“เยี่ยนฟาง ตื่นได้แล้ว วันนี้ข้าจะพาเ้าไปหาของอร่อย ๆ นะ” หลินเซินลูบหัวของเ้าแมวน้อยแ่เบา รอยยิ้มสดใสประดับบนใบหน้าหล่อเหลา เ้าแมวน้อยงัวเงียค่อย ๆ ลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง เพราะเห็นความกระตือรือร้นของหลินเซินในรอบหลายปี
เขาอุ้มเยี่ยนฟางไว้ในอ้อมกอดพานางลอยลิ่วลงมายังล่างเขา ก่อนจะไปแวะซื้อปลาย่างร้านโปรด เมื่อเห็นว่าเ้าแมวน้อยอิ่มแปล้จนพุงย้อย เขาก็อุ้มนางเดินเล่นในตลาดอยู่สักพัก ครั้นได้เวลา หลินเซินจึงมุ่งหน้าไปที่บ้านของเจียลี่ แอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่เพื่อไม่ให้นางเห็น
“ท่านพ่อ วันนี้ต้องไปส่งของที่ร้านเฒ่าแก่ใช่หรือไม่” เจียลี่เอ่ยปากถามพลางจัดของใส่ตะกร้าใบใหญ่
“อื้ม เ้าอยากไปเองหรือ” บิดาถามนางเพราะรู้ใจ
“เ้าค่ะ เชิญท่านพ่อพักผ่อนให้สบายที่บ้านเถิด งานทางนี้ ข้าดูแลเอง ท่านพ่อไม่ต้องกังวล” นางพยายามยกตะกร้าใบใหญ่ด้วยความเงอะงะจนบิดาอดสงสัยไม่ได้
“เจียลี่ เ้าไปคนเดียวได้หรือ”
“เ้าค่ะ” นางตอบเขาก่อนจะพยายามยกตะกร้าขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้กลับยกขึ้นได้อย่างง่ายดายจนตนเองก็แปลกใจ
“ไปก่อนนะเ้าคะ” นางยิ้มให้บิดาแล้วเดินลิ่วไปที่ตลาดในเมือง
ด้านหลังมีหลินเซินและเ้าแมวน้อยตามหลังมาไม่ห่างมาก เขาใช้พลังเล็กน้อยช่วยนางพยุงตะกร้าใหญ่ใบนั้นตลอดทาง ยามที่เจียลี่หยุดทักทายคนรู้จักเขาก็จะคอยแอบซ่อนอยู่หลังร้านบ้าง หลังเสาบ้าง จนเ้าแมวน้อยต้องกรอกตา ถอนหายใจเฮือกใหญ่กับสิ่งที่เขาทำ
เจียลี่คล้ายจะรู้สึกได้ว่ามีคนแอบตามหลังมา นางจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ก่อนจะหลบเข้าซอยเล็ก ๆ ข้างร้านขายเครื่องประดับ ผ่านไปได้ชั่วครู่ เจียลี่โผล่หน้าออกมาดูสถานการณ์ด้านนอก เมื่อไม่เห็นผู้ใดที่ดูเป็ภัย นางจึงออกจากที่ซ่อนตัวแล้วรีบจ้ำอ้าวไปทำธุระให้เรียบร้อย
“เฮ้อ เยี่ยนฟาง เกือบโดนจับได้แล้ว” หลินเซินที่ร่ายเวทพรางตัวกลั้นหายใจอยู่ข้าง ๆ นางเมื่อครู่ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เ้าคนซื่อบื้อ ทำตัวแบบนี้ สตรีที่ไหนเค้าก็กลัวทั้งนั้นแหละ เฮ้อ เ้านี่อ่อนหัดจริง ๆ” เ้าแมวน้อยคิดในใจออกมาเสียงดังเหมียว เหมียว ส่ายหน้าให้เขาอย่างเบื่อหน่าย
ขณะนั้น เจียลี่ส่งของในตะกร้าใบใหญ่ให้เฒ่าแก่เรียบร้อยแล้ว นางจึงขอตัวรีบกลับบ้านเพราะเกรงว่าจะพบคนแอบตามมาอีกครั้ง จู่ ๆ เยี่ยนฟางก็ะโลงจากอ้อมแขนของหลินเซิน นางเดินตรงไปที่ข้อเท้าของเจียลี่ ค่อย ๆ คลอเคลีย เดินวนไปวนมา ส่งเสียงร้องเหมียว เหมียว
“เอ๋ เ้าแมวน้อย เป็อันใดหรือ” เจียลี่ก้มลงลูบหัวและลำตัวสีขาวฟูของเยี่ยนฟาง นางช้อนมือสองข้างอุ้มเ้าแมวน้อยมาดูใกล้ ๆ ดวงตาสีฟ้าอันกลมโตของเยี่ยนฟางกำลังจ้องมองนางพลางทำหน้าออดอ้อน จนเจียลี่อดยิ้มให้ไม่ได้ จึงอุ้มขึ้นกอดก่อนพากลับบ้านของนาง
“เดี๋ยวก่อนสิ เยี่ยนฟาง นี่เ้ากำลังทำอะไร” เสียงของหลินเซินลอยเข้าหูเยี่ยนฟาง หากแต่นางหันมามองเขาแวบหนึ่งด้วยหางตาแล้วซุกใบหน้าเข้าอ้อมแขนอันอบอุ่นของเจียลี่
“ข้าก็กำลังช่วยเ้าอยู่นี่ไง” เยี่ยนฟางคิดในใจ
หลินเซินมองตามหลังเ้าแมวน้อยและเจียลี่ด้วยความสงสัยได้แต่เดินตามไปอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ เขาเห็นเยี่ยนฟางหันมาหาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งนางเหมือนจะถอนหายใจให้เขาเป็คำตอบ
เมื่อมาถึงบ้าน เจียลี่ก็รีบจัดแจงทำกับข้าวในครัว กลิ่นหอมของอาหารหลากหลายชนิดโชยเข้าจมูกของเยี่ยนฟางจนท้องร้อง เจียลี่แบ่งอาหารส่วนหนึ่งใส่ภาชนะใบเล็กไว้ให้เ้าแมวน้อย พลางนั่งกินข้าวพูดคุยกับบิดาแล้วเล่าเื่ที่เจอในวันนี้ให้เขาฟัง
ตกกลางคืนจึงอุ้มเยี่ยนฟางเข้าไปนอนในห้อง นางขดม้วนผ้าห่มทำเป็ที่นอนแล้ววางเ้าแมวน้อยไว้ก่อนจะห่มผ้าให้อีกชั้น เยี่ยนฟางมองเจียลี่ไม่วางตา หรี่ตาซ้าย หลับตาขวาดูลักษณะท่าทางของนางอย่างเคร่งเครียดราวกับกำลังดูตัวเ้าสาวให้ชายหนุ่มแสนซื่อบื้อผู้นั้นก็ไม่ปาน ขณะกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ หางตาข้างซ้ายเหลือบเห็นสิ่งหนึ่งลอยแวบเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าต่างห้อง แสงโคมจากในห้องสะท้อนไปที่ใบหน้าของเขา
“ไอ๊หยา! ผีหลอกิญญาหลอน” เยี่ยนฟางสะดุ้งโหยงจนขนพองตาเบิกโพลง หัวใจแทบหยุดเต้น “เ้าบ้าเอ๊ย โผล่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง อยากให้ข้าหัวใจวายตายหรือไง” เยี่ยนฟางได้แต่สบถในใจ
“เยี่ยนฟาง เ้าจะนอนที่นี่ ไม่กลับบ้านกับข้าหรือ” หลินเซินนั่นเองที่ลอยมาคุยกับนางข้างหน้าต่าง เขาทำตาละห้อยรู้สึกว่าต้องอยู่คนเดียวแล้วเหงา ๆ
“เหมียว เหมียว” เยี่ยนฟางตอบกลับสองคำเป็อันเข้าใจได้ว่า “ใช่แล้ว” เขาจึงได้แต่ทำหน้าหงอย แต่เมื่อหันมาเห็นเจียลี่ที่กำลังนอนหลับตาก็พลันยิ้มออกมาในทันใด ตัดสินใจแล้วว่าวันนี้จะไม่กลับบ้าน เขาขึ้นไปอยู่บนหลังคาเปลี่ยนที่นอนดูดาวชั่วคราวอมยิ้มอย่างมีความสุข แกล้งหลับตานอนอยู่ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงก๊อกแก๊กเข้ามาใกล้ ก่อนจะััได้ว่าเ้าตัวกลม ๆ ขนนุ่ม ๆ แอบมานอนอยู่ข้างเขาอย่างเคย
เช้าวันต่อมา
เจียลี่เตรียมกับข้าวสองสามอย่างไว้ให้เยี่ยนฟาง นางนั่งดูเ้าแมวน้อยกินอาหารที่นางทำอย่างเอร็ดอร่อยก็รู้สึกเอ็นดู ครั้นอิ่มแล้วทั้งสองก็พากันเดินเล่นรอบบ้าน ชมดอกไม้ต้นไม้ที่อยู่บริเวณนั้น
“นี่เ้าแมวน้อย รู้สึกไหมว่ามีคนแอบตามเรามา” เจียลี่อุ้มเ้าแมวน้อยขึ้นมา กระซิบเบา ๆ เตรียมจะวิ่งหนีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“อื้ม คนผู้นั้น ข้ารู้จักเป็อย่างดีเลยล่ะ ต้องขออภัยแม่นางด้วย ที่ข้าไม่อาจสั่งสอนวิธีเข้าหาสตรีอย่างถูกต้องให้เขาได้ เ้าหมาป่าเดียวดายผู้นี้ช่างน่าสงสารยิ่งนัก” เยี่ยนฟางอยากจะบอกนางตามที่คิดหากแต่เวลานี้แมวน้อยอย่างนางยังพูดไม่ได้จึงมีแต่เสียงร้องเหมียว เหมียวให้ได้ยิน
“เ้าก็คิดเหมือนข้าใช่ไหมเล่า เช่นนั้น เราค่อย ๆ หนีกลับบ้านดีกว่า” เจียลี่ตั้งท่าจะเผ่นแนบไปทางฝั่งตรงข้าม แต่ทว่าเยี่ยนฟางรีบะโลงจากอ้อมแขนนางแล้วร้องเหมียว เหมียวเสียงดังไปทางด้านหลังต้นไม้ใหญ่ เจียลี่มองตามนางอย่างสงสัยใคร่รู้
“เยี่ยนฟาง เ้าเรียกข้าหรือ” หลินเซินส่งเสียงกระซิบเข้าหูนาง ก่อนจะได้ยินเสียงเหมียว เหมียว อีกรอบ เขาจึงค่อย ๆ ก้าวเท้าออกมาจากด้านหลัง ปรากฏตัวให้เจียลี่ได้เห็นว่าเ้าคนที่แอบตามนางคือใคร เพื่อป้องกันไม่ให้นางเข้าใจผิด เยี่ยนฟางจึงเดินไปหาเขาแล้วะโให้เขาอุ้ม
“เอ่อ พอดีข้าตามหาสัตว์เลี้ยงของข้าอยู่ ไม่คิดว่าจะอยู่กับเ้า” หลินเซินเอ่ยปากบอกนาง พลางลูบหัวของเยี่ยนฟาง
“ค่อยยังชั่ว ถือว่าพอมีไหวพริบอยู่บ้าง” เ้าแมวน้อยตัวน้อยส่งเสียงเหมียว เหมียวอย่างพอใจ
“เช่นนั้นหรือ ข้าบังเอิญเจอนางที่ตลาด ไม่คิดว่าจะมีเ้าของ จึงพากลับมาที่บ้านด้วย”
“ข้าชื่อหลินเซิน ส่วนแมวน้อยของข้า นางชื่อเยี่ยนฟาง เราสองคนอยู่บ้านบนเขาลูกนั้น” หลินเซินแนะนำตัวเองให้นางฟัง
เจียลี่อมยิ้มกับท่าทางเคอะเขินของเขา เมื่อเห็นว่าเขาดูไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ทั้งยังเลี้ยงเ้าแมวน้อยอย่างทะนุถนอม คงจะมีจิตใจที่ดีอยู่บ้าง
“เ้าเรียกข้าว่าเจียลี่ก็ได้” นางยิ้มให้เขาอีกครั้ง ทำให้หัวใจของเขาเต้นไม่เป็จังหวะอีกรอบ
นับจากนั้น ทั้งสองคนก็ได้พบปะพูดคุยกันอย่างคนธรรมดาทั่วไป หลินเซินมักจะอ้างว่าเ้าแมวน้อยคิดถึงนางจึงพามาเยี่ยมทุกวัน หากแต่จะมามือเปล่าหานางทุกวันก็คงไม่ได้
ในเมื่อบิดาของนางก็นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน เขาจึงนำโสมป่าหายากกับสุราดอกท้อรสดีที่ทำเองติดไม้ติดมือมาฝากอยู่เสมอ เวลาผ่านไปหลายวัน บิดาของนางเริ่มแน่ใจแล้วว่าบุตรสาวคงจะพบโชคชะตาที่รอคอยแล้ว อดไม่ได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ วางแผนจะจัดงานแต่งงานให้นางในเร็ววัน “ในที่สุดบุตรสาวของข้าก็จะได้ออกเรือนแล้ว” เขาะโก้องในใจอย่างมีความสุข