ต้าหมิงกลืนสมุนไพรเวทย์ลงไปพร้อมกับฝึกฝนร่างกายภายใต้แรงกดดันที่ทับลงมาอย่างต่อเนื่อง นี่ทำให้ร่างกายของต้าหมิงยกระดับขึ้นไปอีกระดับในพริบตา และไม่ใช่แค่นั้นในส่วนลึกของร่างกายสายเลือดของเผ่าอสูรที่ซ่อนอยู่ก็เริ่มตื่นขึ้นมาเล็กน้อยทำให้พลังเวทย์และร่างกายของต้าหมิงเดือนพล่าน
“อึก!!!!! นี่มันอะไรกัน” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีน้ำเสียงตื่นตระหนกและรีบควบคุมพลังเวทย์ในร่างทันที
“อะไรกัน” พวกจ้าวหยูซินที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แปลกประหลาดมาจากทิศทางของต้าหมิงเช่นกัน
“อ๊ากกกกกกก” ต้าหมิงกรีดร้องออกมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด
ร่างกายของต้าหมิงเกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกว่าตอนกลืนสมุนไพรเวทย์เสียอีก กล้ามเนื้อทั้งหมดเริ่มแข็งแกร่งขึ้นและไม่ใช่แค่นั้นกระดูกของต้าหมิงกลายเป็นแข็งแกร่งจนน่ากลัวเรียกได้ว่าก้าวข้ามขอบเขตของมนุษย์ไปเสียแล้ว
“นี่หรือว่าข้าจะมีสายเลือดของเผ่าอสูรจริงๆ” ต้าหมิงที่ได้รับรู้ข้อมูลของอสูรอดไม่ได้ที่จะสงสัยเพรา ะหลายสิ่งในตัวของเขาเหมือนกับเผ่าอสูรไม่มีผิด
“ต้าหมิง!!!!!!!” พวกจ้าวหยูซินมาถึงก็พบว่าร่างกายของต้าหมิงในตอนนี้เป็นสีแดงฉานเหมือนกับเตาหลอม และใบหน้าของต้าหมิงยังแสดงสีหน้าทรมานออกมาอีกด้วย
“เกิดอะไรขึ้น” จ้าวเฟยหรูที่มักเงียบยังต้องตื่นตระหนก
“อะไรกัน พลังเวทย์ของต้าหมิงกำลังสูงขึ้นนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” จ้าวโยวหลันกล่าว
ทั้งสามไม่กล้าเข้าไปใกล้ร่างของต้าหมิงในตอนนี้เพราะไอร้อนที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของต้าหมิงทำให้ผิวของนางปวดแสบอย่างมาก
“ข้าจะใช้เวทย์ของข้าช่วยให้ร่างกายของเขาเย็นลง” จ้าวเฟยหรูกล่าว
“วูบ!!!!!!”
เวทย์น้ำแข็งของจ้าวเฟยหรูแผ่กระจายออกมาและพยายามจะแช่แข็งพื้นที่รอบๆตัวของต้าหมิง
“ฟู่!!!!!!!!”
พริบตาที่ความเย็นเข้าใกล้ร่างของต้าหมิงมันก็ถูกความร้อนจากร่างกายของต้าหมิงละลายทันที
“ร้อนมากด้วยความร้อนขนาดนี้ร่างกายของเขาทนได้อย่างไร” จ้าวเฟยหรูกล่าว
“อย่างที่ท่านจักรพรรดิหญิงบอก ต้าหมิงนั้นอาจจะมีสายเลือดของเผ่าพันธ์ในตำนานซ่อนอยู่” จ้าวหยูซินกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัว
เผ่าในตำนานอย่างเผ่าอสูรนั้นมีร่างกายที่แข็งแกร่งเป็นทุนเดิมและยังมีพลังเวทย์ที่มากมายมหาศาลอีกด้วยเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีจุดอ่อนเลยก็ว่าได้ ในสมัยโบราณเหตุที่เผ่าอสูรโดนขับไล่ออกไปเพราะการรวมตัวของจอมเวทย์จำนวนมากร่วมมือกันถ้าไม่อย่างงั้นเผ่าอสูรไม่มีทางถอยหนีออกไปแน่
“อดทนเอาไว้ต้าหมิงเจ้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้ ถ้าเจ้าผ่านได้สิ่งที่เราพนันกันก็จะกลายเป็นจริงได้ไวขึ้น” จ้าวโยวหลันกล่าว
หูของต้าหมิงกระดิกไปมาเมื่อได้ยินเสียงของจ้าวโยวหลัน ในพริบตานั้นเองต้าหมิงก็คำรามออกมาพร้อมพลังเวทย์จำนวนมากระเบิดออกมา
“จอมเวทย์ระดับ 4.....” จ้าวเฟยหรูกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ
“ไม่ใช่แค่นั้นร่างกายของต้าหมิงในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าพวกเราหลายเท่าไปแล้ว” จ้าวหยูซินกล่าว
พวกนางที่ผ่านการฝึกฝนร่างกายและพลังเวทย์มานับไม่ถ้วนก็ยังไม่สามารถเทียบกับต้าหมิงได้ในตอนนี้
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับมองดูร่างกายของตัวเองที่ตอนนี้เต็มไปด้วยพลัง
“ยินดีด้วยตอนนี้เจ้าก็กลายเป็นจอมเวทย์ระดับ 4 แล้วอีกไม่นานเจ้าก็จะสามาร-ปถึงระดับ 5 และที่พนันไว้กับหยูเฟยก็จะกลายเป็นจริง” จ้าวโยวหลันกล่าว
“ข้าเองก็ไม่คิดว่าที่แห่งนี้จะยอดเยี่ยมแบบนี้ และจากที่ข้าดูสถานที่ฝึกฝนของที่นี่ยังคงมีอีกมากใช่หรือไม่” ต้าหมิงกล่าว
“ใช่ ห้องฝึกฝนร่างกายนั้นมีหลายระดับ ที่เจ้าใช้อยู่คือระดับต่ำสุด และนอกจากสถานที่ฝึกฝนร่างกายแล้วยังมีสถานที่ฝึกฝนการเคลื่อนใหวและฝึกฝนการต่อสู้อีกด้วย” จ้าวหยูซินกล่าว
“ถ้างั้นจะรอช้าอะไรละข้าต้องการจะทดสอบพลังใหม่ของข้าเสียหน่อย” ต้าหมิงกล่าว
“ถ้างั้นก็ดี” จ้าวหยูซินกล่าวพร้อมกับพาต้าหมิงไปยังสถานที่ฝึกฝนต่างๆ ส่วนจ้าวเฟยหรูได้กลับไปปกป้องจ้าวหยูเฟยที่กำลังฝึกฝนอยู่
“สถานที่แห่งนี้คือสกานที่สำหรับฝึกการคเลื่อนใหว” จ้าวหยูซินมิงไปยังเส้นทางขนาดใหญ่ที่มีกลไกและกับดักมากมายติดตั้งอยู่
“เจ้าเห็นหรือไม่รอบๆทางเดินพวกนั้นมีกับดักมากมายมีทั้งหน้าไม้และลูกตุ้มหนามจำนวนมากซึ่งถ้าเจ้าถูกพวกมันกโจมตีมันก็ถือว่าเจ้าไม่ผ่านการฝึก” จ้าวหยูซินกล่าว
“น่าสนุกจริงๆสถานที่ฝึกของพวกอสูรเนี่ย” ต้าหมิงกล่าว
“ส่วนอีกที่คือสถานที่ฝึกฝนการต่อสู้ ซึ่งสถานที่แห่งนี้จะวัดระดับความแข็งแกร่งของเจ้าก่อนจะเรียกคู่ต่อสู้ของเจ้าออกมา” จ้าวหยูซินกล่าว
“ทำไมความรู้ของเผ่าอสูรถึงได้ยอดเยี่ยมแบบนี้เมื่อเทียบกับพวกเราความล้ำหน้าของพวกเขาทิ้งห่างพวกเราไปใกลแล้ว” ต้าหมิงกล่าว
“ใช่แล้ว จนถึงตอนนี้ท่านจักรพรรดิหญิงพยายามที่จะถอดระหัสข้อความของเผ่าอสูรเพื่อที่จะสร้างสถานที่ฝึกฝนแบบเผ่าอสูรได้เพราะถ้ามนุษย์สามารถมีสถานที่ฝึกฝนแบบนี้ได้ย่อมทำให้กองกำลังของพวกเราแข็งแกร่งขึ้นกว่าเก่ามาก” จ้าวหยูซินกล่าว
“ก็จริง การสร้างสรรค์สิ่งต่างๆของเผ่าอสูรนั้นยอดเยี่ยมจนข้าต้องขอยอมรับในข้อนี้เลย” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับจ้าวไปยังสนามต่อสู้
“วางมือของเจ้าเอาไว้ที่แท่นหินนั่นแล้วจากนั้นแท่นหินจะวัดพลังของเจ้าพร้อมกับเรียกคู่ต่อสู้ของเจ้าออกมา” จ้าวหยูซินกล่าว
“คู่ต่อสู้ของข้าคือสัตว์เวทงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าสงสัย
“อีกเดี๋ยวเจ้าก็จะได้รู้” จ้าวหยูซินกล่าว
พริบตานั้นเองแท่นหินก็ได้วัดค่าพลังเวทย์ของต้าหมิง ซึ่งต่อมาร่างของโกเลมขนาดเท่ามนุษย์ก็ปรากฎออกมา ต้าหมิงอ้าปากค้างอย่างเห็นได้ชัดเขาไม่คิดว่าเผ่าอสูรจะสามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้
“ระวัง เจ้านั่นไม่สนว่านายจะพร้อมหรือไม่แต่พริบตาที่มันปรากฎขึ้นมามันจะเริ่มโจมตีทันที” จ้าวหยูซินรีบคำรามออกไปทันที
“บ้าชิบ!!!!!!!!!!”
ต้าหมิงที่กำลังทึ่งกับความสามารถของเผ่าอสูรก็ตื่นตัวและหลบการโจมตีของโกเลมทันที โกเลมขนาดเท่ามนุษย์นั้นมีการเคลื่อนใหวที่รวดเร็วอย่างมากจนต้าหมิงอดคิดไม่ได้ว่าร่างกายที่ทำมาจากหินนั่นสามารถเคลื่อนใหวแบบนี้ได้อย่างไร
“ถ้าเป็นเมื่อก่อนข้าคงถูกโจมตีและพ่ายแพ้ไปแล้วแต่ตอนนี้ร่างกายของข้าแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว” ต้าหมิงคำรามออกมาและพุ่งเข้าหาโกเลมทันที
“เข้าคิดจะสู้กับโกเลมหินตรงๆเลยงั้นเหรอ” จ้าวหยูซินกล่าว
“ตูม!!!!!!!!”
หมัดของต้าหมิงที่เคลือบด้วยพลังเวทย์เข้าปะทะกับหมัดของโกเลมอย่างรุนแรง ถ้าเป็นคนอื่นการกระทำแบบนี้จะต้องทำให้แขนและกระดูกแตกละเอียดอย่ายแน่นอนแต่ต้าหมิงกลับไม่เป็นอะไรและยังคงต่อสู้ได้อีก