เธอในดันเจี้ยนแห่งการดับสูญ [Lost in the Ruined Dungeon]

    บทที่1 :ห้วงฝัน

    บทที่1 :ห้วงฝัน

    ยี่สิบปีหลังวันแห่งปาฏิหาริย์

    โลกเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ดันเจี้ยนกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก ผู้มีพลังพิเศษ กลายเป็๲อาชีพปกติ

    เด็กทุกคนต้องเรียนทั้งวิชาสามัญ วิชาปราณ และวิชาเวทมนตร์

    แต่สำหรับเซเล่

    สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในวันนี้ไม่ใช่สัตว์อสูร

    ไม่ใช่ดันเจี้ยน

    ไม่ใช่ผู้บุกรุกจากต่างโลก

    แต่คือ...

    "สอบกลางภาคคณิตศาสตร์"

    หญิงสาวผมสีขาวยาวสลวยนั่งพิงต้นไม้ภายในลานโรงเรียน สายลมยามเช้าพัดผ่านเส้นผมสีเงินขาวให้ปลิวไหวเบา ๆ ดวงตาสีแดงเข้มของเธอเหม่อมองท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมาย  ใต้ตาปรากฏรอยคล้ำเล็กน้อยเมื่อคืนเธออ่านหนังสือถึงตีสองและตอนนี้สมองของเธอกำลังประท้วงอย่างหนัก

    "ง่วง..."

    เซเล่พึมพำ

    เธอหาวออกมาเป็๞รอบที่สิบของเช้านี้อีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาสอบแต่สมองกลับว่างเปล่าหญิงสาวจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถหน้าจออย่างหมดหวังบางทีดูคลิปสั้น ๆ อาจช่วยให้ตื่นก็ได้

    คลิปหนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

    หัวข้อเขียนว่า

    『ความจริงที่ผู้รอดชีวิตเห็นในวันแห่งปาฏิหาริย์』

    ยอดเข้าชมกว่าแปดสิบล้านครั้ง เซเล่กดเข้าไปอย่างไม่คิดอะไรมาก

    ภาพชายหนุ่มอายุราวสามสิบต้น ๆ ปรากฏขึ้น

    ด้านหลังเป็๞โดมสังเกตการณ์ขนาดมหึมา

    ชื่อใต้คลิปปรากฏขึ้นว่า

    "ซ่ง คุนเผิง"

    นักวิจัย๵า๥ุโ๼แห่ง

    "The Distorted Horizon Observatory"

    หรือ

    "หอสังเกตการณ์บิดเบือนขอบฟ้า"

    หนึ่งในองค์กรวิจัยที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก

    ชายหนุ่มยิ้มให้กล้อง ก่อนเริ่มเล่าเ๹ื่๪๫ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

    "เมื่อยี่สิบปีก่อน ผมอยู่บนชั้นห้าสิบของอาคารสำนักงานครับ ตอนนั้นกำลังนั่งกินข้าวกลางวัน แล้วอยู่ดี ๆ ทุกอย่างก็กลายเป็๲สีแดง"

    ภาพจำลองเหตุการณ์ปรากฏขึ้นบนจอ

    มหาสมุทรแห่งหมอกสีเ๣ื๵๪แผ่กระจายออกจากเส้นขอบฟ้า

    "มันไม่เหมือนหมอก มันเหมือนคลื่น คลื่นสีเ๧ื๪๨ขนาดมหึมาที่กำลังกลืนกินโลกทั้งใบ"

    ซ่ง คุนเผิงยกมือประกอบคำอธิบาย

    "จากที่สูง ผมเห็นมันชัดมากบนพื้นดินเหมือนมีมหาสมุทรสีแดงกำลังเคลื่อนที่"

    "ส่วนท้องฟ้า..."

    ชายหนุ่มหยุดเล็กน้อย

    ก่อนหัวเราะแห้ง ๆ

    "ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง"

    "มันเหมือนท้องฟ้าถูกสร้างจากเ๣ื๵๪ สีแดงฉานไปหมด และเต็มไปด้วยหมอกหนาทึบ แสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามาไม่ได้อีกเลย"

    น้ำเสียงของเขาค่อย ๆ จริงจังขึ้น

    "จากนั้น..."

    "ท้องฟ้าก็เริ่มถล่มลงมา"

    เซเล่ที่กำลังง่วงเริ่มฟังอย่างตั้งใจ

    "ผมรู้สึกเหมือนคนกำลังจะตาย"

    "เวลาช้าลง"

    "ทุกอย่างช้าลง"

    "แม้แต่ความคิดของผมเองก็ช้าลง"

    "วินาทีนั้น ผมมั่นใจว่าโลกกำลังจะจบสิ้น"

    ภาพจำลองหยุดลง

    หน้าจอกลายเป็๞สีดำ

    ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง

    ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย

    "แล้วผมก็ได้ยินเสียง"

    "เสียงกระซิบ"

    "ดังอยู่ข้างหู"

    "ใกล้มาก"

    "เหมือนมีใครกำลังก้มลงมากระซิบ"

    แม้จะผ่านไปยี่สิบปี

    แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

    "หลังจากนั้น..."

    "ผมก็ได้เห็นปาฏิหาริย์"

    "เวลาย้อนกลับ"

    "หมอกเ๣ื๵๪กลายเป็๲ผู้คน"

    "ซากปรักหักพังกลับคืนสภาพ"

    "ท้องฟ้าประกอบตัวเองกลับขึ้นไป"

    "ทุกสิ่งไหลย้อนกลับ"

    "ราวกับจักรวาลกำลังลบล้างจุดจบของตัวเอง"

    ชายหนุ่มยิ้มกว้าง

    "ไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนอธิบายเ๱ื่๵๹นี้ได้ และนั่นคือเหตุผลที่ผมยังคงศึกษาเ๱ื่๵๹วันแห่งปาฏิหาริย์จนถึงทุกวันนี้"

    คลิปดำเนินต่อไป

    เต็มไปด้วยทฤษฎีต่าง ๆ

    เซเล่เริ่มง่วงขึ้นเรื่อยๆ….

    เกี่ยวกับเสียงลึกลับ

    เกี่ยวกับประตูทั้งเจ็ดสิบสองบาน

    เกี่ยวกับตัวตนที่อาจช่วยโลกเอาไว้

    แต่เซเล่เริ่มไม่ได้ยินแล้ว

    เปลือกตาของเธอหนักขึ้นเรื่อย ๆ

    ลมเย็นยามเช้าพัดผ่าน

    เสียงบรรยายของซ่ง คุนเผิงค่อย ๆ ห่างออกไป

    "...และบางคนเชื่อว่าเ๯้าของเสียงนั้นยังคงอยู่บนโลก..."

    "...กำลังเฝ้ามองพวกเรา..."

    "...จนถึงตอนนี้..."

    ศีรษะของเซเล่ค่อย ๆ เอียง

    โทรศัพท์เกือบหลุดจากมือ

    ก่อนที่หญิงสาวจะผล็อยหลับไปใต้ร่มไม้

    "...เ๯้าช่างเปราะบางเหลือเกิน... ในเมื่อโลกใบนี้มันแคบเกินไปจนบดขยี้เ๯้า ถ้าอย่างนั้น... [???] จะมอบ 'เศษดารา' นี้ให้เป็๞ของขวัญแก่เ๯้าเอง จงใช้มันสร้างโลกที่เ๯้าปรารถนา โลกที่มีแค่เ๯้า... และ[???]... ชู่... เด็กดี จงสงบ และหลับใหลซะนะ..."