ตอนที่23 แม่ทัพแห่งเว่ย
ดั่งนรกชังหรือ์แกล้ง—นี่มันการลงโทษแบบใหม่หรือยังไงเนี่ย!
อ้ายซินกรีดร้องในใจเมื่อได้พบว่าตนเองต้องนอนกระโจมเดียวกับหวนฉีอยากจะตรงรี่ไปหาเขาแต่ก็ทำได้เพียงรอเงียบๆเนื่องจากหวนฉีแหละเหล่าทหารคนสนิทกำลังประชุมวางแผนการรบเธอไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมแม้จะประท้วงไปครั้งหนึ่งแล้วก็ตาม
เด็กสาวเฝ้ารอเขาจนถึงค่ำแต่ก็ไร้วี่แววพอลองคิดวิเคราะห์ดูแล้วเขาอาจจะไปนอนกระโจมอื่นที่เตรียมไว้ก็ได้ที่นั่นคงมีเหล่านางโลมซึ่งถูกเรียกตัวมามากมายเพื่อปรนนิบัติเขา...คิดดังนั้นก็ทิ้งตัวลงบนที่นอนใหญ่ไม่เคยสนใจว่าเขาจะไปนอนกับใครหรือทำอะไรอยู่ที่ไหนหากแต่ครั้งนี้ในหัวของเ้าหล่อนกลับมีเื่ของเขาสอดแทรกเข้ามาเป็ระยะ
...หรือเธอจะหลงรักเขาเข้าแล้วเฮ้ย!ไม่มีทางน่ะ ปริญญาตรีสาขาการจัดการความโสด เกียรตินิยมตายด้าน 4.0แบบเธอเนี่ยเหรอจะรักใคร โดยเฉพาะคนๆ นั้นคือจอมทัพวายร้ายแบบหวนฉีเนี่ยนะ!
“ผู้ชายดีๆมีแต่ในนิยายไม่ใช่เื่จริง...”เธอบ่นอุบอิบแล้วก็ต้องชะงักเมื่อม่านประตูเปิดออกก่อนที่ร่างของอาคันตุกะจะก้าวเข้ามาภายใน
“วันนี้เ้านอนเร็วกว่าปกตินะ”
“ท่านเข้ามาทำอะไรเนี่ย”อ้ายซินดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันควัน ั์คู่สวยเบิกโพลงด้วยความใ
“ก็นี่มันกระโจมของข้า”เขาตอบสั้นๆ พลางสืบเท้าเข้ามาใกล้
“งั้นข้าน่าจะมาผิดที่”เธอลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคิดว่าตนเองคงมีกระโจมแยกแน่นอน“ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวนะคะ” เด็กสาวก้าวลงจากที่นอนอย่างรวดเร็วยังไม่ทันที่จะได้ออกเดินร่างของเธอก็ถูกดึงเข้ามาสู่อ้อมแขนของชายหนุ่มก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนั่งโดยที่ยังคงกอดเธอไว้
“เ้าจะไปไหนกระโจมของเ้าอยู่ที่นี่นะ”
“ไม่ๆๆนี่คือของท่านไม่ใช่ของข้า” เธอปฏิเสธพัลวัน
“เราเป็สามีภรรยาก็ต้องนอนด้วยกันข้าปล่อยให้เ้าทำตามใจมาเกินพอแล้ว” เขาบอกเสียงเข้มกว่าปกติทำเอาร่างบางสะท้าน
“ตามใจอีกสักนิดมันจะตายรึไงเนี่ย”บ่นอุบอิบกับตนเอง “แต่ว่า...ข้าปรนนิบัติท่านเหมือนนางโลมพวกนั้นไม่ได้หรอกนะคะ”เด็กสาวหน้าขึ้นสีระเรื่อระหว่างที่พูดออกมาเธอไม่คิดว่าจะกล้าพูดอะไรน่าอายในสถานการณ์แบบนี้
“ทำไม”
“ไม่มีเหตุผลค่ะ”ตอบกลับเสียงอู้อี้ “เอาเป็ว่าท่านช่วยสั่งให้สร้างกระโจมแยกสำหรับข้าได้มั้ยคะตั้งข้างๆ ของท่านก็ได้” เธอยอมทุกอย่างแม้จะต้องทนมลพิษทางเสียงก็ตาม
หวนฉีนึกขันระคนเอ็นดูกับเด็กน้อยเอาแต่ใจของเขาที่ในยามนี้ทำตัวดื้อแพ่งน้อยลงกว่าเดิมจนเห็นได้ชัดเจนเธอยอมให้เขาโอบกอดโดยไม่ขัดขืนและส่งเสียงโวยวายเฉกเช่นปกติอยากจะตามใจเ้าหล่อนอีกสักนิดแต่หากมากกว่านี้เธอก็จะไม่รู้จักสถานะของตนเอง
“หากข้าจะใช้กำลังบังคับเ้าข้าคงทำั้แ่คืนแต่งงานแล้ว”
“นั่นเพราะท่านไม่ได้คิดว่าข้าน่าสนใจสำหรับท่านไม่ใช่หรือคะ”อีกครั้งที่เธอคิดว่าปากไวกว่าความคิด คงจะตายเพราะปากเข้าสักวันเป็แน่ทว่าหวนฉีหัวเราะกับเ้าตัวดีที่มักจะคิดแทนเขาเสียหมด
“แล้วถ้าตอนนี้ข้าคิดว่าเ้าน่าสนใจล่ะ”หวนฉีย้อนคำพูดคืนส่งให้ อ้ายซินไม่ตอบเธอพยายามกลืนน้ำลายอันเหนียวหนืดคอราวกับแป้งเปียก “เ้านอนไปก่อนได้เลยข้ามีงานต้องทำอีกนิดหน่อย” เขาคลายอ้อมแขนที่พันธนาการเธอเด็กสาวรีบดีดตัวออกอย่างรวดเร็ว
หวนฉีลุกขึ้นเดินตรงไปยังประตูเขาชะงักหยุดทันทีเมื่อถูกแตะที่แขนชายหนุ่มหันมามองเด็กสาวซึ่งกำลังมองตอบเขาตาแป๋วราวเด็กน้อย
“อย่าหักโหมมากนะคะ”เป็ครั้งแรกที่เธอแสดงความห่วงใยเขาชัดเจน
“หึ”เขากระตุกยิ้มมุมปากแล้วก้มลงไปประทับจูบที่หน้าผากของคนอ่อนวัยกว่า“ถ้าเ้ายังไม่หลับตอนที่ข้ากลับมา ค่อยหาอะไรสนุกๆ ทำกันดีกว่า”
“แม่ทัพตัณหาจัด! ไปแล้วไม่ต้องกลับมาเลยนะ” เธอแหวใส่เสียงดัง ใบหน้าร้อนราวกับโดนไอแดดเผาหวนฉีขำขันกับท่าทีของอีกฝ่ายก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ความสงบสุขกลับคืนมาอีกครั้งเธอรู้สึกอ่อนเพลียเกินกว่าที่จะถ่างตารอชายหนุ่มซึ่งไม่รู้จะเสร็จงานเมื่อไหร่เด็กสาวโรยตัวลงบนที่นอนแล้วจมตัวเองลงสู่ห้วงนิทราในยามราตรีอันแสนเงียบงัน
หวนฉีไม่ได้กลับมาที่กระโจมพักของตน...อ้ายซินคิดว่าเขาคงอยู่กับเหล่านางโลมนั่นทำให้เธอรู้สึกเจ็บแปลบน้อยๆในอก เธอคิดว่าตนเองเริ่มต้นยามเช้าได้ไม่ดีเท่าไหร่ส่วนหนึ่งมาจากที่ทัพเสริมของเว่ยจะมาถึงใน่สาย
“ท่านแม่ทัพให้มาพานายหญิงไปที่กระโจมหลักครับ”ทหารนายหนึ่งบอกเด็กสาวซึ่งนั่งไขว่ห้างหน้านิ่งบนที่นอนก่อนหน้าเธอเลี่ยงที่จะไปทานอาหารเช้าโดยบอกว่าเพลียจากการเดินทาง
“ทำไมข้าต้องไปด้วยข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการรบซะหน่อย” เธอเชิดหน้าใส่ทหารหนุ่มมีท่าทีเลิ่กลั่ก
“ทัพของเว่ยกำลังจะมาถึงหัวหน้าเลย้าให้เ้าไปอยู่ที่นั่นด้วย”หม่าเฉาปรากฏตัวจากหลังม่านประตูราวกับอ่านได้ว่าอีกฝ่ายกำลังไม่สบอารมณ์“เ้าออกไปก่อน” เขาสั่งพลทหารที่รีบปลีกตัวออกไปทันควัน
“เขาให้ท่านมาตามข้าไปงั้นหรือ”
“เปล่าแต่ข้าคิดว่าเ้าคงจะต้องเมินคำสั่งจนทำให้ทหารรับใช้ลำบากใจ”
“ดูท่านจะรู้ทันข้าไปซะหมดเลยนะ”เธอกระแทกน้ำเสียงอย่างไม่เป็มิตร“ถ้าอย่างนั้นก็คงรู้ว่าไม่ควรเข้ามายุ่งในขณะที่ข้ากำลังไม่พอใจอยู่”
“เ้าไม่พอใจเื่อะไรล่ะ”
“ก็ลองเดาดูสิอ่านข้าเก่งไม่ใช่รึไง” อ้ายซินแสยะยิ้มเย็น หม่าเฉาถอนหายใจเธอกำลังร้อนเขาควรจะเย็น
“ข้าจะไม่เดาและก็ไม่ถามด้วยว่าเพราะอะไรแต่เ้าเป็ภรรยาของหัวหน้ามันจะเป็การไม่ให้เกียรติทั้งเขาและแม่ทัพของเว่ยเพราะเ้าถือว่าเป็คนสำคัญของทัพเราคนหนึ่งที่พวกเขาต้องจดจำไว้หากเกิดอะไรขึ้นกับเ้าโดยความไม่รู้จะเป็ปัญหาเอาได้”หม่าเฉาว่าด้วยเหตุผลหวังว่าคนฉลาดแบบเธอจะเข้าใจสถานการณ์
“งั้นข้ากลับก็ได้”คำบอกเรียบๆ ของเธอทำเอาเขาชะงักกึก “เหมือนว่าข้าจะสร้างแต่ความลำบากให้ท่านแม่ทัพและคนอื่นๆข้าไม่ควรอยู่ที่นี่ั้แ่แรก”แววตาคู่สวยไหววูบเต็มไปด้วยความเศร้าจนเห็นได้ชัดเจนหม่าเฉาเดินเข้าไปใกล้แล้วยื่นมือไปลูบหัวเธออย่างปลอบโยน
“รอสักพักก็แล้วกันข้าจะพาเ้ากลับเอง”
“ท่านนี่ให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยเหมือนเป็พี่ชายของข้าคนหนึ่งเลย”
“มีเ้าเป็น้องสาวข้าล่ะนับถือท่านแม่ทัพถิงเซียวจริงๆ”การตอบกลับอย่างเชือดเฉือนพร้อมรอยยิ้มกว้างของหม่าเฉาทำเอาคนฟังถลึงตาใส่แต่การได้คุยกับเขาทำให้เธอผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย“แต่ถ้าเ้ายังคงนั่งอยู่ที่นี่หัวหน้าก็ต้องส่งคนมาตามอีกแน่ เผลอๆ หัวหน้าอาจจะมาเองก็ได้”
“ข้าอยากจะเดินชมทัศนียภาพรอบๆค่าย ท่านว่างพอจะไปกับข้าได้หรือเปล่า”
“ถ้าหัวหน้าสั่งลงโทษข้าล่ะ”
“ข้าจะอ้อนวอนคุกเข่าขอละเว้นโทษให้เลย”
หม่าเฉาทั้งเอ็นดูทั้งอ่อนใจในความดื้อดึงเอาแต่ใจของเธอเป็เด็กสาวที่ยากจะคาดเดาในการกระทำเสียจริงๆ
กระโจมหลักของทัพหวนฉี
ทหารรับใช้ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวต่อหน้าหวนฉีที่นั่งกอดอกทำหน้านิ่งขรึมราวรูปสลักบรรยากาศภายในตรึงเครียดจนหลายๆ คนััได้
“ภรรยาข้าล่ะ”
“นะ...นายหญิง”เสียงของเขาเบาจนขาดห้วงเป็่ๆ “นาย”
“อ้ำๆอึ้งๆ อยู่ได้ นางทำไมก็พูดมาสิ” ก่านหนิงตะคอกเสียงดัง
“เงียบน่ะยัยงู”เกาชุนปรามหญิงสาว เพราะเธอมีใบหน้าที่แหลมเสี้ยมและใส่ชุดเกราะมีเกล็ดคล้ายงูเขาจึงตั้งฉายาให้กับเธอ “นายหญิงทำไม เกิดอะไรขึ้น”กุนซือวัยกลางคนใจคอไม่ดีเมื่อเหลือบหางตาไปมองนายเหนือหัวที่นั่งนิ่ง
“นางไม่ยอมมาและยังออกไปเดินเล่นกับนายทัพหม่าเฉาครับ”พลทหารอธิบายด้วยประโยคสั้นๆ ที่ถูกเด็กสาวสั่งมาเกาชุนอ้าปากค้างใบหน้าซีดราวไก่ต้มทหารทัพนี้ไม่รู้จักพูดโกหกกันบ้างเลยหรืออย่างไร
“ข้าจะไปตามนางมาให้”ก่านหนิงเสนอตัว
“ไม่ต้อง”หวนฉีบอกเรียบๆ “เ้าออกไปได้แล้ว” เขาไล่ทหารหนุ่มที่พร้อมจะหายตัวไปได้ทุกเวลา
“ปล่อยไว้แบบนี้จะดีหรือครับ”
“ข้าไม่มีเวลาจะมาคอยประคบประหงมเอาใจนางหรอกนะ”คำกล่าวของหวนฉีทำเอาเกาชุนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ต้องกลืนมันลงไปในลำคอ
“รายงานครับทัพเสริมของเว่ยมาถึงแล้วครับ!”ทหารส่งข่าววิ่งเข้ามารายงานการมาถึงของเหล่าทหารจากแคว้นเว่ยทุกสายตาหันมามองทางหวนฉีทันที
“หึ...ออกไปต้อนรับแขกของเรากัน”
เหล่าทหารกำลังตื่นตัวเตรียมต้อนรับการมาถึงของทัพเสริมจากแควันพันธมิตรจนอ้ายซินอดที่จะดูแคลนไม่ได้ว่าหากพวกเขามาเห็นสภาพภายในทัพของหวนฉีจะมีสีหน้าแบบไหน คงจะประหลาดใจกับเหล่านางโลมและรูปลักษณ์อันแปลกตาที่กว่าครึ่งไม่ใช่ทหารชาวบ้านปกติ
อ้ายซินชวนหม่าเฉาไปใกล้ๆเพื่อจะได้เห็นทัพของเว่ยชัดเจนเธอยากจะรู้ว่าแม่ทัพแบบไหนที่ถูกส่งมาให้ร่วมมือกับหวังฉีช่างน่าสงสารเสียเหลือเกิน
เอ...บนธง...เขียนว่า
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าที่กลางร่างอ้ายซินเนื้อตัวชาวาบั์ตาเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกมานอกเบ้าริมฝีปากสั่นระริกกรามทั้งสองข้างกระทบกันจนได้ยินเสียงชัดเจน
อักษรสีดำสลักคำว่า‘หลง’ นามของผู้นำทัพเสริมจากแคว้นเว่ยแม่ทัพหลงหวน
...ทำไมท่านไม่บอกข้าว่าใครคนนำทัพเว่ยมา...ทำไมต้องปิดบังข้าด้วยแม่ทัพหวนฉี
พลันความคิดอันยุ่งเหยิงขณะที่แม่ทัพหลงหวนกำลังควบม้าไปตามเส้นทางที่ถูกกำหนดเพื่อไปพบหวนฉีเมื่อเขาเปรยไปมองบรรยากาศรอบๆ ณ วินาทีนั้นเองที่ราวกับห้วงเวลาจะถูกหยุดนิ่ง
“ไม่จริงน่ะ...”อ้ายซินไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเองบนหลังม้าที่ควรจะเป็แม่ทัพหลงหวนกลับปรากฏใบหน้าของคนรู้จักที่เธอคิดว่าเป็เพื่อนที่น่าคบหามากคนหนึ่งเขาเองก็ใไม่ต่างกันที่ได้พบเธอในสถานที่แห่งนี้แม้จะรู้มาบ้างแล้วก็ตามว่าเธอมีความเกี่ยวข้องกับแม่ทัพหวนฉี
“ท่านแม่ทัพ”กุนซือหนุ่มข้างกายหลงหวนกระซิบเรียก หลงหวนละสายตาจากเด็กสาวและควบม้าเดินต่อไป
พี่อี้หลงคือแม่ทัพหลงหวน...คนที่สังหารท่านพ่อ
“อ้ายซิน”หม่าเฉามองเธอด้วยความเป็ห่วงเขาเองก็รู้อยู่แล้วว่าหลงหวนจะเป็กำลังเสริมแต่ก็ไม่ได้บอกเธอ “เ้า”
“ขอข้าอยู่คนเดียวสักพักนะ”เธอยกมือเป็การห้ามไม่ให้หม่าเฉาพูดอะไรต่อก่อนจะปลีกตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
“แม่ทัพหลงหวนแห่งเว่ยยินดีที่ได้ร่วมรบกับแม่ทัพหวนฉีผู้มีชื่อเสียง”หลงหวนยกมือขึ้นมาประสานทำความเคารพอีกฝ่าย
“ข้าเองก็เช่นกันดีใจที่ได้พบแม่ทัพหลงหวน แม่ทัพอายุน้อยที่มีฝีมือเก่งกาจจนเป็ที่เลื่องลือ”
“ท่านก็กล่าวชมข้าเกินไปข้ายังต้องสั่งสมประสบการณ์อีกมากมาย คงต้องขอคำชี้แนะจากท่านในการรบครั้งนี้แล้ว”
คำกล่าวยกยอปอปั้นระหว่างสองแม่ทัพที่คนฟังรู้สึกได้ถึงาทางวาจาขนาดย่อมแม้แต่กุนซืออย่างเกาชุนเองก็ไม่น้อยหน้าเขาโปรยยิ้มพรายส่งให้กุนซือหนุ่มฝั่งตรงข้ามพร้อมกับผงกหัวน้อยๆซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มตอบรับเช่นกัน
“ข้าขอบังอาจถามท่านแม่ทัพหวนฉีได้หรือไม่”หลงหวนเปรยหยั่งเชิงและไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับ“ข้าได้บังเอิญพบเจอกับสตรีนางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากเหล่าสตรีมากมายที่อยู่ในทัพของท่านนางดูงดงามและสูงศักดิ์จนสังเกตได้ชัดเจน ไม่ทราบว่านางใช่ฮูหยินของท่านหรือไม่”
“ท่านได้พบนางแล้วหรือ”
“เพียงแค่ชั่วแว่บเดียวเท่านั้นหากมีโอกาสข้าก็อยากจะทักทายนางอย่างเป็ทางการสักครั้ง”
“ข้าจะพานางมาพบท่านในเร็วๆนี้” หวนฉียิ้ม แต่เป็รอยยิ้มที่เกาชุนรู้สึกว่าชวนสยองเสียเหลือเกิน“ท่านคงจะเหนื่อยจากการเดินทางไกลเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยแล้วเราค่อยมาร่ำสุราหารือกันเื่การรบในตอนเย็นและข้าจะได้แนะนำภรรยาของข้าให้ท่านได้รู้จัก”
เหล่าผู้ติดตามของหลงหวนรู้สึกไม่พอใจกับการแสดงออกที่เหมือนเป็การไล่ทางอ้อมของหวนฉีถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่อาจทำอะไรได้เนื่องด้วยผู้เป็นายนั้นมีท่าทีเงียบสงบจนน่าอึดอัด
“ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องขอตัวไปพักผ่อนก่อนคาดหวังที่จะให้ถึง่เย็นเร็วๆ เสียเหลือเกินจะได้ร่ำสุรากับพวกท่าน”หลงหวนส่งยิ้มแสดงความเป็มิตรก่อนจะหันหลังเดินจากไปพร้อมกับผู้ติดตาม
จากคำพูดของหลงหวนทำให้หวนฉีอนุมานได้ว่าเขาต้องเคยพบกับอ้ายซินมาก่อน แต่ที่ไหนกันล่ะ? เธอไม่มีทางจะไปทำความรู้จักกับคนที่ฆ่าพ่อของตนแน่นอนในเมื่อเธอแทบจะไม่ได้ออกจากบ้านเสียด้วยซ้ำถ้าไม่มีเขาไปด้วยมีจุดไหนที่เขาพลาดไปกันนะ...
“ข้าคงต้องถามเ้าโดยตรงแล้วละมั้งอ้ายซิน”