บทที่52 อาจารย์คนใหม่
ตลอดสองสามวันมานี้ อาหรงเสียก็ยังไม่ได้จากไปไหนเขายังคงติดตามท่านพ่อไปสอนที่โรงเรียนด้วยอาการเสียหลักเวลาโปรยเสน่ห์ก็เป็นเช่นเดิม แต่พักหลังก็ทำให้เขาเขินอายเพราะขายหน้าหลายครั้ง พักหลังถ้าไม่ลืมตัวเพราะความเคยชินก็ถือว่าเห็นไม่เยอะแล้ว
เมื่อสอนเสร็จ ท่านพ่อยังไม่ได้เก็บของกลับบ้านทันทีอันผิงจึงนั่งฟังพี่สาวสือทบทวนบทเรียนให้ฟัง เมื่อคนตั้งใจ เราก็ต้องนั่งสนับสนุนถือว่าเป็นกำลังใจต่อกัน แต่จริงๆ แอบฟังท่านพ่อคุยกับอาหรงเสีย จับใจความได้ว่า
“เจ้าสนใจจะเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่นี่ไหม”
อาหรงเสียไม่ได้แสดงอาการตกใจอะไร เขานิ่งมาก
“แล้วญาติผู้พี่ล่ะขอรับ”
“ข้ามีงานอย่างอื่นต้องดูหลายอย่างแต่เรื่องสอนหนังสือก็เป็นหน้าที่ต้องรับผิดชอบ เจ้าก็เห็นเด็กเหล่านี้แล้วพวกเขาตั้งใจเรียน พอเห็นเจ้าเข้ากับพวกเขาได้ ข้าจึงอยากจะให้เจ้าสอนแทน”
“แล้วญาติผู้พี่จะไปทำอะไรต่อขอรับ”
“ก็อย่างที่เจ้าเห็นข้าเพาะปลูกอะไรไว้หลายอย่าง จำเป็นต้องดูแล ซึ่งข้าก็ว่างแค่ช่วงบ่ายหรือช่วงวันหยุดเรียนแค่สองวันเท่านั้น ถ้าเจ้าไม่อยากเดินทางไปไหน ก็อยู่ด้วยกันเสียที่นี่เลยก็ได้แต่ว่ารายได้ค่าสอนเพียงแค่ 100 อีแปะต่อคนเท่านั้น”
อาหรงเสียทำท่าครุ่นคิดแต่ก็ไม่ได้คิดนาน จากนั้นเขาก็ตอบตกลง
ท่านพ่อจึงยิ้มรับอย่างดีใจ
“แล้วข้าก็มีเรื่องเสนอเจ้าเพิ่มอีกหรงเสียผู้ใหญ่บ้านอยากให้ข้าเปิดรับเด็กๆ เพิ่ม ถ้าเจ้ารับเป็นอาจารย์ก็สอนเช้าเย็นตอนเช้าเป็นเด็กชั้นเดิมพวกนี้ ส่วนตอนบ่ายก็ถือว่าเป็นเด็กชั้นเรียนใหม่”
หน้าตาของอาหรงเสียไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีนักเรียนเพิ่มขึ้นมาอีก
อันผิงคิดจากเดิมที่มีอยู่ตอนนี้ก็มีอยู่14 คนแล้ว ถึงแม้จำนวนเงินจะน้อยแต่ถ้าหลายคนก็จะได้เงินราวหนึ่งตำลึงเงินต่อเดือนเข้าไปแล้ว
“ไม่ทราบว่านักเรียนใหม่มีอีกกี่คนขอรับญาติผู้พี่”
“น่าจะหลายคนถ้าเจ้ารับปากจะเป็นอาจารย์ต่อจากข้า ข้าจะพาไปพบผู้ใหญ่บ้านก่อน”
“ได้ขอรับญาติผู้พี่”
การแอบฟังของอันผิงก็ต้องจบลงเพียงแค่นี้เพราะท่านพ่อฝากให้พี่สาวสือพาอันผิงกลับบ้านไปด้วยแม้อันผิงจะอ้อนขอตามท่านพ่อกับท่านอาไปด้วย แต่ก็ไม่เป็นผล
แต่งานนี้ท่านพ่อก็ออกจากการเป็นอาจารย์อย่างเนียนๆ แต่ก็อย่างว่าที่บ้านมีกิจการอีกหลายอย่างที่ต้องดูแล อันนี้เข้าใจได้ส่วนอาหรงเสียดูจากหลายวันมานี้ เขาก็ประพฤติตัวดีมีมารยาท มิน่าระบบถึงบอกว่าเนื้อแท้เป็นคนดีแล้วอย่างนี้ที่บอกว่า คุณชายจู นิสัยพ่อค้า แต่ไม่แนบคำว่าคนดีมาด้วยอย่างนี้จะแย่ไหมนะ
ช่างเถอะ ตอนนี้ก็มีอาจ้าวเหวินเข้ามาทำการค้าอีกคน แน่นอนอันผิงย่อมต้องแอบตรวจสอบผลได้ว่า ไม่มีพิษไม่มีภัย ก็คงจะดีกว่าคำว่า พ่อค้าเพราะอย่างเถ้าแก่อู๋ยังมีคำอธิบายมากมาย
พี่สาวสือเดินจูงมืออันผิงมาส่งถึงหน้าบ้านอันเลยและกำลังรอให้เธอเข้าไปในบ้านให้เรียบร้อย แล้วตัวเองจะได้จากไปอย่างหายห่วง อ้า ช่างเป็นพี่สาวที่ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาอย่างรอบคอบเสียจริง
ระหว่างนั้นลุงโจวก็ออกมาจากบ้าน ในมือมีถังน้ำอยู่พี่สาวสือและอันผิงที่เตรียมจะเข้าบ้านจึงหยุดชะงักกัน
“ท่านลุงจะไปไหนหรือเจ้าคะ” พี่สาวสือถาม
“จะเอาปลาก้างเยอะนี่ไปปล่อยลงแม่น้ำนะ มันติดแหมาด้วย”
ลุงโจวก็ยังคงฉายามือวางอันดับหนึ่งในการทอดแหตอนนี้อันผิงมีเงินหลายร้อยอีแปะแล้วนะ จากการขายปลาของลุงโจวที่นำมาแบ่งให้อันผิง
“ลุงโจวเจ้าคะ ปลาอะไรก้างเยอะ” แม้ในใจจะนึกถึงปลาจีน(ปลาที่มีก้างเยอะเหมือนปลาตะเพียน)
ลุงโจววางถังน้ำลง เพื่อให้เด็กๆ ได้ดูปลาอันผิงจึงใช้การค้นหาปลาตรงหน้า และขึ้นชื่อว่าปลาจีนจริงๆ ด้วย
“ลุงโจว ข้าขอปลาพวกนี้ได้ไหมเจ้าคะ” สีหน้าลุงโจวลำบากใจ พูดเตือนขึ้นมาอีกครั้ง
“ปลาพวกนี้ก้างเยอะ ต้มซุปไม่ได้หรอกนะ ผิงเอ๋อร์”
“ท่านลุงให้น้องสาวไปเถอะเจ้าค่ะข้าว่านางอาจอยากเลี้ยงก็ได้” พี่สาวสือจึงช่วยพูดให้ “แต่ว่าเจ้าต้องเลี้ยงแค่สองสามวันนะ ถ้ามันทำท่าจะตายขึ้นมาเจ้าต้องเอาไปปล่อยนะอันผิง”
แน่นอนอันผิงพยักหน้ารับอย่างแข็งขันลุงโจวจึงแบกถังน้ำนี่เข้าไปในบ้านอันแทน เอาไปวางไว้ตรงใกล้แคร่หน้าบ้านจากนั้นก็กลับไปบ้านของตน ส่วนอันผิงจ้องมองพวกปลาในถังสี่ตัวแล้วยิ้มอย่างพึงพอใจ ถึงแม้เธอจะเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ แบ่งปันต่อผู้อื่นแต่กับสัตว์น้ำที่เป็นอาหารเช่นนี้ พวกเจ้าชะตาขาดแล้ว
เพราะเธอนึกถึงรายการอาหารปลาจีนทอดกรอบราดกระเทียมขึ้นมาปลาก้างเยอะแบบนี้ ถ้าไม่ต้มเค็ม ก็ต้องทอดกรอบๆ ทั้งตัวและแน่นอนว่าต้มเค็มนั้นยากเกินไปด้วยส่วนประกอบ แต่ถ้าเป็นปลาจีนทอดกรอบนั้นไม่ยากขอแค่มีน้ำมันก็ทำได้แล้ว แถมผลพลอยได้ก็คือ กากหมูกรอบๆถ้าเอามาผัดกับผักคะน้าก็ดีไม่น้อย
เมื่อมองปลาจนพอใจ เงยหน้ามาอีกที ก็เจอท่านแม่เดินออกมาจากบ้านเดินตรงมาหา
“ผิงเอ๋อร์ทำอะไร”
อันผิงชี้ไปที่ปลาจีน ท่านแม่จึงมองตามไปด้วย
“ปลานี่ก้างเยอะนี่นา มันทำซุปไม่ได้หรอกนะผิงเอ๋อร์”
“ข้าอยากทอดปลาพวกนี้เจ้าค่ะท่านแม่ ทอดแบบกรอบๆแล้วก็เจียวกระเทียมป่าใส่ไปด้วยเจ้าค่ะ” อันผิงพูดออกไปตรงๆเธอว่าที่บ้านก็น่าจะชินกับการทำอาหารแปลกๆ ของเธอแล้วนะ
ท่านแม่ยิ้มรับอย่างเอ็นดู
“แล้วแม่จะต้องทำอะไรบ้างจ๊ะ” เห็นไหมท่านแม่ไม่ได้สงสัยอะไรแล้ว
เมื่อความเข้าใจเราตรงกัน เธอจึงต้องให้ท่านแม่ทำปลาให้ก่อนจากนั้นกรีดตัวปลาเป็นแบบบั้งถี่ๆ เพื่อที่น้ำมันจะได้เข้าทุกซอกทุกมุมเมื่อทำปลาเสร็จทั้งสี่ตัวก็เอาหมักเกลือไว้ก่อน
ดีว่าที่ครัวมีกระเทียมอยู่แล้ว อันผิงจึงอาสาปอกกระเทียม มาโลกนี้ดีอีกอย่างคือ เธอไม่แพ้กระเทียมแล้ว ปกติเวลาแกะ หรือสับน้ำตาจะไหลแต่ตอนนี้แค่นั่งแกะก็สบายแล้ว
สิ่งที่ขาดอีกอย่างคือหมูสามชั้นที่ต้องเจียวเอาน้ำมันออกมาท่านแม่จึงบอกให้อันผิงอยู่บ้านดีๆ ถ้าแกะกระเทียมเสร็จก็ให้ล้างมือและนั่งรอท่านแม่ก่อน เพราะท่านแม่จะไปซื้อหมูสามชั้นและมันหมูมาก่อน
เมื่อแกะกระเทียมเสร็จใจอยากสับให้ละเอียดเลยแต่ด้วยว่าความเป็นลูกที่ดี จึงยังใช้มีดไม่ได้ท่านแม่บอกว่าถ้าเธอครบเจ็ดขวบเมื่อไหร่จะให้ทำ ตอนนี้เธอห้าขวบย่างหกขวบแล้ว
ซึ่งก็อาจจะเด็กไปสำหรับการใช้ของมีคม
แกะเสร็จ ก็ไปล้างมือ ถึงเธอจะไม่แพ้จนน้ำตาไหล แต่ถ้าเอามือที่แกะกระเทียมเผลอไปขยี้ตาก็อาจแย่เอาได้
ไม่นานท่านแม่ก็กลับมา คราวนี้ซื้อหมูสามชั้นมาหลายชิ้นเอ่อเธอลืมบอกว่าโลกนี้เขาก็มีตู้เย็นนะ แต่ใช้อุณหภูมิในดิน โดยขุดเป็นหลุมไว้และเอาเนื้อหมูใส่ไหไว้อีกที แล้วเอาไว้ในหลุมที่ขุด แน่นอนว่ามันย่อมไม่เหมือนตู้เย็นแต่ก็ยังเก็บรักษาของสดได้บ้าง
พอเห็นแบบนี้ เธอก็เคยคิดจะขอให้หลุมดินนั้นทำงานคล้ายตู้เย็นแต่เสี่ยวหลงเป่าบอกว่าทำไม่ได้ ตู้เย็นคือผลการประดิษฐ์ของมนุษย์พรในส่วนนี้ให้ไม่ได้ ยกเว้นเธอจะขอน้ำแข็งขึ้นมา อันนี้พรให้ได้
อันผิงก็ยังคงถามไปต่อ
‘แล้วถ้าพวกมิติล่ะ’ ตอนแรกที่มาโลกนี้เธอคิดเคยขอมิติไว้ เธอว่ามันล้ำดีอ่ะ ถ้าจะขอพรให้ได้เห็ดหลินจือ โสมคน ของมีค่าแล้วเอาเก็บไว้ในมิติ
ไม่ต้องอธิบายมาก เหมือนเสี่ยวหลงเป่าจะเข้าใจคำถาม
‘ความสามารถนี้ซ้ำซ้อนกับพรวันล่ะข้อของท่านขอรับก็เหมือนกับหินวิเศษสารพัดประโยชน์นั่น’
อืมก็คือไม่ได้สินะ
“ผิงเอ๋อร์ แม่เจียวน้ำมันหมูเสร็จแล้วนะจ๊ะ”
อันผิงจึงหยุดการสนทนาในใจกับเสี่ยวหลงเป่า เดินไปหาท่านแม่จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการทำปลาจีนทอดกรอบ เพราะการควบคุมของอันผิงที่ทำตามวิธีทำของระบบเป๊ะๆ สุดท้ายก็ได้ปลาจีนทอดกรอบราดกระเทียมเจียวหอมๆ สองจานเพราะปลาใส่ได้จานละสองตัว
“ผิงเอ๋อร์ของแม่ช่างคิดมากเลย” ท่านแม่กล่าวชมอย่างไม่อยากให้ลูกเสียกำลังใจแต่ดูจากสีหน้า น่าจะยังไม่มั่นใจปลาทอดนี้สักเท่าไหร่ อันผิงเข้าใจก็ก้างมันเยอะขนาดนั้น มันจะกินได้เหรอ
“ท่านแม่เรามากินกันดีกว่าเจ้าค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวแม่กินก่อนนะ” ว่าแล้วก็หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบก่อน พอเข้าปากท่านแม่ก็เริ่มเคี้ยวก่อนที่สีหน้าแปลกใจ ที่อันผิงเห็นจนชินแสดงขึ้นบนใบหน้าท่านแม่และหันมามองที่ลูกสาวตัวน้อย
แน่นอนเพราะก้างนั้นกรอบไปพร้อมกับเนื้อปลาแล้วจากนั้นก็เห็นท่านแม่คีบกินอีกหลายคำ ท่านแม่เจ้าคะท่านลืมลูกสาวตัวน้อยไปแล้วหรืออันผิงไม่ทักท่านแม่ให้เขินแต่อย่างใด เธอก็เอาตะเกียบคีบกินบ้างสองแม่ลูกจึงกินปลาจานเดียวกันหมดไปคนละตัว
“ท่านแม่ ข้าเอาสองตัวนี้ไปให้ลุงโจวได้ไหมเจ้าคะเพราะลุงโจวให้มา”
ดูเหมือนเจตนาเป็นการเอื้อเฟื้อแบ่งปันให้เพื่อนบ้านแต่อันผิงมีเป้าหมายมากกว่านี้ แน่นอนว่าย่อมอยากให้ลุงโจวจับปลาจีนมาให้อีก
ท่านแม่ก็สมเป็นแม่ของเธอ พยักหน้าอย่างเห็นด้วยแต่ว่าแบ่งไปให้ลุงโจวแค่ตัวเดียวเท่านั้น และท่านแม่เป็นคนนำไปให้เองด้วย เดาว่าท่านแม่คงติดใจปลาจีนทอดกรอบเป็นแน่
เมื่อท่านแม่ไปบ้านโจว ท่านพ่อกับอาหรงเสียก็กลับมาสีหน้าท่านอาหรงเสียดูมีความสุขอย่างเห็นได้ชัดเมื่อทั้งพ่อและทั้งอาเก็บของไว้ที่ห้องโถงแล้ว ก็พากันออกไปนอกบ้าน
อันผิงอยากตามไปด้วยเหมือนกัน แต่เดี๋ยวท่านแม่กลับมาไม่เจอจะตามหาเอา ก็ไร่สวนของบ้านเธอตอนนี้ไม่เล็กแล้วนะ ตอนนี้หลังสวนพริกไปตั้งไกลก็เป็นโรงเรือนทำปุ๋ยคอกที่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนผสม ควบคุมการผลิตโดยอาจางฝายและเหล่าพี่น้องหลิวอีกสองคน ที่ผลัดเปลี่ยนกันหลังจากจัดการงานหลักของตัวเองเสร็จ
ส่วนพี่น้องหลิวอีกคน ต้องอยู่เฝ้าด้านหน้าไร่ เผื่อมีใครมาติดต่อ
มาว่าที่เรื่องปุ๋ย ตอนนี้แจกจ่ายให้ชาวบ้านไปทดลองผสมกับดินของตัวเองคาดว่าหลังจากนี้คงจะเห็นผล ถ้าพืชผลได้ผลดีกว่าเดิมการค้าเรื่องปุ๋ยก็ไม่น่าเกินเอื้อมแล้ว ก็นะดินตั้งแต่บ้านเธอเป็นต้นไปนั้นได้รับพรอุดมสมบูรณ์นี่นาเพราะขอพรไปทีเดียวเลย
ความจริงแค่ดินที่มาผสมมูลสัตว์ก็มีคุณภาพแล้วถ้าขยันมาขุดกันตรงบริเวณที่ท่านพ่อยังไม่ได้ซื้ออะนะ
และแล้วก็มาถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว แน่นอนว่าปลาจีนทอดกรอบราดกระเทียมหนึ่งตัวก็ได้รับความนิยม เพราะความแปลกใหม่นั่นเอง แต่เสียดายที่มีแค่ตัวเดียวเท่านั้นหลังจากนี้ก็ต้องรอลุงโจวแล้วล่ะ ไม่รู้ว่าปลาทอดกรอบจานนั้นจะมีผลอะไรกับบ้านโจวบ้างไหมนะ
รุ่งเช้าท่านพ่อก็ยังสอนที่โรงเรียนเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสลับหน้าที่กับอาหรงเสียท่านพ่อเปลี่ยนมาเป็นผู้ช่วยสอนแทน ส่วนอาหรงเสียพอได้เป็นอาจารย์เต็มตัวเขาก็กลับเข้าสู่ความสุขุมจริงๆ ที่ไม่มีท่าทางเหมือนคุณชายเจ้าเสน่ห์อย่างก่อนหน้านี้
สงสัยงานเป็นอาจารย์กับเหล่าเด็กเล็กเด็กน้อย สำหรับอาหรงเสียนั้นเขาคงจะชอบจริงๆ นั่นแหละ
แน่นอนว่าท่านพ่อก็ยังตามไปประกบอยู่ราวๆ หนึ่งสัปดาห์ถึงจะวางใจปล่อยอาหรงเสียให้สอนคนเดียว ไม่ได้ตามคุม เอ่อไม่ใช่ ตามมาช่วยเหลือสิ
แต่สำหรับอันผิง นอกจากเป็นลูกสาวอดีตอาจารย์แล้วก็ยังเป็นหลานสาวของอาจารย์ เธอก็ยังเป็นที่นับหน้าถือตาของเด็กๆ ทั่วไปอยู่ก็คงเพราะพ่อแม่พวกเขาสอนไว้ล่ะมั้ง
นี่ถ้าเธอนิสัยไม่ดีกว่านี้สักหน่อยเธอก็ตั้งกลุ่มแกล้งเด็กคนอื่นที่ไม่ชอบหน้าได้เลยนะนี่แต่เผอิญนั่นมันนิสัยของเด็กๆ ถึงแม้จากโลกที่จากมา เธอเองก็ไม่ได้มีนิสัยแบบนี้หรอก
พอฟังๆ เสียงการสอนของอาหรงเสีย จะว่าไปท่านอาก็มีวิธีสอนในฉบับตัวเองในแบบฉบับชายหนุ่มแพรวพราว การสอนก็จะสนุกไปอีกแบบ ส่วนท่านพ่อจะสุขุมนุ่มลึก
อีกเรื่องหนึ่ง ตรงลานตากพริกนั้น ตอนนี้มีไม้ไผ่มากมายถูกตัดนำมาวาง ทีแรกอันผิงคิดว่าจะทำโรงเรือนอะไร สุดท้ายเป็น อันหยาง ที่บอกว่า
“ตรงนั้นจะสร้างเรือนไม้ไผ่ให้ท่านอาเพราะท่านอาเกรงใจที่ต้องมานอนเบียดกัน ความจริงก็ไม่ได้เบียดอะไรนะแต่ท่านพ่อบอกว่า ความเกรงใจก็คือคุณสมบัติหนึ่งของคนเรา ถ้าท่านอาต้องการเราก็ควรเคารพการตัดสินใจของเขา”
คือพี่ใหญ่ท่านชอบเหตุผลการอธิบายของท่านพ่อใช่ไหมเลยมาเล่าให้เธอฟังอย่างภาคภูมิใจ
แต่ก็ดี ทีแรกนึกว่าท่านพ่อจะสร้างบ้านให้ใหม่เสียอีกแต่กลับเป็นแค่เรือนไม้ไผ่ และเธอมารู้อีกที จากที่ท่านแม่พยายามหว่านล้อมอาหรงเสียว่าสร้างเป็นบ้านดินหลังเล็กเอาก็ได้แต่ก็เป็นอาหรงเสียก็ยืนยันว่าเอาเป็นบ้านไม้ไผ่ที่งบน้อยกว่า
“ลำพังแค่ญาติผู้น้องอย่างข้า อาศัยกินข้าวที่บ้านพี่สะใภ้ก็น่าอายเหลือเกินแล้วขอรับอย่างน้อยก็ขอให้ญาติผู้น้องมีทางสู้หน้าพี่สะใภ้บ้างเถอะขอรับไม่อย่างนั้นญาติผู้น้องนั้น รู้สึกเกรงใจขอรับ”
อ่า พอฟังคำพูดที่แสนยืดยาวของอาหรงเสีย ท่านแม่ก็คงจะมึนเลยไม่ได้หว่านล้อมต่อ
และมาว่าด้วยเรื่องกิน ลุงโจวก็ไม่ทำให้ผิดหวังเพราะได้นำปลาจีนมาส่งคราวนี้ตั้งหกตัวแนะ และป้าโจวก็มาลองถามวิธีทอดปลาจีนด้วย
เป็นเพื่อนบ้านกัน เรื่องบางเรื่องก็ต้องพึ่งพากันอะไรบอกกันได้ก็บอกกันไป โดยเฉพาะปลาทอดกรอบที่โลกปัจจุบันนั้นแค่อยากได้วิธีทำก็หาในอินเทอร์เนตก็เจอแล้ว