จางกุ้ยเฟินคิดอย่างไรก็รู้สึกว่ามีคนเล่นงานแผ่นหินตรงส้วมหลุมของบ้านตนเข้าให้แล้ว และคนร้ายจะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่ภรรยาของเกาเถี่ยฉุยที่เพิ่งกลับมาจากบ้านเกิด
ถึงแม้จางกุ้ยเฟินจะทำให้ภรรยาของเกาเถี่ยฉุยช้ำใจไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกผิดอะไรต่อภรรยาของเขาเลยสักนิด
ในขณะที่จางกุ้ยเฟินยังแอบเป็นชู้กับเกาเถี่ยฉุย ก็ยังไม่วายเหยียดหยามภรรยาของเขาในใจ
จางกุ้ยเฟินไม่ใช่คนยอมคนอยู่แล้ว ยิ่งนึกถึงความสิ้นหวังและความอัปยศที่ตัวเองได้รับตอนตกลงไปในส้วมหลุม จะปีนขึ้นมาก็ทำไม่ได้ จางกุ้ยเฟินก็แค้นจนกัดฟันกรอด
พอกินข้าวเช้าเสร็จ จางกุ้ยเฟินก็ยืนอยู่หน้าประตูบ้านตัวเอง แล้วก็เริ่มสาธยายคำด่าสารพัดทิศทางไปยังบ้านเกาเถี่ยฉุย
ถึงจางกุ้ยเฟินจะไม่ได้ด่าแบบเจาะจงชื่อ แต่ถ้าไม่ได้หูหนวก หรือสมองทึ่ม ก็รู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังด่าเมียของเกาเถี่ยฉุยนั่นเอง
เมียของเกาเถี่ยฉุยก็ไม่ใช่คนที่ยอมใครง่ายๆ เช่นกัน แค่การถูกจางกุ้ยเฟินหักหลังก็ทำให้เธอเก็บกดความโกรธไว้เต็มอกอยู่แล้ว
‘ฉันยังไม่ได้หาเรื่องแกเลยนะ จางกุ้ยเฟิน แต่แกกลับหาเรื่องฉันก่อนอย่างนี้’
‘แกตกลงไปในส้วม มันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย!’
ยิ่งคิดภรรยาของเกาเถี่ยฉุยก็ยิ่งโมโห เลยเริ่มยืนเปิดศึกด่าตอบโต้กับจางกุ้ยเฟินอยู่ที่ลานบ้าน
ทักษะการด่าทอของบรรดาแม่บ้านชาวนาแต่ละคน ไม่เป็นสองรองใครทั้งนั้น
พวกผู้ชายสกุลเกาไม่อยู่กัน เหลือแค่สองสะใภ้ และเกาลี่เท่านั้น
พอเกาลี่ได้ยินเสียงแม่กับป้าสะใภ้ด่าทอกันอย่างดุเดือด เธอก็อยากเข้าไปห้าม แต่สองสะใภ้ที่กำลังด่ากันอย่างเมามันไม่ฟังใครทั้งนั้นเช่นกัน
เกาลี่เหนื่อยหน่ายใจเป็นอย่างยิ่ง จึงเดินออกจากบ้านไป
เธอรู้สึกว่าตั้งแต่ตัวเองปล่อยให้เฉินเชี่ยนเชี่ยนยุให้สาดโคลนใส่หูหลันเยวี่ย ชีวิตตัวเองก็ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ
แต่หูหลันเยวี่ยก็ยังแต่งตัวสวยไปโรงเรียนทุกวัน แถมยังเป็นดาวเด่นในบรรดาสาวๆ ในหมู่บ้านอยู่เหมือนเดิม
ไม่ทันรู้ตัว เกาลี่ก็เผลอเดินมาถึงละแวกบ้านสกุลหูเข้าเสียแล้ว
วันนี้เป็นวันอาทิตย์พอดี
หูหลันเยวี่ยกับถิงถิงเตรียมจะขึ้นเขาไปเก็บลูกพลับ เพื่อเอากลับมาทำลูกพลับแห้ง
สองพี่น้องเพิ่งเดินออกจากบ้านไปได้ไม่ไกลก็เจอกับเกาลี่ที่มีสีหน้าหม่นหมอง
"หูหลันเยวี่ย ฉันอยากคุยกับเธอหน่อย" เกาลี่ตรงเข้าไปขวางทางสองพี่น้อง
หูหลันเยวี่ยกวาดสายตาเย็นชามองเกาลี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า "เมื่อก่อนฉันกับเธอก็ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไร จะมีอะไรให้คุยกันล่ะ?"
พอสายตาเลื่อนไปเห็นคราบสกปรกเป็นวงๆ บนเสื้อผ้าของเกาลี่ หูหลันเยวี่ยก็รู้สึกเหมือนว่าสิ่งที่กินเข้าไปเมื่อเช้ากำลังจะย้อนออกมาจากกระเพาะ
เกาลี่ขยับเข้าไปใกล้หูหลันเยวี่ยอีกสองก้าว "ฉันแค่อยากให้เธออยู่ห่างๆ จากหลินซือหย่วนหน่อย หูหลันเยวี่ย เธอมาจากในเมือง แถมยังเป็นครู อนาคตต้องหาคนที่กินเงินเดือนได้แน่นอน เพราะงั้นเธออย่ามายุ่งกับหลินซือหย่วนเลยได้ไหม?"
ในยุค 80 ที่ค่อนข้างยึดถือขนบธรรมเนียม คำพูดเมื่อกี้ของเกาลี่ถือว่าแรงเอาเรื่อง
ดังนั้นหลังจากที่พูดถ้อยคำเหล่านี้ออกไป ใบหน้าของเกาลี่ก็แดงก่ำเหมือนตูดลิง
แค่เห็นคราบสกปรกบนเสื้อผ้าของเกาลี่ก็ทำให้หูหลันเยวี่ยคลื่นไส้อยู่แล้ว พออีกฝ่ายเข้ามาใกล้กันขนาดนี้ กลิ่นสาบที่ไม่ได้รับการชำระล้างมานานก็ทำให้หูหลันเยวี่ยถึงกับต้องถอยหลังทันที พร้อมกับเอามือปิดจมูกโดยสัญชาตญาณ
ให้ตายเถอะ นี่มันกี่ปีแล้วที่ไม่ได้อาบน้ำซักผ้าเนี่ย?
หูหลันเยวี่ยเข้าใจว่าชาวไร่ชาวนาไม่ได้พิถีพิถันเรื่องความสะอาดเท่าคนในเมือง แต่คนที่ไม่ดูแลความสะอาดเลยเหมือนเกาลี่ก็ใช่ว่าจะมีให้เห็นบ่อยนัก
พอเว้นระยะห่างจากเกาลี่ได้พอสมควร หูหลันเยวี่ยก็ค่อยๆ พูดออกมาอีกครั้ง "หลินซือหย่วนไม่ใช่ของเธอ และเขาก็ไม่ใช่ทาสที่ใครก็มีสิทธิ์สั่งให้เข้าใกล้หรือให้ออกห่างจากคนอื่นนะ?"
"หมายความว่าเธอก็ชอบหลินซือหย่วน เธอจะมาแย่งเขาไปจากฉันงั้นเหรอ?" เกาลี่ถามกลับทันควัน
หูหลันเยวี่ยหลุดหัวเราะเบาๆ แล้วกลอกตาใส่เกาลี่ที่ทำท่าทางข่มขู่ไม่เลิก "เธอได้ยินจากหูข้างไหนว่าฉันชอบหลินซือหย่วน?"
"ถ้าเธอไม่ได้ชอบ งั้นก็อย่าหน้าด้านไปยุ่งกับเขา อย่าคิดจะแอบไปมุดป่าไผ่กับเขาตอนกลางคืนอีกสิ!" พอพูดถึงเรื่องมุดป่าไผ่ เกาลี่ก็อยากจะกลืนหูหลันเยวี่ยลงท้องเสียเดี๋ยวนี้
พอได้ยินเกาลี่พูดว่าหูหลันเยวี่ยกับหลินซือหย่วนแอบไปมุดป่าไผ่ตอนกลางคืน คนที่นิ่งเงียบมาตลอดอย่างถิงถิงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป "เกาลี่ เธอพูดจาเหลวไหลอะไรของเธอ? เธอเห็นกับตาเหรอว่าพี่สาวฉันกับพี่หย่วนไปมุดป่าไผ่กันตอนกลางคืน? พ่อเธอต่างหากที่แอบไปทำเรื่องขายหน้ากับเมียพี่ชายตัวเองในทุ่งข้าวโพดตอนกลางวันแสกๆ เธอเป็นลูกเขายังไม่อายอีก ถ้าเป็นฉันนะ มีพ่อหน้าไม่อายขนาดนี้ คงจะอายจนไม่กล้าออกจากบ้านไปแล้ว"
เกาลี่รู้จักกับถิงถิงมานานแล้ว แต่ถิงถิงที่ดูแข็งกร้าวและพูดจาแทงใจไม่ยั้งตรงหน้ากลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนเจอคนแปลกหน้า
หูหลันเยวี่ยแอบชูนิ้วโป้งให้ถิงถิง
ถิงถิงเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้เอาแต่ก้มหน้ายอมทนเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
หูหลันเยวี่ยรู้ว่าถ้าตนเองเข้มแข็งและกล้าหาญให้เห็นก่อนจะส่งผลดีต่อถิงถิง
ดังนั้นต่อไปเธอถึงจะต้องเข้มแข็งให้มากยิ่งขึ้น เพราะนอกจากจะปกป้องครอบครัวได้แล้ว มันยังส่งผลดีต่อครอบครัวด้วย
เกาลี่โดนถิงถิงด่าจนหน้าแดงคอแดง แต่ก็ไม่ได้ยอมถอยง่ายๆ "หูถิงถิง พี่เชี่ยนเชี่ยนน่ะเห็นกับตาเลยว่าหูหลันเยวี่ยกับหลินซือหย่วนแอบไปมุดป่าไผ่กันตอนกลางคืน ถ้าเธอไม่เชื่อก็ไปถามเฉินเชี่ยนเชี่ยนดูสิ"
การทำให้หูหลันเยวี่ยกับเฉินเชี่ยนเชี่ยนทะเลาะกันคือเป้าหมายที่แท้จริงของการโผล่มาในวันนี้ของเกาลี่
เกาลี่เป็นคนใจร้อนและหยาบกระด้าง แต่หลังจากได้จางกุ้ยเฟินชี้แนะแค่ไม่กี่คำ สมองที่เหมือนขึ้นสนิมก็ค่อยๆ เริ่มทำงาน
หูหลันเยวี่ยรู้จุดประสงค์การมาที่นี่ของเกาลี่ดี "เกาลี่ ที่จริงแล้วคนที่จิตใจสกปรกที่สุดคือเธอต่างหาก ถึงได้มาใส่ร้ายป้ายสีฉันกับหลินซือหย่วนแบบไม่มีหลักฐาน แล้วยังจะมาโยนความผิดให้เฉินเชี่ยนเชี่ยนอีก เธอไม่ละอายบ้างเหรอ? เอาอย่างนี้ เรารอให้เฉินเชี่ยนเชี่ยนกลับมาคราวหน้า แล้วก็นัดคุยกันให้รู้เรื่องไปเลยดีไหม?"
ถึงหูหลันเยวี่ยจะรู้ว่าเฉินเชี่ยนเชี่ยนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเกาลี่ แต่เธอก็รู้ว่าสิ่งที่เกาลี่ต้องการจริงๆ ก็คือการที่เธอกับเฉินเชี่ยนเชี่ยนทะเลาะกันเองต่างหาก
หูหลันเยวี่ยไม่อยากปล่อยเฉินเชี่ยนเชี่ยนที่คอยแต่จะเล่นงานลับหลังไว้ แต่เธอก็ไม่ได้คิดจะให้เกาลี่รู้สึกว่าตัวเองทำสำเร็จ
เกาลี่มั่นใจว่าพอหูหลันเยวี่ยได้ยินว่าเฉินเชี่ยนเชี่ยนเป็นคนปล่อยข่าวลือที่หล่อนไปมุดป่าไผ่กับหลินซือหย่วน อีกฝ่ายจะต้องเดือดมากแน่ๆ แต่ผิดคาด หูหลันเยวี่ยกลับปกป้องเฉินเชี่ยนเชี่ยนเสียอย่างนั้น
"หูหลันเยวี่ย จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ เฉินเชี่ยนเชี่ยนบอกฉันเองว่าเห็นเธอไปมุดป่าไผ่กับหลินซือหย่วนตอนกลางคืน แล้วก็ยังเล่าให้ฉันฟังด้วยว่าตอนเธออยู่ชั้นประถมก็เคยขโมยของ พอกลับมาจากบ้านพ่อแม่อุปถัมภ์คราวนี้ก็ยังขโมยเงินของพวกท่านไปซื้อจักรเย็บผ้าอีก"
เกาลี่คิดว่าฉันพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว ยังไงหูหลันเยวี่ยก็คงไม่เชื่ออีกแล้วว่าเฉินเชี่ยนเชี่ยนเป็นคนดี
หูหลันเยวี่ยกลอกตาใส่เกาลี่อีกครั้ง "เพราะงั้นก็เลยรับของจากเฉินเชี่ยนเชี่ยน แล้วก็มาปล่อยข่าวลือที่ไม่ดีเกี่ยวกับฉันในหมู่บ้านงั้นสินะ?"
"ฉันก็แค่อยากให้ย่าหลินกับหลินซือหย่วนรู้ว่าเธอไม่ใช่คนดีอะไร แล้วจะได้อยู่ห่างๆ จากเธอ" คำพูดของเกาลี่เหมือนเป็นการยอมรับกลายๆ ว่าตนเป็นเครื่องมือให้เฉินเชี่ยนเชี่ยนใช้ปล่อยข่าวลือใส่ร้ายหูหลันเยวี่ยในหมู่บ้าน
หูหลันเยวี่ยไม่นึกเลยว่าเกาลี่จะชอบหลินซือหย่วนมากขนาดนี้ "เกาลี่ เธอคิดว่าที่เธอไม่ได้ผู้ชายที่เธอชอบเป็นเพราะฉันจริงๆ เหรอ? ผู้ชายที่คิดจะแต่งงานก็ต้องหวังอะไรสักอย่างทั้งนั้นแหละ ในหมู่บ้านมีผู้หญิงที่อยู่ในวัยเหมาะสมก็เยอะแยะ เธอบอกฉันมาหน่อยสิว่า หลินซือหย่วนคาดหวังอะไรจากเธอ? เขาคาดหวังให้เธอผิวดำคล้ำ หรือว่าหวังให้เธอไม่ซักผ้าไม่สระผมเป็นเดือนๆ แบบนี้เหรอ?"