ตอน 14 บดบังเพื่อนาง
หน้าห้องหนังสือ
"ท่านพี่... จี้จูมารอรับท่านไปทานอาหารร่วมกับท่านแม่ที่ริมสระ " ยืนเรียกสองสามประโยค ยังไร้เสียงขานรับ
"หากท่านไม่ไปล่ะก็ ท่านแม่ต้องไม่พอใจแน่ อีกทั้งท่านแม่มีอาการวิงเวียน ้าให้ท่านพี่ไปดูเสียหน่อย" จี้จูพยายามกัดฟันตื้อ
แคร่ก!!!!!!! (เสียงประตูถูกเปิดอย่างแรง)
"ไป นำหน้าข้า!!" เว่ยกวงผู้เย็นช้าดุจูเาน้ำแข็งกระแทกเสียงสั่ง เพียงเพราะเสียงที่แหลมปี้ดของนางทำให้เขาระคายหู
**********
"เว่ยเอ่อร์ ในที่สุดลูกก็มา" ฮูหยินมีใบหน้าเบิกบาน ไม่เหมือนคนที่มีร่างกายอ่อนแอแม้แต่น้อย
"ท่านแม่... นี่ท่านสบายดีหรือ " เว่ยกวงเอ่ยถามอย่างใจเย็น
"แน่นอนว่าข้าสุขกายสบายใจ ไม่มีเื่ใดให้น่ากังวล" ฮูหยินใหญ่ตอบกลับโดยที่ไม่ได้สังเกตสีหน้าของสะใภ้เอก ที่พยายามจะบ่งบอกให้แกล้งป่วย
"เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน จี้จูบอกข้าว่าท่านแม่มีอาการวิงเวียน แต่เมื่อข้าเห็นท่านสบายดีข้านั้นเบาใจลงมาก " เว่ยกวงเตรียมพร้อมหันหลังกลับอยู่ตลอดเวลา
"อะ อะ อ๊ายโหย่ ไอ๊หย๊า ใครก็ได้ประคองข้าที อยู่ดีๆข้ากลับรู้สึกวิงเวียนอีกแล้ว เมื่อครู่ดีขึ้นแล้วแท้ๆ ข้านี่ร่างกายชรา เลอะเลือน น่าเวทนานัก " ฮูหยินใหญ่การละครเล่นใหญ่ เรียกร้องความสนใจ หวังให้บุตรชายสนใจ
เว่ยกวงเกิดความรำคาญใจ จึงยอมนั่งลงทานอาหารที่เย็นชืดบนโต๊ะ
"ถุย!!" เว่ยกวงถุยอาหารลงพื้นโดยไม่เกรงใจใคร
"นี่มันอะไรกัน อาหารหรือขยะ !! " เว่ยกวงจงใจหาเื่เพื่อที่จะได้เข้าครัวตรวจสอบเื่วุ่นๆด้วยตนเอง
"ผู้ใดทำอาหารจานนี้ พาตัวมา!! " เสียงดุดันของเว่ยกวงทำให้ทุกคนหวาดกลัว นี่เป็ครั้งแรกที่เขาทำตัวไร้เหตุผล
"เว่ยเอ่อร์ หากไม่ชอบอาหารพวกนี้ แม่จะสั่งให้โรงครัวทำให้ใหม่ เ้าอารมณ์เย็นลงหน่อยเถอะ" ฮูหยินใหญ่เริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆเพราะกลัวว่าความลับที่ตั้งใจปกปิดจะแตกซ่าน
"ท่านแม่ ข้าจะยอมให้คนของโรงครัว ทำอาหารขยะ รสชาติแย่ขนาดนี้ให้มารดาและภรรยาของข้าทานได้อย่างไร" ในเมื่อมารดาเล่นละครเก่ง เว่ยกวงก็เล่นละครกลับ เขาแสร้งโมโหใหญ่โต จนฮูหยินใหญ่ไม่กล้าขัดแม้แต่คำเดียว
พูดจบประโยค เว่ยกวงสะบัดอาภรณ์ลุกขึ้นเดิน มุ่งหน้าไปยังโรงครัวตามที่้า
"ผู้ใด เป็ผู้ปรุงอาหาร!!" บ่าวในเรือนต่างวิ่งหัวหด เห็นทีจะมีแต่หลินอีผู้นี้ที่ยุ่งเหยิงอยู่กับการเคี่ยวน้ำแกง นางกำลังถูกตำหนิโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ดังนั้นหลินอีจำใจที่จะถูกเข้าใจผิดไปโดยปริยาย
"ในที่สุด... เราก็ได้พบหน้ากันซึ่งๆหน้า... "หลินอีพูดกับตนเองเพียงในใจ ก่อนจะวางทัพพีไม้ลงที่ชาม หันหน้ากลับมาจ้องมองผู้ที่ตะเบ็งเสียงดัง
"วันนี้เป็ข้า... ที่ปรุงอาหารทุกอย่างสำหรับฮูหยินใหญ่" หลินอีพูดอย่างไม่เคอะเขินหรือหวาดกลัวใดๆ
"ทว่า เ้าเป็ผู้ใดกัน อยู่ในจวนฉือของข้า เหตุใดข้าไม่คุ้นหน้า อีกทั้งผิวพรรณของเ้านั้น ดูแล้วมิน่าจะใช่สาวใช้ในโรงครัว" เว่ยกวงยกมือไขว้หลัง เดินเชยชมรอบกายนาง สามร้อยหกสิบองศา
"ผิวพรรณงามละเอียด เนื้อตัวขาวเผือกดุจหิมะขาวแรกแย้ม ใบหน้าเล็กเรียวเป็ฟองไข่ปอก คิ้วโก้งโค้งดั่งคันศร ริมฝีปากบางเบาดั่งผลผกาพรรณ" เว่ยกวงเรียบเรียงคำพูดเป็ดั่งบทกลอน ประหนึ่งกำลังเอ่ยชมนางผู้เป็ที่รักอยู่เนืองๆ
"ข้า...หยางหลินอี " หลินอีตัวแสบถึงเวลาที่ต้องเอาคืนแม่ผัว นางกล้าเอ่ยชื่อเสียงเรียงนามของตนขึ้นมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
"โอ่ว... หยางหลินอี เช่นนั้นเ้าคงเป็คุณหนูใหญ่สกุลหยาง ที่แต่งเข้าจวนฉือเป็ภรรยารองของข้าสินะ "
*ฉือเว่ยกวงยืนนิ่งครู่หนึ่ง ในใจครุ่นคิดกับตนเองนานาประการ*
"ไม่ได้การ ข้าจะดีกับนางมากมายจนออกนอกหน้าไม่ได้ หากข้าทำเช่นนั้น ตัวนางเองต้องตกที่นั่งลำบาก ท่านแม่...และซ่างจี้จูคงไม่มีไมตรีแก่ยอดรักของข้าแน่ " เว่ยกวงถึงแม้จะดูเป็บุรุษไร้ใจ แต่กับหลินอีเขากลับเปลี่ยนไปเป็คนละคน กลายเป็บุรุษคลั่งรักแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"ข้าจำเป็ต้องไร้ใจกับเ้า เพื่อไม่ให้เ้าเป็จุดสนใจของผู้ใดยกเว้นข้า" เว่ยกวงแสร้งวางมาด เพื่อไม่้าให้นางโดนผู้ใดรังแก มิหนำซ้ำเขายังแสร้งทำเป็ไม่เคยรู้จักตัวตนของหลินอีมาก่อน
**********
"ท่านแม่... เหตุใดท่านกล่าวแจ้งคำเท็จ ว่าภรรยารองของข้าไปออกบวชตลอดชีพที่อารามหลวง ขอพรเพื่อข้า " เว่ยกวงพูดอย่างตรงไปตรงมา แม้ผู้กล่าวอ้างจะเป็มารดาก็ตาม
"ไอ๊โหย่ววว เด็กๆ ประคองข้าที อยู่ดีๆข้ากลับรู้สึกวิงเวียนหายใจไม่ออก "
"ลูกเว่ย... เื่ราวที่มันดูยุ่งยากก็ปล่อยให้มันแล้วไปเถิด อย่าได้ติดใจถือเอาความเลย อย่างไรสุขภาพของมารดานั้นสำคัญ " ฮูหยินใหญ่แกล้งป่วยออดๆแอดๆอีกตามเคย ก่อนจะกลัวความผิด เร่งกระตุกอาภรณ์ให้สาวใช้คนสนิทพาตัวไป...
"ส่วนเ้า... ช่วยท่านแม่ปิดบังข้า ตำแหน่งภรรยาเอกช่างไม่เหมาะสมกับจิ้งจอกเช่นเ้านัก" ได้ทีก็เอาใหญ่ เว่ยกวงหันไปตำหนิจี้จูแบบไม่เกรงใจ แม้นางจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้แม้แต่น้อยก็ตาม แต่ในความคิดเห็นของเว่ยกวงนั้นไซ้ ไม่อาจอภัยให้กับผู้ใดที่ทำให้ภรรยายอดรักตกระกำลำบาก
"เอาล่ะ น้องหญิง... จากนี้เ้าไม่จำเป็ต้องอยู่ในโรงครัวเยี่ยงหนูเยี่ยงปลวก จงเก็บข้าวของ นำไปไว้ที่ตำหนักรองของเ้า" เว่ยกวงยืนหลังตรงพูดกับนางอย่างเคร่งขรึม แม้ในใจลึกๆแทบอยากจะะโกอดนางก็ตามที
"จากนี้ไปหยางหลินอี จะต้องคอยปรนนิบัติข้าเยี่ยงทาสอย่างใกลิชิด เพื่อเป็การลงโทษที่นางทำอาหารรสชาติไม่ได้เื่ให้มารดาและจี้จูกิน" เหตุผลของเว่ยกวงแม้จะดูฟังไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่ แต่ด้วยอำนาจการปกครองในจวน ทำให้ทุกคนต้องก้มหน้าเชื่อฟัง
"มีผู้ใดกล้าขัดหรือไม่" เว่ยกวงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดัน มีหรือที่ใครจะกล้าขัดแย้ง
และแล้วหลินอีจอมแก่นก็ถึงคราวที่ต้องออกจากโรงครัว กลับมาใช้ชีวิตสดใสแสบซน กลายเป็ฮั่วหลินอีคนเดิม
**********
วันนั้นทั้งวัน เว่ยกวงแทบจะหุบยิ้มไม่ได้ แม้กระทั่งยามอ่านตำรา ในใจยังเหม่อลอยไปถึงไหนต่อไหน
"พี่ใหญ่ เหตุใดท่านยิ้มไม่หยุดขอรับ " เยี่ยชิงคนซื่อเอ่ยถามเพราะความประหลาดใจ
"ไสหัวไป คนเช่นเ้าไม่มีวันเข้าใจหรอก" ขัดจังหวะดีนัก เยี่ยชิงถูกไล่ตะเพิดจนเสียขวัญ
"เป็อะไรของเขานะ เหตุใดอารมณ์แปรปรวนนัก" เยี่ยชิงมัวแต่ตั้งคำถามกับตนเองจนลืมเพ่งเล็งทางเดิน ชนเข้ากับเสี่ยวถีอย่างจัง
"ขะขะขออภัยเ้าค่ะ เสี่ยวถีผิดไปแล้ว" ไม่ว่าใครจะถูกจะผิด แม่นางน้อยเสี่ยวถีผู้มากมารยาทโค้งคำนับอย่างจริงใจ
ทว่าทันทีที่นางแหงนหน้ามอง ใบหน้าจิ้มลิ้มของนาง กลับทำให้เยี่ยชิงผู้ไร้เดียงสา ตกหลุมรักได้ง่ายๆดั่งต้องมนต์สะกด
"มะ มะ แม่นาง หากกระแทกร่างกับเ้า และต้องได้พบใบหน้านวลงามของเ้า จะให้กระทบกี่ครา... ข้าก็ยอม " เยี่ยชิงพ่นประโยคหวานเลี่ยนพวกนี้ออกมาโดยไม่รู้ตัว
" ท่านเยี่ยชิง เสี่ยวถีเกรงว่าจะไม่เหมาะสมเ้าค่ะ" แม่นางน้อยเขินอายที่ได้สบตาชาย รีบเก็บของและวิ่งจากไป
หลังจากนั้น เยี่ยชิงเองยิ้มไม่หุบตลอดทั้งวัน เหม่อลอยถึงแต่ใบหน้าขาวนวลของนางทั้งวัน
"แบบนี้สินะ ข้าเข้าใจแน่แท้แล้วว่า... เหตุใดพี่ใหญ่เว่ยถึงได้มีอาการเช่นนี้ " ในที่สุดเยี่ยชิงคนซื่อก็เข้าใจคนเสียที
**********
หลังจากหัวใจพองโตได้ไม่นาน ก็ถึงเวลาที่ฉือเว่ยกวงต้องกลับมาให้ความสำคัญกับการเมือง
"ตอนนี้สุขภาพกายใจของข้าฟื้นคืนเต็มแรง พร้อมจะต่อสู้เพื่อยศอีกครั้ง การที่ข้าแพ้ศึกานั้นช่างน่าสงสัย เบื้องลึกเื้ัของเหตุนี้ต้องมีลับลมคมในซับซ้อนแน่... ข้า...ต้องรู้ให้ได้" เว่ยกวงพึมพำกับตนเองในห้องหนังสือที่เงียบสงัด
แม้ตอนนี้เว่ยกวงจะอยู่ในตำแหน่งสามัญชนคนธรรมดา ไร้ยศไร้เกียรติในเขตแคว้น เขาเองไม่เคยคิดยอมแพ้ที่จะพิสูจน์ตนเองและล้างมลทิน เริ่มสืบเสาะหาความจริงด้วยตนเอง กระทั่งพบเข้ากับเบาะแสบางอย่างที่คนทั่วหล้าไม่เคยล่วงรู้