“แม่หนู ภาพวาดเหล่านี้เ้าเป็คนวาดเองจริง ๆ หรือ? งดงามมาก งดงามจริง ๆ ลายหงส์นี่พวกเ้าปักมันกี่แบบ?” ผู้ดูแลชวีมองผ้าปักอย่างวางไม่ลง
“ป้าชวี พวกข้าปักผ้าเช็ดหน้าได้หกสิบหกผืน หกสิบหกแบบเ้าค่ะ พี่สาวข้าปักยี่สิบผืน ส่วนที่เหลือท่านแม่ของข้าเป็คนปักเองทั้งหมดเ้าค่ะ” หลี่ิเยว่แบ่งผ้าเช็ดหน้าลายปักหงส์ออกเป็สองกอง นิ้วชี้ชี้ไปที่กองหนึ่ง ปากก็พูดกับผู้ดูแลชวี “ป้าชวี ข้ายังวาดรูปได้ไม่ดีนัก ฉะนั้นภาพร่างนี้ข้าขอไม่ทิ้งไว้ให้ท่านนะเ้าคะ”
ผู้ดูแลชวีหยิบผ้าที่หลี่ิหัวปักขึ้นมาตรวจดูอย่างละเอียด สำรวจดูทุกจุดอย่างถี่ถ้วน ผ่านไปประมาณหนึ่งถ้วยชาจึงวางมันลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหลี่ิเยว่และพูดด้วยรอยยิ้ม “ฝีมือของิหัวดีขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ ต่อไป ข้าให้ราคางานปักของเ้าเท่าของแม่เ้าก็แล้วกัน และเพิ่มให้เป็ผ้าเช็ดหน้าผืนละสิบสามอีแปะ ครั้งนี้พวกเ้าปักผ้าเช็ดหน้ามาหกสิบหกผืน แถมยังเป็ลายปักหงส์ที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบกันอีก ชิ้นงานยอดเยี่ยมอย่างนี้ ป้าก็ไม่อยากเอาเปรียบพวกเ้า”
เมื่อหลี่ิเยว่ได้ยินคำพูดนั้นก็ยกมุมปากยิ้ม ฝีมือการปักผ้าของพี่หญิงใหญ่ได้รับการชี้แนะจากนาง ไม่พัฒนาขึ้นก็แปลกแล้ว! เพียงแต่เมื่อเอ่ยถึงการเอาเปรียบและความเท่าเทียม เด็กหญิงก็ส่ายหัวทันที “ป้าชวี ตอนนั้นเราตกลงกันไปแล้ว เช่นนั้นก็เอาตามที่พวกเราตกลงกันเถอะเ้าค่ะ”
ผู้ดูแลชวีส่ายหน้าพร้อมกับพูดอย่างจริงจัง “แม่หนู ก่อนหน้านี้ข้าไม่รู้ว่าเ้าจะวาดออกมาได้ถึงหกสิบหกลาย หากคำนวณตามลายละแปดร้อยอีแปะตามที่ข้าบอก ลายทั้งหกสิบหกของเ้าก็เป็เงินห้าสิบสองตำลึงแปดร้อยอีแปะ มากกว่าที่ข้าเสนอไปตอนแรกที่ให้ห้าสิบลายต่อสี่สิบตำลึงอยู่ไม่น้อยเลยนะ แม่หนู ป้าชวีเองก็ไม่อยากเอาเปรียบพวกเ้ามากนัก ดังนั้นทั้งหมดนี่ข้าจะให้เ้าไปเลยห้าสิบสามตำลึงถ้วน แต่หากต่อไปเ้าไม่อยากส่งลายปักมาอีก ป้าเองก็คงไม่มีหน้ารับเอาไว้แล้ว” พูดไปพลางแสร้งปั้นหน้าบึ้งตึง ราวกับว่าหากเ้าไม่เอาข้าจะโกรธ
หลี่ิเยว่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยดน้ำตาที่ใกล้ไหลริน “ป้าชวี พวกเราไม่ต้องเถียงกันแล้ว เอาเช่นนี้แล้วกัน ข้าจะรับเงินสำหรับลายปักพวกนี้แค่ห้าสิบตำลึง ส่วนที่เหลือสองตำลึงและอีกแปดร้อยอีแปะนั้นให้เป็ค่าเสียเวลาของท่าน ป้าจะว่าอย่างไรเ้าคะ หากท่านยังไม่เห็นด้วยอีก ข้าก็ไม่รู้จะทำเช่นไรแล้วเ้าค่ะ”
ผู้ดูแลชวีเห็นเด็กสาวยืนกรานอย่างไม่ลดละ จึงหยิบตั๋วเงินห้าสิบตำลึงให้นาง ก่อนจะพูดว่า “ผ้าเช็ดหน้าหกสิบหกผืน ค่าปักทั้งหมดแปดร้อยห้าสิบแปดอีแปะ เอ้า นี่เงินแปดร้อยหกสิบอีแปะจ้ะ เก็บเงินสำหรับงานปักของพวกเ้าไว้ดี ๆ ล่ะ แล้วครั้งนี้เ้าจะรับงานปักแบบไหนกลับไปเล่า ?”
หลี่ิเยว่ครุ่นคิดอยู่สักพัก สุดท้ายจึงกัดฟันเอ่ยขึ้นว่า “ข้าขอบอกป้าตามตรง ที่จริง เมื่อวานนี้ท่านแม่ของข้าถูกคนผลักล้มจนกระทบครรภ์ ่นี้ข้าเลยไม่อยากรบกวนนางมากเกินไป ครั้งนี้เดิมทีข้าตั้งใจว่าจะรับงานกลับไปน้อยหน่อย แต่ท่านแม่กลับบอกว่านอนทั้งวันมันน่าเบื่อ เอากระเป๋าเงินหรือผ้าเช็ดหน้ามาให้นางปักจะดีกว่า”
ผู้ดูแลชวีได้ยินเด็กน้อยบอกว่ามารดาที่ตั้งครรภ์ของนางได้รับาเ็ก็รู้สึกเป็กังวลขึ้น จึงรีบเอ่ยถาม “แม่ของเ้าหกล้มแล้วตอนนี้เป็เช่นไรบ้าง? หากครรภ์ถูกกระทบกระเทือนควรจะนอนพักอยู่บนเตียงถึงจะดีที่สุด”
หลี่ิเยว่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ท่านแม่ไม่เป็อะไรแล้วเ้าค่ะ เมื่อวานอาจารย์ข้ามาตรวจดูแล้ว แต่่นี้ต้องนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงให้มาก ข้าไม่อยากให้นางเหนื่อยเกินไป ครั้งนี้เลยว่าจะเอางานปักกลับไปทำน้อยหน่อย”
ผู้ดูแลชวีพิจารณาอยู่สักพัก ก่อนจะมอบผ้าเช็ดหน้ายี่สิบผืน กระเป๋าเงินยี่สิบใบ และพัดยี่สิบด้ามให้แก่หลี่ิเยว่ “แม่หนู เ้านำของพวกนี้กลับไปก่อนนะ พวกนี้ล้วนเป็งานที่ไม่เร่งรีบ อย่างช้าที่สุดคือภายในหนึ่งเดือนก็พอ”
หลี่อวิ๋นห้าวกับหลี่อวิ๋นซู่เห็นความสัมพันธ์ระหว่างน้องสาวคนรองกับผู้ดูแลชวีก็ตกตะลึง สุดท้ายแม้จะถูกหลี่ิเยว่ลากตัวออกมาแล้วก็ยังคงตะลึงไม่หาย
“พี่สี่ วันนี้พวกเราขอซื้อคันธนูได้หรือไม่ ข้าอยากเรียนยิงธนู” หลี่อวิ๋นฮุยถามขึ้นอย่างประหม่า มือเล็ก ๆ เกาศีรษะไปมา
“ได้สิ! ไปกัน พวกเราไปหาช่างตีเหล็ก หากมีธนูอันไหนที่เหมาะก็ซื้อกลับไป พวกเราทุกคนควรจะเรียนยิงธนูเอาไว้” หลี่ิเยว่ตบไหล่น้องชายและตอบรับอย่างมีความสุข อย่าว่าแต่ตั๋วเงินห้าสิบตำลึงที่เพิ่งได้รับมาเมื่อครู่นี้เลย ยังมีเงินที่พวกเขาได้จากการขุดสมุนไพรขายและจากการขายสัตว์ที่พวกเขาล่าได้อีก
“พี่สี่ ที่จริงก็เจออันที่เหมาะแล้วล่ะ ครั้งก่อนพวกข้าไปดูมาแล้ว แต่ว่าธนูคันนั้นมันค่อนข้างแพง ราคาตั้งห้าตำลึง แต่ผู้ดูแลร้านคนนั้นบอกว่าจะแถมลูกศรยี่สิบดอกให้พวกเราด้วย เราเลยลองขอให้เขาแถมให้มากกว่านี้สักหน่อย” หลี่อวิ๋นฮุยเกาศีรษะอีกครั้งพลางพูดด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
“ดีเลย ในเมื่อเ้าชอบมัน ก็พาข้าไปดูเสียหน่อย หากมันดีอย่างที่เ้าบอกจริง ๆ วันนี้พวกเราก็ซื้อมันกลับไป” หลี่ิเยว่ตอบรับทันที
“ผู้ดูแลร้าน เอาคันธนูที่ข้าเคยมาดูก่อนหน้านี้มาให้ดูอีกครั้งได้ไหมขอรับ!” เมื่อไปถึงหน้าร้านตีเหล็ก หลี่อวิ๋นฮุยก็ะโเสียงดังทันที
ผู้ดูแลร้านตีเหล็กเป็ชายวัยกลางคนผิวเข้ม เมื่อเขาเห็นเด็กชายหลี่อวิ๋นฮุยก็หัวเราะลั่น “ไอ้หนู เ้ามาอีกแล้วหรือ เอ้า เอาไปดูสิ ถึงจะจับอย่างไรก็ไม่พังอยู่แล้ว ข้าเห็นเ้าชอบมันมาก ข้าเลยเก็บเอาไว้ไม่ขายออกไป ข้าจะรอเ้าครึ่งปีนะ หากเ้ายังหาเงินได้ไม่พอ ข้าก็จะขายมันเสีย”
เห็นได้ชัดว่าผู้ดูแลร้านกับหลี่อวิ๋นฮุยนั้นรู้จักคุ้นเคยกันแล้ว เมื่อเห็นท่าทีที่พวกเขาพูดคุยกันก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ดูแลร้านคนนี้ชอบน้องชายของพวกเขามาแค่ไหน หลี่ิเยว่และพี่น้องทุกคนเห็นคันธนูในมือของผู้ดูแลร้านแล้ว อย่าว่าแต่หลี่อวิ๋นฮุยที่ชอบมันเอามาก ๆ เลย แม้แต่หลี่ิเยว่เองก็ถูกใจอยู่ไม่น้อย
“ผู้ดูแลร้าน คันธนูนี้ขายเท่าไหร่หรือเ้าคะ?” หลี่ิเยว่รับคันธนูมาจากมือของน้องหก คะเนน้ำหนักคร่าว ๆ ด้วยมือเปล่าก่อนจะถามผู้ดูแลร้าน
ผู้ดูแลร้านเห็นนางมากับหลี่อวิ๋นฮุย และเขาเองก็ชอบเด็กคนนี้มาก จึงพูดตอบไป “ธนูคันนี้ห้าตำลึง เดิมทีข้าบอกกับไอ้หนูนี่ไว้แล้วว่าจะแถมลูกศรขนนกให้อีกยี่สิบดอก แม่หนูน้อย นี่เป็ราคาที่ต่ำที่สุดแล้วล่ะ”
หลี่ิเยว่มองคันธนูในมือพร้อมกับคิดคำนวณอยู่ในใจ ก่อนหน้านี้นางเคยถามอาจารย์แล้ว ได้ความว่าคันธนูนั้นมีราคาอย่างน้อยห้าตำลึง ส่วนลูกศรจะต้องซื้อแยก ตอนนี้ผู้ดูแลร้านบอกว่าจะแถมลูกศรให้ยี่สิบดอก นั่นถือว่าเป็ส่วนลดที่ดีไม่น้อยแล้วจริง ๆ
ในที่สุดหลี่ิเยว่ก็พยักหน้าให้กับพี่ใหญ่ของตน ด้านหลี่อวิ๋นห้าวนั้นหันไปพูดกับผู้ดูแลร้านว่า “ผู้ดูแลร้าน ที่นี่มีมีดสั้นขายหรือไม่ขอรับ และพวกข้า้าจอบขุดสมุนไพรขนาดเล็กสามด้าม จอบขนาดกลางสามด้าน และเคียวอันเล็กสามด้ามขอรับ ข้า้าคลาดเหล็กสองอัน และมีดทำครัวเล็ก ๆ อีกหนึ่งด้ามด้วยขอรับ ทั้งหมดนี้ท่านช่วยคำนวณดูให้ด้วยว่าเป็เงินกี่ตำลึง”
ผู้ดูแลร้านตีเหล็กได้ยินว่าพวกเด็ก ๆ ้าซื้อสินค้าจำนวนมากก็ดีใจยกใหญ่ “พวกเ้าคือคนในครอบครัวของไอ้หนูนี่ ข้าจะคิดราคาต่ำที่สุดให้ก็แล้วกัน จอบขุดสมุนไพรด้ามเล็กด้ามละแปดร้อยอีแปะ สามด้ามเป็เงินสองตำลึงสี่ร้อยอีแปะ จอบขุดดินขนาดกลางด้ามละหนึ่งตำลึง สามด้านเป็เงินสามตำลึง เคียวราคาห้าร้อยอีแปะ สามด้ามเป็เงินหนึ่งตำลึงห้าร้อยอีแปะ คลาดเหล็กอันละหนึ่งตำลึง ้าสามอันเท่ากับสามตำลึง มีดทำครัวเล่มเล็กราคาห้าร้อยอีแปะ ส่วนมีดสั้น ในร้านข้ามีอันหนึ่งทำจากเศษเหล็กเนื้อเยี่ยม แต่ราคาของมันค่อนข้างแพงสักหน่อย คือสูงถึงห้าตำลึง ไม่รู้ว่าพวกเ้า้ามันหรือไม่”
หลี่ิเยว่คิดคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว หากซื้อไปทั้งหมดนี่น่าจะใช้เงินประมาณสิบห้าตำลึง รวมกับค่าคันธนูด้วยก็น่าจะยี่สิบตำลึง เมื่อวานได้เงินมาจากสกุลหลี่สามสิบตำลึง เมื่อครู่นี้ขายลายปักได้ห้าสิบตำลึง และมีเงินจากที่พวกนางขายสมุนไพรและสัตว์ป่า รวมทั้งงานปักอีกห้าตำลึง เมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วเท่ากับแปดสิบห้าตำลึง ซึ่งมากเกินพอที่จะซื้อของเหล่านี้แน่นอน
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง
