หมอหลวงมู่รับห่อยามาตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วให้คำตอบกับซินฉางจ้าย
หมอหลวงมู่ “ทูลซินฉางจ้าย ยาบำรุงเหล่านี้ไม่มีปัญหาใด ล้วนแต่เป็ยาบำรุงครรภ์ชั้นดีช่วยให้ครรภ์มั่นคง หากไม่ใช่การปองร้าย ก็คงมีแค่ความเป็ไปได้เดียว ซินฉางจ้ายมีร่างกายอ่อนแอมาั้แ่กำหนดยากที่จะมีครรภ์”
ฟางหลู “พูดจาเหลวไหล”
ซินฉางจ้าย “ั้แ่ข้าเริ่มเป็สาวใช้ในจวนกตะกูลเจียน ข้าก็ทำงานหนักทุกวัน ก็ถือว่าเป็การออกกำลังกาย ป่วยก็แทบจะไม่ป่วยเลยสักครั้ง จะอ่อนแอได้อย่างไร”
หมอหลวงมู่ “หากซินฉางจ้ายยังสงสัยว่าถูกผู้อื่นวางแผนทำร้าย ในเมื่อของที่ซินฉางจ้ายเสวยเข้าไปไม่มีอะไรผิดปกติ ก็คงต้องดูจากของใช้ชีวิตประจำวันแล้ว
กระหม่อมขอถาม ว่าซินฉางจ้ายมีนิสัยใช้เครื่องหอมบ้างหรือไม่”
ซินฉางจ้าย “เครื่องหอมมีราคาแพง แต่ก่อนข้าเป็แค่นางกำนัลจะปัญญาซื้อของเช่นนี้ได้อย่างไร.........เดียวก่อน!! ฟางหลู่นี้เ้ากับข้ากินอยู่ด้วยกัน เ้ามีอะไรผิดปกติหรือไม่”
ฟางหลู “ไม่นะเพคะ ก็ไม่มีสิ่งปกติอันใด เว้นแต่....(เขินอาย) เพียงแต่ตอนที่รอบเดือนมานั้น จะมากกว่าปกติ บางครั้ง ก็มาๆหยุดๆนานครึ่งเดือน นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีแล้วเพคะ”
จากนั้นซินฉางจ้ายก็ลุกขึ้นเดินไปดึงแขนของฟางหลูมาให้หมอหลวงมู่ตรวจชีพจร การจับชีพจรของฟางหลูก็ทำให้ฟางหลูเขินอายเล็กน้อย
ซินฉางจ้าย “รบกวนหมอหลวงมู่ตรวจชีพจรให้ ฟาหลูด้วย”
หมอหลวงมู่ “ได้.....ชีพจรของแม่นางฟางหลู เต้นช้าและอ่อน แรง บางครั้งก็หยุดไปบ้าง ดูเหมือนจะเป็เพราะเหน็ดเหนื่อยเกินไป”
ฟางหลู “เป็ไปไม่ได้ ตั่งแต่มาอยู่กับซินฉางจ้าย ข้าก็อยู่อย่างสบายจะเหน็ดเหนื่อยได้อย่างไร”
ซินฉางจ้าย “เมื่อกี่เ้าบอกว่ารอบเดือนมามาก ไม่หายสักที อาการแบบนี้เป็มานานแค่ไหนแล้ว”
ฝางหลู “น่าจะ่เดือนที่ผ่านเพคะ”
ซินฉางจ้ายคิดหนัก คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าจะเกิดจากตรงไหนกันแน่ และผู้ใดอยู่เบื่องหลังแผนการนี้ จนกระทั่งมองไปเห็นดอกโบตั๋นที่ตกแต่งตำหนักเต็มไปหมด ในหัวคิดได้ทันที จึงะโบอกให้ฟางหลูนำดอกไม้ออกไป (ทั้งร้องทั้งะโ)
ซินฉางจ้าย “ฟางหลูเ้าขนดอกไม้พวกนี้ออกไม่ให้หมด”
ฟางหลู “ซินฉางจ้ายเพคะ ดอกไม้ที่จางกุ้ยเฟยขนมาไม่มีพิษเพคะ หมอหลวงโหตรวจสอบแล้ว”
ซินฉางจ้าย(ะโ) “ขนออกไป......”
ฟางหลู “เพคะ…เพคะ”
จากนั้นฟางหลูก็ไปนำสาวใช้มาขนดอกโบตั๋นออกไป เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีพิษ จึงให้หมอหลวงมู่ตรวจอบอีกรอบ แต่ก็ได้คำตอบเดิม คือไม่มีพิษ ดอกโบตั๋นทั้งหมดโดนขนไปไว้นอกตำหนัก เหลือเพียงห้องที่ว่างเปล่า ซินฉางจ้ายกล่าวกับ หมอหลวงมู่และฟางหลู
ซินฉางจ้าย “พวกเ้าได้กลิ่นอะไรหรือไม่”
ฟางหลู “กลิ่นหอมประหลาด เหมือนกับว่ามาจาก..........”
ซินฉางจ้าย “ใช่.....กลิ่นกำแพงวัง”
ฟางหลู “ตอนที่บูรณะกำแพงตำหนัก หม่อมฉันก็แปลกใจ ว่าทำมัยจางกุ้ยเฟยถึงใจดีส่งดอกโบตั๋นให้มากมายเพียงนี้หรือว่าแท้จริงแล้ว...........”
หมอหลวงมู่ “ใช่แล้วเพื่อกลบกลิ่น ดอกโบตั๋นสามารถดูดชับกลิ่นเครื่องหอมได้ เื่นี้กระหม่อมประมาทไป คิดว่าจะมีคนว่าแผนทำอะไรกับดอกโบตั๋น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าคนร้ายจะว่างแผนไว้ที่กำแพง ทำได้แยบยลเช่นนี้ชั่งโเี้เสียจริง”
ฟางหลู “พูดไปก็เท่านั้น ท่านรีบตรวจดู ว่าเป็เช่นไรบ้าง
จากนั้น ฟางหลูก็ไปขูดกำแพงตำหนักมาให้ หมอหลวงมู่ทำการตรวจสอบ ต่อมาจึงได้คำตอบ
หมอหลวงมู่ “นอกจากกลิ่นของเครื่องเทศ ในสีที่ทางกำแพงตำหนักนี้ ยังมีคนผสม ตะมิงจือ จำนวนมาก เซิงฉีจื่อ และชะมดเชียง จำนวนมาก ที่กระหม่อมแยกแยะได้ก็เพราะมีปริมาณยาที่ผสมเข้าไปจำนวนไม่ใช่น้อยเลยพะยะคะ
ยิ่งไปกว่านั้นยาเหล่านี้ถูกผสมกับเครื่องเทศหอมชั้นดีหากไม่ใช่ผู้ชำนาญการตรวจพิสูจน์ คนทั่วไปย่อยไม่สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติได้”
ซินฉางจ้าย “ตัวยาเหล่านี้ มีสรรพคุณอย่างไร”
หมอหลวงมู่ “ยาเหล่านี้มีฤทธิ์เย็นหากนำไปทาบนกำแพงแล้วโดนแดดตอนกลางวัน ก็จะส่งกลิ่นหอมของเตรื่องเทศออกมาพร้อมๆกัน ถ้าเป็สตรีได้กลิ่นนี้นานๆก็ยากที่จะตั้งครรภ์ ที่มีครรภ์ก็จะรักษาครรภ์ไว้ไม่ได้พะยะคะ”
ฟางหลู “จางกุ้ยเฟยกล้าวางยาพิษร้ายแรงเช่นนี้ไม่กลัวฝ่าาจะตรวจสอบเจอหรือ”
หมอหลวงมู่ “ตัวยาถูกบดเป็ผง แถมยังโดนแดด โดนฝน ไม่เกินปีครึ่งก็จะผุพังไปจนหมดสิน หาร่องรอยไม่ได้”
ซินฉางจ้าย “ดูจากตอนนี้แล้ว การว่างแผนที่แยบยลเช่นนี้ ถูกวางแผนไว้มานานแล้ว”
ฟางหลู “อย่าทรงร้อนพระทัยไปเลยเพคะ เื่ซ่อมแซมกำแพงตำหนักนี้ จางกุ้ยเฟยเป็คนดูแลทั้งหมด รวมถึงดอกโบตั๋นนี้ด้วย หม่อมฉันจะไปทูลฝ่าาเดียวนี้”
ซินฉางจ้าย “ช้าก่อน...ถึงจะกราบทูลฝ่าา จางกุ้ยเฟยก็ยังจะไหวตัวทันอยู่ดี เพราะเื่นี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วง กรมวัง สำหนักหมอหลวง หน่วยซ่อมบำรุง นางเพียงหาใครสักคนมารับผิดแทนก็จบแล้ว ส่วนนางก็ลอดพ้นจากเื่นี้อย่างง่ายดาย”
ฟางหลู “แล้วพวกเราจะกลืนเืแค้นนี้ลงคอหรือ นี้ถึงขั้นทำร้ายชีวิตองค์ชายน้องเชียวนะเพคะ”
เื่นี้ยังหาขอยุตติไม่ได้ แต่นางกำนัลเฝ้าประตูก็เดินเข้ามารายงานว่า จางกุ้ยเฟยมาขอพบ
นางกำนัล “จางกุ้ยเฟยมาขอเข้าพบซินฉางจ้าย ให้เข้าพบหรือไปเพคะ”
ซินฉางจ้าย “แน่นอนต้องพบ เชิญเข้ามา”