บทที่ 10:หนีตายใต้เงาพายุ
เสียงกระแอมไอนั้นเปรียบเสมือนค้อนั์ที่ทุบลงมากลางใจของเฟยชินร่างของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะ ความคิดทั้งหมดว่างเปล่าเหลือเพียงสัญชาตญาณเอาตัวรอดที่กรีดร้องอยู่ภายใน
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าขยับอยู่ชั้นล่างผู้าุโกำลังเคลื่อนไหว!
เฟยชินบังคับให้ตัวเองสงบลงอย่างรวดเร็วความตื่นตระหนกคือหนทางสู่ความตาย เขารีบยัดม้วนคัมภีร์"เคล็ดวิชาอสูรไร้ลักษณ์" เข้าไปในอกเสื้ออย่างแ่า จากนั้นจึงค่อยๆคลานเข้าไปแอบอยู่หลังชั้นหนังสือสูงใหญ่และแอบมองลงไปยังชั้นล่างผ่านช่องว่างแคบๆ
เขาเห็นร่างของชายชราผมขาวในชุดสีเทาเข้มกำลังบิดตัวคลายความเมื่อยล้าผู้าุโคนนั้นไม่ได้เดินมาที่บันไดแต่กลับเดินลึกเข้าไปยังส่วนในของหอคัมภีร์ชั้นหนึ่งราวกับจะตรวจตราความเรียบร้อยก่อนจะกลับไปนั่งสมาธิต่อ
นี่คือโอกาส!เป็ช่องว่างแห่งเวลาเพียงน้อยนิดที่์มอบให้!
แต่เขาจะลงไปอย่างไร? หากเขาเดินลงบันไดไปเฉยๆผู้าุโอาจหันกลับมาเห็นได้ทุกเมื่อ เขาต้องสร้างสิ่งล่อใจดึงความสนใจของชายชราไปที่อื่น!
สายตาของเฟยชินกวาดไปทั่วชั้นสองอย่างรวดเร็วก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ชั้นหนังสือสูงตระหง่านที่อยู่สุดทางเดินด้านหลังตรงข้ามกับบันไดที่เขาอยู่บนชั้นสูงสุดมีตำราเล่มหนาที่หุ้มด้วยโลหะวางิ่เหม่่อยู่
แผนการหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันทีมันเสี่ยงอันตรายอย่างที่สุด แต่ก็เป็ทางรอดเดียวที่เขามี!
เฟยชินนั่งขัดสมาธิลงกับพื้นหลับตาลงและรวบรวมสมาธิทั้งหมดมาไว้ที่ปลายนิ้ว เขาค่อยๆปล่อยเส้นใยลมปราณที่บางเฉียบราวกับเส้นไหมออกมาอย่างช้าๆซึ่งเป็ทักษะการควบคุมพลังที่เขาเพิ่งจะทำได้หลังจากทะลวงสู่ขั้นหลอมรวมกายาเส้นใยลมปราณนั้นลอยข้ามห้องอันมืดมิด มุ่งตรงไปยังตำราเล่มหนานั้นอย่างแม่นยำ
เขาต้องผลักมันเบาๆให้ตกลงมา...
โครม!
เสียงตำราเล่มหนักร่วงหล่นจากที่สูงกระแทกพื้นไม้ของชั้นสองดังสนั่นหวั่นไหวทำลายความเงียบสงบของหอคัมภีร์ลงอย่างสิ้นเชิง
"ใครน่ะ!?" เสียงตวาดอันเกรี้ยวกราดของผู้าุโดังขึ้นจากชั้นล่างพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งตรงมายังบันไดด้วยความรวดเร็วชายชรากำลังมุ่งหน้าขึ้นมายังชั้นสองเพื่อตรวจสอบต้นตอของเสียง!
นี่แหละคือจังหวะที่เฟยชินรอคอย!
ในวินาทีที่ผู้าุโกำลังจะก้าวเท้าขึ้นบันไดเฟยชินก็พุ่งตัวออกจากที่ซ่อนราวกับลูกธนูเขากระโจนลงบันไดไปอย่างรวดเร็วและเงียบกริบ สวนทางกับผู้าุโที่กำลังขึ้นมา
"เ้าหนู! คิดจะหนีไปไหน!"ผู้าุโตระหนักได้ทันทีว่าตนเองถูกหลอก เขาสะบัดมือตวาดลั่นพลังปราณสีเทาเข้มพุ่งออกจากฝ่ามือของเขากลายเป็ "กรงเล็บวายุ"ที่แหลมคม พุ่งเข้าใส่แผ่นหลังของเฟยชินด้วยความเร็วสูง!
เฟยชินััได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาจากด้านหลังเขากระทืบเท้าลงบนพื้นไม้ของชั้นหนึ่งส่งร่างของตนเองให้พุ่งไปยังหน้าต่างที่เขาเข้ามาในขณะที่ร่างของเขากำลังลอยอยู่ในอากาศนั้นเอง เขาก็บิดตัวหลบอย่างสุดชีวิต
แคว่ก!
กรงเล็บวายุพลาดเป้าสังหารไปเพียงเล็กน้อยแต่มันก็ได้เฉือนเข้าที่หัวไหล่ของเขาอย่างจัง เสื้อผ้าขาดวิ่นเผยให้เห็นาแลึกที่เืสาดกระเซ็นออกมา ความเ็ปแล่นปราดไปทั่วร่าง
"อึ่ก!" เฟยชินกัดฟันข่มความเ็ปร่างของเขาทะลุออกนอกหน้าต่างและร่วงหล่นลงสู่พื้นดินที่เฉอะแฉะเบื้องล่าง
"มีผู้บุกรุกที่หอคัมภีร์! จับมันไว้!"เสียงคำรามด้วยความโกรธจัดของผู้าุโดังออกมาจากหอคัมภีร์ปลุกให้องครักษ์ทั่วทั้งจวนตื่นตัว
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นอีกครั้งคบเพลิงสว่างวาบขึ้นทั่วทุกทิศทาง เหล่าองครักษ์กำลังมุ่งหน้ามายังหอคัมภีร์
เฟยชินไม่สนใจความเ็ปที่หัวไหล่เขารีบพยุงร่างของตนเองลุกขึ้นและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเขาไม่ได้วิ่งไปตามทางเดินใหญ่ แต่กลับพุ่งเข้าสู่เงามืดที่เขาคุ้นเคยอีกครั้งหยดเืของเขาหยดลงบนพื้นดินเป็ทาง แต่ก็ถูกน้ำฝนที่ยังคงตกหนักชะล้างไปอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดเขาก็พาร่างที่สะบักสะบอมของตนเองกลับมาถึงกระท่อมได้สำเร็จ เขาพิงประตูด้านในหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ความเ็ปที่หัวไหล่รุนแรงจนแทบทำให้เขาสิ้นสติ
เขาล้วงเข้าไปในอกเสื้อมือที่สั่นเทาของเขาหยิบม้วนคัมภีร์ที่ปรารถนาออกมา..."เคล็ดวิชาอสูรไร้ลักษณ์"
เขาทำสำเร็จอีกครั้ง...แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ชัยชนะที่ขาวสะอาด เขาได้รับาเ็ และที่สำคัญกว่านั้น...เขาได้ทิ้งร่องรอยไว้แล้ว ตอนนี้ตระกูลหลิวไม่ได้แค่ตามหา "ไป๋หลาง"นักสู้ปริศนาอีกต่อไป แต่พวกเขากำลังตามล่า "ผู้บุกรุก"ที่มีความสามารถสูงส่งและท้าทายพวกเขาถึงในบ้าน
อันตรายได้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว...