12
ให้ข้าด้วยเหตุใด
"นายหญิงรอง นั่นฮูหยินไม่ใช่หรือเ้าคะ" หลินซางสาวใช้คนสนิทของซ่งเยี่ยนฟางอนุภรรยาหยุนฮ่าวหราน นางร้องบอกผู้เป็นายเมื่อเหลียวไปพบกับฮูหยินที่ไม่ได้เห็นหน้ามาเกือบสองเดือน เจียงถิงถิงกับสาวใช้เดินอยู่หน้าร้านผ้าคาดว่านางคงมาเพื่อซื้อผ้าไปทำชุดใหม่
"เ้าว่านางผอมลงหรือไม่หลินซาง"
"เ้าค่ะ นายหญิงรองแต่ถึงนางจะผอมลงอย่างไรก็ยังไม่งามสู้นายหญิงของข้าได้" สาวใช้กล่าวเอาใจผู้เป็นาย นางเห็นเจียงถิงถิงผอมลงจริงอย่างที่ซ่งเยี่ยนฟางว่าแต่ก็ไม่เห็นว่าจะดูดีขึ้นกว่าเดิมอย่าไงร
ได้ยินสาวใช้กล่าวเช่นนั้นนางก็เดินตามไปยังร้านขายผ้าตรงหัวมุมตรอกทันใด
"ผู่เย่ว์เ้าว่าพับนี้เป็อย่างไร" เจียงถิงถิงหยิบพับผ้าผืนสีครามขึ้นมาลูบไล้เบามือ แล้วเอ่ยถามผู่เย่ว์ที่ยืนเคียงข้างไม่ห่างตา นางตั้งใจมาซื้อผ้าไปตัดชุดใหม่เพราะยามนี้น้ำหนักลงดูเหมือนชุดจะหลวมโพรกจนดูเกะกะไปเสียแล้ว
ใบหน้าที่เริ่มเล็กลงหันไปมองสาวใช้ยามเอ่ยถาม ริมฝีปากที่เคยแห้งผากก็ดูนุ่มชุ่มชื้นขึ้นมาก ใบหน้าที่เคยคล้ำแห้ง ขาวใสขึ้นจนดูราวกับอายุลดลงไปกว่าครึ่ง
"งามเ้าค่ะ คุณหนูใส่ยิ่งงาม"
"ข้านึกว่าลูกสาวผู้มีสกุลบ้านไหน ที่แท้ก็ฮูหยินนี่เอง" น้ำเสียงร้ายกาจคุ้นหูฟังโดยไม่ต้องหันกลับไปดูก็รู้ว่าเป็ผู้ใด เจียงถิงถิงเบะปากเบือนหน้าไปอีกทางอย่างรู้สึกรำคาญ ไม่เจอนานจนนางคิดว่าอยู่คนละที่แล้วเสียอีก
"ข้าก็เป็ลูกสาวผู้มีสกุล หากเ้าลืมเลือนข้าจะเตือนด้วยความหวังดี ตัวข้านี้แซ่เจียงแล้วเ้าเล่าฮูหยินรอง" เจียงถิงถิงเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม ยามนี้อย่างเดียวที่ทำให้นางเหนือกว่าซ่งเยี่ยนฟางมีเพียงแซ่เจียงเท่านั้น เช่นนี้นางจึงกล่าวออกไปด้วยความทะนงเหยียดยิ้มมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดูแคลน แม้ตัวนางจะไม่อยากใช้วิธีการแต่ไม่มีทางอื่นเลยที่นางจะตัดซ่งเยี่ยนฟางให้ไกลจากชีวิต
มีเพียงการเหยียดหยันดูถูกกันไปมาเมื่อเจียงถิงถิงชนะ ภรรยารองจึงจะยอมเลิกลาไป
"ข้านี้ต่ำต้อยนัก ไม่อาจเทียบบุตรสาวสกุลใหญ่อย่างท่านได้แต่ท่านพี่นั้นรักข้าด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่สนใจตระกูลเลย"
"เช่นนั้นหรือ แล้วอย่างไรต่อเล่า ข้าไปอยากรู้เื่เ้าเมื่อใดกันเยี่ยนฟาง ข้าคิดมาตลอดว่าเ้าถูกอบรมมาเป็อย่างดีไม่คิดว่าเ้าจะไร้มารยาทถึงขั้นนำเื่ส่วนตัวมากล่าวต่อหน้าผู้คนเช่นนี้" เจียงถิงถิงกล่าวกับซ่งเยี่ยนฟางน้ำเสียงเฉื่อยชาก่อนจะทำเป็ใเสียงดังขึ้นในท้ายประโยค ผู้คนรอบข้างพากันหันมามองด้วยความรู้อยากเห็น นางหันมองรอบข้างด้วยท่าทีหวั่นเกรงกลัวจะถูกนินทาจากผู้อื่นว่าเป็สตรีหน้าไม่อาย
"ข้าหายไปครู่เดียว เ้าก่อเื่อีกแล้วหรือ" ชายหนุ่มที่เดินแทรกผู้คนเข้ามากล่าวขึ้นกลางวงเมื่อเห็นว่าตนเองหายลับไปไม่นานก็เกิดเื่เสียแล้ว อันอี้เฉินปรากฎตัวซ่งเยี่ยนฟางก็กรีดยิ้มร้ายขึ้นมา จากนั้นจึงจะกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชัดเจนและเชื่องช้า หวังให้ผู้คนรอบข้างได้ยินวาจาใส่ร้ายของตนเอง
"ฮูหยินไม่เคยออกมาซื้อของกับผู้เป็สามีแต่ออกมาตลาดกับญาติผู้น้องของสามีไม่เว้นวันเลย"
"เ้าไม่ต้องมากรีดกราย ตีสองหน้าใส่ร้ายข้าอยู่ตรงนี้ หากมีสิ่งใดจะกล่าวก็ไปบอกสามีของเ้าเสีย ข้าจะซื้อของเห็นเ้าแล้วรำคาญลูกตายิ่งนัก" ครันเห็นว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมเลิกลาและคงหาทางทำให้นางเป็สตรีแพศยาให้ได้ เจียงถิงถิงจึงไม่คิดจะอธิบายสิ่งใดและวิ่งชนไปเลยดีกว่ามานั่งรำคาญอยู่เช่นนี้
"ข้าไม่ได้มีเจตนากล่าวว่าฮูหยินยั่วยวนคุณชายอันที่เป็ญาติผู้น้องของสามีท่านเลย" สีหน้าตื่นใและน้ำเสียงเสแสร้งของซ่งเยี่ยนฟางทำให้ผู้คนเชื่อได้ไม่น้อยเลย นี่คือข้อดีของการมีรูปโฉมงดงาม ท่าทางกิริยาอ่อนช้อยในยุคนี้ เจียงถิงถิงคิดในใจก่อนจะเดินเข้าหาซ่งเยี่ยนฟางราวกับกำลังจะสิ้นสุดความอดทน
"ฮูหยินรองหากท่านมีสิ่งใดสงสัย ท่านควรไปถามญาติผู้พี่ของข้าเพราะท่านพี่เองเป็คนบอกให้ข้าคอยดูแลฮูหยินใหญ่ให้ดี ๆ ไม่ให้ขาดเหลือสิ่งใด ท่านพี่เองเป็ห่วงฮูหยินจนทนเห็นนางไปไหนมาไหนเพียงลำพังไม่ได้ ข้าจึงต้องคอยมาดูแลให้อย่างไรเล่า" ซ่งเยี่ยนฟางพลันหุบยิ้มกำมือแน่นเมื่อได้ยินว่าสามีตนเองเป็ฝ่ายให้ญาติผู้น้องมาคอยดูแลนาง ทั้งที่กับตนเองเขาปล่อยให้นางไปมากับหลินซางเพียงสองคน
"พี่สะใภ้ท่านได้ผ้าแล้วหรือ" กล่าวกับซ่งเยี่ยนฟางเสร็จอันอี้เฉินก็หันไปถามสตรีที่อยู่ในฐานะสหายและพี่สะใภ้ในสายตาคนนอกด้วยรอยยิ้ม เขารู้มานานแล้วว่าซ่งเยี่ยนฟางนั้นไม่ใช่สตรีเรียบร้อยอ่อนหวานดังที่เธอชอบเสแสร้งแกล้งทำให้ผู้คนเห็น
“ข้าไม่แน่ใจว่าผ้าพับนี้เหมาะกับตนเองหรือไม่ ท่านว่าอย่างไร” พอเห็นอันอี้เฉินไม่สนใจอนุภรรยาอย่างซ่งเยี่ยนฟาง เจียงถิงถิงเองก็ทำท่าเมินเฉยราวกับอีกฝ่ายเป็อากาศ สายตาแห่งความโกรธแค้นและริษยาของซ่งเยี่ยนฟางมองไปยังเจียงถิงถิงก่อนจะสะบัดหน้าเดินไปอีกทางโดยมีสาวใช้รีบตามไปไม่ห่าง
“ข้าว่าเอาไปหมดนั่นเลยดีกว่า เถ้าแก่เตรียมผ้าสามพับที่นางเลือกไว้ทีเดี๋ยวข้าจะให้คนมารับ”
“เดี๋ยวก่อน”
“ไปเถอะ ข้ามีที่อยากให้เ้าไปดู” อันอี้เฉินกระตุกแขนเสื้อนางเบา ๆ ให้ตามมา เขาตั้งใจเตรียมบางสิ่งไว้ให้นางั้แ่คราที่ได้ยินนางคุยกับสาวใช้คู่ใจที่แปลงผัก อันอี้เฉินเองก็ไม่ค่อยเข้าใจตนเองเท่าไรนักว่าทำไมจึงสนใจเจียงถิงถิงมากกว่าเดิมถึงเพียงนี้ แต่กลับกลายเป็ถ้าวันใดไม่เห็นหน้าไม่ได้กินอาหารของนางเขาจะรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว
“ที่นี่ที่ใดกัน” เจียงถิงถิงเอ่ยถามเมื่อบุรุษที่เดินนำมาหยุดเดินแล้วหันมาส่งยิ้มงดงามให้นาง หัวใจดวงน้อยภายในกระตุกวูบไหวทุกคราที่เผลอมองรอยยิ้มงดงามนั่นนาน ๆ เจียงถิงถิงหลุบตาลงต่ำหลังพบว่าตนเองเผลอมองบุรุษตรงหน้านานจนเกินไป
รวบรวมสติได้ก็เงยหน้ามองเรือนไม้หลังใหญ่ แม้ไม่มีผู้คนอาศัยแต่กลับสะอาดสะอ้าน รอบ ๆ ถูกกั้นทำรั้วด้วยไม้สูงเกือบถึงหน้าอก หนำซ้ำยังปลูกดอกไม้ประดับเรือนอย่างสวย ทำเลที่ตั้งอยู่เกือบกลางตรอกการค้า พื้นที่โล่งสบายตาเหมาะแก่การทำการค้านัก
"ที่ ๆ ข้าอยากให้เ้าดูอย่างไรเล่า"
"แล้วมันคืออะไรกันแน่ละ ท่านนี่พูดไม่รู้เื่จริง ๆ "
"เ้าไม่ชอบหรือ" อันอี้เฉินถามด้วยสีหน้าไม่สู้ดี เขาตั้งใจซื้อที่กลางตรอกนี้หลังจากได้ยินเจียงถิงถิงกล่าวกับผู่เย่ว์ หากนางหย่าขาดจากญาติผู้พี่ตนเองคงกลับไปสกุลเจียงไม่ได้
คนรอบคอบเช่นคุณชายอันจึงได้หาที่พักไว้ให้นางแล้วยังคิดอีกว่าควรหาเรือนที่นางสามารถทำกิจการต่าง ๆ เพื่อหาเลี้ยงตนเองได้
"ก็สวยดี หากข้าเป็เ้าของเรือนคงจะเปิดภัตตาคารไม่ก็ร้านบะหมี่เล็ก ๆ ลูกค้าคงไม่น้อยนักเพราะผู้คนผ่านไปมาตลอด" ได้ฟังคำของนางจนจบ อันอี้เฉินเผยรอยยิ้มงดงามขึ้นที่ริมฝีปากบาง ก่อนจะออกเดินนำเจียงถิงถิงเข้าไปด้านในของเรือนชานแห่งนี้
"เช่นนั้นเ้าก็ทำเถิด ข้ายกให้" เจียงถิงถิงขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของบุรุษหนุ่ม นางงุนงงกับคำกล่าวของเขาเหตุใดอยู่ ๆ จึงจะให้นางทำการค้า ไหนจะยกเรือนงดงามราคาไม่น้อยให้นางอีก
"ให้ข้าด้วยเหตุใดกัน"
"เ้ากล่าวกับผู่เย่ว์ไม่ใช่หรือว่าหากหย่าขาดกับท่านพี่คงจะกลับสกุลเจียงไม่ได้ เช่นนั้นก็จงอยู่ที่นี่เถอะ"
"ข้าก็มีสินเดิม ท่านไม่จำเป็ต้องให้สิ่งของมีราคาแก่ข้าเช่นนี้"
"หากเ้าไม่สบายใจก็ถือว่าข้าร่วมลงทุนกับร้านของเ้าเถิด"
"แต่ข้ายังไม่รู้เลย ว่าจะทำสิ่งใด"
"ไม่เป็ไร ข้ารอได้ข้าจะรอจนกว่าเ้าจะคิดออก หากเ้าไม่ขัดข้องสิ่งใดอีกก็รับมันไว้เถอะ ส่วนสินเดิมเ้าเก็บไว้ทำอย่างอื่นเสีย"
"เช่นนั้นข้าขอไม่เกรงใจ" กล่าวจบใบหน้าที่เริ่มเรียวเล็กก็ผุดรอยยิ้มแสนหวาน สักครู่นางก็ลากสาวใช้คนสนิทเดินดูเรือนตนด้วยความปิติดีใจ