ตอนที่ 5 ศักดิ์ชัย
แก้วตื่นนอนด้วยนาฬิกาปลุกในมือถือจากนั้นก็ลุกมาอาบน้ำกินข้าวแต่งตัวแล้วก็ออกจากคอนโดขับรถตรงไปที่โรงพยาบาลเมื่อไปถึงโรงพยาบาลแก้วก็ไปเปลี่ยนเวรกับพยาบาลเวรเช้า
“เอ่อ...แก้วเมื่อเช้ามีคนไข้เข้ามาใหม่ตอนนี้อยู่ห้อง 906 เป็ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ลื่นล้มหัวกระแทกพื้น คุณหมอบอกให้นอนเช็คอาการรอเอกซเรย์สมองอีกสักวันสองวันน่ะ” ไหมพยาบาลรุ่นพี่ของแก้วที่อยู่เวรเช้าแจกแจงรายละเอียดคนไข้รายใหม่
“ชื่อ ศักดิ์ชัย หรอคะอยู่ห้องพิเศษด้วยสงสัยคงรวยมากเลยนะคะ”แก้วก้มดูแฟ้มคนไข้พร้อมอ่านรายละเอียดตามไปด้วย
“ลูกชายเค้าเป็ผู้บริหารที่ไหนซักแห่งนี่แหล่ะเมื่อกี๊ลูกชายเค้าเพิ่งกลับมาเฝ้าพ่ออยู่ในห้องน่ะ”
“อ๋อ ลูกชายรวยหรอกหรอค่ะ”
“แต่คุณศักดิ์ชัยนี่ซิ พอแก้วได้เห็นตัวจริงแก้วอาจจะใ”
“เป็ยังไงอะคะ พี่ไหม”
“ว๊าย ตายแล้ว พี่ไปก่อนนะ” ไหมมองดูนาฬิกาที่ข้อมือแล้วก็รีบหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากวอร์ดไป
“โชคดีค่ะ พี่ไหม” แก้วบอกลาตามหลังไหมซึ่งยกมือให้เป็สัญญาณ
ด้วยความงุนงงสงสัยปนอยากรู้แต่แก้วก็ไม่ได้ถามอะไรเพื่อนพยาบาลคนอื่นมากเพราะเมื่อถึงเวลาแก้วเองก็ต้องตะเวนคอยดูคนไข้คนนั้นทีคนนี้ทีจนไม่มีเวลาว่าง
เวลาประมาณหนึ่งทุ่มแก้วก็เดินมาถึงห้อง 906ที่คุณศักดิ์ชัยผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่พี่ไหมพูดถึงเมื่อเช้าพักรักษาตัวอยู่
ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตค่ะ”
“เชิญครับ” มีเสียงผู้ชายที่ฟังดูสุภาพอ่อนโยนตอบกลับมาแก้วจึงเปิดประตูเข้าไป
พอเปิดประตูเข้ามาแก้วก็พบกับชายหนุ่มเ้าของเสียงสุภาพอ่อนโยนที่อยู่ในชุดสูทผูกเน็กไทคนนั้นซึ่งก็คงเป็ลูกชายของคนไข้ที่มาเฝ้าคุณพ่อให้เดาจากหน้าตาที่หล่อเหลาแล้วแก้วคิดว่าคงจะอายุประมาณไม่เกินสามสิบแน่ๆ
แต่คนที่นอนอยู่บนเตียงกลับทำให้แก้วใอย่างที่พี่ไหมบอกจริงๆเพราะคุณศักดิ์ชัยเป็ชายแก่ผิวคล้ำบนหัวมีผ้าพันแผลพันไว้ซึ่งคงเป็แผลจากที่ลื่นล้มในห้องน้ำแต่ที่ใบหน้ามีรอยแผลเป็ใหญ่แถมตามตัวก็มีรอยสักเต็มไปหมดแต่แก้วก็มีความเป็มืออาชีพมากพอที่จะไม่แสดงอาการใดๆออกไป
“สวัสดีค่ะขออนุญาตเช็กอาการคนไข้หน่อยนะคะ”
“เชิญตามสบายเลยครับ” ลูกชายของศักดิ์ชัยตอบอย่างสุภาพแล้วแก้วก็ตรงไปหาศักดิ์ชัย
“วัดความดันหน่อยนะคะคนไข้”
“น้อย น้อยมาหาพี่หรอ” ศักดิ์ชัยจับไปที่ข้อมือของแก้วแล้วเรียกชื่อใครแก้วก็ไม่อาจทราบได้
“พ่อครับ น้องเค้าไม่ใช่แม่ครับ น้องเค้าเป็พยาบาล” ลูกชายคุณศักดิ์ชัยรีบตรงปรี่มาจับมือของพ่อตัวเองออกจากแขนของพยาบาลสาวอย่างรวดเร็ว
“อ๊ะ ค่ะ สวัสดีค่ะ คุณศักดิ์ชัยหนูชื่อแก้วนะคะ จะมาคอยดูแลคุณศักดิ์ชัยใน่นี้นะคะ ถ้ามีอะไรก็เรียกได้นะคะ” แก้วใเล็กน้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็พอจะควบคุมสติตัวเองได้
“เอ๊ะ ไม่ใช่น้อยหรอกหรอแต่หนูหน้าตาคล้ายน้อยมากเลยนะน้อยเนี่ยเป็พยาบาลที่สวยที่สุดในจังหวัดเลยนะแต่ฉันก็ไปแย่งกับพวกนักเลงในตัวเมืองจนได้น้อยมาเป็เมียจนได้มีอยู่ครั้งนึงพวกมันมาเอาคืนฉันพวกมันสิบกว่าคนมารุมกระทืบฉัน ฉันก็ต่อยกับพวกมันจนเหลือแค่ตัวต่อตัวพอมันสู้ไม่ได้มันก็ควักมีดมาแทงที่ท้องฉันเือาบเลย ฉันเนี่ยรีบวิ่งไปโรงพยาบาลพอไปถึงน้อยเห็นฉันเือาบก็ทำแผลให้ฉันไปด่าฉันไปด้วย” ศักดิ์ชัยพูดไปเรื่อยเปื่อยซึ่งแก้วก็ไม่ได้สนใจฟังบทสนทนาใดๆมากนักเพราะมัวแต่ตรวจวัดนู่นนี่ไปด้วย
“พ่อครับ พอเถอะครับ หยุดพูดได้แล้วคุณพยาบาลเค้าจะทำงาน” ลูกชายศักดิ์ชัยพยายามห้ามปรามพ่อตัวเอง
“อ้อ ไม่เป็ไรค่ะ เสร็จพอดีงั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ ถ้ามีอะไรก็เรียกได้นะคะ” แก้วพูดจบก็เดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยวก่อนครับคุณพยาบาล....เื่เมื่อกี๊ผมขอโทษแทนพ่อด้วยนะครับ” ลูกชายของศักดิ์ชัยรีบเดินตามออกมาเพื่อจะขอโทษแก้วที่หน้าประตูห้อง
“เอ๊ะดิฉันไม่ได้ติดใจเื่อะไรเลยนะคะ” แก้วตอบตามความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา
“ว่าแต่ขออนุญาตถามได้ไหมคะ น้อยที่คุณศักดิ์ชัยเรียกเนี่ยเป็ภรรยาของคุณศักดิ์ชัยเอ่อ คือเป็คุณแม่คุณ....ใช่ไหมคะ” แก้วถามออกไปอย่างซื่อๆ
“ผมชื่อศร เรียกศรได้เลยครับ”ศรแนะนำตัวเองเสร็จก็ตอบคำถามที่แก้วถามค้างไว้ “ใช่ครับคุณแม่ผมชื่อน้อยท่านเป็พยาบาล ส่วนพ่อผมตอนหนุ่มๆท่านเกเรมากเป็นักเลงหัวไม้ตีกับชาวบ้านเค้าไปทั่วคือถ้าให้พูดตรงๆเลยก็คือ ท่านเข้าออกคุกเป็ว่าเล่นเลยหล่ะครับรอยสักกับแผลเป็ก็เลยได้มาตอนนั้น”พอได้ฟังเื่ราวทั้งหมดแก้วก็เงียบไปไม่ได้ถามอะไรต่อ
“พอผมอายุได้ 5 ขวบแม่ผมท่านก็เสียครับพ่อผมท่านก็เลยเลิกใช้ชีวิตเกเรกลับตัวกลับใจทำมาหากินสุจริตแล้วก็เลี้ยงผมมาจนโตนี่หล่ะครับถึงจะบอกว่าเป็อาชีพสุจริตแต่พ่อก็เป็ได้แค่กรรมกรน่ะครับแล้วก็เมื่อไม่นานนี่เองที่ท่านเป็อัลไซเมอร์ ชอบคิดว่าคนนั้นคนนี้ด้วยเป็แม่น่ะครับ” ศรร่ายประวัติส่วนตัวให้แก้วฟังอย่างยาวเยียด
“คุณศักดิ์ชัยเก่งมากเลยนะคะที่เลี้ยงลูกชายด้วยตัวคนเดียวแล้วโตมาเก่งอย่างคุณศร”
“ผมก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอกครับ เอ๊ะคุยกันมาตั้งนาน ว่าแต่คุณพยาบาลชื่อว่าอะไรนะครับ”
“ชื่อแก้วคะ อุ๊ยงั้นแก้วขอตัวก่อนนะคะคุณศร ต้องไปดูคนไข้คนอื่นต่อ”
“ครับ โชคดีครับ คุณแก้ว”ศรโบกมือลาแล้วทั้งสองก็แยกย้ายกันไปคนละทาง