ประเทศแทนซามาเนีย ภูมิประเทศเป็เกาะขนาดใหญ่ ปกครองระบบาาธิปไตย ในขณะนี้พระาาชราภาพมากแล้วและไม่มีผู้สืบทอด พระองค์จึงตั้งกฎของการชิงตำแหน่งพระาาไว้ว่า ผู้มีสิทธิ์เข้าสมัครชิงตำแหน่งจะต้องมีไข่มุกของตระกูลแทนนาสและต้องแต่งงานกับบุตรสาวของตระกูลนี้เท่านั้น
แอนโทนี่ ผู้นำแวมไพร์ผู้พิทักษ์ตระกูลวินเชสตัน มีอายุมากกว่าพันปี แต่ลักษณะภายนอกเหมือนชายวัยกลางคนประมาณ 50 ปี ได้ยินพระาาทรงประกาศอย่างเป็ทางการ จึงรีบเรียกหลานชาย เอริค แวมไพร์หนุ่มมาพบทันที
“หลานได้ยินข่าวแล้วใช่มั้ยเอริค” แอนโทนี่เห็นสีหน้าเอริคก็รู้ทันที
“ครับ แต่ผมคาดการณ์ว่าตระกูลแฟนทรัมต้องไม่อยู่เฉยแน่” เอริคมีสีหน้ากังวล
“ดังนั้น หลานรีบไปคฤหาสน์ตระกูลแทนนาสเถิด แล้วไปแต่งงานกับแอนนี่ คู่หมั้นของหลานซะเถอะ”
“แต่นางเป็มนุษย์นะครับ” เอริคกล่าว
“ลุงมั่นใจว่าหลานเตรียมรับมือได้ จงจำไว้ ต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องมนุษย์จากน้ำมือแฟนทรัม” แอนโทนี่สั่งหลาน
“ครับ ผมทราบแล้ว” เอริคพยักหน้า
“เดินทางปลอดภัยนะหลาน”
เอริคพยักหน้า เขารีบแปลงกายเป็ค้างคาวแล้วออกเดินทางในตอนกลางคืนทันที
**********************************
เอริคกลับคืนร่างไปปรากฏตรงริมฟุตบาท แต่ทว่าเกิดเหตุไม่คาดฝัน รถสปอร์ตสีแดงขับเร็วมาก อยู่ดีๆ มีแมววิ่งตัดหน้ารถ หญิงสาวเลยเสียหลักหักหลบ ขับไปชนเอริคเข้าอย่างจัง
สาวน้อยใมาก โชคดีที่เธอไม่เป็อะไรเลย เธอรีบวิ่งลงมาจากรถ เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีนอนสลบสภาพโชกเื เธอเลยรีบประคองเขาแล้วส่งโรงพยาบาล
เมื่อมาถึง เ้าหน้าที่โรงพยาบาลรีบประคองชายหนุ่มที่ยังนอนสลบไปที่ห้องฉุกเฉินทันที
สาวน้อยผู้นั้นยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง เลยรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินเพื่อคอยฟังอาการชายลึกลับผู้นั้น
แอนนาขึ้นเวรที่ห้องฉุกเฉินพอดี เธอรีบมาดูอาการเอริคทันทีเพื่อคอยทำแผลให้เบื้องต้น ก่อนจะส่งไปห้อง ICU ต่อไป แต่ทว่าเธอกำลังจะล้างแผลให้ เธอก็มองเห็นว่าาแของเขาค่อยๆ หายไปทีละนิด ทีละนิด แอนนารีบขยี้ตาตัวเองทันที ลืมตาอีกครั้งก็พบว่าร่องรอยาแแทบจะไม่เหลือ เธอจึงหยิกตัวเองอีกครั้งก็พบว่า ไม่ได้ฝันไป ด้วยความกลัวสุดขีด เธอเลยเผลอหลุดปาก “นายไม่ใช่คนนี่…. อื้อ”
เอริครีบลุกขึ้นมาปิดปากหมอสาวไว้
แอนนาพยายามดิ้นสุดขีดแต่ดิ้นไม่หลุด เธอพยายามอยู่นาน จนเธอยอมอยู่นิ่งๆ
“ผมจะปล่อยคุณและไม่ทำอะไรคุณ แต่คุณห้ามส่งเสียงร้องเด็ดขาด คุณคงรู้ดีว่าผมไม่ใช่มนุษย์ การทำร้ายคุณมันง่ายเสียยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ” เอริคขู่
แอนนาพยักหน้า
เอริคเลยยอมปล่อยมือ
“นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ รับรองฉันจะเก็บเป็ความลับ” แอนนาตัวสั่น
“รักษาสัญญาด้วย ผมสามารถติดตามคุณไปได้ทุกที่ หากผิดสัญญา ผมจะทำให้คุณเป็พวกเดียวกับผม” เอริคแสดงสีหน้าจริงจัง
“ฉันเข้าใจแล้ว ตอนนี้นายก็ไม่ได้เป็อะไรแล้ว ก็ไปได้แล้ว” หมอสาวรีบไล่
“ค่อยเจอกันใหม่นะสาวน้อย” เอริคยิ้มมุมปาก
แอนนาพูดพึมพำ “ใครจะไปอยากเจอนายอีก”
“ห๊า ว่าไงนะ” เอริคแกล้งหันมาถาม
“เปล่า นายไปเถอะ เดี๋ยวคนที่นี่แตกตื่นกันหมด” แอนนารีบพูดกลบเกลื่อน
เอริคจึงใช้เวทมนตร์เพื่อทำให้ตนมีสภาพพันแผลเหมือนผู้ได้รับาเ็ แล้วเดินไปหาสาวน้อยเ้าของรถสปอร์ตแดงที่ชนเขา เพื่อบอกว่าเขาไม่ได้เป็อะไร
แอนนารู้สึกเป็ห่วงคู่กรณีของเอริค เลยแอบเดินตามไปดู พอเห็นทั้งสองแยกทางกันไป เลยโล่งใจ แล้วกลับไปรักษาคนไข้เช่นเดิม
**********************************
เอริคไปเช่าโรงแรมเพื่อพักผ่อน เพราะใกล้จะเช้าแล้ว เขานอนหลับในตอนกลางวันแล้วค่อยตื่นมาอีกทีในตอนกลางคืนของวันถัดไป ทำการ check out ออกจากโรงแรมก็เดินทางต่อ
เอริค้าตามหาลูกน้องสองนาย เลยตามกลิ่นพวกเขาไป จนกระทั่งเขาไปถึงกระท่อมหลังหนึ่ง พอปรากฏตัวก็เห็นลูกน้องของเขายืนมองหญิงชราที่กำลังป่วยนอนจับไข้ตัวสั่น
เอริครีบะโทันที “นี่นายจะฆ่ามนุษย์งั้นรึ”
“เปล่าครับเ้านาย ผมสงสารหญิงชราผู้นี้ กำลังตัดสินใจว่าจะฆ่าเธอเพื่อปลดปล่อยให้เธอพ้นจากความทรมานดีมั้ย เพราะยังไงเธอก็ไม่มีญาติที่ไหน” ลูกน้องคนหนึ่งกล่าว
“ไปตามหมอมารักษาสิ” เอริคสั่ง
“ร่างกายเธออ่อนแอมาก ไม่ควรเคลื่อนย้ายเธอครับ” ลูกน้องอีกคนกล่าว
“ฉันจะไปตามหมอมาให้เอง พวกนายอยู่เฝ้าไปก่อน และอย่าเผลอทำร้ายมนุษย์ล่ะ” เอริคกล่าวย้ำ
“รับทราบครับเ้านาย”
เอริคนึกถึงแอนนาเลยรีบแปลงกายเป็ค้างคาวแล้วมุ่งหน้าไปหาเธอทันที
**********************************
วันนี้เป็อีกวันที่แอนนาขึ้นเวรดึก เธอรักษาคนไข้เสร็จก็เลยเดินไปเข้าห้องน้ำ อยู่ดีๆ ก็มีใครก็ไม่รู้ฉุดเธอไปเข้าห้องน้ำห้องเดียวกัน
“ช่วย…. อื้อ” แอนนาดิ้นสุดฤทธิ์แต่ไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ ชายลึกลับกอดเธอแล้วปิดปากเธอไว้
“เงียบ อยู่นิ่งๆ คุณคงจำผมได้” เอริครีบขู่
แอนนาจำเสียงได้ว่าเป็แวมไพร์เมื่อวาน เธอตัวสั่น แต่ก็ฝืนพยักหน้า
เอริคยอมปล่อย แล้วจับไหล่ให้เธอหันมาคุยกับเขา
“นายยัง้าอะไรอีก” แอนนารีบพูด
“ผมหิวเื คุณช่วยไปเบิกเืที่ห้องบริจาคเืให้ผมที” เอริคกล่าว
“ฉันจะไปเบิกเืมาเพื่ออะไรล่ะ ฉันไม่ได้ผ่าตัดคนไข้เสียหน่อย” แอนนากล่าว
“คุณจะช่วยผมดีๆ หรือให้ผมดูดเืคุณ หรือดูดเืมนุษย์ในโรงพยาบาล” เอริคขู่
“อะ ก็ได้ ก็ได้ ฉันจะไปนำเืมาให้คุณ แต่ตอนนี้คุณออกไปก่อน ฉันจะเข้าห้องน้ำ” แอนนาเพิ่งนึกได้ว่าเธอปวดมาก
เอริคยิ้ม พยักหน้า แล้วแว๊บออกไปแต่โดยดี
แอนนาคิดในใจว่า “นี่ฉันติดหนี้อะไรคุณนักหนานะ”
แอนนาเดินออกมาจากห้องน้ำ เธอเลยรีบเดินไปที่ห้องบริจาค ต้องโกหกเ้าหน้าที่แล้วนำเืมาให้เขา
“คุณอยู่ไหนน่ะ” แอนนาถือกระติกใส่ถุงเืเดินไปที่ห้องพักส่วนตัวของเธอ
“ผมอยู่นี่” เอริคปรากฏตัว
“เร็วๆ เข้า ฉันจะต้องรีบไปรักษาคนไข้แล้ว” แอนนาเร่ง
เอริคดูดเืทั้งถุงด้วยเวลาอันรวดเร็วจนแอนนาใ
“งั้นฉันไปก่อนนะ” แอนนากลัวไม่อยากอยู่กับเขานาน
เอริครีบจับไหล่หมอสาวไว้
“มีอะไรอีกล่ะ” แอนนาแอบสะดุ้ง
“มีผู้ป่วยเจ็บหนัก คุณไปรักษาให้หน่อยนะ” เอริคกล่าว
“แต่ฉันมีเวรดึกที่นี่นะ” แอนนายังมีหน้าที่
“คุณจะปล่อยให้เขาตายงั้นหรอ” เอริคถาม
แอนนาเห็นสีหน้าอันจริงจังของเขา เธอก็เลยยอมเชื่อ “อะ งั้นก็ได้ ให้ฉันโทรแลกเวรกับเพื่อนก่อน แล้วจะไปเตรียมกระเป๋า รอตรงนี้แหละ”
เอริคมองดูหญิงสาวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
แอนนาเดินออกมาจากโรงพยาบาลพร้อมกับเอริค คนทั้งโรงพยาบาลจึงพากันแซวกันใหญ่ เพราะเข้าใจว่าเอริคเป็แฟนหมอสาว
“นี่คุณ เดินห่างๆ หน่อยได้มั้ย” แอนนารีบท้วง
“กลัวแฟนคุณเข้าใจผิดงั้นสิ” เอริคพูดยิ้มๆ
“ฉันยังไม่มีแฟน แต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนๆ เข้าใจผิด” แอนนากล่าว
เอริคยิ้ม ยักคิ้วให้ แล้วแกล้งโอบไหล่เธอ
“นี่คุณ” แอนนาใ ไม่คิดว่ายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุแบบนี้
“เอาน่าจะถึงรถอยู่แล้ว” เอริคกล่าว
ลูกน้องของเอริคขับรถมาถึงพอดี เขาเดินมาเปิดประตูให้เ้านายและหมอสาวขึ้นรถ
แอนนาเริ่มรู้สึกระแวง แต่ในเมื่อยอมมากับเขาแล้ว ก็เลยยอมขึ้นรถแต่โดยดี ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เธอเห็นว่ารถวิ่งมาไกลมาก เธอก็เริ่มกลัวว่าพวกเขาจะทำมิดีมิร้าย “ทำไมมันไกลนักล่ะคะ”
“หญิงชราอยู่แถวชานเมือง เธอไม่มีญาติที่ไหน ตอนนี้เป็ไข้หวัดใหญ่ ร่างกายอ่อนแอมาก เลยพาเธอมาโรงพยาบาลไม่ได้” เอริคกล่าว
“คุณไม่ได้หลอกฉันไปฆ่าหรอกนะ” แอนนาถามตรงๆ
“ถ้าผมคิดทำร้ายคุณ ผมทำไปนานแล้ว ในเมื่อคุณรู้ความลับผมแล้วนี่” เอริคกล่าว
และแล้วรถก็มาจอดที่หน้าบ้านของหญิงชราจริงๆ
แอนนาจึงรีบถือกระเป๋าเข้าไปในบ้านแล้วรีบตรวจอาการของหญิงชราทันที เธอรีบทำการรักษาโดยฉีดยาให้ แอนนาสังเกตอาการ พอเห็นว่าอาการไข้ลด เธอก็เลยรีบเดินไปหาเอริคกับลูกน้องเพื่อบอกพวกเขาเื่การทานยา แต่พอเดินไปถึงเธอก็ได้ยินแว่วๆ ว่าพวกเขาพูดถึงเื่ตระกูลแทนนาสซึ่งเป็ตระกูลของเธอ ดังนั้นเธอจึงแอบฟังพวกเขาพูด
“ฉันจะต้องรีบแต่งงานกับแอนนี่แห่งแทนนาสให้เร็วที่สุด ฉัน้าไข่มุกจากเธอ เพื่อจะได้รีบไปชิงตำแหน่งพระาา” เอริคบอกลูกน้อง
“แล้วแอนนี่เขาจะยอมหรอครับ เธอเป็มนุษย์นี่ครับ” ลูกน้องกังวล
“ฉันเตรียมการไว้แล้ว ไม่ต้องห่วง ถ้าเธอไม่ยอม ก็ทำให้เธอเป็พวกเดียวกับพวกเราซะเลย” เอริคแสดงสีหน้าเ็าไร้ความปราณี
“นั่นใครน่ะ…..” ลูกน้องคนหนึ่งกล่าว
แอนนาใมาก เธอเลยรีบวิ่งหนีพวกเขาทั้งสามทันที
ลูกน้องรีบแว๊บไปดักหน้าแอนนาไว้ เธอใมากที่เห็นชายทั้งสอง เลยรีบวิ่งกลับทิศทางเดิม แต่เธอเสียหลักล้มหน้าคะมำ เธอกำลังจะพยุงตัวลุกขึ้น แต่พอมองเห็นเท้าผู้ชายยืนอยู่ตรงหน้าเธอ มองขึ้นไปเห็นเอริค เธอก็ใ แล้วล้มหงายหลังอีกครั้ง
เอริคเลยรีบพยุงตัวหญิงสาว
“ปล่อยฉันไปเถอะ” แอนนากล่าวเสียงสั่น
“ผู้หญิงคนนี้ล่วงรู้ความลับพวกเราหมดแล้ว กำจัดเธอดีมั้ยครับ” ลูกน้องคนหนึ่งกล่าว
“อย่านะ ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันจะไม่บอกใครจริงๆ” แอนนาอ้อนวอน
“ไม่เป็ไร ไม่ต้องกำจัดเธอ หากผู้หญิงคนนี้บอกใคร พวกเราก็กำจัดเพื่อนของเธอ เธอจะได้รู้สึกผิดที่เพื่อนที่เธอบอก ต้องตายเพราะเธอ” เอริคหัวเราะ หึ หึ แล้วทำหน้าดุร้าย แยกเขี้ยวใส่แอนนา
“ฉันไม่บอกใครจริงๆ ฉันสัญญา” แอนนายังคงอ้อนวอน
“งั้นกลับได้แล้ว ถ้าไม่อยากตายอยู่ที่นี่” เอริคกล่าว
แอนนาตั้งสติ เธอคิดในใจว่า “ฉันจะตายที่นี่ไม่ได้ ฉันจะต้องปกป้องแอนนี่จากพวกมัน”
แอนนาสงบใจได้ เธอเลยรีบอธิบายเื่ยาแล้วบอกให้พวกเขาพาหญิงชรามาโรงพยาบาลหากเธอมีอาการแย่ลง
แอนนากำลังจะเดินไปขึ้นรถ แต่เธอก็ล้มอีกครั้ง เพราะเพิ่งรู้ตัวว่าข้อเท้าแพลง
เอริคเลยเดินเข้ามาประคองเธอลุกขึ้น
แอนนายังกลัวพวกเขา เลยรีบตีเอริค
“หยุดได้แล้วแอนนา ก่อนผมจะหมดความอดทน ผมแค่จะอุ้มคุณไปขึ้นรถ” เอริคกล่าว
“ฉันเดิน….” แอนนารีบหยุดพูดเพราะเห็นแววตาไม่เป็มิตรของเอริค เธอก็เลยปล่อยให้เอริคอุ้มไปขึ้นรถแต่โดยดี
เมื่อรถออก เอริครีบถาม “บ้านคุณอยู่ไหน”
แอนนาใ เลยรีบพูดทันที “ไปส่งที่โรงพยาบาลก็พอค่ะ”
“หึ หึ กลัวผมตามไปบ้านคุณล่ะสิ” เอริครู้ทัน
แอนนาพูดพึมพำ “รู้แล้วยังมาถามอีก”