กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบจะสองทุ่มแล้ว เธอจึงทำอาหารง่ายๆ เพียงแค่ต้มบะหมี่สำเร็จรูปเท่านั้น ด้วยความที่วันนี้คิดถึงพ่อกับแม่มากเธอจึงคิดจะเข้าไปนอนในห้องนอนของพ่อและแม่ เพื่อจะได้รู้สึกว่าท่านอยู่ข้างๆ ไม่ได้จากไปไหน
และในคืนนั้นเองปาฏิหาริย์ก็ได้เกิดขึ้น ขณะที่เยว่ชิงกำลังนอนหลับอยู่เธอไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีรัศมีแสงสีทองครอบคลุมไปทั่วทั้งตัว และในชั่วพริบตาก็ปราศจากร่างของเธอบนเตียง กลายเป็ห้องที่ว่างเปล่าทันที
ใจกลางป่าหมอกปรากฏร่างหญิงสาวนางหนึ่งกำลังนอนหลับอย่างสบายใจ เยว่ชิงไม่รู้เลยว่าขณะนี้ตัวเองไม่ได้อยู่บนเตียงในบ้านของตัวเองแล้ว แต่กำลังนอนอยู่บนผืนหญ้ากลางป่า เธอรู้สึกหนาวจึงเอามือควานหาผ้าห่ม และเธอก็รู้สึกว่ามันประหลาดทำไมเหมือนมีหญ้าทิ่มมือของเธอ หูของเธอได้ยินเสียงนกร้อง เธอจึงลืมตาขึ้น
“ที่นี่ที่ไหนเนี่ย ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย” เยว่ชิงบ่นกับตัวเอง
“เราเข้านอนที่ห้องของพ่อกับแม่นี่ทำไมมาโผล่ตรงนี้ได้” เยว่ชิงรู้สึกใ และหวาดกลัว หน้าซีด ปากสั่นทันที พร้อมคิดว่าผีหลอกรึเปล่า
เธอพนมมือสวดมนต์ผิดๆ ถูกๆ มั่วไปหมด นั่งจุมปุ๊กลงไปบนพื้นหญ้าพนมมือหลับตาสวดมนต์อยู่แบบนั้นไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
เธอไม่รู้เลยว่าเวลาล่วงเลยผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว เพราะสำหรับเธอนั้นความตื่นใได้ทำให้สติของเธอหลุดลอยออกไป เธอนั่งพึมพรำฟังไม่ได้สรรพอยู่ซักพัก จนรู้สึกคอแห้ง และอยากดื่มน้ำ ความหวาดกลัวในใจของเธอก็ยังคงมีอยู่ แต่เริ่มลดน้อยลงไปพอสมควรแล้ว เพราะเธอนั่งมาตั้งนานก็ไม่เห็นว่าจะมีเกิดอะไรขึ้น เธอปรับความรู้สึกของตัวเอง พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้ง จึงลืมตาขึ้นมา สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าตอนนี้น่ากลัวเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
“กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด” เยว่ชิงกรีดร้อง
พร้อมทั้งหันศีรษะมองไปรอบๆ รอบตัวของเธอตอนนี้มีสรรพสัตว์นอนอยู่ล้อมรอบ แถมตรงหน้ายังมีเ้าเสือตัวใหญ่นอนหมอบอยู่อีก แบบนี้จะไม่ให้เธอใได้อย่างไร
ทันใดนั้นเองเธอได้ยินเสียงของบุรุษผู้หนึ่ง “หยุด ข้าบอกว่าให้เ้าหยุดกรีดร้องเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มส่ายศีรษะไปมา
เธอจึงหยุดกรีดร้อง และค่อยๆ เอามือออกจากใบหน้า ขณะนี้ตรงหน้าของเธอก็ปรากฏบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง แต่งกายเหมือนชาวจีนโบราณ คล้ายกับหนังจีนกำลังภายในที่เธอเคยดูในทีวี
เธอรีบหลับตาลงทันที พร้อมกับก้มหัวยกมือไหว้
“อย่ามาหลอกมาหลอนฉันเลยนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะใส่บาตรทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้ ไปที่ชอบที่ชอบเถอะนะ อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย จะเป็บาปเป็กรรมติดตัวซะเปล่าๆ” เยว่ชิง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้านี่เป็คนตลกซะจริง ข้าไม่ได้้าสิ่งใดจากเ้าทั้งนั้น ลืมตาแล้วมานั่งคุยกันดีๆ จะดีกว่าไหมนังหนู”ชายหนุ่มกล่าว
เมื่อได้ยินดังนั้นเธอจึงค่อยๆ เอามือออก เปิดหน้าและลืมตาอีกครั้ง เธอรู้สึกว่าชายตรงหน้าประหลาดซะจริง จากที่ดูแล้วอายุก็ไม่น่าจะต่างกับเธอซักเท่าไหร่ อย่างมากก็เป็พี่เธอเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น ไฉนมาเรียกเธอว่านังหนูกัน เธอจึงมองผู้ชายตรงหน้าแบบตรงๆ เต็มๆ ตาอีกครั้ง ครั้งนี้เธอพิจารณารูปร่าง หน้าตา พร้อมทั้งกล่าวชมในใจ
“หน้าตาก็ดี แต่คงสติไม่ค่อยดีเท่าไหร่มั้ง” เยว่ชิง
ชายตรงหน้าโต้ตอบกลับทันที “ขอบใจที่ชมว่าข้าหน้าตาดี แต่เ้าน่ะสิที่สติไม่ดี คนที่ร้องโวยวายก็คือเ้าไม่ใช่เหรอ”
เธอรู้สึกใพร้อมกับเอามือปิดปาก “เมื่อกี้เราแค่คิด ไม่ได้พูดไม่ใช่เหรอ”เยว่ชิงพึมพรำกับตัวเอง
“ใช่ เ้าไม่ต้องสงสัยอันใดมากนักหรอก มาๆ มาคุยกันก่อน เดี๋ยวเ้าก็จะเข้าใจทุกอย่างเอง” ชายหนุ่ม
“ท่านเป็คนหรือเป็ผี” เยว่ชิง
“วะ นังหนูนี่ ข้าไม่ใช่คน แล้วข้าก็ไม่ใช่ผีด้วย ข้าเป็เทพ เ้ารู้จักหรือไม่” ชายหนุ่ม
“ห๊า จริงเหรอ ไม่ได้หลอกกันใช่ไหม” เยว่ชิงอุทานเสียงสูง
พร้อมทั้งเอามือเกาหัว และพึมพรำกับตัวเอง
“ฝัน นี่เราต้องกำลังฝันแน่ๆ เลย เฮ้ออออออ ก็แค่ฝัน” เยว่ชิง
“นี่เ้า ตกลงวันนี้จะได้คุยกันไหม” ชายหนุ่ม
“มีอะไรก็ว่ามา แหมมมม แค่ฝันก็ไม่บอกก่อน เล่นเหมือนจริงกันขนาดนี้ ใครจะไม่ใเล่า” เยว่ชิง
“เฮ้ออออ ช่างเป็คนที่พูดยากพูดเย็นเสียจริง นังหนูนี่ จะคิดเองเออเองหรือจะให้ข้าบอก เอาแบบไหนดี” ชายหนุ่ม
“มีอะไรก็ว่ามา พร้อมฟังแล้ว” เยว่ชิงเอามือสองข้างเท้าคาง แล้วกระพริบตาปริบๆ
“เ้านี่มันช่างกวนประสาทซะจริง ทำไมต้องเป็ข้าที่ต้องรับหน้าที่มาดูแลเ้าด้วยก็ไม่รู้ ทำไมไม่เป็เทพองค์อื่น เฮ้อออออ ช่างน่าหนักใจเสียจริง” ชายหนุ่มบ่นไปพร้อมกับสายศีรษะไป
“ถ้าข้าไม่ไปเข้าประชุมช้า คงไม่ต้องเดือดร้อนแบบนี้” ชายหนุ่มคิด
น้องอาจจะกวนประสาทนิดๆ นะคะ ตามประสาคนอายุ 22 เนอะ ก็ต้องมีบ้าง อิอิ
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และกดหัวใจเพื่อเป็กำลังใจให้กันนะคะ
ยินดีรับฟังทุกคำวิจารณ์นะคะ ขอแค่กรุณาอย่าคอมเม้นท์หยาบคาย ขอบคุณค่ะ