เดเรสไม่ชอบสายตานั้นของฟินดอล สายตายที่เหมือนหยั่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ และกระแสพลังอันแปลกประหลาดนั้น
เขาไม่ชอบมันเลยจริงๆ
การรุกรับด้วยเชิงศิลปะการต่อสู้นั้นเป็สิ่งที่เขาและเดเรสจำเป็ที่จะต้องเรียนมาั้แ่จำความได้เพราะถือเป็ศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่จำเป็อย่างมากสำหรับว่าที่ผู้ปกครองรัฐคนต่อไปแบบพวกเขา ไม่ใครก็ใครซักคนหนึ่งจำเป็ที่จะต้องขึ้นนั่งบนบัลลังค์นั้น..แม้นพวกเขาจะไม่อยากที่จะขึ้นนั่งบัลลังค์ก็ตามที..
รัฐเซอุกม่าเป็รัฐที่ยิ่งใหญ่และเป็รัฐที่มีประชากรส่วนมากที่เป็นักรบไม่ต่างอะไรกับรัฐไฟล์เลยแม้นแต่น้อย ด้วยความที่ว่าเป็ที่อยู่ในทวีปของทัมบูร่าที่ครองคลุมเื่การปกครองทางการทหารพวกเขาทั้งคู่จึงถูกฝึกฝนมาแต่เด็ก ฝึกแบบทหาร กินนอนแบบทหารและถูกฝึกให้ใช้อาวุธ เทคนิคการป้องกันตัวด้วยมือเปล่ารวมไปถึงการสอดประสานพลังเท็นคูให้เข้ากับวิชาเ่าั้มาตลอด20ปี แต่ทว่าบัดนี้วิชาที่เคยถูกพร่ำสอนมาโดยตลอดกลับใช้ไม่ได้ผลกับเฮียวสองคนตรงหน้าเขาเลยซักนิด!
เดเรสเองก็ดูจะพยามไม่น้อยและก็คงจะคิดไม่ต่างกับเขาเท่าไหร่ นั้นก็เพราะโจมตีไปแค่ไหน ทั้งฟินดอลและบูลเฮเรียกลับหลบหลีกได้อย่างง่ายราวกับว่ากำลังหยอกล้อเขาสองคนอยู่
เหมือนไม่ได้ตั้งใจจะมาสู้ แต่เหมือนมาหยั่งเชิงมากกว่า
เซรอสมองหญิงสาวร่างสูงระหงที่ดูใสซื่อตรงหน้าของเขาอย่างรู้สึกอ่อนใจ เพราะมิร่า แกรนซ์ เฮียวหมายเลข6สำหรับเขาแล้วเธอคือคนที่เขาไม่อยากปะทะด้วยมากที่สุดเพราะเธอคือคนที่ปกป้องเขามาตลอด ภายใต้ความทรงพลังนั้นกลับมีความอ่อนโยน ดวงหน้างามและเส้นผมสีเงินวาวเรี่ยพื้นที่ถูกรัดไว้ด้วยรัดเกล้า ั์ตาสีดุจรุ่งอรุณนั้นกลับส่องประกายสดใส
“กลับไปกับฉันเถอะ ตอนนี้ยังมีโอกาศนะ”
ทันทีที่มิร่าเอ่ยขึ้นเซรอสเหลือบตาไปทางด้านหลังเพราะเกรงว่าเพื่อนจะได้ยิน
“ไม่ต้องห่วงไม่มีใครได้ยินหรอก เพราะนายอยู่ในมิติที่ฉันสร้างขึ้น ตอนนี้ครนอื่นก็จะเห็นแค่เราสู้กันอย่างเอาเป็เอาตายเท่านั้น” เธอยิ้มอย่างอ่อนโยน
เซรอสรู้ดีว่ามิร่ารู้สึกอย่างกับเขา
แต่เขากลับไม่สามารถตอบรับความรู้สึกนั้นของเธอได้..นั้นก็เพราะ..
“ฉันไม่กลับหรอกมิร่า ฉันทำแบบนั้นไม่ได้..”
“..ทำไม..ทั้งๆที่ฉันอุตส่าห์ของร้องท่านผู้นั้นให้ท่านให้โอกาศนายไว้ได้แล้วแท้ๆ” เสียงนั้นอ่อนลง ดวงหน้านั้นฉายรอยเ็ป
“ฉันเลือกที่จะทำตามความรู้สึกของฉันเอง..” เซรอสหลุบตาลง
“เพราะเธอใช่ไหม..ใช่ไหมเซรอส..เพราะเธอผู้มีตราสติกมาตาใช่ไหม!”
ดวงหน้างามนั้นฉายแววแห่งความเ็ป เธออยู่ข้างเขามาตลอด ั้แ่ท่านการาดอฟผนึกพลัง2ใน4ของจตุรเทพอย่งเซริวและเบียคโกะได้ เซรอสก็ถูกจับมาและถูกบังคับให้เป็ส่วนหนึ่งของเฮียว แม้นเขาจะไม่้าก็ตาม ซ้ำยังถูกสาปด้วยมนต์ดำของการาดอฟให้รับใช้เขาไปจนกว่าจะตาย และถ้าหากคิดบิดพริ้วพิษก็จะเริ่มก่อตัวจากภายในและในที่สุดเขาก็ต้องตายอย่างทรมาน..มีเพียงเธอเท่านั้นที่อยู่ข้างเขามาั้แ่เด็กและเติบโตมาด้วยกัน และมีเพียงเธอเท่านั้นที่คอยส่งยาปรุงยาระงับพิษให้เขาทุกครั้งที่เขาออกไปหาครอบครัวหรือช่วยเหลือฝั่งเมสซิอาห์..และก็เป็เธออีกที่ปกปิดเื่เหล่านี้…
แม้นทำดีแค่ไหนเธอก็ไม่เคยได้เข้าไปอยู่ในเศษเสี้ยวหัวใจของเซรอส เอลดิเร็คโต้
“ถ้านานเลือกทางนี้นายจะตายนะ…”
“ฉันรู้”
มิร่าถอยหายใจยังไงเธอก็คงทำให้เขากลับไปกับเธอดีๆด้วยไม่ได้
“ถ้าฉันไม่กลับ..เธอจะใช้กำลังบังคับกลับไปรึเปล่ามิร่า?”
“…”
ความเ็ปนั้นแล่นพร่าน…ทำไมเขาถึงดูถูกหัวใจของเธอจังนะ
มีสักครั้งไหมที่ฉันคิดทำร้ายนาย..
หากคนทั้งโลกมุ่งทำร้ายนาย..แต่ฉันอาจจะเป็คนเดียวในโลกที่ไม่ทำ..และไม่มีวัน..
“ไม่หรอก..ฉันแค่มาเจรจาดูเพราะว่าฉันร้องขอท่านผู้นั้นไว้..แต่ก็นะ..ฉันก็ทำนี้มาไว้ให้นายด้วยมันมากพอดูที่จะทำให้นายอยู่ต่อไปได้อีกหลายปี..หรืออาจจะถึง่านี้จบลง..”
มิร่าเดินเข้ามาหาเขาพร้อมยื่นถุงกำมะหยี่สีแดงขนาดราวเจ็ดถึงแปดนิ้วมาให้เขา เซริสเปิดดูมันคือยาเม็ดชนิดซอฟเจลใสเม็ดเล็กๆเต็มถุงซึ่งภายในบรรจุยาสีน้ำเงินเข้มไว้..สียาที่เขาคุ้นเคย..
“ฉันทำได้แค่นี้แหละเซรอส เพราะฉันเองก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของท่านผู้นั้นได้..ฉันได้แค่ยืดเวลาให้นานเท่านั้น..ให้นายมีเวลามากพอที่จะมีความสุขแบบที่ควรจะมีอย่างคนอื่นเขาบ้าง..”
มิร่ายิ้มให้เขา..รอยยิ้มนี้เป็รอยยิ้มที่เธอยิ้มให้เขาตลอดมาหลังจากที่เขาถูกจับกุมไปอยู่ภายใต้อาณัติของการาดอฟ
“มิร่า..ฉันขอโทษ..และขอบคุณนะ” เซรอสเก็บถุงกำมะหยี่นั้นลงกระเป๋ากางเกง
สายตาของเซรอสนั้นปะปนไปด้วยความรู้สึกผิดและความขอบคุณเพราะเมิร่านั้นไม่ต่างจากครอบครัวของเขา..
“เธอทำแบบนี้ถ้าถูกจับได้จะว่ายังไง?”
“ไม่หรอก เพราะฉันคงต้องให้น่ยเจ็บตัวนิดหน่อยเหมือนกัน ไม่งั้นมันก็คงดูพิรุธถูกไหม?”
“ได้ ฉันเข้าใจ”
“พร้อมนะ? แล้วฉันจะใช้จังหวะตอนนายเจ็บเปิดมิติไปด้วย”
มิร่ายิ้ม เเต่เขารู้มันเป็รอยยิ้มที่จะดูฝืน..เขารู้ดีว่าเธอไม่เคยคิดจะทำร้ายเขา..ไม่มีวันและไม่มีทาง..
“อืม”
สิ้นเสียงตอบตกลง โซตรวนนับสิบเส้นก็พุ่งออกมาจากมือของมิร่า มันลอยอยู่้าและขยับเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต โซ่เหล็กนั้นมีตะขอแหลมคมประดับอยู่ทั่วเส้นไม่ต่างกับลวดหนามเหล็กด้วยซ้ำ สายโซ่รับสิบค่อยๆขยับเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆก่อนที่จะค่อยๆรัดร่างๆของเซรอสอย่างแ่เบา และถึงแม้นจะเบาเพียงได้แต่ความคมของโซ่นั้นก็ยังถากบาดเนื้อเรียกเืสดๆให้ออกมาได้เช่นกัน
“ทนหน่อยนะอาจจะเจ็บ”
มิร่าใช้จังหวะที่ร่างสูงนั้นล้มลงเปิดมิติที่ปิดทับของเธอ ก่นที่จะใช้โซ่ยกตัวเซรอสขึ้นและสบัดร่างสูงเข้าไปกระแทกกับต้นไม้ด้านข้างทันที
…มันเจ็บหน่อยนะเซรอส…
สายตาสีดุจอรุณรุ่งนั้นพยามซ่อนแววของความหวั่นไหวพร้อมกับเปลี่ยนให้เป็ความเ็า
ขอโทษนะเซรอส..
ฉันขอให้นายมีความสุขไม่ว่าความสุขนั้นมันจะสั้นหรือยาว..หรือแม้นแต่มันจะไม่ได้มาจากฉันก็ตาม…
ร่างสูงระหงนั้นหันหลังกลับแล้วเดินจากไปทิ้งไว้แต่เซรอสที่นั่งพิงต้นไม่อยู่ด้วยความเ็ปไปตัวร่าง
ขอบคุณมิร่า…ขอบคุณ
เสียงโครมใหญ่ถัดมานั้นเรียกความสนใจต่อทุกฝ่ายได้ไม่น้อย รีเซ่ที่กำลังปะทะดาบอยู่กับครูสก็หันไปเห็นเซรอสที่พิงอยู่กับต้นไม้พร้อมเืทั่วกาย
“เซรอส!!”
ดวงหน้างามนั้นติดจะซีดเผือก ครูสตั้งใจจะใช้จังหวะจะในการจัดการเธอเเต่ทว่าพริบตาเดียวมิร่าก็โผล่มาด้านข้างเขาและใช้นิ้วมือหยุดดาบของเขาไว้ได้
“อะไรของเธอ” ครูสถามอย่างไม่สบอารมณ์
“ฉันเบื่อแล้วกลับกันเหอะ” เธอพูดพร้อมสะบัดดาบของครูสออกอย่างลำคานใจ
“แต่เรากำลังจะชนะ”
“ไหนว่าแค่มารองเชิงไง อย่าบ้าน่า ฉันว่ารีบเอาอัญมณีที่ได้ไปให้ท่านการาดอฟเถอะเดี๋ยวท่านพิโรธแล้วเราจะลำบากกันนะคุณหัวหน้า”
มิร่าพูดเย้าจนในที่สุดครูสก็ยอมกลับ ก็แน่ละถ้าพูดถึงท่านการาดอฟยังไงครูสก็ต้องยอมอ่อนลง เธอรู้จุดนี้ดี..
“งั้นเราต้องขอรับชิ้นสุดท้ายนี้ไป..และไว้ฉันจะกลับมาอีกครั้ง รอบหน้าเธอไม่รอดแนะผู้มีตราสติกมาตา”
ครูสโดดถอยออกไปแล้วสลายกลายเป็ฝุ่นไปต่อหน้าต่อตาเธอพร้อมกับเหล่าเฮียวคนอื่นๆที่ต่างค่อยๆล่าถอยไป กริมใช้จังหวะนั้นหวัดแสเพลิงพุ่งเข้าไปรัดอัญมณีชิ้นสุดท้ายขึ้นก่อนจะสลายไป เร็งกะและยูซีทต่างก็เข้าไปไม่ทัน
ั์ตาสีอรุณรุ่งของร่างสูระหงนั้นเหลือบตาลงมามองผู้เป็เ้าของั์ตาสีทับทิม
คนที่เซรอสเคยเล่าให้ฟังสินะว่าเคยเจอก่อนที่จะมาอยู่ที่นั้น..
หญิงสาวตรงหน้านั้นมองมาที่เธอแล้วยิ้มให้ก่อนจะสลายไปต่อหน้าต่อตา รีเซ่ไม่เข้าใจกับการกระทำของเธอว่าทำไม่ถึงเข้ามาช่วยแถมยังยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนอีก
แต่ก็เหมือนนึกขึ้นได้ รีเซ่รีบหันหาบุรุษผู้ยังคงนั่งพิงต้นไม้อยู่อย่างสงบนิ่ง
“เซรอส!! เลโอ!มาดูเซรอสที่!!”
รีเซ่หันหลังแล้วรีบวิ่งกลับไปดูเซรอสพร้ะโกนเรียกเลโอไปด้วย
“เฮ้!!นายนะ!!” รีเซ่เขย่าตัวเซรอสแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆซึ่งนั้นยิ่งทำให้เธอใจเสีย
“ไอ้บ้าเซรอส!!ตืนเดี๋ยวนี้! เซรอสตื่น!!..ตื่นเซ่…อย่าหลับนะ..เฮ้..เซรอส..”
เสียงหวานนั้นดูสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ จนคนขี้แกล้งต้องหยุดการกระทำนั้นเพราะอดสงสารไม่ได้
“ห่วงฉันเป็ด้วยหรอเธอนะ กลัวฉันตายรึไง แค่พักสายตาเอง”
เซรอสยิ้มเย้าแหย่ ซึ่งนั้นทำเอาดวงหน้างามนั้นเรื้อสีขึ้นเพราะพึ่งรู้สึกว่าเธอพึ่งปล่อยไก่ออกไปตัวเบ้อเริ่ม
“ไอ้บ้า!เล่นอะไรไม่เข้าท่า!” มือบางฟาดซ้ำทำเอาร่างสูงนั้นเบ้หน้าด้วยความเจ็บ
“นี้แกจะฆ่ามันซ้ำรึไง" เลโอที่เดินเข้ามามองรีเซ่อย่างเอือมๆ
“แล้วไปทำอีท่าไหนถึงโดนยำเละขนาดนี้วะเนี้ย” เดเรสอุทานขึ้นหลังจากที่พวกเข้าเดินเข้ามาตามหลัง
“หลบสิไอ้งี่เง่า จะให้รักษามันไหมเนี้ย” เลโอพูดพร้อมพลักหัวรีเซ่ เธอจึงลุกมายืนข้างยูนะ
“ไม่ต้องห่วงหรอกคะ เลโอรักษาแผลเก่งจะตาย เดี๋ยวเซรอสก็หาย”
ยูนะหันไปพูดกับรีเซ่แต่สาวเ้ากลับส่งเสียงจิ๊จ๊ะแล้วสบัดหน้าที่ติดจะระเรื่อสีแดงนั้นหนีเธอ
“ไม่ได้ห่วงซะหน่อย”
“ค่าๆ” ยูนะยิ้มหวานๆ
เมื่อทำการรักษาแผลเซรอสเสร็จทุกคนจึงกลับขึ้นยานและเดินทางกลับ เพราะภารกิจนี้ถือว่าจบสิ้นลงแล้วแม้นอัญมณีจะถูกกำจัดไม่ครบก็ตาม..
“ครั้งหน้าเราจะต้องไม่แพ้ กลับไปฝึกหนักกันเถอะ”
รีเซ่พูดเท่านี้ก่อนที่ยานพาหนะลอยฟ้าและมุ่งตรงกลับสถาบันบิชาม่อน