“ัสามหัว เป็ที่พูดถึงในกลุ่มพ่อค้าพอสมควร หัวของมันราคาสูงใช้ได้” คิวเอนกายลงบนพื้นหญ้า “ฉันว่าป้อนข้อมูลนายแค่นี้ก่อน เดี๋ยวต่อมจินตนาการของนายทำงานมากไป อาจจะสร้างความวุ่นวายได้” เขาพูดจบก็หลับลงไปด้วยสายลมพัดผ่านไปมา
ซิสได้แต่ใช้ความคิด เขาเริ่มรู้สึกว่าการผจญภัยครั้งนี้ทุกๆ อย่างกว้างออกไป รับรู้ได้เลยว่า ‘มีอะไรที่เราไม่รู้อีกเยอะมาก’ ‘ยิ่งรับรู้ เหมือนยิ่งไม่รู้อะไรเลย’
เวลาผ่านไปหลังจากกิจกรรมประลองเวทย์น้ำแข็งจบลง บรีชตามหาซิสทั่วบริเวณนั้น เขากลับพบว่าซิสและคิวหลบมานอนพักอยู่ใต้ต้นไม้ ด้านหลังของกำแพง
“ผมยังไม่หลับครับ” ซิสพูดขึ้นในขณะที่เขาััได้ว่าพลังเวทย์บางอย่างกำลังเคลื่อนที่มานั่งด้านข้างของเขา
“แปลกใจทำไมนายััฉันได้ตลอด ปกติผู้คนจะแทบไม่รู้ตัว จนกว่าฉันจะส่งเสียงออกมา” บรีชพูดด้วยความแปลกใจ “การประลองเป็ไงบ้าง”
“ผมสับสนมากกว่าเดิม แต่คิดมากไป ไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย” ซิสมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยก้อนเมฆ “บางทีผมอาจจะไม่ได้มีจิตเวทย์จริงๆ ก็ได้ เป็เพียงพลังเวทย์ที่ถูกกดเอาไว้เฉยๆ ก็เลยะเิออกมา”
“อืม” บรีช กำลังััสายลมพายุขนาดเล็ก มีเพียงเขาที่เห็นมันโผล่ออกมาจากร่างกายของซิส ลมก้อนเล็กจิ๋ว “พลังของนายไม่ได้พิเศษไปกว่าใคร แทบจะธรรมดาทั่วไป คำถามก็คือ นายไปได้จิตเวทย์มาได้ยังไง”
“ผมตอบไม่ได้จริงๆ มันหลายเหตุการณ์ ผมเจอกับการต่อสู้ที่หลากหลาย ซึ่งแปลกมากๆ” ซิสพูดต่อ เขามองเห็นนกบินบนท้องฟ้า เื่ราวของเขากำลังเล่าผ่านก้อนเมฆ “ครั้งหนึ่งผมอยู่ในท้องหมาป่าหางไฟ ผมจับพลังเวทย์ไฟกลายเป็น้ำแข็ง”
“เล่าต่อสิ” บรีชมองคิวที่หลับสนิทเหมือนคนตาย
“ผมไม่เคยคิดว่าจะใช้เวทย์ได้ เวทย์น้ำที่เลือกผม ส่วนเวทย์ลมคือพลังที่ผมไม่ได้เลือก มันสร้างความเ็ปทุกครั้ง” ซิสพูดต่อ ก้อนเมฆขยับไปตามที่เขาพูด มีเพียงซิสที่มองเห็นก้อนเมฆนั้น “ครั้งหนึ่งปีศาจเข้าสิงร่างผม น้ำแข็งจำนวนมากแทงบนร่างกาย ผมต้องดึงมันออกด้วยความเ็ป ล่าสุดปลาหมึกั์ทะเลทรายฟาดหนวดใส่หัวผม มันก็กลายเป็น้ำแข็งทั้งตัว”
“เจอปลาหมึกทะเลทรายด้วย โชคดีจริงๆ” บรีชใช้ความคิดและพูดต่อ “เท่าที่นายเล่ามา มันดูเหมือนจะเป็เื่บังเอิญ แต่ก็มีหลายสิ่งเชื่อมโยงอย่างบอกไม่ถูก การที่นายใช้พลังเวทย์ระดับสูงได้ไม่แปลกใจบ้างรึไง สิ่งหนึ่งที่นายควรรู้คือ จิตเวทย์เป็สิ่งที่หาได้ยาก ยากแบบเหลือเชื่อเลย การเจอที่บางครั้งก็ไม่ได้ นายต้องไม่เชื่อว่าจอมเวทย์ระดับสูงอย่างฉัน ไม่มีจิตเวทย์”
“หมายความว่าทุกคนระดับสูงมีจิตเวทย์กันทั้งนั้น” ซิสเสริมออกมา “เหมือนผมจะเห็นเต่าบนหมวกของคุณนะครับ”
“นั่นมันจิตเต่าธาตุลม เสริมพลังเวทย์ฉันน่ะ และก็ไม่เชิงที่ระดับสูงมีทุกคน แต่แทบจะส่วนใหญ่ที่จะมี” บรีชพูดต่อ “ในทางเวทย์มนต์จิตเวทย์ถือเป็สิ่งที่ล้ำค่า ต่อให้นายใช้เพียงแค่เวทย์พื้นฐาน ทักษะเดียว ก็เทียบเท่าพลังของนักเวทย์ระดับสูง” เขาหันมามองซิส “นายแทบจะไม่ใช่นักเวทย์ระดับหนึ่งหรือสอง แต่สามารถประลองเวทย์กับแบร์ ผู้ที่เป็นักเวทย์ระดับสาม เตรียมเลื่อนขั้นนักเวทย์ระดับสี่”
“นั่นสินะ ผมแค่นักผจญภัยธรรมดา” ซิสพูดด้วยความรู้สึกเศร้าเล็กน้อย “ผมชอบพลังเวทย์ของแบร์”
“อืม ฉันก็ชอบพลังเวทย์ของแบร์” บรีชมองไปรอบๆ ก่อนจะพูด “ฟังนะ ฉันไม่อยากจะแนะนำอะไร ไม่ดีนะ แต่...พยายามอยู่ให้ห่างจากดินแดนที่ห้า จะเป็สิ่งที่ดีที่สุด ความเลวร้ายเคยเกิดขึ้นแล้วมานับครั้งไม่ถ้วน”
“เกิดอะไรขึ้นหรอครับ” ซิสลุกขึ้นนั่ง เขาััได้ว่าไม่ใช่เื่ที่ดี ท่าทางที่บรีชกำลังพูดเหมือนเขากำลังกังวลอะไร
“พวกเขาจะกำจัดนายเพื่อเอาจิตเวทย์!” บรีชพูด “แม้ว่าฉันอยากจะให้นายอยู่ต่อ เพื่อทดสอบพลังเวทย์ก็เถอะ ไม่ก็เล่นเวทย์กันเล็กน้อย”
“กำจัดผม เพื่อเอาจิตเวทย์!” ซิสพูดเสียงดัง
“ชู่!!” บรีชใช้มือสร้างลมให้พัดไปทำลายเสียงที่กำลังลอยไปตามสายลม “ไม่เชิงหรอก ใครบางคนจะทำทุกหนทาง เพื่อขโมยจิตเวทย์จากนาย อีกอย่างถ้านายอ่อนแอแบบนี้ มีหวังถูกจับได้ง่ายมาก ฉันไม่ได้อยากจะพูดให้กลัว แต่อีกด้านสว่าง คือด้านที่มืด”
“ผมไม่คิดว่าสิ่งเหล่านี้จะถูกขโมยได้ง่ายๆ” ซิสสร้างน้ำแข็งขึ้นมาบนมือของตัวเอง เขาพยายามััความรู้สึกลึกๆ ที่อยู่ในพลังเวทย์ “ใช่ครับ ตอนนี้ผมยังอ่อนแออยู่”
“อืม ฉันก็คิดอย่างนั้น ไม่เคยมีใครทำสำเร็จ แต่!” บรีช ใช้มือของเขาััเวทย์มนต์ของซิส สร้างก้อนลมมาเล่นกับน้ำแข็งของซิส “การขโมยเป็แค่ข่าวลือก็จริง จิตเวทย์นั้นจะมีเพียงหนึ่งเดียวในรอบร้อยปี ถัดจากนั้นมันจะไปหาคนอื่นต่อ ฉันได้ยินเทร่าพูดว่า ลมหายใจัน้ำแข็ง เขาเดาว่านายมีจิตเวทย์ัน้ำแข็ง และถ้านายมีจริงๆล่ะก็ไม่ธรรมดาแน่ เพราะจิตเวทย์ัน้ำแข็ง ไม่เลือกใครมาหลายร้อยปีแล้ว”
“หลายร้อยปี ป่านนี้น่าจะไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง” ซิสพูดขึ้นมา “ว่าแต่ ใครคือเทร่าครับ”
“เขาคือจอมเวทย์น้ำแข็งระดับห้า พลังเวทย์น้ำแข็งสูงสุดโลกนี้” บรีชพูด
ซิสเงียบไปสักพักก่อนจะพูด “ัน้ำแข็งก็ดีสิ ผมจะได้ขี่ ไม่ก็บินไปไกลๆ” เขาอยากจะเล่าให้บรีชฟังเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเห็นเมื่อตอนหลับตา แต่มันไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาพูดกันได้ ในเมื่อไม่มีหลักฐาน
“เทพแห่งั เหนือทุกสรรพสิ่ง” บรีชพูด “เป็สัตว์ในตำนานที่ทรงพลัง ปีศาจทุกตัวเกรงกลัว ถ้านายเข้าใจเื่พลังก็คือ ช่วยเสริมค่าพลังให้นายได้ไม่จำกัด”
“ไม่จำกัด!!!” ซิสใ “บ้าไปแล้ว”
“แต่ก็แล้วแต่จะถูกฝึกฝน และเข้าถึง ซึ่งต่างกันออกไป” บรีชพูดต่อ “พ่อฉันเคยมีจิตเวทย์ัลม แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว ฉันก็แอบหวังว่าจะได้จิตเวทย์ัลมบ้าง พ่อบอกฉันไว้ว่า ต่อให้มีพลังมากมายก็ให้ลูกไม่ได้ ลูกจำเป็ต้องแสวงหาด้วยตัวเอง ความเร็วลมที่ฉันมี ตามัลมไม่ทันสักรอบ”
“ผมเสียใจด้วยครับ” ซิสมองเข้าไปในดวงตาบรีช แววตาที่อ่านออกได้เพียงมองไปครั้งแรก ความเ็ปบางอย่างอยู่ในแววตาของเขา สายลมกำลังพัดผ่าน ดวงตาสีเขียวอ่อนมีเื่ราวกำลังสะท้อนในดวงตา
“อืม ขอบใจ พ่อฉันสอนไว้ว่า เราต้องไปต่อเหมือนกับสายลม” บรีช มองก้อนเมฆ้า “ที่พัดผ่านมาและผ่านไป”
ซิสกำลังทบทวนสิ่งที่บรีชพูด “มันหมายความว่าไงครับ ตามัลมไม่ทัน”
“ฉันว่า ฉันเจอจิตเวทย์ ถ้าฉันชนะัตัวนั้นได้ก็จะได้จิตเวทย์ัลมมา” บรีชพูดต่อ “ครั้งหนึ่งเทร่า เคยเล่าให้ฟังถึงการต่อสู้กับัน้ำแข็ง พวกตัวที่มีจิตเวทย์จะแตกต่างกับตัวทั่วไป มันตัวสูงใหญ่ พลังการต่อสู้สูง สูงมากจริงๆ เทร่าใช้ทักษะทั้งหมดที่มี ไม่สามารถที่จะชนะัน้ำแข็งตัวนั้นได้ หล่อนเล่าอีกว่า เป็น้ำแข็งที่มีพลังงานบางอย่างซ่อนอยู่” บรีชเสริมต่อ “เคยมีใครสักคนหนึ่งบอกว่า จิตเวทย์บางอย่างก็ต้องชนะด้วยใจ แสดงว่าคนนั้นยังไม่เจอตัวเป็ๆ ฮ่า ฮ่า”