ตอนที่ 2 เอี้ยก้วย
"หึ แช่งข้าแล้วคิดจะให้ข้าเป็อาหารสัตว์อสูรด้วย แล้วตอนนี้คิดจะเดินหนีงั้นรึ ไม่มีทางซะหรอกพวกเด็กเปรต"
เอี้ยก้วยที่กำลังจะไล่ตามจัดการกลุ่มเด็กหัวโจก ก็ต้องหยุดชะงักกะทันหัน เมื่อเห็นว่ามือของตัวเองโปร่งใสและมองทะลุเห็นต้นไม้ใบหญ้าผ่านฝ่ามือได้อย่างง่ายดาย
ไม่รอช้าเอี้ยก้วยจัดการรีบสำรวจร่างกายตัวเองอย่างรวดเร็ว
"อะไรกัน ร่างกายข้าทำไมเป็แบบนี้ ไม่สิข้าไม่มีร่างกายแล้ว นี้มันกายหยาบชัดๆ ข้าตายและกลายเป็ิญญาแล้วหรอเนี่ย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
เอี้ยก้วยที่ตอนนี้กำลังสับสนกับตัวเองพยายามตั้งสติ คิดรวบรวมเื่ราวต่างๆ ที่สามารถจำได้ให้มากที่สุด
"จริงสิ ครั้งล่าสุดที่ข้าได้ัฟ้าแล้ว ข้าก็ลองผสานอสูรตำนานทั้งสี่ จนพลังงานมหาศาลในร่างของข้าะเิออกมา จากนั้นทุกสิ่งก็เริ่มมืดลง"
"นี้หมายความว่าข้าตายไปแล้วงั้นรึ ไม่สิถ้าข้าตายไปแล้ว ต้องจำเื่ของอดีตชาติตัวเองไม่ได้สิ จากนั้นถ้าข้าตายจริงต้องไปที่นรกหรือ์ก่อน เพื่อจะรอการเกิดใหม่ กลายเป็เด็กทารกอีกรอบสิ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
หลังจากที่เอี้ยก้วยกำลังงงอยู่นั้น เมื่อมองลงไปใต้ฝ่าเท้าก็พบร่างเด็กหนุ่ม อายุประมาณสิบ-สิบสามปี นอนเือาบกับพื้น โดยทั้งร่างมีาแฟกช้ำทุกหนทุกแห่ง แม้แต่เอี้ยก้วยที่ผ่านโลกมาเยอะเห็นแล้วต้องเวทนาขึ้นมาทันที
"เด็กน้อยคนนี้เป็ใครกัน รึว่าเ้ากลุ่มเด็กเปรตเมื่อกี้ ที่สาปแช่งข้าว่าตายแล้ว จะหมายถึงเ้าเด็กน้อยคนนี้งั้นรึ?"
เอี้ยก้วยสังเกตุเด็กน้อยที่นอนแน่นิ่งอยู่สักครู่นึง เด็กน้อยไม่มีการขยับเขยื้อนตัวเลยสักนิด แม้แต่ลมหายใจก็ไม่มีออกมาให้เห็น สภาพเหมือนศพคนตายแล้วชัดๆ
"ช่างน่าสงสารจริงๆ เ้าเด็กน้อยที่ต้องมาตายด้วยวัยเพียงแค่นี้"
"จริงสิ ไหนๆ เราก็ไม่มีร่างเนื้อแล้วนี้หน่า ถ้าไงลองเข้าสิงร่างของเด็กคนนี้ดู จะได้มีร่างเนื้อสักที มีแต่ร่างหยาบแบบนี้ ข้าคงไม่สามารถทำอะไรได้แน่"
เอี้ยก้วยตัดสินใจลองเข้าสิงร่างเด็กน้อยที่ตายแล้วทันที
"โอ๊ย"
เมื่อเข้าสิงร่างเด็กน้อย เอี้ยก้วยก็ปวดหัวกะทันหัน ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาสู่สมองเอี้ยก้วยฉับพลัน
"นี้มันอะไรกัน มีแต่ความทรงจำที่น่าเวทนาทั้งนั้นเลยนี้หน่า ช่างเป็เด็กที่โชคร้ายอะไรแบบนี้"
จนรับรู้ได้ว่าเด็กหนุ่มในร่างนี้ มีนามว่าเอี้ยก้วยเหมือนกัน เกิดในตระกูลเอี้ย เป็ลูกคนสุดท้อง ที่มีมารดาเป็สาวใช้ตระกูลเอี้ย แต่มีพ่อเป็ผู้นำตระกูลเอี้ย
ั้แ่เอี้ยก้วยเกิดมา สภาพร่างกายก็อ่อนแอแต่กำเนิด ความสามารถพลังภายในแทบไม่มีเลยด้วยซ้ำ แล้วไม่เคยได้รับโอกาสเรียนวิทยายุทธของตระกูลอีกด้วย โดนกีดกันจากพ่อแท้ๆ ของตัวเองให้ไปอาศัยอยู่ในบ้านไม้หลังเล็กๆ นอกคฤหาสน์ของตระกูลกับแม่ที่เป็สาวใช้ของตระกูลกันตามลำพัง
หลังจากนั้นเมื่อเอี้ยก้วยได้อายุสิบขวบ แม่ของเอี้ยก้วยก็โดนฆ่าตายจากพ่อแท้ๆ ของตัวเอง เพราะกลัวเสื่อมเสียชื่อเสียงของตนเองที่เป็ถึงผู้นำตระกูลเอี้ยแต่กับแอบลักลอบเล่นชู้กับสาวใช้
แต่เอี้ยก้วยรอดมาได้เพราะแม่ที่ให้หนีออกมาก่อนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น หลังจากที่แม่ของตัวเองรับรู้ความผิดปกติบางอย่างภายในวันนั้นหลังจากพ่อนัดเจอในยามค่ำคืนกับแม่ตัวเอง ซึ่งปกติพ่อจะไม่เคยนัดเจอหรือคิดมาหาแม่เลยสักครั้ง ั้แ่มีลูกออกมาจนเมื่อวันนั้นที่พ่อตัวเองตัดสินใจมาเยี่ยมแล้วได้พรากแม่จากไปไม่มีวันหวนคืนมา
เอี้ยก้วยที่แอบซ่อนตัวในที่ไม่ห่างไกลจากบ้านพัก จนสองตาเห็นแม่ตัวเองถูกสังหารโดยฝีมือของชายที่เรียกว่าพ่ออย่างชัดเจน แล้วสาบานว่าเมื่อไหร่ที่มีพลังจะต้องกลับไปแก้แค้นทุกคนในตระกูลเอี้ยให้ได้
หลังจากวันที่แม่ถูกสังหาร เอี้ยก้วยต้องดินเร่ร่อนออกมาไกลจากตระกูลเอี้ย แล้วพยายามที่จะเข้าไปเป็ศิษย์ของสำนักทมิฬเพื่อหาสถานที่ฝึกฝนความแข็งแกร่ง แต่ทว่าสำนักทมิฬก็ไม่ต้อนรับแล้วโดนขับไล่ไสส่งออกมา เพราะลักษณะการแต่งตัวที่ยากจน ไม่มีเงินค่าเล่าเรียน ประกอบกับร่างกายอ่อนแอจึงไม่มีใคร้า
ท้ายที่สุดเอี้ยก้วยจึงตัดสินใจฝึกฝนด้วยตัวเองและเลือกมาอาศัยอยู่บริเวณชายป่าแห่งนี้ ซึ่งนอกจากมีผลไม้ในป่าใช้ประทังชีวิตและยังได้ต่อสู้กับสัตว์ป่าในคราวเดียวกัน
แต่ทว่าโชคชะตาช่างกลั่นแกล้งเหลือเกิน เนื่องด้วยศิษย์ของสำนักทมิฬก็ได้มาใช้ป่าเขาแห่งนี้สำหรับการฝึกฝนและออกล่าอสูรเพื่อจะนำไปผสานร่าง
ท้ายที่สุดเมื่อศิษย์สำนักทมิฬมาพบเจอเอี้ยก้วยเข้าโดยบังเอิญ ต้องกลายมาเป็เครื่องมือกลั่นแกล้งของเด็กหับโจกที่ชอบความรุนแรงทั้งหลาย ทำให้เอี้ยก้วยที่โดนรังแกทรมานอย่างหนักได้ไหวต้องสิ้นลมหายใจลงในที่สุด