สถานการณ์วุ่นวายจบลงไปราวห้านาที เมื่อแม่สาวน้อยน่ารักได้ถอนตัวกลับอย่างไม่เต็มใจนัก เนื่องจากพ่อหนุ่มตัวโตไม่ยอมให้ช่องทางการติดต่อแก่เธอ ทั้งยังเมินเธอซึ่งๆหน้า แบบนี้เป็ใครก็คงไม่กล้ายืนอยู่ต่อ
"ทำไมไม่ให้ไปวะ น่ารักออก" ครามเอ่ยอย่างเสียดาย
"ก็กูไม่ชอบ" เ้าของเื่วุ่นเมื่อครู่ตอบอย่างขอไปที พร้อมส่งเมนูที่ยังคงค้างเติ่งในมือให้เพื่อนสาวทั้งสามอีกครั้ง
"มึงไม่คิดจะมีแฟนบ้างหรือไง" เ้าครามคนเซ้าซี้ก็ยังคงส่งคำถามไม่เลิก
"..." คราวนี้ความเงียบเข้าครอบงำขุนเขากะทันหัน พร้อมสายตาแอบชำเลืองมองคนที่นั่งข้างคราม เหมือนจะสื่อบางอย่างกับคนคนนั้น ทว่าอีกฝ่ายก็ยังนั่งนิ่งไม่ไหวติง
นับฟ้านั่งมองคนอื่นป้อนถ้อยคำไปมาโดยไม่ปริปาก แม้บางจังหวะจะแอบเหล่ขุนเขาบ้างแต่ก็ไม่มากนัก บวกกับเมื่อครู่ที่มีรุ่นน้องหน้าใสเข้ามาขอไลน์ นับฟ้าก็ยังคงตีมึนไม่แสดงท่าทีอะไรออกมา
"แล้วแกล่ะนับฟ้า...ไม่คิดจะมีแฟนบ้างเหรอ?"
"ฮะ! เมื่อกี้แกว่าอะไรนะมีนา"
"ฉันถามว่าเมื่อไหร่จะหาแฟน" สาวผมทองที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับนับฟ้าเอ่ยย้ำอีกครั้ง เพื่อนๆต่างคุยกันอุตลุดจนไปไกลลิบลับ แต่นับฟ้าคนเหม่อลอยก็ไม่ทันได้ฟังเสียงใครเลย เพราะมัวครุ่นคิดเื่อื่น
สุดท้ายนับฟ้าก็ตอบออกไปอย่างเรียบเฉย
"ไม่รู้สิ ถามทำไมอะ"
"ก็เมื่อกี้เขาพูดเื่ที่ขุนเขาไม่มีแฟน แกที่เป็เพื่อนสนิทของขุนเขาก็ไม่มีแฟน แบบนี้ไม่ขึ้นคานคู่เลยเหรอคะ" มีนาเอ่ยกระเซ้าเย้าแหย่ไปเรื่อย แต่ก็ยังพลอยเรียกเสียงหัวเราะจากคนอื่นๆได้เช่นกัน
เมื่อพูดถึงการเดทของแต่ละคน ช่างน่าอนาถใจเสียจริง ไม่เพียงแต่ขุนเขาและนับฟ้าหรอกนะที่กำลังจะเกาะคานทอง ทว่าพวกที่เหลือก็ใช่ย่อย เรียกได้ว่าเตรียมกอดคอกันขึ้นคานสูงได้เลย เพราะในกลุ่มนี้ ยังไม่มีใครสละความโสดทิ้งไป
"มีแฟนแล้วมันดียังไงอะ" น้ำชาเอ่ยสวนกระแสเสียงขบขันเมื่อครู่ ขนาดตนยังแอบยิ้มกริ่มแต่ก็ไม่วายทักท้วงขึ้น
"มันก็ดีทุกอย่างแหละ แต่ถ้ามีแกเป็แฟนอาจจะไม่ดี"
"ฉันมันเป็ยังไงฮะไอ้บ้าคราม ฉันไม่ดีตรงไหนมิทราบ"
"ทุกตรง! โดยเฉพาะปาก"
"หน็อยแน่...แกมาต่อยตัวตัวกับฉันเลยมา" คนตัวเล็กที่สูงเพียง165 พลั้งมือตบโต๊ะเสียงดังและสะบัดนิ้วขึ้นชี้หน้าคู่สนทนาด้วยแววตาไม่สบอารมณ์
"ผมไม่สนเปิดมวยกับผู้หญิงหรอกครับคุณน้ำชา" คนตัวโตที่มาพร้อมกับความสูง185 เอื้อมมือออกไปดันนิ้วบางที่กำลังชี้ตนอยู่ตอนนี้
ตัวเล็กพริกขี้หนูเสียจริง
ครามได้แต่แค่นหัวเราะในใจกับท่าทีโมโหของน้ำชา คงจะไปสะกิดต่อมอารมณ์เข้าพอดี ก็เลยถูกนางร้ายสิงสถิตอีกแล้ว
แต่ถึงจะถูกต่อว่าหรือกระไรก็ตาม ครามก็ยังคงนั่งยิ้มกวนให้อีกฝ่ายโดยไม่โต้ตอบแต่อย่างใด
"เอาน่า เลิกเถียงกันเถอะ คนอื่นมองหมดแล้ว" กรรมการเริ่มเข้ามาร่วมบทสนทนา ค่ายไม่อยากจะห้ามเลยหากที่นี่ไม่ใช่ร้านกาแฟ พวกเด็กน้อยที่ไม่รู้จักโตเอาแต่โหวกเหวกกันอยู่ได้ กระทั่งตอนนี้คนโดยรอบก็พากันจับจ้องเป็ตาเดียว "ไม่อายเขาหรือไง" คนใจเย็นย้ำเสริมอีกครั้งก่อนจะเลิกสนใจทั้งคู่
สุดท้ายเื่ที่ฉอเลาะกันก่อนหน้าก็ถูกทำให้หายไปโดยสิ้น เมื่อยัยคนที่เปลี่ยนเื่ดันหักดิบ จนทุกคนลืมจุดประสงค์หลักเสียหมด
หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มสลายตัว เครื่องดื่มที่สั่งเองก็ทยอยมาส่งให้และความสนใจก็พลันไปจดจ่ออยู่ที่ของกิน
ครืด...ครืด...เสียงสั่นเตือนข้อความเข้าของนับฟ้า เธอััได้อย่างชัดเจนเมื่อมันสะท้านอยู่ในกระเป๋าสะพายข้างใบเล็ก ที่วางไว้บนตัก
(แชท)ขุนเขา
ขุนเขา: ทำไมถึงตอบว่าไม่รู้
นับฟ้า: หมายถึงอะไร?
ขุนเขา: ก็ที่มีนาถาม เื่มีแฟน
นับฟ้า: ก็ไม่รู้จะตอบอะไร
สิ้นประโยคสุดท้ายของตัวอักษรบนหน้าจอ ขุนเขาได้แต่เบือนสายตามองไปทางอื่น เพื่อเลี่ยงไม่สบกับอีกฝ่ายและทิ้งสมาร์ตโฟนลงบนกระเป๋าเป้สีน้ำตาล ที่วางอยู่บนตัวของเขา
เวลานับนาทียิ่งผ่านไปอย่างเชื่องช้า ทุกคนต่างพูดคุยกันราวสนุกสนาน ทว่าจะมีอยู่เพียงไม่กี่คนที่ยังคงชักสีหน้าบึ้งตึงออกมา ยามถูกความคิดต่างๆนานาพัวพันเข้ามา
"วันนี้ใครมีเรียนต่อบ้างอะ" น้ำชาเปิดประเด็นขึ้น ตอนแรกเ้าหล่อนสังเกตบางอย่างจนเริ่มหันรีหันขวาง ทว่าสุดท้ายก็ต้องปล่อยคำถามออกไปเพื่อชวนสายตาของทุกคนให้จับจ้องเธอ
"ฉันเรียนวิชาทางเลือก" มีนายกมือขึ้นคนแรกพร้อมใบหน้าหงอยคล้ายจะเบื่อหน่าย
และต่อมาเสียงวิชาทางเลือกต่างๆก็เพิ่มขึ้น เมื่อทุกคนต่างลงเรียนไม่ตรงกัน ฉะนั้นบ่ายนี้จึงต้องเริ่มทำการแยกย้าย
เด็กปีสี่คณะบริหารต่างมุ่งมั่นตั้งใจเรียน เพื่อนำสิ่งเหล่านี้กลับไปจัดการอาชีพในอนาคตของตัวเอง
แต่มันจะมีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ยอมขยับกายตามเพื่อนๆ
"ทีม ไม่ไปเหรอ?" สาวตาหวานเห็นคนเ็าไม่ยอมย้ายก้นออกจากเก้าอี้ เธอจึงอดไม่ได้ก็เลยต้องทักขึ้น ขณะที่เพื่อนคนอื่นต่างเดินระเกะระกะออกไปจากร้าน เ้าชายน้ำแข็งก็ยังนิ่งเฉยเอาแต่จับจ้องวิวด้านนอกผ่านกระจกใส
"ไม่มีเรียน" เขาตอบนับฟ้าโดยไม่หันมามองเธอ
"แล้วไม่กลับบ้านอะ"
"เบื่อ"
คนถามได้แต่จับจ้องเรียวใบหน้าด้านข้างของหนุ่มผู้มีั์ตาหม่น แม้ทีมจะตอบทุกอย่างก็จริงแต่เขาไม่แลคนถามเลยสักนิด ทั้งยังตอบส่งๆประหนึ่งไม่ใส่ใจ
"งั้นฉันไปนะ" เป็เพื่อนกันมาสี่ปี นับฟ้าไม่เคยเดาอารมณ์ของทีมได้เลย เขาคิดเขาอ่านอะไรอยู่ในหัวตอนนี้ก็มิอาจหยั่งรู้ กระนั้นเธอก็ยังอดห่วงเพื่อนตัวเองไม่ได้ แต่ก็คงต้องปล่อยให้เขาเคลียร์ความเหม่อลอยต่อไป เพราะนับฟ้ามีเรียนภาคบ่ายต่อ..
"ฉันไปเรียนด้วยได้ไหม"
"ฮะ! นายเนี่ยนะจะไปเรียนกับฉัน" ขาเรียวกำลังจะก้าวออกไปอยู่แล้วเชียว สุดท้ายเสียงของคนเ็าก็เอ่ยทึกทักขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
"อืม"
คนตัวเล็กได้แต่เกาศีรษะปรอยๆอย่างงุนงง คำถามพร้อมคำตอบของทีมมันดูสั้นกระจิ๋ว จนอยากปล่อยเบลอแล้วเดินหนีไป ทว่ายัยนับฟ้าผู้โอบอ้อมอารีก็มิอาจปล่อยผ่าน
เธอตอบตกลงเสร็จสรรพ
กลายเป็ว่าทีมก็ติดสอยห้อยตามนับฟ้าไปเรียน ทั้งๆที่เขาไม่ได้ลงวิชานั้นด้วยซ้ำ ขณะเรียนทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรเลย ต่างคนต่างสนใจเื่ของตัวเอง และตลอดเวลาที่นับฟ้ารู้จักกับทีม เขาก็ไม่ได้พูดอะไรมากความอยู่แล้ว
บางครั้งจึงทำให้นับฟ้าแอบอึดอัดใจเล็กน้อยเวลาอยู่กันสองคน