DAVERSORD : ผมไม่ได้อยากเกิดใหม่เป็นปิศาจ [ RATE R ]

    ตอนที่ 23 : ปะทะนักหมัดสาว #1

    ตอนที่ 23 : ปะทะนักหมัดสาว #1

    ภายในห้องนั่งเล่น นาเทียร์ล้างไม้ล้างมือจากการทำสวนหลังบ้านเเละมานั่งอัดสามบนโซฟาตรงข้ามผม พวกเธอมองแผ่นภารกิจสองใบในมือผมด้วยสายตาอยากรู้ว่าจะได้ทำอะไร
    “เอลฟาแค่ระดับ 5 ฉันเลยเลือกให้เธอไปขูดยางไม้ของต้นเเมนดรักซ์ คงไม่ยากเกินใช่ไหม?”ผมถาม พลางยื่นใบภารกิจให้เธอ
    “ก็ดูเหมาะกับฉันดีนะ เผื่อระดับจะเพิ่มด้วย ขอบคุณที่พยายามช่วยฉันนะบาร็อค”เอลฟากล่าวด้วยน้ำเสียงประทับใจ
    “ฮะๆ ฉันไม่ได้คิดขนาดนั้นหรอก เเค่พวกเราจำเป็นต้องใช้เงิน แยกกันทำน่าจะดีกว่า ทั้งเงิน ทั้งการฝึกล่ะนะ”ผมหัวเราะเเห้งๆ กลัวว่าพวกเธอจะเข้าใจเป้าหมายผมผิด และมองผมดีจนเกินไป
    “ก็ดีกว่าเอาพวกเราไปทำภารกิจยากๆ ที่จะเป็นตัวถ่วงนายเปล่าๆ แบบนี้น่ะดีเเล้ว”นาเทียร์เห็นด้วย เอลฟาเเละเลเซียเองก็พยักหน้างึกหลังจากคิดตามนาเทียร์
    “ส่วนพวกเธอก็ตามล่ามิโนทอร์ที่บุกรุกหมู่บ้าน”ผมเอ่ย ยื่นใบภารกิจให้เลเซียที่ยื่นมือมาคว้าไปอย่างรวดเร็ว
    “ภารกิจระดับ 10 น่า ฉันให้ไปกันสองคนด้วย คงไม่หนักมือเกินไปหรอกมั้ง”ผมว่า เมื่อเห็นเลเซียมีสีหน้าวิตกกังวล
    “มะ ไม่อยู่เเล้ว กะอีเเค่วัวเดินได้ฉันไม่กลัวหรอก!”เลเซียตอบ สีหน้าเเละน้ำเสียงของเธอไม่ได้หมายความตามที่พูดสักนิด
    “งั้นวันนี้ก็พักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้ก็แยกย้ายกันไปทำงาน อ้อ! ลืมบอก ฉันจะเเบ่งเงินให้พวกเธอ 60% ล่ะ”ผมหันกลับมาบอกพวกเธอหลังลุกขึ้นจะไปอาบน้ำให้สบายตัวสักหน่อย
    เลเซียได้ยินก็ตาโตเป็นประกายวาว จริงๆ ก็ทั้งสามคนนั่นแหละที่ดูตกใจและดีใจเมื่อได้ยินว่าผมจะเเบ่งเงินให้
    “นายเอาภารกิจมาให้ฉันทำได้ทุกวันเลยนะ!”เลเซียพูดด้วยท่าทีฮึกเหิม เเม่นี่นอกจากเรื่องกินก็มีเงินสินะที่ทำให้ตื่นได้



    รุ่งเช้าวันต่อมา
    ผมตื่นขึ้นมาก็พบว่าเป็นคนเดียวที่อยู่บนเตียงซะเเล้ว ผมเดินสะลึมสะลือออกมาจากห้องนอน เห็นเอลฟานั่งกินขนมปังปิ้งคู่กับโกโก้ร้อนพลางเเกว่งขาสบายใจเฉิบอยู่ที่โต๊ะอาหาร
    “อ้ะ! ตื่นเเล้วเหรอ สองคนนั้นออกไปทำภารกิจกันเเต่เช้าเเล้วล่ะ เดี๋ยวฉันก็จะไปเเล้วเหมือนกัน”เอลฟาหันมาบอกผม
    ไม่คิดว่าพวกเธอจะจริงจังกันขนาดนี้เเฮะ ผมนึกขณะตัวเองก็จะไปอาบน้ำเตรียมตัวบ้าง
    “ไปเเล้วนะบาร็อค!”ผมได้ยินเสียงเอลฟาตะโกนขณะผมอาบน้ำ ก่อนผมจะได้ยินเสียงฝีเท้าหนักเเน่นของม้าถูกควบออกไป
    ว่าเเต่เล่นเอาม้าไปกันหมดแบบนี้ผมก็ต้องเดินเท้ากันยาวๆ สินะ ––ให้ตายสิ



    ผมเดินเท้าอยู่ร่วมครึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึงเมืองอินนิท ผลักประตูสมาคมเข้ามาด้านใน เสียงนักผจญภัยดังเจื้อยเเจ้วเช่นเคย กลิ่นหอมของอาหารปรุงสดๆ ร้อนๆ ของร้านทารันโชยละล่องอวลมาเบาๆ ชวนให้น้ำลายสอ
    “นั่นหน้านายรึเปล่า?”เสียงเข้มของผู้หญิงดังขึ้นข้างหลังผม เมื่อผมหันกลับมามองตามมือเธอไปก็พบว่าเธอชี้ประกาศจับที่มีหน้าผมอยู่
    วาดหล่อเกินจริงแบบนั้นยังจะมองออกอีกเรอะ!?
    “ล้อเล่นน่า ทำไมต้องหน้าซีดด้วย หรือว่าใช่จริงๆ?”เธอแหย่ หญิงสาวตรงหน้าผมเเต่งตัวด้วยชุดเกราะหนังเบาที่สวมทับชุดผ้าเเละกางเกงหนังเข้ารูปอีกที เธอสวยใช้ได้ ดวงตาสีเเดงทับทิมทำให้เธอดูดุดัน ผมสีน้ำตาลเข้มถูกมัดรวบเป็นหางม้าไว้หลังหัว
    “ฉันสายต่อสู้ระยะประชิดน่ะ”เธอบอก คงเห็นว่าผมมองที่ปลอกเเขนเหล็กเธอที่ดูหนาเเละเเข็งเเกร่ง
    “ฉันชื่อเซริส นายล่ะ?”
    “บาร็อค”ผมตอบ
    “ไปหาที่คุยกันหน่อยไหมบาร็อค? เรื่องค่าหัวหลักล้านของนาย”ลิซหันมายิ้มให้ผม
    นี่เธอรู้จริงๆ สินะว่าผมโดนตั้งค่าหัว หรือว่าเธอเป็นสมาชิกของพวกโจร?
    ––ฮึ่ม เหมือนจะมีทางเลือกเดียวสินะอีหรอบนี้



    ผมเดินตามเซริสออกมา เธอขี่ม้านำทางผมลงใต้จากเมืองอินนิทมาเล็กน้อย พวกเราอยู่ตรงลานหญ้าที่ถัดออกไปอีกไม่กี่ร้อยเมตรก็เป็นเขตป่าเเล้ว
    “เธอต้องการอะไร?”ผมถามเข้าประเด็น ขณะยืนมองนักสู้สาวตรงหน้า
    “สู้กับฉัน ถ้านายชนะฉันจะไม่บอกใครเรื่องค่าหัว เเต่ถ้านายเเพ้ นายจะต้องมาเป็นพวกฉัน”เธอยื่นข้อเสนอแปลกๆ ให้ผม
    ทำไมต้องการผมไปเป็นพวกด้วยล่ะ?
    เซริสขยับตัวยืดเส้นสายเบาๆ ราวกับรู้ว่าผมจะตอบตกลง ความมั่นใจของเธอทำผมชักหวั่นๆ ชอบกลแล้วสิ
    แน่นอนว่าผมต้องตอบตกลงอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นชีวิตผมวุ่นวายกว่าเก่าเเน่ เเถมจะลากปัญหาไปให้สามสาวเปล่าๆ
    “รักษาคำพูดด้วยล่ะ”ผมรับข้อเสนอของเธอ ชักดาบออกมาตั้งท่าพร้อม ผมยิ้มมุมปาก พลังของผมเห็นคำอธิบายข้างๆ ตัวเธอที่ระบุว่าสาวนักสู้ตรงหน้าระดับเพียง 18 น้อยกว่าผมตั้ง 2 ระดับ
    “ดูมั่นใจจังเลยนะ”เธอกล่าว และสิ้นเสียง ร่างของเธอพลันหายวับไปกับตา ปรากฏตัวขึ้นอีกทีก็ตรงหน้าผมแล้ว พร้อมกับหมัดคู่ที่ชกเข้าช่วงท้องของชุดเกราะเบาผมอย่างจัง
    “อั้ก!”ร่างผมลอยหวือกลิ้งกระดอนไปกับพื้นหญ้าหลายเมตร หมัดเธอสร้างความเจ็บร้าวอย่างหนัก เเต่ผมก็ยังยืนไหว
    “ผู้หญิงบ้าพลังสินะ”ผมพูด มองเธอที่ยิ้มย่องราวผู้ชนะ
    ผมกำดาบยาวในมือเเน่น อย่าคิดว่าจะชนะผมง่ายๆ ไปหน่อยเลย!
    ผมวิ่งออกไปหานักสู้สาว ไม่กลัวที่จะง้างดาบใส่ผู้หญิงตรงหน้าแม้แต่นิด เพราะเธอดูเอาจริงชนิดที่ฆ่าได้ก็คงฆ่า
    ผมฟันดาบเป็นเส้นตัดลง เป็นตามคาด เธอหลบได้อย่างสบาย ผมเร่งความเร็วและกวัดเเกว่งกระบวนท่าเข้าใส่ เเต่เธอก็ยกเกราะเเขนขึ้นปัดป้องได้
    “ย้ะ!”เธอหาจังหวะเเละสวนกลับ ผมตวัดดาบขึ้นรับหมัดที่ว่า เเต่เหมือนสองมือของเธอจะมีเวทมนต์เสริมพลัง ชนิดที่ว่าชกใส่คมดาบก็ไม่สะทกสะท้าน
    เซริสฉากถอยไปตั้งหลัก ก่อนพุ่งเข้าหาผมอีกครั้งด้วยสีหน้ามุ่งมั่น เธอหมุนตัวเเละเปลี่ยนเป็นใช้ท่าเตะเข้าโจมตี ผมยกดาบขึ้นกัน เสียงปะทะของเกราะขาเเละดาบดังเคร้ง! สนั่นไปทั่วลานหญ้า
    ตอนนี้ผมได้เเต่ยกดาบขึ้นป้องกันลูกเดียว เธอยกขาเตะสลับไปมาราวกับดาบ ลูกเตะเธอโถมเข้าซ้ายขวาอย่างหนักหน่วง ร่างผมโอนเอนไปมาราวกับกระสอบทราย โชคดีเป็นกระสอบทรายที่แข็งแกร่งพอตัว
    คงต้องลองรับสักหน่อย ไม่งั้นหาทางโต้กลับไม่ได้เเน่ ผมบอกตัวเอง ที่คิดได้ตอนนี้คือหยุดการเคลื่อนไหวของเธอเเล้วใช้จังหวะนั้นจัดการให้ได้
    “อึ้ก!!”ผมทำทีเป็นยกดาบขึ้นช้ากว่าเดิมหน่อยในจังหวะที่เธอเตะเข้าสีข้าง ลูกเตะเธอสร้างความเสียหายชนิดเจ็บร้าวไปทั้งซี่โครง รู้สึกได้ว่าลำตัวแอ่นเอนจากแรงเตะทรงพลัง
    เเต่ผมไม่พลาดโอกาสนี้แน่!
    ผมยกแขนขึ้นคว้าหมับ ใช้ข้อพับเเขนล็อกขาเธอเเน่น พร้อมกันนั้นปลดปล่อยพลังวิญญาณเพื่อเสริมเเรงกลัวว่าเธอจะสามารถสะบัดออกได้ ก่อนเสี้ยววินาทีต่อมาผมจะเเทงดาบยาวเข้าใส่เธอตรงๆ
    “รับไปซะ!”
    –––ฉึก!!


    (จบตอน)