หลังจากเลือกอาวุธเสร็จสิ้น ชิงหยางเร่งทะยานร่างไปยังบ้านพักหลังเขาอย่างรวดเร็ว
เมื่อไต่มาถึงยอดเขาชิงหยางผินกายกลับ พลางกวาดตามองทั่ว
ภาพที่ปรากฎในคลองจักษุของเด็กหนุ่ม ก็คือภาพที่ทำเอาเด็กหนุ่มสั่นสะท้านไปทั่วร่าง
เขตแดนของสำนักว้างใหญ่แสนพรรณนา ูเาเล็กใหญ่มากมายกลาดเกลื่อน ทั้งบนยอดเขาน้อยใหญ่ยังเต็มไปด้วยตำหนักตั้งอยู่
เขตแดนเข้าในส่วนกลางนั้นปรากฎหมอกสีขาวล่องลอยปกคลุมทั่ว แตพอเลยไปยังส่วนลึกปรากฎหมอกสีขาวหนาแน่นยิ่งกว่า
ทั้งยอดเขาทั้งหลายยังเต็มไปด้วยหมอกสีขาว แต่บางยอดเขาหมอกสีขาวกลับหนาแน่นชนิดที่มองแทบมิเห็นสิ่งใด
" ส่วนที่มีหมอกน่าจะเป็ส่วนของศิษย์สายใน แลศิษย์หลัก " ชิงหยางพึมพำ
" ส่วนยอดเขาต่างๆคงจะเป็ที่อยู่ของบรรดาผู้าุโเ้าตำหนัก แลศิษย์ส่วนตัว " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ
ในใจให้คิดอิจฉาริษยาเป็ยิ่งนักเพราะมิว่าพร์ หรือฐานะตระกูล ศิษย์เหล่านี้ล้วนมีหมดต่างจากตนโดยสิ้นเชิง
" ไอ้หนู มองไปก็เท่านั้น " เสียงชราดังขึ้นที่ด้านหลัง
ชิงหยางสะดุ้งใเร่งผินกายกลับ สองตามองจ้องยังชายชราในชุดสีเทาที่เก่าแลขาด ทั้งปะชุนทั่ว
" คารวะผู้าุโ " ชิงหยางเร่งทำการคารวะ
" อืม " ชายชราพยักหน้า
" ข้าจะพาเ้าไปยังบ้านพักของเ้า " ชายชราเอ่ย แลเดินลงเขาอย่ารวดเร็ว
ชิงหยางมิรอช้าเร่งทะยานตามไปอย่างรวดเร็ว ในใจก็ยิ่งงุนงงเป็ยิ่งนัก เพราะชายชราเข้ามาในยามใดก็มิอาจรู้ได้
ััที่มีของตนพลันพังทะลายเมื่อมิอาจตรวจสอบได้ว่า ชายชราเข้ามาใกล้ตนั้แ่เมื่อใด
เพียงมินาน ชายชราจึงเดินมาถึงยังบ้านไม้ซุงหลังเล็ก ที่อยู่มิไกลจากหุบเหวขยะ
" ข้าต้องอยู่ที่นี่เช่นนั้นรึ " ชิงหยางเอ่ยถาม เพราะสภาพที่พบเห็นนั้นมันมิสมควรที่จะเป็ที่อยู่ได้เลย
แม้นแต่ที่เมืองเฟิ่งเองเด็กหนุ่มก็มิเคยต้องอยู่ในสถานที่เช่นนี้
" ไอ้หนู ทำใจเสียเถิด " ชายชราเอ่ยออกมา
" แต่อย่างน้อยที่นี่ก็ยังปลอดภัย เพราะไอ้พวกสวะตระกูลเถียนมิกล้าบุ่มบ่ามมาที่นี่เป็แน่ " ชายชราเอ่ยออกมา
ชิงหยางครุ่นคิดตามคำพูดของชายชรา หากตระกูลเถียนมิกล้ามารบกวนย่อมแสดงว่า ชายชราผู้นี้กล้าแกร่งจนตระกูลเถียนมิกล้ามาวุ่นวาย
" อืม " ชิงหยางพยักหน้า เขาได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
" หากเ้าอยากออกไปจากที่นี่ เ้าก็เร่งฝึกฝนแลทะลวงขั้นพลังไปยังเขตแดนผสานิญญา " ชายชราเอ่ย
" เมื่อเ้าไปยังเขตแดนผสานิญญาโดยที่อายุยังมิถึงยี่สิบปี เ้าก็จะได้เข้าเป็ศิษย์สายในทันทีโดยมิต้องทดสอบสิ่งใดอีก " ชายชราเอ่ย
" แลเมื่อถึงเวลานั้น เ้าก็มิต้องเกรงกลัวตระกูลเถียนอีกต่อไป " ชายชราเอ่ย
" อืม " ชิงหยางพยักหน้า
" ขอบคุณผู้าุโ " ชิงหยางประสานสองมือ
" ฟุดฟิด " จมูกของชิงหยางสูดกลิ่นที่ลอยมา พลางหัวคิ้วพุ่งเข้าชนกัน
" ผู้าุโในป่าคงจะมากมายด้วยสัตว์อสูรระดับสูง " ชิงหยางเอ่ยถาม
" ใช่ " ชายชราพยักหน้า พลางมองยังชิงหยางด้วยสายตาที่งุนงง
" เหตุใดเ้าจึงรู้ " ชายชราเอ่ยถาม
" ข้าคุ้นชินกับมันมาก " ชิงหยางเอ่ยออกมา แลยกยิ้ม
" ดียิ่ง ที่เ้าคุ้นชินกับมัน หาไม่แล้วหากเ้ามิสามารถแยกแยะกลิ่นของสัตว์อสูรได้ นั่นจะทำให้เ้าลำบากยิ่งนัก " ชายชราเอ่ย
" อืม " ชิงหยางพยักหน้า
" เ้าก็พักผ่อนก่อนเถิด ส่วนเื่การฝึกฝนหากเ้ามีปัญหาใดสอบถามข้าได้ " ชายชราเอ่ยออกมา
" ขอบพระคุณขอรับ " ชิงหยางประสานสองมือ แลผินกายเดินเข้ายังบ้านไม้ซุง
เมื่อเข้ามาในบ้านหลังเล็ก พบเพียงเตียงนอน โต๊ะแลเก้าอี้ เขาได้แต่ส่ายหน้า
" ตระกูลเถียน รอก่อนเถิด " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางเดินไปยังเตียงแลหย่อนกายลงนั่ง พลางยกนิ้วกลางที่สวมแหวนมิติขึ้นดู
" เสมือนมีบางสิ่งอยู่ภายใน " ชิงหยางพึมพำ เขาเร่งกำหนดจิตมองเข้าไปในแหวนมิติ
ในแหวนมิตินั้นมีพื้นที่ใหญ่โตยิ่ง มิอาจประมาณได้ว่าใหญ่โตเพียงใดเพราะมันกว้างใหญ่เหลือคณนา
" นั่นอะไร " ชิงหยางพึมพำ
" มา " ชิงหยางเรียกวัตถุต้องสงสัยออกมาจากแหวนมิติ
" วิ้ง " วัตถุนั้นปรากฎอยู่ต่อหน้า สองตาของชิงหยางเพ่งมองยังวัตถุนั้นทั้งยังทำสีหน้างวยงง
" เป็ตำรา " ชิงหยางพึมพำ พลางวาดมือออกไปยังตำรา
" ตำราสมุนไพร " ชิงหยางพึมพำ พลางส่ายหน้า
" จะเหลือสิ่งของทิ้งไว้ดีกว่านี้หน่อยก็มิได้ " ชิงหยางได้แต่พ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง
เพราะเขาเคยเปิดดูตำราสมุนไพรมาแล้ว มันเป็ตัวอักษรที่เขียนลงไปแลรูปของสมุนไพร
แม้นจะมีรูปของสมุนไพรแต่ก็เพียงแค่นั้น หากจะศึกษาก็มิอาจทำความเข้าใจกับสมุนไพรได้หากปราศจากอาจารย์คอยชี้แนะ
" ฟู่ว " ชิงหยางเป่าปากออกมาอย่างแรง พลางเปิดตำราสมุนไพร
" วิ้ง " พลันปรากฎแสงสีขาวสาดส่องออก พร้อมกับตัวอักษรที่ล่องลอยอยู่ในแสงสีขาว
" ข้าบรรพจารย์นี่ฟ่านฉางแห่งหุบเขาโอสถ ขอถ่ายถอดถ้อยความทั้งหมดที่ข้าได้เรียนรู้มาตลอดอายุขัยของข้าแก่ผู้มีวาสนา " ชิงหยางพึมพำ
" ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้านั้นเฟ้นหาผู้สืบทอดของข้าโดยตลอด แต่ก็มิเคยเลยที่จะมีผู้ใดผ่านการทดสอบของข้าได้ " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ
" หากผู้มีวาสนาได้พบเจอกับตำราสมุนไพรเล่มนี้ โปรดจงรู้ไว้ว่าตำราเล่มนี้มันมิได้มีเพียงความรู้ของสมุนไพร " ชิงหยางพึมพำ
" หากผู้มีวาสนาอยากรู้ว่าตำราเล่มนี้มีสิ่งใดซุกซ่อน ก็ลงมือทำการทดสอบเพื่อผ่านด่านแรกให้ได้ " ชิงหยางพยักหน้า
" หากมิสามารถผ่านด่านแรกได้ ผู้มีวาสนาก็จะกลายเป็ผู้ไร้วาสนา แลต้องส่งตำราสมุนไพรเล่มนี้ให้กับผู้มีวาสนาคนต่อไป " ชิงหยางพึมพำ
" แปลก " ชิงหยางพึมพำ เขาครุ่นคิด
" บรรพจารย์นี่เป็ตัวตนระดับใดกัน เหตุใดจึงมิสามารถหาผู้สืบทอดของตนได้ " ชิงหยางพึมพำ
" รึว่าตำราสมุนไพรเล่มนี้จะมีสิ่งที่น่ากลัวเคลือบแฝงอยู่ " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางครุ่นคิดอยู่นาน " มิคุ้ม ข้าเป็เพียงเด็กน้อยที่เพิ่งฝึกยุทธ มิได้มีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวกล้าแข็งขนาดที่จะเผชิญกับบางสิ่งที่น่ากลัวได้ " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ แลเก็บตำราสมุนไพร เขาตั้งใจไว้ว่าเมื่อแข็งแกร่งจึงจะเปิดอ่านมันอีกครา
" ฝึกเพลงกระบี่ดีกว่า " ชิงหยางพึมพำ แลเดินออกจากบ้านไม้ซุง
ชิงหยางยืนอยู่กลางลานหน้าบ้าน แลเรียกกระบี่ฟ้าสังหารสนิมเขรอะออกมา
" สักวันข้าต้องหาชิ้นส่วนของเ้าให้ครบ " ชิงหยางพึมพำ
" แทงตรง " ชิงหยางก้าวเท้าไปข้างพร้อมกับะเิพลังปราณ แลกระบี่กระบี่เสวียนเทียนออกไปสุดแรง
" วู๊มมม " มวลอากาศถูกกระบี่สนิมเขรอะเบี้ยวบิดจนกระเพื่อมไหว
" ฟันเฉียง " ชิงหยางหมุนควงกระบี่เหนือไหล่ของตนแล ตวัดลงข้างลำตัวในแนวทะแยง
" วู๊มมม " มวลอากาศถูกผ่าออกเป็สองส่วน คมกระบี่พุ่งทะยานออก
" วิ้ว " คมกระบี่กรีดผ่ามวลอากาศพุ่งทะยานไกล
" อืม " ชายชราที่เฝ้าดูชิงหยางั้แ่ออกมาจากบ้าน พยักหน้าช้าๆ
" เพลงกระบี่ทรราชสามัญไร้พิษสง แต่ไอ้หนูนี่กลับทำให้มันอันตรายได้ถึงเพียงนี้ " ชายชราพึมพำ
ชายชราครุ่นคิดถึงวันที่เ้าสำนักมาหา แลขอให้ช่วยเหลือเด็กหนุ่ม " หากเป็จริง ข้าจะมิมีวันให้ตกอยู่ในอันตราย " ชายชราพึมพำ
ชิงหยางร่ายรำกระบี่ใบหลิวอย่างอ่อนช้อย เขาฉุกคิดได้บางอย่างพลันหยุดนิ่ง
" เพลงกระบี่ใบหลิวนี่ น่าจะเป็เพลงกระบี่ของสตรี จึงมีลีลาท่างอ่อนช้อย " ชิงหยางพึมพำ
" แต่หากข้าใช้ความแข็งแกร่งแทนความอ่อนช้อย เพลิงกระบี่ใบหลิวจะเป็เช่นใด " ชิงหยางพึมพำ
" ลองดู " ชิงหยางพยักหน้า แลเริ่มฝึกฝนเพลงกระบี่ใบหลิว ด้วยท่วงท่าที่ดุดันแข็งกร้าว
" วิ้ว วิ้ว " เสียงกระบี่ฟ้าสังหารตัดผ่ามวลอากาศดังลั่น
" ใบหลิวเล่นลม " ชิงหยางแทงกระบี่ออกไปเบื้องหน้า
" ฟิ้ว " คมกระบี่กรีดผ่ามวลอากาศพุ่งทะยานตรงเข้าหาหินก้อนใหญ่
" ตูมมม " คมกระบี่ใบหลิวะเิออกเมื่อกระทบหินก้อนใหญ่
" แคร่ก " หินก้อนใหญ่พลันปรากฎรอยร้าวทั่ว รอยร้าวลุกลามไปทั่ว
ชิงหยางทะยานร่างเข้าไปยังหินก้อนใหญ่ พลางสำรวจความลึกของรอยร้าว
" ราวหนึ่งชุ่น " ชิงหยางพึมพำ
" พลังปราณยังมิมากพอที่จะะเิหินก้อนใหญ่ได้ " ชิงหยางพึมพำ
" หากอยู่ยังเขตแดนผสานิญญาเกรงว่าหินก้อนนี้ คงะเิออกในทันใด " ชิงหยางพึมพำ
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า " เสียงหัวเราะดังสนั่นลั่นแดน
ชิงหยางผินกายกลับมองยังต้นเสียง " เถียนปี้เหลา " ชิงหยางพึมพำ
" ไอ้สาระเลว เอาชีวิตของเ้ามา " เถียนปี้เหลาร้องะโออกสุดเสียง