านหลังประมุขแห่งยอดเขาสุริยัน
ประมุขแห่งยอดเขาสุริยันได้รับศิษย์ที่มีพร์เหนือฟ้าแบบนี้ ก็รู้สึกยินดีเป็อย่างมาก
ทำให้บรรดาประมุขจากยอดเขาอื่น ๆ ต่างพากันอิจฉา
ศิษย์ที่มีระดับรากฐานิญญาชั้นยอดนั้นหาได้ยากมาก
นอกจากท่านเ้าสำนักและเหล่าประมุขยอดเขาไม่กี่คนแล้ว สำนักกระบี่ิญญามีศิษย์ที่มีระดับรากฐานิญญาชั้นยอดเพียงสี่คนเท่านั้น
สำนักกระบี่ิญญามีทั้งหมดเจ็ดยอดเขา เฉลี่ยแล้วแต่ละยอดเขายังมีไม่ถึงหนึ่งคนด้วยซ้ำ
ก่อนหน้านี้ยอดเขาสุริยันก็มีศิษย์ที่มีระดับรากฐานิญญาชั้นยอดอยู่แล้วหนึ่งคน ตอนนี้ก็เพิ่มมาอีกหนึ่ง
ต่อไปพลังของยอดเขาสุริยันอาจจะแซงหน้ายอดเขาัที่ท่านเ้าสำนักอยู่เสียด้วยซ้ำ
แม้ว่าประมุขจากยอดเขาอื่น ๆ จะอิจฉา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ใครใช้ให้ศิษย์ที่มีระดับรากฐานิญญาชั้นยอดคนนี้มีรากฐานิญญาธาตุไฟล่ะ
ทั้งเจ็ดยอดเขาต่างก็มีความชำนาญเฉพาะด้าน ศิษย์ที่มีระดับรากฐานิญญาธาตุไฟมีเพียงวิชาของยอดเขาัและยอดเขาสุริยันเท่านั้นที่เหมาะสม
ท่านเ้าสำนักแห่งยอดเขาัไม่ได้แย่งชิงศิษย์คนนี้ นางจึงต้องตกเป็ของยอดเขาสุริยันไป
เซียวอวิ๋นที่อยู่ในหมู่คนกระสับกระส่ายอยากจะลองแล้ว
หลังจากการทดสอบของคนสิบกว่าคน
เซียวอวิ๋นค้นพบกฎเกณฑ์
สำนักกระบี่ิญญารับศิษย์ตามคุณสมบัติของรากฐานิญญา
รากฐานิญญาห้าธาตุ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน ตรงกับเหล่าประมุขยอดเขาต่าง ๆ
เพียงแค่คุณสมบัติตรงกัน ก็จะถูกจัดสรรให้อยู่ภายใต้ประมุขแห่งยอดเขานั้น ๆ โดยอัตโนมัติ
สิบกว่าคนผ่านไป ท่านเ้าสำนักไม่มีท่าทีจะรับศิษย์เลย
แม้แต่รากฐานิญญาธาตุไฟชั้นยอดปรากฏขึ้น เขาก็ไม่สะทกสะท้าน
คาดว่าเขาคงไม่ตั้งใจจะรับศิษย์แล้ว
ดูเหมือนภาพที่เซียวอวิ๋นจินตนาการไว้ว่าเหล่าประมุขยอดเขาทั้งหลายจะแย่งชิงตัวเขาเป็ศิษย์คงไม่เกิดขึ้นแล้ว
แต่ไม่เป็ไร
จากปฏิกิริยาของประมุขแห่งยอดเขาสุริยันเมื่อเห็นระดับรากฐานิญญาธาตุไฟชั้นยอดนั้น
หากมีพร์ดีพอ ก็ยังคงได้รับความสนใจจากเหล่าประมุขยอดเขาอยู่ดี
ถ้าเกิดว่าพร์ของเขาเหนือชั้น
และทดสอบออกมาว่ามีรากฐานที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่ารากฐานชั้นยอด ท่านเ้าสำนักจะยังนิ่งเฉยได้อีกเหรอ?
คิดถึงตรงนี้ มุมปากของเซียวอวิ๋นก็อดยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้
อีกสักครู่ถึงคราวที่ชายหนุ่มอย่างเขาจะออกโรง ต้องทำให้พวกเขาอ้าปากค้างให้ได้!
ยังมีอีกเื่หนึ่งที่ทำให้เซียวอวิ๋นรู้สึกสงสัย
เหตุใดประมุขยอดเขาที่ควรจะนั่งอยู่บนเก้าอี้ว่างอันนั้นถึงไม่มา?
หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างเก้าอี้ก็ดูเหมือนจะไม่สนใจอะไร
ช่างเถอะ เขาไม่อยากคิดอีกแล้ว นี่ไม่ใช่เื่ที่เขาควรกังวลในตอนนี้
การทดสอบยังคงดำเนินต่อไป
ทดสอบศิษย์ไปแล้วอีกสิบคนติดต่อกัน
มีคนที่มีระดับรากฐานิญญาชั้นยอดออกมาอีกสองคน
คนหนึ่งมีระดับรากฐานิญญาธาตุทองชั้นยอด อีกคนมีระดับรากฐานิญญาธาตุดินชั้นยอด
ทั้งสองคนถูกรับเป็ศิษย์เอก
บรรยากาศในวิหารพลันเปลี่ยนไปอย่างประหลาดเมื่อมีผู้มีระดับรากฐานิญญาชั้นยอดปรากฏตัวอีกสองคน
หากไม่นับยอดเขาัที่เ้าสำนักอยู่ และเก้าอี้ว่างของประมุขยอดเขาผู้หนึ่งที่ไม่ได้มา
มีเพียงยอดเขาธาราจันทราและยอดเขาไพร์เท่านั้นที่ยังไม่ได้รับศิษย์ที่มีระดับรากฐานิญญาชั้นยอด
ประมุขทั้งสองต่างจึงมีสีหน้าไม่สบายใจ
คนอื่นต่างได้รับศิษย์ที่มีระดับรากฐานิญญาชั้นยอด แต่พวกเขาไม่ได้ ความรู้สึกจึงไม่สู้ดีนัก
ขณะนี้เหลือเพียงเซียวอวิ๋นคนเดียวที่ยังไม่ได้ทดสอบ ประมุขจากยอดเขาธาราจันทราและยอดเขาไพร์ต่างจ้องมองเขาด้วยความคาดหวัง
เซียวอวิ๋นรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อถูกจ้องมอง ในที่สุดก็ถึงคราวของเขาแล้ว
เขาไม่รู้ว่าตนเองจะมีรากฐานิญญาชั้นยอดประเภทใดกันแน่
ทว่าประมุขจากยอดเขาธาราจันทราและยอดเขาไพร์ดูจะตื่นเต้นยิ่งกว่าเขาเสียอีก!
ในใจพวกเขาหวังอย่างแรงกล้าว่าเซียวอวิ๋นจะทดสอบออกมาเป็ระดับรากฐานิญญาธาตุไม้ชั้นยอดหรือรากฐานิญญาธาตุน้ำชั้นยอด...
เซียวอวิ๋นสูดหายใจลึก เดินไปที่หน้าหินทดสอบิญญา ค่อย ๆ ยื่นมือวางลงบนหินทดสอบ
ในชั่วพริบตา หินทั้งก้อนเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน เหมือนกับของฉู่หงเหยียนไม่มีผิด
เซียวอวิ๋นรู้สึกดีใจในใจ ‘รากฐานิญญาธาตุชั้นยอด!’
ไม่ทันไร หินทดสอบก็เปลี่ยนสีอีกครั้ง กลายเป็สีเขียวสดใส
เซียวอวิ๋นดีใจอีกครั้ง ‘รากฐานิญญาธาตุไม้ชั้นยอด!’
โอ้โห เขามีรากฐานิญญาคู่งั้นเหรอ!
ยังไม่ทันที่เซียวอวิ๋นจะดีใจจบ สีก็เปลี่ยนอีกครั้ง
หินทดสอบิญญากลายเป็สีทองเหลืองอร่าม
‘แม่เ้า รากฐานิญญาธาตุดินชั้นยอด…’ เซียวอวิ๋นแทบจะะโออกมาด้วยความตื่นเต้น
ยังไม่จบ ต่อมาก็เปลี่ยนเป็สีขาว
สุดท้ายสีค่อย ๆ เข้มขึ้น กลายเป็สีดำ
ห้าสีสลับเปลี่ยนไปมาไม่หยุด
‘ข้าเป็รากฐานิญญาห้าธาตุงั้นเหรอ นี่มันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว! สมแล้วที่ข้าเป็บุตรแห่ง์!’
บรรดาศิษย์คนอื่น ๆ ที่ผ่านการทดสอบรอบ ๆ ต่างก็มีสีหน้าตกตะลึงกันถ้วนหน้า
ไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มที่ออกมาทดสอบเป็คนสุดท้ายจะรากฐานิญญาถึงห้าธาตุพร้อมกัน ช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน!
เซียวอวิ๋นเก็บมือกลับด้วยความภาคภูมิใจ สายตาจับจ้องไปยังเ้าสำนักที่อยู่เบื้องหน้า
มุมปากยกขึ้นจวนจะถึงใบหู ความหยิ่งผยองฉายชัดอยู่บนใบหน้า
เ้าสำนักนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเอ่ยว่า “ที่แท้ก็เป็รากฐานิญญาผสม”