21 ปีผ่านไป
ณ หน้าเรือนกาญจนา
“ฮือ ฮือ ใครกันที่ฆ่าฉัน”
อุไรใช้ความอดทนอย่างสูงกับการไม่สนใจดวงวิญญาณของบุษบง แต่นี่มันก็เป็นเวลาถึง 21 ปีแล้ว บุษบงก็ไม่ยอมปล่อยวาง เมื่อความอดทนถึงขีดสุด อุไรก็เลยยอมออกมาจากเรือนกาญจนาเพื่อรับเรื่องร้องทุกข์ของอดีตดาราสาวชื่อดัง
“คุณปล่อยวางเถอะนะคะ คุณบุษ และไปในที่ที่สมควรไปได้แล้ว” อุไรพยายามพูดกล่อม
“ไม่! ตราบใดที่ฉันยังไม่รู้ตัวฆาตกรตัวจริง ฉันจะไม่ยอมไปไหน” บุษบงกล่าวอย่างอาฆาต
“นี่มันก็ผ่านมา 21 ปีแล้วนะคะ ตำรวจหรือใครก็สืบให้คุณไม่ได้หรอก” อุไรกล่าว
“ช่วยฉันด้วยเถอะนะ คุณอุไร คุณยังช่วยมนุษย์ไปตั้งหลายคนเลย” บุษบงคอยเฝ้าดูอุไรช่วยเหลือมนุษย์คนอื่นตลอดระยะเวลา 21 ปี
“ก็นั่นพวกเขาสั่งสมบุญบารมีมากพอ ฉันก็เลยให้โอกาสพวกเขา แต่คุณไม่เคยเลยนี่คะ” อุไรกล่าวตามตรง
“คุณช่วยฉันก่อน แล้วฉันค่อยทำบุญกุศลทดแทนก็ได้นี่คะ” บุษบงต่อรอง
“ตอนนี้คุณเป็นเพียงดวงวิญญาณ แล้วคุณจะสั่งสมบุญได้ยังไงคะ” อุไรสงสัย
“ช่วยฉันด้วยเถอะนะคุณอุไร ไม่เช่นนั้นฉันก็จะร้องไห้ที่หน้าเรือนกาญจนาไปอีกร้อยปี” บุษบงขู่
ป้าญินดาก็เลยเดินออกมาดูเหตุการณ์ พร้อมกับเอามือจับไปที่ไหล่ของอุไร “ช่วยคุณบุษเถอะ อุไร ตอนที่ฉันเป็นเพียงดวงวิญญาณ ฉันก็อยากให้ใครสักคนช่วยให้ความยุติธรรมกับฉันบ้าง แต่ฉันก็ไม่มีโอกาสเพราะไม่มีใครเลยที่ยอมช่วย”
อุไรถอนหายใจ ก็เลยว่า “ก็ได้ งั้นเข้าไปในเรือนกาญจนาสิ”
อุไรก็เลยเดินนำเข้าไปในเรือนกาญจนา โดยมอบหมายให้ป้าญินดาเป็นคนอธิบายเงื่อนไขของเรือนกาญจนาทั้งหมด
อุไรเดินเข้าไปอ่านคัมภีร์เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ของเรือนกาญจนาภายในห้องลับ ปล่อยให้ป้าญินดาคุยกับดาราสาวในห้องรับแขกไปพรางๆก่อน
ผ่านไปนานพอสมควร อุไรจึงเดินออกมานั่งต่อหน้าดาราสาว
“ฉันยอมทำทุกอย่าง ขอเพียงให้ฉันได้รู้ตัวฆาตกรที่ฆ่าฉัน” บุษกล่าวอย่างอาฆาต
“ถ้ารู้แล้ว คุณจะทำอะไรได้คะ ในเมื่อตอนนี้คุณก็เหลือเพียงดวงวิญญาณเท่านั้น” อุไรสงสัย
“อย่างน้อยฉันก็จะได้รู้ว่า ใครกันแน่ที่คิดร้ายกับฉัน ฉันขอร้องเถิดนะคะ อย่างน้อยก็ขอให้ฉันจากโลกนี้ไปอย่างหมดห่วงไงคะ” บุษบงกล่าว
“หนทางเดียวที่ดวงวิญญาณอย่างคุณจะรู้ได้ นั่นก็คือ การย้อนอดีตเท่านั้น และการย้อนครั้งนี้มีโอกาสแค่เพียงครั้งเดียว หากทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม คุณก็ไม่อาจได้รับรู้เช่นเดิม” อุไรกล่าว
“นี่หมายความว่าฉันมีโอกาสได้ย้อนกลับไปเมื่อ 21 ปีที่แล้วอีกครั้ง และต้องสืบด้วยตัวของฉันเอง อย่างนั้นหรือคะ” บุษบงพยายามทวนเพื่อให้รู้ว่าตนเข้าใจถูกหรือไม่
“ใช่ค่ะ และบางทีหากคุณเปลี่ยนแปลงอดีตได้ คุณก็อาจไม่ตายก็เป็นได้ แต่ยุคปัจจุบันก็จะเปลี่ยนแปลงไป” อุไรกล่าว
“แล้วฉันต้องทำอะไรเป็นการแลกเปลี่ยนล่ะคะ” บุษบงสงสัย
“ตอนนี้รันธิมา ซึ่งเป็นบุตรสาวของรวิวรรณกำลังจะตาย ตอนนี้เธอเข้าขั้นโคม่า ฉันจะให้คุณเข้าไปอยู่ในร่างของรันธิมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม” อุไรอธิบาย
“อ้าว ไหนปกติจะกำหนดสิบวันไม่ใช่หรอคะ” บุษสงสัยอีก
“นั่นเป็นกฎเกณฑ์สำหรับมนุษย์ที่ฉันจงใจให้เขารับรู้เรื่องราวของเรือนกาญจนาค่ะ แต่คุณเป็นเพียงดวงวิญญาณอาฆาตเท่านั้น ว่าไงคะ จะยอมทำตามเพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่ได้ย้อนกลับสู่อดีตหรือไม่” อุไรอธิบาย
“ฉันยอมค่ะ” บุษยอมแต่โดยดี
“และห้ามบอกกล่าวเรื่องราวเกี่ยวกับเรือนกาญจนาให้ใครรับรู้เด็ดขาด ไม่เพียงเท่านั้น ห้ามให้ใครรู้ด้วยว่าคุณเป็นบุษบงที่ได้อยู่ในร่างของรันธิมานะคะ” อุไรย้ำ
“ค่ะ ฉันสัญญาว่าจะไม่บอกใคร” บุษยกมือขวาเพื่อทำการสัญญา
“เอาล่ะค่ะ งั้นคุณก็ตามฉันมาค่ะ” อุไรเดินนำทางไปที่ประตูมิติ