บทที่ 19 พวกเรารวยแล้ว! (รีไรต์)
เวลาเดียวกันนั้น แม่เฒ่าเว่ยกับซิ่งซิ่งไม่รู้เื่ราวที่เกิดขึ้นในบ้านสกุลซูเลยแม้แต่น้อย
ย่าหลานคู่นี้กำลังกินถังหูลู่อย่างเอร็ดอร่อย ทั้งสองเดินไปตามทางมุ่งหน้าไปยังร้านยา
บังเอิญว่าบนถนนสายนี้มีร้านยาอยู่สองร้าน ตั้งอยู่ตรงข้ามกันพอดี เป็ร้านยาที่ใหญ่ที่สุดสองร้านในเมืองแล้วกระมัง และร้านยาทั้งสองร้านก็มีขนาดใกล้เคียงกัน แม้แต่สิ่งที่หมอประจำร้านถนัด ก็ยังบังเอิญใกล้เคียงกันอีก นั่นก็คือการรักษาอาการาเ็จากการหกล้มและการฟกช้ำ
แม่เฒ่าเว่ยอดลังเลไม่ได้ มองไปทางซ้ายและขวา พึมพำกับตัวเองว่า "จะไปถามราคาที่ร้านใดก่อนดี"
ซิ่งซิ่งรู้แล้วว่าแม่เฒ่าเว่ยจะมาขายสมุนไพร นางก็เลยทำตามแม่เฒ่าเว่ย มองไปทางซ้ายแล้วมองไปทางขวา
ดูเหมือนซิ่งซิ่งจะรู้สึกอะไรบางอย่าง นางจึงชี้ไปที่ร้านยาแห่งหนึ่งที่มีป้ายเขียนว่า
‘เหรินฮุ่ยถัง’
"ท่านย่าเ้าขา ไปร้านนั้นกันก่อนดีไหมเ้าคะ?"
แม่เฒ่าเว่ยได้ยินหลานสาวสุดที่รักพูดแบบนี้ ก็ย่อมไม่ขัด "ตกลง เช่นนั้นก็ไปร้านนี้แหละ"
ก่อนเข้าไปในร้านเหรินฮุ่ยถัง เด็กหญิงตัวน้อยพูดกับแม่เฒ่าเว่ยด้วยท่าทีจริงจังว่า
"ท่านย่าเ้าขา สมุนไพรของเราต้องขายได้ราคาดีแน่นอนเ้าค่ะ"
ซิ่งซิ่งยื่นแขนน้อย ๆ ออกไปสุดแขน พยายามอ้าให้กว้างที่สุด เทียบกับแม่เฒ่าเว่ย
แม่เฒ่าเว่ยหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะลูบผมเปียเล็กของซิ่งซิ่ง
แม้ว่าสมุนไพรจัวซินนี้จะเป็พันธุ์ที่ดีที่สุด แต่ราคาสูงสุดก็แค่ไม่กี่ตำลึงเท่านั้น ยิ่งต้นนี้โดนไก่จิกจนดูไม่งามดังเดิมแล้ว ราคาจะสูงไปกว่านี้ได้อย่างไร?
ใครจะไปรู้ว่า พอแม่เฒ่าเว่ยกับซิ่งซิ่งก้าวเข้าไปในร้านยาเหรินฮุ่ยถังได้ไม่นาน ก็มีชายคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
เขาะโด้วยน้ำเสียงร้อนรน "เ้านายของข้าตกจากหลังม้า าเ็สาหัส เืไหลไม่หยุด! เถ้าแก่ รีบเอาตัวยาห้ามเืที่ดีที่สุดในร้านออกมาเร็วเถิด!"
เถ้าแก่ร้านเหรินฮุ่ยถัง จำได้ว่าชายคนนี้เป็คนรับใช้ของบ้านตระกูลหูซึ่งอยู่ในตัวเมือง ส่วนเ้านายที่เขาพูดถึงก็คือคุณชายใหญ่ตระกูลหู ผู้ดูแลธุรกิจผ้าของครอบครัว
เถ้าแก่ร้านเหรินฮุ่ยถังไม่กล้าละเลย รีบไปหยิบยาสมุนไพรห้ามเืที่เตรียมไว้ในร้านออกมาให้คนรับใช้บ้านตระกูลหูโดยพลัน
คนรับใช้ผู้นั้นดูเหมือนจะอ่านหนังสือออก เขาเหลือบมองฉลากยาที่แปะอยู่บนขวดยา แล้วขมวดคิ้ว "พวกนี้มันก็แค่ยาสมุนไพรห้ามเืธรรมดา ๆ มิใช่หรือ? เ้านายข้ามีอยู่แล้ว ลองใช้แล้ว ได้ผลไม่ดีเท่าไหร่เลย! ท่านไม่มีอย่างอื่นที่ดีกว่านี้แล้วหรือ"
เมื่อเถ้าแก่ร้านเหรินฮุ่ยถัง ได้ยินว่ายาพวกนี้ไม่ได้ผล เขาก็กังวลใจเป็อย่างมาก "พ่อหนุ่ม เ้าก็น่าจะรู้ว่าเมืองหม่าพัวของเราเป็เพียงชนบทเล็ก ๆ หากว่าที่ร้านข้าไม่มี ที่ร้านอื่นก็ไม่มีเหมือนกันนั่นแหละ"
ทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรขึ้นได้อย่างหนึ่ง จึงพูดเสริมอย่างระมัดระวัง "เว้นแต่ว่า ร้านอื่นจะมีสมุนไพรจัวซิน! สมุนไพรจัวซินเป็ยาสมุนไพรชั้นดีในการรักษาอาการาเ็จากการตกจากที่สูง มีสรรพคุณวิเศษในการห้ามเื!"
คนรับใช้ตระกูลหูตะคอกเสียงดัง
"แล้วเ้ายังมัวพูดอะไรอยู่อีก เร่งเอาสมุนไพรจัวซินออกมาประเดี๋ยวนี้!"
เถ้าแก่ร้านเหรินฮุ่ยถังมีใบหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา "พ่อหนุ่ม ่ปีนี้เป็อย่างไรเ้าก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ สมุนไพรจัวซินหาได้ยากยิ่งนัก เดือนหนึ่งจะเจอสักต้นก็นับว่าเป็บุญแล้ว! ร้านเราน่ะไม่มีแน่นอน ร้านตรงข้ามก็ไม่มีเช่นกัน เ้าไม่ต้องไปหรอก เสียเวลาเปล่า!"
คนรับใช้ตระกูลหูโกรธจัดจนะโด่าออกมาว่า "ถ้าอย่างนั้นก็อย่าพูดมากเสียเวลาสิ! หากว่าเ้าทำให้การรักษาคุณชายของข้าล่าช้า ข้าจะทุบร้านเ้าเสียให้แหลกคามือ!"
พูดจบก็ทำท่าจะเดินออกไป
แม่เฒ่าเว่ยยังไม่ทันได้ตอบ ซิ่งซิ่งก็ร้องเสียงดังขึ้นมาเสียก่อน "สมุนไพรจัวซิน! ย่าของข้ามีสมุนไพรจัวซินนะ!"
ทันใดนั้นเอง ทั้งเถ้าแก่ร้านยาและคนรับใช้ตระกูลหูก็หันขวับมามองเป็ตาเดียว ดวงตาเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย "เด็กน้อย เ้าพูดจริงหรือ? เ้ามีจริง ๆ หรือ?"
ซิ่งซิ่งพยายามรวบรวมความกล้า เขย่ามือของแม่เฒ่าเว่ยที่ยังคงตกตะลึง "ท่านย่าเ้าขา พวกเรามีมิใช่หรือเ้าคะ?"
แม่เฒ่าเว่ยรู้สึกตัว รีบควานหาสมุนไพรจัวซินที่ห่ออย่างมิดชิดออกมาจากอกเสื้อ
เถ้าแก่ร้านเหรินฮุ่ยถังรีบเดินเข้ามาดูอย่างละเอียด พอเห็นดังนั้นก็รู้สึกดีใจอย่างมาก "ใช่แล้ว! นี่แหละสมุนไพรจัวซิน!"
คนรับใช้ตระกูลหูก็รู้สึกดีใจไม่ต่างกัน มองแม่เฒ่าเว่ยด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความหวัง
"ท่านป้าจะขายสมุนไพรจัวซินต้นนี้หรือขอรับ?"
แม่เฒ่าเว่ยได้สติ พยักหน้ารัว "ขาย ขายสิ!"
สักพักต่อมา แม่เฒ่าเว่ยก็จูงมือซิ่งซิ่งออกมาจากร้านยาเหรินฮุ่ยถังด้วยท่าทางเลื่อนลอยราวกับคนหมดอาลัยตายอยาก และทันทีที่ย่าหลานเดินมาถึงตรอกเปลี่ยวที่ไร้ผู้คน แม่เฒ่าเว่ยก็ะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน นางอุ้มซิ่งซิ่งขึ้นด้วยความดีใจ
"โอ้โห หลานสุดที่รักของย่า! พวกเรารวยแล้ว!"
เดิมทีแม่เฒ่าเว่ยคิดว่าสมุนไพรจัวซินที่หน้าตาไม่ค่อยดีนัก ขายได้แค่ไม่กี่ตำลึงก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่า พอมาถึงร้านยาเหรินฮุ่ยถัง กลับบังเอิญเจอว่าคุณชายใหญ่บ้านหูได้รับาเ็สาหัสพอดี คนรับใช้บ้านหูจึงจ่ายเกินก้อนโตให้นางโดยไม่ลังเล นางชั่งน้ำหนักดูแล้ว น่าจะไม่ต่ำกว่าสองตำลึงเงินเสียด้วยซ้ำ!
แค่สมุนไพรจัวซินต้นเดียว ขายได้ตั้งสองตำลึงเงินเชียวนะ!
สองตำลึงเงิน!
แม่เฒ่าเว่ยคิดถึงจำนวนเงินนี้ทีไรก็รู้สึกตัวสั่นทุกที!
ซิ่งซิ่งได้รับอิทธิพลจากความสุขของย่า นางก็ดีใจจนหัวเราะคิกคักไม่หยุด!
ย่าหลานกอดกันหัวเราะอยู่ครึ่งค่อนวันเห็นจะได้
ในปีที่อดอยากเช่นนี้ สองตำลึงไม่ใช่จำนวนเงินน้อย ๆ เลยนะ!
ถ้าเอาไปซื้อข้าวซ้อมมือ ผสมกับผักป่า ก็น่าจะพอกินกันได้ทั้งครอบครัวเป็เวลาครึ่งปีเชียวล่ะ! และพอถึงยามนั้นข้าวในนาก็จะเก็บเกี่ยวได้ พวกเขาเอาข้าวใหม่ไปขาย ก็มีเงินมาซื้อข้าวซ้อมมือกินอีกมิใช่รึ!
แม่เฒ่าเว่ยดีใจจนหุบปากแทบจะมิลง
ซิ่งซิ่งก็ยิ่งทะเยอทะยานขึ้นไปอีก นางจำลักษณะของสมุนไพรเมื่อครู่ได้แล้ว รอให้กลับไปถึงบ้าน นางก็จะไปหาสมุนไพรจัวซินแถว ๆ หมู่บ้าน เพื่อให้ท่านย่าดีใจ!
“ซิ่งซิ่งเก่งมาก ตอนนั้นย่ายังใอยู่เลย ถ้าเ้าไม่ร้องบอก พวกเราก็คงต้องพลาดเงินพวกนี้ไปเป็แน่!” แม่เฒ่าเว่ยพูดอย่างมีความสุข โบกมืออย่างใจกว้าง “ซิ่งซิ่ง หลานอยากได้อะไร ย่าจะซื้อให้หมดเลย!”
แม่เฒ่าเว่ยรู้สึกว่าซิ่งซิ่งเป็ดาวนำโชคของบ้านอวี้พวกเขาจริง ๆ!
ซิ่งซิ่งส่ายหัว “ซิ่งซิ่งเพิ่งกินถังหูลู่ไป ตอนนี้จึงมิอยากได้สิ่งใดแล้วเ้าค่ะ!” นางเกาะนิ้วก้อยของแม่เฒ่าเว่ย ยิ้มอย่างพอใจ
“เห็นท่านย่าดีใจ ซิ่งซิ่งก็ดีใจเ้าค่ะ!”
หัวใจของแม่เฒ่าเว่ยแทบละลาย!
นางลองคิดดูแล้วก็ตัดสินใจ “วันนี้ที่สมุนไพรจัวซินขายได้ราคาดีก็เพราะซิ่งซิ่งเลย อย่างนั้น ย่าจะซื้อหวีสวย ๆ ให้ซิ่งซิ่งหนึ่งอัน! ดีหรือไม่?”
ดวงตากลมโตของซิ่งซิ่งเป็ประกายขึ้นมาทันที แต่พอคิดไปคิดมา นางก็ลังเล ถามแม่เฒ่าเว่ยอย่างไม่มั่นใจว่า
“ท่านย่าเ้าขา หวีแพงมากไหมเ้าคะ?”
พี่หญิงข้างบ้านเคยออกไปเที่ยวข้างนอก มารดาของนางจะติดหวีสวย ๆ อันหนึ่งไว้บนผม มันดูสวยมาก
วันนั้นที่ซิ่งซิ่งเห็นก็รู้สึกชอบมาก นางจะแอบมองผ่านรั้วเป็ครั้งคราวตอนที่พี่หญิงคนนั้นกำลังทำงานอยู่ที่ลานบ้าน
นางไม่คิดเลยว่าท่านย่าจะรู้ใจตนแบบนี้!
ท่านย่าจูบแก้มเล็ก ๆ ของซิ่งซิ่งอย่างแรง “ไม่แพงหรอก! มันเป็สิ่งที่ซิ่งซิ่งสมควรจะได้!”
เด็กหญิงดีใจมาก ดวงตากลมโตของนางดูเหมือนจะประดับประดาไปด้วยดวงดาวทั้งจักรวาล แม่เฒ่าเว่ยจูงมือซิ่งซิ่งไปที่ร้านขายหวี ซื้อหวีที่ประดับดอกไม้สีแดงอันหนึ่งมาในราคายี่สิบอีแปะ
หวีชิ้นนั้นทำจากไม้หุ้มทองแดง ไม่ใช่วัสดุราคาแพงอันใดเลย แต่ทำออกมาได้สวยและประณีตยิ่งนัก ขนาดเล็กกะทัดรัด พออยู่ในมือก็รู้สึกถึงคุณภาพที่แม่เฒ่าเว่ยคัดเลือกมาอย่างดี
ท่านย่าแกะผมและจัดการหวีใหม่ จากนั้นจึงได้ติดหวีลงบนผมของซิ่งซิ่งอย่างประณีต
แต่ผมของซิ่งซิ่งบางมาก หวีก็เลยติดผมไม่ค่อยอยู่จึงร่วงตกลงมา
ท่านย่ากลัวว่าซิ่งซิ่งจะเสียใจ แต่ไม่คิดเลยว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะหยิบหวีอันนั้นขึ้นมาแล้วหัวเราะออกมาอย่างงุนงง “รอซิ่งซิ่งโตขึ้นมีผมเยอะ ๆ ก่อน ค่อยติดก็ได้เ้าค่ะ!”
แม่เฒ่าเว่ยรู้สึกโล่งใจ รีบพูดว่า "ใช่แล้ว รอให้ผมของซิ่งซิ่งยาวกว่านี้ ค่อยติดนะลูก!"
ย่าหลานมองหน้ากัน แล้วต่างก็หัวเราะอย่างมีความสุข
ทั้งหมดนี้ อวี้หย่งจวี๋ที่ยืนอยู่มุมหนึ่งของตรอกมองเห็นทุกอย่าง
เมื่อครู่ตอนที่อยู่บนถนน เขาเห็นแม่เฒ่าเว่ยแวบหนึ่งและคิดว่าท่านย่าคงมารับเขาเป็แน่ อวี้หย่งจวี๋นั้นลืมตัววิ่งเข้าหาแม่เฒ่าเว่ยอย่างตื่นเต้น
แม้เด็ก ๆ จะยังแค้นเคืองอยู่บ้าง แต่ก็ลืมง่ายยิ่งนัก เขาอยู่บ้านตายายแค่สองสามวัน ก็ลืมเื่ที่แม่เฒ่าเว่ยดุเขาไปจนหมดสิ้นแล้ว ตอนนี้พอเห็นนางมาก็อยากจะเข้าไปอ้อนในอ้อมกอดของผู้เป็ย่า
แต่เด็กชายยังไม่ทันวิ่งเข้าไป ก็เห็นว่าท่านย่าดูเหมือนจะชอบซิ่งซิ่งมาก
อวี้หย่งจวี๋ยืนงงอยู่กับที่
ส่วนซิ่งซิ่ง แม้จะกำหวีเล็ก ๆ ของตัวเองไว้แน่น แต่ก็รู้สึกเหมือนมีคนกำลังมองพวกนางอยู่
ซิ่งซิ่งมองซ้ายมองขวาอย่างสงสัย แล้วก็เห็นอวี้หย่งจวี๋ที่ยืนอยู่หลังแผงขายของเล็ก ๆ กำลังมองมาทางตนกับท่านย่าอย่างเหม่อลอย
ซิ่งซิ่งไม่ได้คิดอะไรมาก ร้องเสียงดังด้วยความดีใจว่า
"ท่านย่า นั่นพี่จวี๋เ้าค่ะ!"