เซียนขุนเขาคืออะไร
และเหล่าจักรพรรดิคืออะไร
หากพูดง่ายๆ เหล่าจักรพรรดิก็คือผู้ปกครองใต้หล้าปวงประชา โดยมีจักรพรรดิอยู่สูงสุด ใต้ล่างเขตแดนต่างๆ จะถูกปกครองโดยเหล่าอ๋องหรือต้าอ๋อง ซ้อนทับลงไปอีกที นี่เป็ระบบที่หลี่เค่อคล้ายจะคุ้นเคย
ส่วนเซียนขุนเขานั้นคือเหล่าผู้ฝึกฝน พวกเขาไม่สนใจเื่แผ่นดิน และการปกครองผู้คน แต่ด้วยความน่าหวาดกลัวของประตูนรกและประตูภูตผี พวกเขามีพันธสัญญาณกับเหล่าจักรพรรดิมนุษย์ว่าจะรวมกำลังกันจัดการกับเหล่าสัตว์ร้าย ปีศาจ อสูรที่ออกจากประตูนรกและประตูภูตผี
เหล่าเซียนขุนเขามีหน้าที่ผนึกกำลังกันและทำลายพวกมัน
โดยจากความทรงจำของถังคัง หลี่เค่อพบว่าในประตูนรกและประตูภูตผีมีทรัพยากรที่จำเป็ต่อการบ่มเพาะจำนวนมากปรากฏอยู่ เพียงแต่เมื่อประตูเหล่านี้ปรากฏ มันก็มีอันตรายอย่างยิ่งยวดเช่นกัน
และในโลกใบนี้หากเทียบกันระหว่าง 'เซียนขุนเขา' และ 'เหล่าจักรพรรดิ' ใครคือผู้แข็งแกร่งกว่ากัน และใครคือผู้วางกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้
ในความทรงจำของถังคังนั้นระบุว่าเป็ 'เซียนขุนเขา' พวกเขาแข็งแกร่งมาก และพวกเขาเป็เ้าของสำนักและตำหนักต่างๆ ที่ปรากฏไปทั่วทุกแห่งที่โลกใบนี้ ซึ่งเป็รากฐานกันฝึกตนทั้งปราณและเวทย์
แม้แต่เหล่าลูกหลานจักรพรรดิ และต้าอ๋องซึ่งเป็เหล่าตระกูลโบราณยังสนใจที่จะเป็คนในตำหนักเซียนขุนเขา
นั่นเพราะพวกเขารู้ว่า ผู้ที่กุมอำนาจโลกใบนี้ที่แท้จริงคือใคร
หลี่เค่อพยายามค้นความทรงจำมากกว่านี้ แต่เขาพบว่าการกลืนกินอณูิญญาของถังคังก็ยังไม่สมบูรณ์เช่นกัน ตอนนี้เขาจึงรับรู้ข้อมูลของโลกใบนี้เพียงเท่านี้
และเพราะแบบนี้เขาจึงเห็นความสำคัญของบัตรประจำตัวคนเข้าเมือง
ในโลกใบนี้เมืองรอบนอกใกล้ป่าเขาจะอันตรายมาก เพราะมีสัตว์ร้ายและปีศาจออกอาละวาด
มันเป็สถานที่ของเหล่าคนจรและคนเถื่อนเท่านั้นที่จะอยู่ได้
หลี่เค่อมองจั่วยุ่นและจั่วจี๋สองพ่อลูก เขาพบว่าตัวเขาต้องหาทางให้ทั้งสองเข้าไปอยู่ในเมืองได้โดยเร็ว
"ไปกันเถอะ" หลี่เค่อส่งเสียง ตอนนี้เขาอยากออกไปดูโลกใบนี้ด้วยสองตาของตัวเองเต็มทน
แต่ก่อนที่เขาจะไป
อาจจะเพราะจั่วจี๋ยังเป็เด็กหนุ่ม และเขามีจิตใจดี
"พ่อบุญธรรม แล้วพวกเราจะทำยังไงกับศพพวกนี้ดี พวกเขาดูน่าสงสารนะ พวกเราจะฝังร่างพวกเขาก่อนได้ไหม"
จั่วยุ่นเอามือเขกหัวลูกชายทันที คนมากมายหลายสิบแบบนี้ หากต้องฝั่งไม่ใช่ว่าต้องใช้เวลาทั้งคืนงั้นเหรอ พวกเขามีเวลาว่างให้ทำเื่แบบนี้งั้นเหรอ จั่วยุ่นแผดเสียงด่าว่าลูกชายตัวเอง
และนี่ก็สะกิดความคิดบางอย่างของหลี่เค่อ
ในมือของหลี่เค่อเขายังมี 'กระถางเก้าิญญา'
สำนึกของหลี่เค่อส่งไปในกระถางว่า 'กลืนกิน'
พริบตาผากระถางเปิดออก ลมดูดที่รุนแรงดูดซากศพจำนวนมากเข้าไป
จั่วยุ่นและจั่วจี๋ตกตะลึง จากกระถางสีเงินมันค่อยๆ แดง แดงขึ้นเรื่อยๆ และเวลาเพียงไม่นาน มันก็กลับเป็สีเงินเหมือนเดิม
หลี่เค่อพยายามสังเกตความเปลี่ยนแปลง
หากเป็ 'กระถางเก้าิญญา' ก่อนที่มันจะรวมตัวกัน
กระถางของป่าดำเมื่อได้ดูเืเนื้อมันจะเกิดรอยแตกเป็ลายคล้ายเส้นเืทั่วกระถางไปหมด ซึ่งทำให้รู้ว่าสามารถใช้กระถางเก้าิญญายกระดับเม็ดโอสถได้จำนวนเท่าไหร่
แต่พอเป็ตอนนี้ เมื่อ 'กระถางเก้าิญญา' รวมตัวกันจนคล้ายเป็สมบัติวิเศษชิ้นใหม่ หลี่เค่อกับพบว่า
'มันไม่มีรอยแตกสีแดงปรากฏในกระถาง... แบบนี้ข้าจะใช้กระถางเก้าิญญานี้ยกระดับโอสถเช่นชายชรานามป่าดำได้หรือไม่' หลี่เค่อพูดกับตัวเอง
ไม่ช้าเสียงแหบพร่าที่ไร้หัวใจก็ดัง
'103400 หยดเื นี่คือจำนวนที่ท่านใช้มันได้'
หลี่เค่อเข้าใจเสียงที่แหบพร่าทันที เขาไม่คิดจะถามอะไรมันต่อเพราะรู้ว่ามันคงไม่ตอบกลับเช่นเดิม
"ไปกันได้แล้ว"
"พ่อบุญธรรมเมื่อกี้มันอะไร ในมือท่าน ข้าขอจับได้ไหม ข้าสงสัยั้แ่มันลอยได้ และรวมตัวกันเป็กระถางกำยานสีเงินนี่แล้ว แต่ตอนนั้นข้าไม่กล้าขอพ่อบุญธรรมดูมันใกล้ๆ" จั่วจี๋ซุกซน
หลี่เค่อโยน 'กระถางเก้าิญญา' ให้จั่วจี๋อย่างไม่ไยดีต่อสมบัติวิเศษนัก
ตุบ
"พ่อบุญธรรมมันหนักมาก" จั่วจี้อื้ออึง เขาพบว่าเขายกกระถางกำยานสีเงินใบเล็กๆ นี้ไม่ได้
หลี่เค่อขมวดคิ้ว ในอดีต เมื่อ 'กระถางเก้าิญญา' ยังเป็กระถางที่ดูโบราณและเก่า เขาเคยให้จั่วยุ่นและคนอื่นๆ ถือ มันไม่มีความพิเศษ และใครๆ ก็ยกมันได้
"น้าจั่วลองยกมันขึ้นมาหน่อย"
"ได้" จั่วยุ่นตอบด้วยน้ำเสียงไม่มีความลังเล เขาทำท่าเหมือนจะชกลูกชาย ปากก็บ่นว่าบิดาบอกให้ฝึกฝน บอกให้หัดออกกำลัง ทำไมถึงไม่ทำ ตอนนี้ดูสิน่าขายหน้า แค่แรงจะถือกระถางกำยานเล็กๆ ก็ไม่มี
เพียงแต่เมื่อจั่วยุ่นคิดจะยกมัน
คำคำเดียวที่จั่วยุ่นพูดได้คือ
"หนัก! นายน้อยมันหนักมาก ผมยกมันไม่ขึ้น"
หลี่เค่อใช้พลังจิตดึงมันขึ้นมา สำหรับตัวหลี่เค่อมันไร้น้ำหนัก และเบากว่าในตอนที่เป็กระถางกำยานหินด้วยซ้ำ
ตอนนี้หลี่เค่อรู้คุณสมบัติของมันอีกอย่าง นั่นคือ น้ำหนักอันอัศจรรย์ ของสิ่งนี้เป็สมบัติวิเศษชั้นสูงแน่นอน แต่หลี่เค่อก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ในระดับไหน
...
ย่านนักล่าและผู้ขุดค้นวัตถุโบราณ ณ ที่นี่คือบริเวณพรมแดนของ 'อาณาจักรสนแดง' ปกครองโดย 'ถางซือฉีอ๋อง' ตระกูลชั้นสาม 'ตระกูลเ้าดินแดน'
มองทั่วบริเวณจะเห็นชายร่างผอม บ้างสวมชุดเขารูปที่ดูคล้ายชุดทหาร บ้างสวมเกราะหนักที่มีแผ่นเหล็กหุ้มกาย แต่ส่วนใหญ่ดูเป็พวกชายหญิงกักฬขะ สวมเพียงกางเกงยาวทหารที่มีกระเป๋าหลายใบ โดยสิ่งที่ขาดไม่ได้คือมืดสั้นที่เหน็บไว้ที่กางเกง พวกเขาวางขายสินค้าของตัวเอง รอคนที่ผ่านไปผ่านมาสนใจ
หลี่เค่อตอนนี้เขาอยู่ที่นี่
เมื่อออกจากถ้ำใหญ่ หลี่เค่อค้นพบแผนที่ของคนขุนเหมือง และเขาพบว่าจริงๆ พวกเขาอยู่ไม่ไกลนักจากย่านชุมชนแห่งหนึ่ง
ซึ่งพอค้นความทรงจำของถังคังและป่าดำ ก็ได้ข้อมูลว่าที่นี่เสมือนหนึ่งจุดแวะพัก
ชายแดนอาณาจักรสนแดนนั้นทอดยาว ต่อเนื่องเป็ขุนเขาและป่าหนาทึบ ที่นี่ยังไม่ได้ผ่านการสำรวจอย่างจริงจัง นับเป็มณฑลปกครองที่ห่างไกล ดังนั้นที่แห่งนี้จึงมีทรัพยากรที่มีค่ามากมายและรอผู้แสวงหาเข้ามาสำรวจ แน่นอนว่านั้นร่วมถึงอันตรายที่ต้องเตรียมใจแบกรับด้วย
ดังนั้นที่นี่ส่วนใหญ่จึงมีแต่พวกเดนชีวิต และพวกไม่กลัวตายอยู่
หลี่เค่อพยายามค้นความทรงจำของถังคังว่าเขามาที่นี่ทำไม แม้จะไม่ประติประต่อมากนัก แต่หลี่เค่อก็รับรู้ว่าตอนนี้ถังคังหมดตัว และเขาพยายามใช้ความสามารถทางสายเืของตัวเองในการหาทรัพย์ เขามาที่นี่เพื่อขุดเหมืองหวังว่าจะได้ศิลาิญญาหรือหยกขาวที่เอาไว้ใช้ทำเครื่องรางคุ้มภัยมาขาย
ถังคังอยู่ที่นี่มากเกือบสองปีแล้ว เขาทำกำไรได้ไม่เลว แต่ส่วนใหญ่เงินของเขาหมดไปกับสุรา การพนันและผู้หญิง
หลี่เค่อหันมองซ้ายขวา จนกระทั่งเขาไปหยุดที่ตึกเล็กเตี๋ยหลังหนึ่ง ป้ายหน้าร้านประกาศอย่างชัดเจนอย่างไม่กลัวผีสางว่า 'รับทำบัตรคนเข้าเมืองปลอม' โลกที่วุ่นวายก็แบบนี้ ดูสิ การจะเปลี่ยนจากคนไม่รู้ที่มาที่ไป ไปเป็คนของอาณาจักรแห่งหนึ่งช่างง่ายดายเหลือเกิน
กริ้งๆๆ
หลี่เค่อพา จั่วยุ่นและจั่วจี๋เดินเข้าไป เขาเห็นหญิงสาวทรงโต แอ่นหน้ายักไหล่ต้อนรับพวกเขาในทันที
จั่วจี๋แทบน้ำลายไหล เขายังหนุ่มและมีไฟต่อหญิงสาวที่มีเสน่ห์ พี่สาวทรงโตทำให้เืหนุ่มในกายจั่วจี๋เดือดพล่าน
จั่วยุ่นค่อนข้างอายที่ลูกทำตัวแบบนี้ต่อหน้าหลี่เค่อ เขาเอามือปิดตาเด็กหนุ่มอายุ 14 ปี
"!พ่อ" จั่วจี๋แผดเสียง
"้าทำบัตรสำหรับเข้าเมืองสองใบ สำหรับสองคนนี้" หลี่เค่อชี้มือไปที่สองพ่อลูก
หญิงสาวเหล่สายตา "คนละหนึ่งแสนเหรียญิ หรือสิบหินปราณ"
ิ คือค่าเงินของคนธรรมดาในโลกนี้
หลี่เค่อไม่พูดมาก โยนเงินสองปึกเล็กให้หญิงสาวทรงโตในทันที เมื่อเธอเห็นหลี่เค่อโยนเงินออกมาได้ง่ายๆ เธอยิ้มยั่วยวนให้หลี่เค่อ
"อยากทำอย่างอื่นด้วยไหม"
"..." หลี่เค่อนิ่งเฉย
"เราแค่้าทำบัตร" จั่วยุ่นพูดเสียงกร้าวแทนหลี่เค่อ
หญิงสาวทำทีท่าจัดนมทรงโตของเธอ
จั่วจี๋ใจหายวาบ เขาอดถามหญิงสาวไม่ได้ว่าทำอย่างอื่นที่พี่สาวว่าคืออะไร หญิงสาวทรงโตทำแก้มป่องยุบเข้ายุบออก พร้อมกำมือหลวมสาวเข้าออกใกล้ปากของตัวเอง
"พ่อผมพอที่จะเรียนรู้เื่พวกนี้ได้รึยัง"
ป๊าาาาด มือจั่วยุ่นฟาดเข้าหลังหัวลูกชาย
ไม่ช้าทั้งสองก็เดินไปหน้ากล้องและถ่ายรูปอย่างเรียบง่าย รอไม่นานทั้งสองก็ได้บัตรคนเข้าเมือง
มันง่ายและเร็วยิ่งกว่าไปทำบัตรประชาชนในโลกเก่าเสียอีก
...
ตอนนี้หลี่เค่อพาสองพ่อลูกออกมา และเขา้าที่พักโดยด่วน การย่อข้อมูลจากการกลืนิญญาต้องใช้เวลาพัก นอกจากนั้นเขาอยากเริ่มศึกษาการฝึกปราณอย่างจริงจัง ตอนที่เขารู้ว่าตัวเอง 'คัมภีร์กลืน์' เขาศึกษามันเพียงคร่าวๆ เหมือนการอ่านหน้าปก ตอนนี้เขายังไม่รู้รายละเอียดของการฝึกฝนสักนิด หลี่เค่อคิดว่าสิ่งนี้อาจจะช่วยยืดชีวิตตัวเขาได้
เพราะในโลกใบนี้เป็ที่รู้กันว่าการฝึกปราณหลอมกายสามารถช่วยยืดอายุผู้คนได้ โดยเฉพาะเมื่อถึงระดับ [3] สร้างแก่นปราณ อย่างน้อยที่สุดคุณจะมีอายุได้ 150 ปี โดยมี่หนุ่มสาวถึง 100 ปีเป็อย่างน้อย