เยี่ยนหวงไม่คิดว่าลี่ฟางจะส่งคนนำของมีค่ามามอบให้ตน แถมยังบอกว่าหากถึงชายแดนแล้วให้ส่งข่าวความเป็อยู่ให้นางรับรู้อีกด้วย ความรู้สึกผิด ละลายใจเข้ากัดกินหัวใจเขาจนต้องหลั่งน้ำตา อาจจะเป็เวรกรรมที่ตนทำไว้กับนางและมารดาของนางเขาถึงได้พบจุดจบเช่นนี้
ลี่ฟางยังใช้ชีวิตอยู่ในการควบคุมของแม่นมจางเช่นเดิมตอนนี้นางไม่มีอาการแพ้ท้องแล้ว และยังกินมากขึ้นเสียด้วย ท้องของนางเริ่มมองออกแล้ว ไม่ว่านางจะเดินไปที่ใดในเรือน เสี่ยวชินกับเสี่ยวชิงล้วนแล้วแต่ล้อมหน้าล้อมหลังนางกลัวจะล้ม แต่นางคิดว่าหากยังทำเช่นนี้อยู่นางได้ล้มจริงๆแน่
นางอยากออกไปดูหน้าร้าน นางต้องรับปากแม่นมจางด้วยข้อห้ามมากมายถึงได้ออกจากจวนเสียที ร้านขายรถเข็นเด็ก ตอนนี้มีสินค้าที่เป็เครื่องเล่นเพิ่มขึ้นด้วยความแปลกใหม่จึงมีคนเข้าออกตลอด นางเดินดูเพียงครู่ก็ไปดูร้านที่สองต่อ
ร้านที่สองยังมิได้เปิดขายสินค้า แต่ก็ได้รับการปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว นางคิดจะทำน้ำมันบำรุงผิวกายขาย ด้วยอากาศของเมืองหานโจวที่นางอยู่ หนาวไปแล้วถึงหกเดือน หญิงสาวส่วนมากผิวจึงแห้งแตก แม้จะทาน้ำมันช่วยแล้วแต่คุณภาพที่มีในตอนนี้จึงช่วยไม่ได้มาก หากอยากเห็นผลก็ต้องขยันทาบ่อยๆ
น้ำมันมะพร้าวก็เป็อีกหนึ่งตัวเลือกที่นับว่าดีแต่คนส่วนมากไม่ชอบกลิ่นที่เหม็นหืน หากกำจัดกลิ่นได้ก็คงจะดี สำหรับนางคิดว่าน้ำมันจากอาร์แกนตอบโจทย์สำหรับคนผิวแห้งได้อย่างดี แต่ที่นี่น่าจะไม่มี แต่น้ำมันมะพร้าวพวกคุณหนู ฮูหยินนิยมนำมาใส่ผมกันอยู่แล้วจึงไม่นับว่าแปลกใหม่
นางจึงปล่อยทิ้งไว้ก่อนด้วยสมองตอนนี้คิดไม่ออก นางอยากจะทำสบู่ออกมาขายแต่ก็ต้องสกัดโซดาไฟออกมาอีก ขั้นตอนนี้อันตรายนางในตอนนี้ก็ทำเองไม่ได้ แต่ต้องดูก่อนว่าคนของนางใครมีความสามารถพอจะทำได้ แต่ตอนนี้ทุกคนก็งานล้นมือกันแล้ว
ลี่ฟางถูกประคองขึ้นรถม้า แต่กลับต้องชะงักเพราะมีคนเรียกนางไว้
"ฟางฟาง" นางหันไปมองตามเสียงเรียก
บุรุษใบหน้าชวนมอง ท่าทางคล้ายบัณฑิตคงแก่เรียน เขารีบร้อนเดินมาหานางเมื่อเห็นว่าจำคนไม่ผิด ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมจำได้ทันที บุรุษผู้นี้คือกู้หลิวหยางอดีตคู่หมั้นของนาง
"คุณชายกู้" นางก้มศีรษะลงเพื่อเป็การทักทายเขา เ้าของชื่อถึงกับชะงักไปเพราะคำเรียกที่เปลี่ยนไปของนาง
"ฟางฟาง เ้าเป็เช่นใดบ้าง ข้าให้คนออกตามหาเ้าไปทั่วจนได้ข่าวว่าเ้าย้ายมาอยู่เมืองหานโจวข้าจึงรีบเดินทางมาทันที" กู้หลิวหยางรีบพูดออกมากลัวนางจะคิดว่าเขามาตามหานางช้าเพราะกำลังจะทอดทิ้งนาง
"ข้าสบายดีเ้าค่ะ ขอบคุณคุณชายที่ห่วงใย" ลี่ฟางอมยิ้มเล็กน้อย อย่างน้อยอดีตคู่หมั้นก็ยังคงออกตามหานาง แต่นางมิใช่เยี่ยนฟางที่รักเขาดั่งท้องฟ้า นางคือลี่ฟางที่ไม่มีความรู้สึกรักใคร่เขาอีกแล้ว
แต่หากจะพูดว่าไม่ซาบซึ้งที่เห็นเขาที่หานโจวก็คงไม่ใช่ ถึงแม้จะเป็เพียงอดีตคู่หมั้น แล้วยังมีเื่ที่นางถูกกระทำ เขายังเดินทางเพื่อมาพบนางก็คงต้องไว้ไมตรีกลับคืน
กู้หลิวหยางยังมีเื่อยากสอบถามนางอีกมากจึงอยากชวนให้ไปพูดคุยกันที่โรงเตี๊ยม แต่เมื่อเห็นท้องของนางที่ยื่นออกมาเขาก็ใจนคำพูดทั้งหมดที่อยากถาม อยากบอกว่าเขาเป็ห่วงนางมากเพียงใดถูกกลืนลงคอไปหมด
ลี่ฟางที่เห็นความกระอักกระอ่วนของเขาก็ยิ้มให้เขาหากจะโทษกู้หลิวหยางก็คงไม่ได้ นางจึงไม่มีอคติกับเขา
"คุณชายกู้เื่ทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของท่าน คนทำผิดล้วนแต่ได้รับผลของการกระทำแล้ว จากนี้ข้าหวังว่าท่านจะใช้ชีวิตอย่างดี ขอตัวเ้าค่ะ"
"ประเดี๋ยว หากเ้ามีเื่เดือดร้อนใจ ข้ายินดีช่วยเหลือเ้าเสมอ" เขาดึงหยกพกห้อยเอวส่งให้นาง สิ่งนี้คือหยกที่ใช้แสดงตัวเบิกเงินที่ร้านแลกเงินของตระกูลกู้ ถือว่าเขาใจกว้างอย่างยิ่ง
ลี่ฟางไม่คิดจะรับไว้ นางไม่อยากมีบุญคุณต่อกันอีกแล้ว หากนางรับน้ำใจไว้ไม่รู้เมื่อไรที่นางจะได้ใช้คืน
"รับไว้เถิด คิดเสียว่าข้าคือพี่ชายของเ้า" ความรักความหวังดีที่ผ่านมาเป็เื่จริง ถึงต่อไปเขาจะไม่ได้เป็สามีภรรยากับนาง เขาก็ยังอยากจะดูแลนางในฐานะพี่ชาย
"ขอบคุณเ้าค่ะ พี่หยาง" นางยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ กู้หลิวหยางก็ยิ้มตอบ
เขาเหมือนได้ยกก้อนหินที่ถ่วงในใจออกเสียที หากตามหานางไม่เจอเขาคงจะรู้สึกผิดที่มิได้ดูแลนางอย่างที่เคยสัญญาไว้ แต่ในเมื่อนางมีความสุขแล้วเขาก็ทำได้เพียงคอยมองห่างๆเท่านั้น
หลังจากที่ลี่ฟางกลับจวนแล้ว กู้หลิวหยางก็เดินทางกลับหานตงทันที เขาออกจากบ้านมาหลายวันสมควรกลับไปจัดการเื่ที่เหลือให้เรียบร้อย อีกไม่กี่เดือนเขาต้องเข้าร่วมสอบจวี่เหรินแล้ว หากยังไม่รีบกลับไปทบทวนตำราปีนี้เขาคงสอบไม่ผ่านแน่
ลี่ฟางไม่คิดจะใช้หยกเบิกเงินของกู้หลิวหยางหากนางไม่จวนตัวจริงๆ นางจึงเก็บไว้ในช่องเก็บของของนาง
นับวันท้องของลี่ฟางก็ใหญ่ขึ้นจนแม่นมจางอดเป็ห่วงมิได้ เพียงเข้าเดือนที่ห้าท้องของนางก็โตจนคนคิดว่าใกล้คลอดแล้ว เมื่อหมออู่มาแม่นมจางจึงบอกความกังวลของนางให้เขาฟัง
"เห็นทีครรภ์ของเ้าจะมีเด็กสองคนเสียแล้วฟางเออร์" หมออู่ลูบเคราอย่างใช้ความคิด หากจะอิจฉาในโชควาสนาก็คงใช่เพียงท้องครั้งเดียวก็ได้ถึงสองคน แต่ครรภ์ของนางก็อันตรายเช่นกัน ท้องเพียงคนเดียวก็ยากจะให้รอดพ้นแล้วในยุคนี้ แต่นี่มีถึงสองคน ในจวนตระกูลจางจึงได้เริ่มเตรียมความพร้อมที่ต้องหาแม่นมและหมอตำแยไว้ล่วงหน้า
พ่อบ้านจางก็เสียดายที่ร้านอีกร้านต้องถูกปิดไว้ เมื่อเขาว่างจะเลียบๆเคียงๆถามลี่ฟางเสมอว่ามีความคิดอยากขายสิ่งใดหรือไม่ นางจึงบอกความ้าของนางไป หากเขามีใจอยากทำก็ให้หาคนเพิ่มพร้อมทั้งหาปูนขาวมาเตรียมไว้
นางคิดจะทำสบู่ คงทำเพียงง่ายๆเท่านั้น ยังไม่มีความคิดที่จะกลั่นเป็น้ำหอมออกมา ครรภ์ของนางใหญ่เกินไปที่จะคอยช่วยคนอื่นดูแล แต่หากเป็สบู่ นางให้พ่อบ้านจางต้มปูนขาวจนถึงจุดเดือนที่กลายเป็โซดาไฟก็พอ ขั้นตอนต่อไปล้วนแล้วแต่ไม่อยาก มีเพียงขั้นตอนนี้เท่านั้นที่ต้องระมัดระวังเป็พิเศษ
นางจดวิธีทำทั้งหมดส่งให้พ่อบ้าน พร้อมอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียดเพียงเท่านี้ความสามารถของพ่อบ้านก็จัดการได้แล้ว เมื่อรู้ว่าขั้นตอนไหนสมควรทำเอง ขั้นตอนไหนซื้อคนมาช่วยทำได้ เขาสามารถจัดหาคนเพิ่มได้โดยง่าย ตอนที่บ่มสบู่ นางให้หาดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม เช่น เหมยกุย(กุหลาบ) โมลี่ฮวา(ดอกมะลิ) หมู่ตาน(โบตั๋น) วางไว้้าสบู่เพื่อให้สบู่ดูดกลิ่นของดอกไม้
แต่ทำเช่นนี้กลิ่นที่ได้จะไม่หอมมากนัก หากอยากได้กลิ่นที่ชัดต้องเปลี่ยนดอกไม้หลายรอบระยะเวลาการบ่มสบู่ก็จะนานออกไปอีก แต่ก็ยังดีกว่าที่จะไม่มีกลิ่นใดเลย สิ่งนี้จะช่วยให้ร้านขายสบู่ของนางมีเอกลักษณ์มากขึ้น หากคนทำเลียนแบบออกมาขายวิธีนี้ก็ไม่ใช่จะเลียนแบบไม่ได้ ต้องรอนางคลอดถึงจะกลั่นน้ำหอมออกมาใช้ได้ เมื่อถึงตอนนั้นในร้านของนางก็จะวางขายน้ำหอมด้วย