ตอนที่16 ศึกแรกกับค่ายแฮปปี้โฮม
ถ้าไม่นับพวกหญิงสาวคนแก่และเด็ก ในค่ายมีทหาร 60คน แต่เรียกกลับมาได้ทันแค่ 50 คนเท่านั้น ส่วนอีก 10 คนกลับมาไม่ทันพวกที่เรียกกลับมาที่จริงก็อยู่แถว ๆ ค่ายไม่ก็สนุกอยู่ที่ชั้นสอง และหลังจากแบ่งกองกำลังออกมาจริงๆ ก็สามารถไปได้แค่ 30 คนเท่านั้น
ส่วนที่เหลือต้องป้องกันค่ายเพราะไม่ไกลพวกเขายังมีค่ายกิ้งก่าอยู่ด้วย ดังนั้นหากดึงกำลังไปหมดพวกเขาอาจจะโดนตลบหลังได้
ลอร์ดฮิวโก้แม้จะชอบความสนุกสนานและหลงอยู่กับผู้หญิง แต่การที่เขาพาค่ายเติบโตได้ขนาดนี้ภายในสามเดือนก็พิสูจน์แล้วว่าเขาไม่ใช่คนโง่
ทหารสามสิบคนต่างแต่งกายแตกต่างกันไปแต่ส่วนใหญ่แล้วมักมีใบหน้าดุร้ายและเต็มไปด้วยความมั่นใจกำลังยืนจับกลุ่มกันอยู่ที่พื้นที่ว่างหน้าอาคาร
ลอร์ดฮิวโก้ที่สวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วด้วยการช่วยเหลือของสาวๆ เดินออกมาจากระเบียงที่ชั้นสามมองดูเหล่าทหารกล้าของตัวเองอย่างพึงพอใจ
หญิงสาวสองคนก็เดินออกมาด้วยทั้งสองแต่งกายด้วยชุดที่สะอาดสะอ้าน ดูดีกว่าเหล่าทหารที่อยู่ข้างล่างเล็กน้อย และถ้าเทียบกับหญิงสาวคนอื่นๆ แล้วในค่ายแล้ว พวกเธอทั้งสองถือได้ว่าเป็ดอกไม้ที่ทหารทุกคนต่างหมายปอง
ลอร์ดฮิวโก้กล่าวถึงเื่ราวของค่ายที่พึ่งปรากฏขึ้นและการโจมตีเพื่อเอาตราประทับดินแดนมาพัฒนาค่ายอีกทั้งสุดท้ายยังวาดฝันที่สวยงามให้กับเหล่าทหาร
ทุกคนต่างก็ฮึกเหิมและเต็มไปด้วยพละกำลังโดยเฉพาะเมื่อฮิวโก้บอกว่าจะมอบหนึ่งในหญิงสาวข้างกายให้กับทหารคนไหนก็ตามที่เอาตราประทับดินแดนมาให้ตนเอง
เหล่าทหารต่างก็มองหน้ากันเองและเต็มไปด้วยความ้าแข่งขัน
ถึงจะเรียกพวกเขาว่าทหารแต่ที่จริงแล้วก็อ่อนแอยิ่งกว่าทหารอาสาซะอีก พวกเขาคือผู้รอดชีวิตในค่าย ที่ถูกจับมาตั้งกลุ่มกองกำลังเท่านั้น
อาวุธปืนก็ไม่มี ส่วนใหญ่ถือมีด เหล็ก และธนูที่ทำขึ้นอย่างหยาบๆ ไม่ก็ของที่เจอมาจากในเมือง
แน่นอนว่าอาวุธอื่น ๆ ก็มีอยู่บ้าง อย่างพวกทหารคนสนิทของฮิลโก้ก็มีอาวุธปืนกันคนละกระบอกแต่ก็มีแค่หกเจ็ดคนเท่านั้น ค่ายเป็จุดต่ำสุดของดินแดนลอร์ดดังนั้นไม่ต้องพูดถึงค่ายระดับ 1 เลย
พวกเขาเป็ขอทานในขอทานอีกทีในวันสิ้นโลก
“ไป ไปเอาหัวของลอร์ดที่ค่ายนั้นมาเอาตราประทับดินแดนมาให้กู แล้วพวกเราจะแบ่งความมั่งคั่งและผู้หญิงด้วยกัน”ลอร์ดฮิวโก้ยกมือขึ้นปลุกใจครั้งสุดท้าย
“เฮ้ ๆ ๆ ๆ”
“ตัดหัวมัน”
“เอาผู้หญิงพวกมันมา!”
“เอาตราประทับดินแดน!!”
“เพื่อค่ายแฮปปี้โฮม!!!”
เสียงะโดังไม่หยุดแต่แล้วตอนนั้นเองก็มีเสียงระฆังดังขึ้นขัดพวกเขาทุกคน มันดังมาจากชั้นดาดฟ้าของอาคารซึ่งมีคนเฝ้ายามคอยระวังภัยจากมุมสูง ก่อนที่ความโกลาหลจะส่งต่อไปที่หอคอยที่สร้างขึ้นจากไม้และทหารเฝ้ายามอยู่ฝั่งละคนกำลังะโด้วยความตื่นตระหนก
“ศัตรูบุก!”
กองกำลังทหารมืดทั้ง 50 นายต่างก็เดินกันอย่างเป็ระเบียบราวกับทหารคงกระพันที่ผ่านสนามรบมามากมาย
พวกมันเดินกันอย่างพร้อมเพียงไม่มีการแตกแถวรักษาความเร็วที่เหมาะสมไว้จนราวกับว่าพวกมันกำลังเดินสวนสนามกันอยู่
ทหารมืดอาจจะมีสติปัญญาต่ำกว่ามนุษย์แต่พวกมันก็มีความอดทนที่สูงกว่าเช่นกัน ทำตามคำสั่งได้โดยไม่โต้แย้งใด ๆ
ตอนออกมาจากค่ายพวกมันก็เดินมากันแบบนี้ตลอดระยะทางแค่สองกิโลเมตรเดินจนมาถึงค่ายแฮปปี้โฮมแห่งนี้ที่พวกมันได้รับมอบหมาย
ข้างกายที่ปรึกษามีทหารคุ้มกันเดินตามไม่ห่างส่วนหัวหน้าทหารมืด ซึ่งเดินนำหน้าสุดยกมือสั่งการให้ทหารมืดทุกนายบุกเข้าไปโจมตีตรงๆ ไม่ต้องมีกลยุทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น
แม้แต่ที่ปรึกษาทหารมืดก็มองดูอย่างเงียบ ๆเพราะก่อนจะมาถึงที่นี่ที่ปรึกษาและหัวหน้าทหารมืดได้ตกลงกันแล้วบางครั้งการโจมตีให้จบในครั้งเดียวก็ถือเป็กลยุทธิ์เช่นกัน
ทหารมืดด้านหลังทั้งหมดต่างก็เงยหน้าขึ้นมองไปยังค่ายแสดงถึงความดุดันและแข็งแกร่งกระชับหอกในมือแน่นพุ่งเข้าหาค่ายแฮปปี้โฮมทันที
ทั้งค่ายแฮปปี้โฮมต่างใและมึนงงพวกเขาไม่ทันตั้งตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ
“เกิดอะไรขึ้น ค่ายกิ้งก่าโจมตีพวกเราเหรอ”
“หรือว่าพวกมันมาขัดขวางพวกเรากัน”
“พวกนั้นไม่เหมือนกับค่ายกิ้งก่าเลย”
“เงียบ!”ลอร์ดฮิวโก้รีบสั่งให้ทุกคนเงียบ ก่อนจะบอกให้พวกเขาเตรียมพร้อมต่อสู้ “จะกลัวอะไรพวกมันบุกมาถึงที่นี่แล้ว กำลังคนเราก็พร้อมอยู่แล้ว ออกไปฆ่าพวกมันเลย”
“ใช่แล้ว พวกเราเตรียมพร้อมรบอยู่แล้ว”
“ไปฆ่าพวกมัน”
ทหารทุกคนต่างก็จับอาวุธหันกลับไปเตรียมสู้แต่แล้วก็ต้องพบว่าประตูค่ายที่แข็งแกร่งในตอนนี้กลับถูกพุ่งชนจนสั่นะเื
พวกนี้มัน...
โดยไม่ปล่อยให้มีเวลาได้คิดอะไร ที่กำแพงก็มีศัตรูปีนข้ามมาได้สำเร็จแล้ว
“เอาลูกตะกัวไปกินซะ”ทหารคนสนิทที่มีปืนยิงใส่ศัตรูที่ปีนขึ้นมาบนกำแพงในทันที ะุยิงเจาะเข้าใส่บริเวณหน้าอกเต็มๆ จนมันล้มลง
“เฮ้...”
“ฆ่ามัน”
ทหารของค่ายแฮปปี้โฮมพลันมีความกล้ามากขึ้นวิ่งเข้าไปที่ประตูเตรียมสู้ แต่แล้วสิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น ศัตรูที่โดนยิงจนตกลงมาด้านในและคิดว่าตายไปแล้วกลับลุกขึ้นยืนราวกับไม่เป็อะไรเลย
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ได้สวมเกราะอะไรด้วยซ้ำแค่สวมเสื้อคลุมเท่านั้น แต่ทำไมโดนยิงหน้าอกแล้วกลับไม่ตาย
อย่าว่าแต่ทหารเลยแม้แต่ลอร์ดฮิวโก้ก็ไม่เข้าใจ
หอคอยโลกาวินาศก็ไม่ได้ต่างจากด้านนอกคนที่โดนยิงหน้าอกแล้วกลับสามารถลุกขึ้นมาได้หน้าตาเฉยมันมีที่ไหนกัน?
เว้นแต่ว่าอีกฝ่ายมีสมบัติหรือพลังลึกลับก็ว่าไปอย่าง
“มันมีสมบัติลับช่วยชีวิต!” ฮิโก้คิดได้แค่ความเป็ไปได้นี้ทางเดียว
“มีมาอีกแล้ว ระวัง”
ทหารมืดเริ่มบุกเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายทหารของค่ายแฮปปี้โฮมก็ไม่มีเวลามาคิดว่าทำไมยิงแล้วไม่ตายตอนนี้ค่ายพวกเขาโดนบุกก็มีแต่ต้องสู้เท่านั้น
ทุกอย่างตกอยู่ในความโกลาหลทันทีทหารมืดเป็เหมือนกับทหารที่ฆ่าไม่ตาย แม้จะโดนดาบฟัน มีดแทงก็ไม่ตาย
จนทหารค่ายแฮปปี้โฮมเริ่มคิดว่าพวกมันสู้กับฝูงซอมบี้ที่มีสติปัญญาแบบมนุษย์
แน่นอนว่าถ้ารุมฆ่ายังไงก็ตายแต่แล้วก็มีทหารมืดนายหนึ่งเข้ามาเปิดประตูจากด้านในได้สำเร็จทำให้ทหารมืดด้านนอกที่เหลือบุกเข้ามาได้โดยตรง
ทหารแค่ 50นายถ้าไม่นับรวมผู้หญิงด้วย ก็ถือว่าไม่เสียเปรียบในด้านจำนวนแล้วแต่ความแข็งแกร่งรายบุคคลของพวกเขาอ่อนแอกว่าทหารมืด โดยเฉพาะการฆ่าไม่ตาย
พวกเขาไม่เข้าใจว่ากำลังเผชิญกับอะไรอยู่
สุดท้ายทหารค่ายแฮปปี้โฮมก็โดนสังหารราวกับตัดหญ้า
“ไม่ ๆ ทำไมถึงเป็แบบนี้ทหารพวกนี้มันมาจากที่ไหน ค่ายแกนนอนอย่างนั้นเหรอ เราส่งส่วยให้เสมอทำไมพวกเขาถึงโจมตีล่ะ” ลอร์ดฮิวโก้ก็เริ่มสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น
นี่ไม่ใช่ามันเรียกว่าการฆ่าล้างบางมากกว่า
“ยังยอมจำนนไม่ได้ ถ้ายอมพวกมัน ทุกอย่างก็จบน่ะสิ”
“ส่ง...”ลอร์ดฮิวโก้กำลังจะสั่งให้พาผู้หญิงออกไปสู้ด้วยแต่แล้วตอนนั้นเองก็มีมีดปลอกผลไม้แทงเข้ามาที่ด้านหลัง
“อั๊ก!...หลังกูอีนางสารเลว” ลอร์ดฮิวโก้หันกลับไปตบด้วยหลังมือใส่หญิงสาวข้างกายเธอกระเด็นไปกระแทกเข้ากับกำแพงจนคอหักตายทันที
แม้จะเป็ลอร์ด แต่ก็อย่าได้ดูถูกเขาเชียวหากเทียบกับนักผจญภัยผู้เล่นลอร์ดอ่อนแอกว่าจริง แต่ก็ไม่ได้มากขนาดนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงฮิวโก้ที่เป็ระดับพื้นฐานพลังขั้นเริ่มต้น
ย่อมแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาอย่างแน่นอน
หญิงสาวอีกคนใจนถอยหลังด้วยความหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ใครก่อนจะมองฮิวโก้ด้วยดวงตาที่เบิกกว้างและวิ่งหนีออกไปจากห้อง
“เลี้ยงไม่เชื่อง”ฮิวโก้โกรธมากที่โดนลอบกัดแบบนี้
ตอนนั้นลอร์ดฮิวโก้เหมือนจะรู้สึกถึงบางอย่างก่อนจะหันกลับไปมองและพบว่ามีเงาร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ด้านหลังของตัวเองอีกฝ่ายสวมใส่เกราะเต็มยศปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิด
นั่นคือหัวหน้าของศัตรู
“ขั้นกลางแน่นอน” ออร่าที่แผ่ออกมาทำเอาฮิลโก้ขาสั่น
“เดี๋ยว ๆ ฉัน ไม่สิผมยอมแพ้อย่าฆ่าผมเลย”ลอร์ดฮิวโก้รีบร้องขอชีวิตทันที อย่างไรซะ การเสียอำนาจแห่งลอร์ดไปก็ดีกว่าต้องตายที่นี่
แต่ว่าหัวหน้าทหารมืดกลับไม่สนใจเตรียมจัดการฮิวโก้ดาบในมือยกขึ้นสูง
“บัดซบสู้ตายสิวะ!”
“คิดว่าจะสู้กูคนนี้ได้เหรอ นี่มันดินแดนของกูเว้ย”ฮิวโก้ดินรนอย่างสุดชีวิต แต่ว่าทำได้เพียงกรีดร้องออกมาใช้ปืนในมือยิงใส่ไม่ยั้ง
ปัง! เคร้ง!ๆ ๆ ๆ
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวแต่กลับยิงโดนแค่ชุดเกราะเท่านั้น ไม่สามารถเจาะผ่านไปถึงตัวของหัวหน้าทหารมืดได้แต่แม้แต่น้อย
“เกราะนั้นมันอะไรกัน!” ลอร์ดฮิวโก้พลันรู้สึกสิ้นหวัง ปืนยิงจนะุหมดแล้ว ไม่เหลือให้ยิงอีกต่อไป
หันหลังเตรียมจะวิ่งหนี
หัวหน้าทหารมืดไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วฟันดาบด้วยพลังดิบเถื่อนเข้าไปที่กลางศีรษะของลอร์ดฮิวโก้ตรงๆ
โพล๊ะ!
หัวของลอร์ดฮิวโก้ะเิแยกออกจากกันตามร่างดาบผ่าลงไปถึงหน้าอกและท้องแยกออกเป็สองฝั่ง
พอหัวหน้าทหารมืดดึงดาบออกมาศพก็ล้มลงเืแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั้งบริเวณ
“ใครกล้าสู้ ฆ่า”เสียงของหัวหน้าทหารมืดเยือกเย็นมาก
ทหารมืดทุกทายต่างก็พุ่งเข้าไปตามห้องต่าง ๆไม่ว่าเจอใครที่กล้ายกอาวุธขึ้นมาพวกมันก็ลงมือฆ่าทิ้งโดยไม่กระพริบตาด้วยซ้ำ
ศพแล้วศพเล่าถูกฆ่าตายสุดท้ายพวกที่เหลือไม่มีใครกล้าหยิบอาวุธขึ้นมาอีก พากันทิ้งอาวุธหมอบไปกับพื้นตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
โดยเฉพาะเมื่อเท้าของทหารมืดเดินผ่านลมหายใจของพวกเขาแทบจะหยุดลง
ประชากรมีคุณค่าอย่างมาก แม้จะมีจำนวนจำกัดต่อค่ายอยู่ที่100 แต่นั่นคือขีดจำกัดไว้เพื่อระบุว่าถึงเกณฑ์การเพิ่มประชากรของค่ายระดับ 1 แล้ว
ทหารมืดทำหน้าเป็นักรบได้แต่การผลิตยังต้องอาศัยแรงงานมนุษย์อยู่
คำสั่งของกัสจึงชัดเจนว่ากำจัดคนที่สู้และจับผู้รอดชีวิตมาให้มากที่สุดวิธีนี้คือการเพิ่มจำนวนประชากรในค่ายได้เร็วที่สุดอีกด้วย