ทาโร่ตื่นสายโชคดีที่วันนี้ไม่มีเรียน จึงรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมนำโทรศัพท์ของทาโก้ไปให้ตำรวจที่โรงพัก
เมื่อตอนตีสี่ทาโร่เปิดเครื่องของทาโก้ดูรอบหนึ่งแล้ว แต่ไม่มีข้อมูลอะไรเป็พิเศษทาโร่กลัวว่าข้อมูลที่เป็เบาะแสจะถูกลบทิ้งไปจึงจะลองเอาไปให้ตำรวจติดตามกู้คืนข้อมูลดู
มีเสียงเคาะประตูห้องทาโร่นึกแปลกใจจึงเดินไปร้องถามแต่ยังไม่ยอมเปิดประตู
“ใครครับ”
“น้าจักรเอง”
“อ้อ ครับ รอเดี๋ยวนะครับ”
ทาโร่ปลดกลอนให้น้าจักรซึ่งเป็เพื่อนร่วมอพาร์ตเม้นท์ที่อาศัยอยู่บนชั้นหกและชอบเอาของกินมาให้เขากับทาโก้เป็ประจำ
น้าจักรเป็เซนติเนลคลาสดีและเป็คนใจดีมาก เป็เซนติเนลอีกคนนอกจากอาชิที่เขายอมพูดคุยด้วยเพราะทาโร่เห็นว่าพวกเขาเป็คนดีจริงๆ
ตอนนี้อาจจะนับรวมคุณโฮปเข้าไปด้วยอีกคนหนึ่ง
น้าจักรนำโจ๊กหมูกับขนมฝอยทองมาให้คงเพราะเหลือจากที่ภรรยาของน้าจักรนำไปขายที่ตลาด
“ขอบคุณครับน้าจักร”ทาโร่ยิ้ม
“เมื่อคืนน้ามาหาทีนึงแล้ว แต่ไม่มีใครอยู่เลย กลับดึกกันหรือไง ทาโก้ล่ะ ไปทำงานแล้วเหรอ”
ทาโร่เงียบไปและเดินเอาของกินที่น้าจักรให้ไปวางบนโต๊ะในห้อง
“น้าจักรครับ” ทาโร่หันมาคุยกับน้าจักรที่เดินตามเข้ามาเหมือนทุกครั้ง“ข่าวที่ว่าไกด์คลาสบีถูกฆาตกรรม……”
“อ๋อ ใช่ น้าก็ดูข่าวอยู่ น่ากลัวนะ ชีวิตไกด์ตอนนี้ไม่ปลอดภัยเลยทาโร่กับทาโก้ก็ต้องระวังตัวไว้มากๆ นะ”
“ไกด์คลาสบีที่ถูกฆ่าคนนั้นคือพี่ทาโก้ครับ”
น้าจักรมีสีหน้าใสุดขีดมองหน้าทาโร่ที่ใบหน้าซีดขาว ตาแดงช้ำ
“โธ่…..ทาโร่…..” น้าจักรเอ่ยเสียงแ่อยากกอดปลอบใจหนุ่มน้อยที่เปรียบเสมือนหลานชายแต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าจะดึงพลังไกด์ของเขาออกมา
ทาโร่ยังไม่บรรลุนิติภาวะการไกด์ดิ้งเป็สิ่งผิดกฎหมาย เพราะอาจเกิดอันตรายขึ้นกับเขาได้
ทาโร่น้ำตาไหลแต่ไม่มีเสียงร้องไห้เครื่องวัดพลังไกด์ที่ข้อมือส่งเสียงเตือนว่าตอนนี้พลังไกด์ของทาโร่เกิน 100 เปอร์เซ็นต์
ทาโร่นั่งลงบนเก้าอี้ความรู้สึกเ็ปร้าวลึกเหมือนกระดูกจะแตกเริ่มกลับมาอีกแล้ว
ทาโร่รู้ว่าอาการของเขาจะกำเริบเมื่อเกิดความเครียดจึงพยายามทำใจให้เย็นลง รีบเดินไปเข้าห้องน้ำ เปิดน้ำล้างหน้าให้รู้สึกเย็นขึ้นน้าจักรเดินตามมาดูด้วยความเป็ห่วง
“ทาโร่! ไม่สบายเหรอ ให้น้าช่วยอะไรมั๊ย”
“ไม่เป็ไรครับน้าจักร” ทาโร่ส่ายหน้าและรีบหยิบยาในกระเป๋าออกมากิน
น้าจักรยืนมองทาโร่สีหน้าไม่สบายใจแต่ก็ไม่กล้าเข้ามาโดนตัวเขา “ดีขึ้นไหมทาโร่ น้าพาไปหาหมอไหม”
“ไม่ต้องครับน้าจักร เดี๋ยวก็ดีขึ้น” ทาโร่พ่นลมออกทางปากผ่อนลมหายใจตัวเองให้สม่ำเสมอ สัญญาณจากข้อมือเงียบลง ตัวเลขสีฟ้าอยู่ที่ 100เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม
เยี่ยมมาก ทาโร่! นายทำได้
ทาโร่ทิ้งตัวลงบนโซฟารู้สึกสบายตัวขึ้น น้าจักรเดินเข้ามาหาและยื่นมือมาจับใบหน้าของเขา
ทาโร่มองมือนั้นและเงยหน้ามองน้าจักรดวงตาสีน้ำตาลของเขาดูเจิดจ้าแปลกๆ
“น้าจักร” ทาโร่เอ่ยเรียกชื่อเขาเพื่อดึงสติแต่น้าจักรกลับกดเขาลงบนโซฟาและทาบทับตัวลงมาทันที
ทาโร่เม้มปากแน่นเมื่อน้าจักรบดปากลงมาที่ริมฝีปากของเขา สองมือดันตัวน้าจักรออก ส่ายหน้าหนีพัลวัน
เกิดอะไรขึ้น! ทำไมเป็แบบนี้!!
ทาโร่ยกเท้าขึ้นถีบที่ท้องของน้าจักรจนเขาถอยออกไปและรีบลุกขึ้นจากโซฟาเพื่อวิ่งหนีเข้าห้องนอน กลับถูกน้าจักรรวบขาจนล้มหัวฟาดกับตู้ใส่ของจนมึน
น้าจักรคลานขึ้นมาคร่อมตัวเขาเอาไว้ทาโร่รวบรวมแรงที่เหลือกำหมัดชกน้าจักรจนหน้าหงาย และรีบโซซัดโซเซเข้าห้องปิดประตูลงกลอนทันที
ทาโร่คลานไปซ่อนตัวที่ซอกเตียงเสียงน้าจักรที่พยายามทุบประตูและเรียกชื่อทาโร่ดังก้อง จนเขาต้องยกมือขึ้นปิดหูทั้งหวาดกลัวและไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นเครื่องที่ข้อมือดังกระชั้นขึ้นผสมกับเสียงทุบประตูด้านนอกทาโร่เ็ปรวดร้าวไปทั้งตัว จนต้องนอนคู้ตัวอยู่ที่พื้น
ทาโร่เห็นที่หน้าปัดไฟกระพริบขึ้นสีแดงว่าโอเวอร์โฟลว 200เปอร์เซ็นต์ แล้วทุกอย่างรอบตัวของเขาก็มืดสนิท
“คุณราฟคะตอนนี้ข่าวไกด์คลาสบีคนนั้นดังมากเลยค่ะ” นาราเงยหน้าจากไอแพดและหันมาหาราฟสีหน้าไม่ดี
“ไอ้ณัฐจัดการแล้ว จะต้องไปกลัวอะไร” ราฟไม่สนใจ นั่งพิงเก้าอี้ยกเท้าขึ้นมาบนโต๊ะทำหน้าเบื่อๆ
นาราก็มีสีหน้าเบื่อหน่ายไม่แพ้กัน
“ไอ้ณัฐ!” ราฟะโเรียก เมื่อณัฐเดินเข้ามาในห้อง“แกจัดการไอ้ไกด์คลาสบีคนนั้นเรียบร้อยดีใช่ไหม อย่าให้มันโยงมาถึงที่นี่ได้นะ”ราฟพูดกับลูกน้อง ณัฐยิ้มประจบ
“เรียบร้อยครับคุณราฟ หลักฐานทุกอย่างผมกำจัดหมดแล้วแม้แต่ข้อมูลในโทรศัพท์ของมัน ผมก็ลบทิ้งก่อนใส่กระเป๋ามันไป”
ราฟกับนาราชะงักนาราเอ่ยถามณัฐ “โทรศัพท์มือถือของทาโก้ นายก็ใส่คืนกระเป๋าไปงั้นเหรอ”
ณัฐพยักหน้ายิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ถ้าโทรศัพท์หายมันจะดูมีพิรุธนะ”
ที่เขี่ยบุหรี่ลอยหวือพุ่งมาใส่หน้าณัฐโชคดีที่เขาหลบทัน “ไอ้ณัฐ! มึงบ้าเหรอ! เอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋ามันไปทำไม!”
“อ้าว……ก็……” ณัฐหน้าเหวอ
“ข้อมูลในโทรศัพท์ ถึงจะลบไปแล้วแต่ก็กู้คืนได้ เื่แค่นี้ก็ไม่รู้เหรอโง่จริง!” นาราแหวใส่ณัฐ ราฟชี้นิ้วใส่เขา
“ไอ้ชิบหาย! มึงไปเอาโทรศัพท์คืนมาเลยนะ แล้วเอาไปทำลายทิ้ง ไปเดี๋ยวนี้!”
“ครับ! ครับคุณราฟ!” ณัฐวิ่งออกจากห้องหน้าตาตื่น เพราะของในห้องเริ่มขยับ
ณัฐกระหืดกระหอบออกมาหยุดอยู่ด้านนอกและบ่นงึมงำ“เวรเอ๊ย! แล้วกูจะไปหาโทรศัพท์มาจากไหนวะเนี่ย”เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและหาเบอร์ที่้า
“เฮ้ย! สเกล ไกด์คลาสบีคนนั้นที่มึงส่งมาให้คุณราฟอ่ะมีญาติมารับศพไปหรือยังวะ!”
โฮปขับรถปาดหน้ารถคันอื่นแล้วเทียบจอดหน้าอพาร์ตเม้นท์ที่อยู่ห่างจากโรงพยาบาลสี่ป้ายรถเมล์โดยไม่สนใจว่ารถคันอื่นจะบีบแตรด่าแม่เขาดังขนาดไหน
โฮปรีบไปดูตู้ล็อกเกอร์ที่มีเบอร์ห้องและชื่อเ้าของห้องติดอยู่เมื่อเห็นชื่อที่้าก็รีบกดลิฟท์ขึ้นไปทันที
ลิฟท์เปิดที่ชั้นห้าโฮปถลาออกมาและวิ่งหาเบอร์ห้อง เห็นชายคนหนึ่งเดินอยู่ที่ทางเดินก็รีบตรงไปหาเขา“ห้อง 509อยู่ไหน! ห้องทาโร่อยู่ไหน!”
ชายคนนั้นหน้าซีดเผือดและยกมือขึ้นโบกพัลวัน“ผมเปล่า ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อย่าทำอะไรผมเลย!”
น้าจักรละล่ำละลักพูดเมื่อเห็นตาสีแดงของเซนติเนลคลาสเอส
“ถามว่าทาโร่อยู่ไหน!” โฮปตะคอกใส่เขาและจับแขนน้าจักรลากไปด้วยกัน
ประตูห้อง509เปิดแง้มอยู่ โฮปผลักประตูเข้ามา เห็นข้าวของกระจัดกระจายอยู่ในห้องก็หันมามองตาสีน้ำตาลของน้าจักร
ภาพที่เกิดขึ้นในห้องส่งผ่านเข้ามาในหัวของโฮปทันทีพอเห็นว่าชายคนนี้ทำอะไรไว้ โฮปก็ต่อยเขาจนกระเด็น “แกห้ามไปไหนทั้งนั้น!”
น้าจักรนั่งทรุดอยู่ที่พื้นโฮปตรงไปที่ห้องนอนของทาโร่แต่ประตูล็อค
โฮปทุบประตูรัวเรียกทาโร่แต่ในห้องไม่มีเสียงตอบกลับ เขาจึงยกเท้าถีบประตู แค่สามทีประตูก็พัง
โฮปถลาเข้ามาในห้องกวาดสายตามองหาทาโร่แต่ก็ไม่เห็น เขารีบเดินไปที่หน้าต่างและชะโงกหน้าออกไป ห้องนี้ไม่มีระเบียงและนี่คือชั้นห้า ทาโร่ไม่มีทางอื่นให้ออกไปแน่
โฮปกำลังจะออกไปหาทาโร่ที่ห้องอื่นสายตาก็เหลือบไปเห็นถุงเท้าคู่หนึ่งโผล่ออกมาจากซอกเตียงติดกับผนังโฮปรีบวิ่งไปดูแล้วก็ใจหายวาบ
“ทาโร่!”
โฮปดึงเตียงออกมาให้เกิดข่องว่างมากพอที่เขาจะเข้าไปได้ทาโร่นอนขดตัวคุดคู้ สองแขนกุมหัวที่มีเืไหล
โฮปรีบเข้าไปอุ้มเขาขึ้นมาไว้บนเตียงและพยายามเรียกทาโร่ให้ได้สติครู่หนึ่งโฮปก็หยุดชะงัก ตัวแข็ง
ทาโร่ไม่หายใจแล้ว…..