2.
ตัดสินใจเพราะอยากพิสูจน์
เช้าวันนี้ เพื่อนๆ พากันไปดูบอร์ดปิดประกาศผลการเลือกลงพื้นที่แต่สำหรับฉัน กลับถูกเรียกตัวให้เข้าไปพบกับท่านผู้ใหญ่ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของที่นี่
“ นั่งลงก่อนสิเรวียา...อย่าเพิ่งทำหน้ายุ่ง ” ท่านผายมือออกยิ้มให้อย่างใจดี
ฉันนั่งลงตัวตรง ยิ้มตอบกลับไปให้ท่านจะไม่ทำหน้ายุ่งได้อย่างไร เมื่อบนบอร์ดที่ยืนดูเมื่อครู่ ไม่มีชื่อฉันอยู่เลย ที่มีแต่คนไม่อยากไป แต่ฉันอยากไปสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
“ แปลกใจล่ะสิ...”
“ ค่ะท่าน”
“คือ...สิ่งที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้ ผมอยากให้คุณตั้งใจฟัง และตัดสินใจด้วยตัวเอง ”หัวใจของฉันเต้นแรง กับสิ่งที่ยังไม่ได้ยิน ..
“คุณรู้จักประเทศเปรมาไหม...”
“ รู้จักค่ะท่าน ”
ประเทศเปรมาที่ผู้ใหญ่ท่านนี้พูดถึงคือประเทศเล็กๆ ในแถบดินแดนตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศนี้ กำลังถูกแย่งชิงจากประเทศมหาอำนาจและยังเกิดากลางเมือง แย่งชิงบัลลังค์ กันให้วุ่นวาย ประชาชนในประเทศยากจนมากประชากรส่วนใหญ่ นับถือภูติผีตามความเชื่อของบรรพบุรุษ
ภูมิประเทศส่วนใหญ่ จะมีูเาสลับซับซ้อนกันทางเหนือเมื่อถึงฤดูหนาว จะมีหิมะตก ทรัพยากรธรรมชาติยังไม่มีการนำมาใช้มากนักคนรวยก็รวยล้นฟ้า คนจนก็ถึงขนาดจนติดดินไม่มีที่ไหนน่าอยู่เท่าประเทศไทยอีกแล้ว
“ เื่นี้เป็ความลับ ระหว่างประเทศนะ คุณห้ามปริปาก เล่าให้ใครฟังอย่างเด็ดขาด ”
“ ค่ะท่าน”
“รัฐบาลของเปรมา้าผู้หญิง ที่มีคุณสมบัติเช่นนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิงของเรา ให้ไปทำงานร่วมกันกับฝ่ายทหารของเขาสามปี ผมไม่เข้าใจนะว่า ทำไมเขาจึงเจาะจงว่าต้องเป็คุณเท่านั้นแต่นั่นผมไม่สนใจหรอก ผม้าให้คุณตัดสินใจด้วยตัวเอง ที่นั่นอันตรายมาก ยิ่งกว่าสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราอีกและการฝึกทหารของที่นั่นโหดว่าเรามาก เพราะชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย คุณจะได้ฝึกกับเขาและเมื่อกลับมาที่ประเทศไทย คุณจะได้ปรับยศตามที่ที่นั่นปรับให้ คล้ายๆไปช่วยราชการที่โน้น คุณฟังที่ผมพูดไปแล้ว คุณคิดว่าอย่างไร ”
“ทำไมเขาจึง้าผู้หญิงล่ะคะท่าน ในเมื่อผู้หญิงที่ประเทศของเขา ไม่มี Equality ในสังคมเลย ”
“ ไม่รู้สิเื่นี้อาจเป็ความลับของเขา แต่ถ้าคุณเข้าไปเป็คนของเขา คุณอาจจะได้รู้ ”
“ฉันอยากคุยกับ...เอ้อ...คนที่เขาเลือกฉัน...ก่อนตัดสินใจน่ะค่ะท่าน ”
“ ได้สิ เขาเป็ตัวแทนของประเทศเปรมา กำลังรอคุณอยู่ที่ ห้องรับรองแขกของเราที่ชั้นบน ”
ฉันเดินขึ้นบันไดอย่างครุ่นคิด ที่นี่ไม่ใช่ที่ของฉันจริงหรือฉันต้องเดินทางไปในที่แม่หมอคนนั้นบอก แต่มันอยู่ที่ฉันเองต่างหากว่าจะเลือกทางไหน นี่คือโชคชะตา หรือฟ้าลิขิตทุกอย่างไว้แล้ว
จริงอยู่ ..ว่าเรามีเส้นทางของชีวิตให้เลือกเดิน .. หลายเส้นทาง .. แต่ก่อนที่เรา ..จะตัดสินใจ .. เปลี่ยนเส้นทางเดินนั้น .. เราลองเดินไปจนสุดทาง.. แล้วหรือยัง? คำนี้สินะที่ทำให้ฉันอยากพิสูจน์ เส้นทางที่ตัวเองบอกว่าไม่อยากเลือก เพราะความอยากรู้จึง้าเดินไป...ให้สุดทาง เผื่อที่นั่น อาจมีคำตอบ ที่ฉัน้า.
ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก
“ ขออนุญาตค่ะ ”
ฉันเอ่ยปากขออนุญาต ก่อนเปิดประตูเข้าห้องพร้อมกับที่ผู้ชายคนหนึ่ง หมุนตัวหันมามองฉันพอดีคิ้วของฉันเลื่อนเข้าหากันอย่างอัตโนมัติ เพราะผู้ชายตรงหน้าคือคนเดียวกับที่พบกันเมื่อคืน ดวงตาคมดุมองตรงมา เขากวาดสายตามองั้แ่ศรีษะ จรดปลายเท้าฉันมองเขากลับไป ด้วยสายตาที่บอกว่าไม่พอใจอย่างแรง
เขาผายมือเชิญให้นั่งรอยยิ้มบางๆ เกลี่ยอยู่บนริมฝีปากได้รูป
“เราได้พบกันอีกครั้งแล้วนะ...ต่อไปคงได้ร่วมงานกันบ่อยขึ้น ”
“ ใครบอกคุณว่าฉันตกลง จะร่วมงานกับพวกคุณ ” ความรู้สึกที่มีกับเขาเมื่อคืนเปลี่ยนไป เมื่อได้พบกับเขาอีกครั้ง เพราะฉันไม่ชอบสายตาของเขาที่มองมาเมื่อครู่
“อ้าว...ไหงเป็งั้น ”
“ฉันเพียงแต่อยากรู้เหตุผล ว่า ทำไมต้องเป็ฉัน...และภารกิจที่ฉันต้องทำมีอะไรบ้าง ”
“อยากรู้...ก็ต้องตกลงก่อน ” เขาเล่นลิ้นหรี่ตามองฉันด้วยแววตากวนๆ
“ ถ้าฉันไม่ตกลง ”
“ ไหนว่าอยากรู้ ”
“เหตุผลล่ะ...ฉันอยากรู้เหตุผล...ฉันก็แค่ผู้หญิงธรรมดา ที่ผ่านการฝึกอบรม ตามขั้นตอนของตำรวจของที่นี่ในเมื่อการฝึกทหารในประเทศคุณดีกว่าที่นี่ คุณภาพของฉัน ก็ไม่น่าจะถึงของคุณ ”
เขาลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมาหาฉันแล้วนั่งบนมุมโต๊ะทางด้านซ้ายมือุโดยให้ฉันเป็ฝ่ายแหงนหน้ามองเขา ช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย ฉันไม่ใช่ผู้หญิงในประเทศของนายนะที่มักจะถูกผู้ชายกดหัวอยู่ตลอดเวลาน่ะ
ฉันลุกขึ้นยืนถอยหลังออกมาสองก้าว ตัวตรงมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจอีกครั้ง
“ คุณคิดว่าคุณคือผู้หญิงธรรมดา แต่ผมกลับคิดว่าคุณเป็ผู้หญิงที่ไม่ธรรมดา เราจึงเลือกคุณเมื่อไปถึงที่นั่นคุณจะได้รู้อะไร ที่คุณอยากจะรู้อีกมากมายหลายอย่าง ที่คุณเคยสงสัยทีนั่นมีคำตอบให้คุณนะซิน..เอ้อ...ซินเซีย ”
“ ฉันไม่เห็นอยากรู้...ไม่เคยสงสัย ไม่เคยอยากได้คำตอบ ”
ฉันสะบัดหน้าหัน ออกไปมองนอกหน้าต่างเพื่อหลบสายตาคมที่มอง เหมือนกำลังจ้องจับผิด เขาพูด เหมือนเข้ามาอยู่ในใจ ได้ยินเสียงเขาหัวเราะในลำคอ ก่อนพูดออกมา
“ยี่สิบล้าน...แลกกับคำว่าตกลง ”
ฉันหันมามองเขาเต็มตา เขาเอาเงินมาล่อมันดูถูกตำรวจหญิงไทยอย่างฉันชัดๆ ฉันเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ ยิ้มเย็นตรงมุมปากอย่างนางร้าย
ปัง!!
ตบโต๊ะข้างๆ เขาจนมือแทบหัก
“ ห้าสิบล้าน!!” อ้าว ไหนว่าดูถูกกัน…ไม่ใช่...ฉันลองใจเขาดูต่างหากล่ะว่าจะแน่แค่ไหน ฉันมีความสำคัญกับเขาจริง เหมือนที่เขาบอกมาจริงหรือเปล่า
“ ตกลง…พรุ่งนี้จะมีเงินโอนเข้าบัญชีของคุณทันที ห้าสิบล้าน”
อ๋า...ทำไม่มันง่ายขนาดนี้เล่าเขายอมเสียเงินเพื่อจะซื้อตัวฉัน ไปทำไม... ฉันสามารถทำอะไรให้พวกเขาได้เมื่อเทียบกับเงินห้าสิบล้าน
แต่ความเสี่ยงของชีวิตครั้งนี้มันคือสิ่งท้าทาย ยิ่งเพิ่งจบใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะร้อนวิชาทั้งนั้น แต่ยังไงฉันก็ยังห่วงแม่อยู่ดีถ้าฉันไม่ได้อยู่เมืองไทย ฉันคงต้องจ้างญาติคนหนึ่ง เพื่อมาอยู่คอยดูแลท่าน ถ้าฉันพลาดเสียชีวิตอยู่ที่นั่นชีวิตของฉัน แลกกับเงินที่จะเลี้ยงแม่ไปตลอดชีวิต
“โอนเข้าบัญชีแม่ฉัน ”
“ตกลง...อีกหนึ่งเดือนเราจะออกเดินทางกลับประเทศของฉัน เื่เอกสารของเธอฉันจะสั่งให้คนของฉันจัดการให้ แล้วอีกหนึ่งเดือนเจอกัน ”
ฉันยืนตัวตรงหมุนตัวเดินยืดคอออกไป...ด้วยหัวใจสับสน ฉันตกปากรับคำเขาไปอย่างง่ายดายเพียงแค่เห็นแก่เงินห้าสิบล้าน หรือเพราะใจของฉัน
ที่นั่นฉันจะมีภารกิจและความรับผิดชอบ อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญต่อหัวใจของฉันที่สุด คือฉันจะพบกับความรักที่มีอุปสรรคจากความแตกต่าง...ฉันอยากพบแม่หมอคนนั้นอีกสักครั้งเพื่อจะถามเธอว่า คำว่า “ สุดท้าย ”..ที่เธอพูดถึงมันคือ...สุดท้ายเราต้องแยกจากกันเมื่อเราทั้งสองคนแตกต่างกันหรือสุดท้ายเราสองคนก็ลงเอยกันได้ เพราะความแตกต่าง....ที่นั่นฉันจะได้คำตอบที่ฉันกำลังรอคอย
ถึงแม้ว่า ความรักของฉันจะลงเอยด้วยความผิดหวัง เศร้า หรือเสียใจ แต่ฉันก็จะยอมรับมันให้ได้ อย่างน้อยฉันก็ยังเคยมีความรัก ดีกว่ารักใครไม่เป็ แล้วฉันจะทำได้อย่างที่ใจคิดจริงหรือ...
ฉันเป็ผู้หญิงที่เด็ดเดี่ยวใจกล้า ไม่เคยกลัวสิ่งใด อีกอย่างเพราะการฝึกฝนของที่นี่ ทำให้จิตใจของผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉันเข้มแข็งเพราะคติประจำใจของฉันก็คือ
เราต้องสู้ แม้หัวใจเราอ่อนล้าเราจะกล้า ถ้าหัวใจเราเข้มแข็ง
เราไม่ถอย แม้หัวใจเราอ่อนแรงสร้างกำแพง บังหัวใจไม่ให้กลัว
( กลอนนี้ไม่ได้ลอกใครมานะคนเขียนแต่งเองล้วนๆ ฝีมือโคตรๆ )
วันต่อมาก็มีเงินเข้าบัญชีแม่ห้าสิบล้านจริงๆ ดังที่เขาสัญญาเอาไว้ งานนี้ ถ้าฉันจะเปลี่ยนใจยังทันอยู่หรือเปล่า
ฉันเล่าทุกอย่างให้แม่ฟังแต่ไม่จริงทั้งหมด แม่ร้องไห้ ไม่อยากได้เงิน ท่านเสียพ่อไปจากการเก็บกู้ะเิท่านไม่อยากเสียฉันไปอีก ฉันยังตลกกับท่านอีกว่า ฉันต้องแต่งงานกี่ครั้งถึงจะได้ค่าสินสอดขนาดนี้ ไม่อยากให้ท่านไม่สบายใจ ฉันไม่ผิดใช่ไหม? แค่เพียงสามปี ฉันจะกลับมา กลับมาทำตามสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ั้แ่แรก