บทที่ 23 ฉินเทียนบรรยายธรรม
เมื่อถึงเวลาอาหารค่ำ ก็มีคนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน
ิอีเหลียนถอดผ้าคลุมหน้าออกอย่างเขินอายเพื่อรับประทานอาหาร
เมื่อฉินเทียนมองเห็นรูปโฉมของิอีเหลียนชัดเจน เขาก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง แม้ว่านางจะด้อยกว่าอันเมี่ยวหลิงและไป๋เสี่ยวหรูอยู่เพียงเล็กน้อย แต่ก็นับว่าเป็ยอดหญิงงามที่หาได้ยากยิ่ง
ไม่น่าแปลกใจเลยที่โจวตี้*[1] เต็มใจจะใช้เมืองหนึ่งในสามของแผ่นดินตนเอง เป็สินสอดเพื่อแต่งงานกับิอีเหลียน
พอเห็นฉินเทียนจ้องมองิอีเหลียน อันเมี่ยวหลิงก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย นางขบฟันเบา ๆ แล้วใช้มือหยกหยิกเข้าที่เอวของฉินเทียนอย่างแรงภายใต้โต๊ะ
นางส่งเสียงผ่านจิตว่า 'ท่านช่วยสำรวมหน่อยได้หรือไม่ เห็นสาวงามหน่อยก็เป็เช่นนี้ ข้าไม่สวยหรืออย่างไร?'
ฉินเทียนรีบคว้ามือที่หยิกเขามากุมไว้แล้วลูบเบา ๆ สองสามครั้ง พร้อมส่งเสียงผ่านจิตตอบว่า 'เ้าสวยที่สุด อีกครึ่งเดือนนางก็จากไปแล้ว เ้าทำตัวใจกว้างหน่อยเถิด!'
ใบหน้าเล็ก ๆ ของอันเมี่ยวหลิงขึ้นสีระเรื่อ จึงเพิ่งพบว่าอารมณ์ของตนเองดูจะไม่ค่อยถูกต้องนัก ดังนั้นนางจึงรีบชักมือกลับแล้วเริ่มลงมือกินเนื้อ
วันนี้สิ่งที่กินคือเนื้อัทอง หลังจากิอีเหลียนดื่มน้ำแกงเนื้อลงไปหนึ่งชาม นางก็ถึงกับตะลึง
เพราะนางรู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ช่วยบำรุงกายหยาบของนาง กระทั่งนางรู้สึกว่าคอขวดของระดับสรรค์สร้างเริ่มคลายออก และจะสามารถทะลวงผ่านได้ในเร็ว ๆ นี้
จากนั้นิอีเหลียนก็กินอีกหนึ่งชาม แล้วจึงนั่งขัดสมาธิเริ่มพยายามทะลวงระดับ
อันเมี่ยวหลิงเห็นิอีเหลียนเริ่มทะลวงระดับก็รู้สึกอิจฉา นางเองก็อยากจะยกระดับตนเองให้เร็วที่สุดเช่นกัน เพื่อไปจัดการกับศัตรูคู่อาฆาตของนาง
ศัตรูหลายคนของนางล้วนมีตัวตนระดับจักรพรรดิที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลังอยู่
ในอีกไม่กี่วันต่อมา อันเมี่ยวหลิงยิ่งเพียรฝึกฝนมากขึ้น
โดยพื้นฐานแล้ว นอกจากเวลานอนและกิน นางก็ฝึกฝนตลอดเวลา แต่เจตจำนงกระบี่ของนางกลับยังไม่บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์เสียที
เื่นี้ทำให้นางเริ่มร้อนใจ นางอยากบรรลุขั้นสมบูรณ์โดยเร็ว เพื่อที่จะเริ่มทำความเข้าใจเขตแดนกระบี่
หากทำความเข้าใจเขตแดนกระบี่ได้ นางเพียงแค่บรรลุระดับปราชญ์ ก็สามารถใช้กระบี่ปิงหลีเข้าต่อสู้กับระดับจักรพรรดิได้
ทว่าเจตจำนงกระบี่ต้องอาศัยการหยั่งรู้เป็หลัก หากรีบร้อนเกินไปจะกลายเป็การส่งผลเสียแทน ฉินเทียนสังเกตเห็นเื่นี้ใน่หลายวันที่ผ่านมา จึงเรียกอันเมี่ยวหลิงให้หยุดพัก
หลังจากิอีเหลียนทะลวงระดับสำเร็จ เขาจึงเรียกทั้งสองคนและหนึ่งสุนัขจิ้งจอกมารวมตัวกันเพื่อเริ่มบรรยายธรรม
นี่คือสิ่งที่เขาหยั่งรู้ได้จากเคล็ดวิชาเนรมิตอิสระ
"ห้วงแห่งเจตจำนงมีสามขั้น
ขั้นที่หนึ่งร่างกายเสื่อมถอย คือการมองูเาเป็ูเา มองน้ำเป็น้ำ เื่นี้พวกเ้าควรจะทราบดี พูดง่าย ๆ คือ การมองเห็นต้นกำเนิด ูเาก็คือูเา น้ำก็คือน้ำ เพียงรักษาจิตเดิมไว้ก็พอ
ขั้นที่สองสายเืเสื่อมถอย คือการมองูเาไม่ใชู่เา มองน้ำไม่ใช่น้ำ
ในขั้นนี้ พวกเ้าไม่เพียงต้องมองเห็นต้นกำเนิด แต่ต้องมองให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่เื้ั ซึ่งในนั้นอาจเต็มไปด้วยสิ่งล่อใจหรือความยากลำบาก และสิ่งที่พวกเ้าต้องทำคือการทำให้จิตใจกระจ่างแจ้ง เห็นธาตุแท้ของตนเอง ไม่หลงระเริงไปกับมัน
ขั้นที่สามพลังเทพิญญาเสื่อมถอย คือการคืนสู่สามัญ นำสิ่งที่เคยเรียนรู้และหยั่งรู้มาจัดระเบียบให้ดี หมั่นทบทวนตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความรับรู้ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
เช่นนี้จึงจะถือว่าสมบูรณ์ และเ้าจะสามารถควบคุมห้วงแห่งเจตจำนงได้อย่างเต็มที่"
เมื่อสองคนหนึ่งจิ้งจอกได้ฟังแล้วต่างก็เกิดความเข้าใจ พวกนางไม่เคยััหลักการเหล่านี้มาก่อน
วิถีในชาติก่อนของอันเมี่ยวหลิงคือวิถีแห่งการตัดสิ้นซึ่งรัก โลภ โกรธ หลง
ไป๋เสี่ยวหรูเป็เผ่าอสูร ฝึกฝนทางด้านร่างกาย ส่วนิอีเหลียนนั้นไม่ต้องพูดถึง
หลักการเหล่านี้ราวกับได้เปิดประตูบานใหม่ให้กับพวกนาง แต่สุดท้ายจะหยั่งรู้ได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับตนเอง เพราะหลักการใหญ่ ๆ ฟังแล้วเข้าใจได้ง่าย แต่ผู้ที่สามารถทำได้จริงมีน้อยนิดยิ่งนัก
หลังจากนั้น อันเมี่ยวหลิงก็เริ่มปรับสภาวะของตนเอง นางไม่ได้ฝืนฝึกหนักเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่สงบนิ่งและค่อย ๆ จัดระเบียบวิถีของตนเองใหม่ทีละน้อย เติมเต็มส่วนที่ขาดหาย เพื่อให้ตนเองค่อย ๆ บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์
บางครั้งนางก็ช่วยฉินเทียนทำงานบ้าน เช่น การดูแลและเติมพลังค่ายกลิญญาในสวนสมุนไพร ช่วยทำอาหาร ทำความสะอาด และอื่น ๆ
เมื่อสภาพจิตใจสงบลง ความคืบหน้าในการฝึกฝนก็รวดเร็วขึ้น อีกไม่นาน นางก็น่าจะทะลวงเข้าสู่ระดับสรรค์สร้างขั้นสามได้แล้ว
เวลาผ่านไปจนครบสิบห้าวันตามกำหนด ิอีเหลียนเตรียมตัวเดินทางกลับอาณาจักรฉงิ
ก่อนจากไป ฉินเทียนได้แจ้งว่าอีกไม่นานเขาจะกลับไปเยือนเพื่อไปเอาดอกฉงิ
นางรู้สึกซาบซึ้งต่อฉินเทียนเป็อย่างมาก และนับถือฉินเทียนเป็อาจารย์จากใจจริง เพราะภายใต้การชี้แนะของฉินเทียน นางได้เห็นเส้นทางสู่การเป็ปราชญ์ ในอนาคตแม้จะเป็จักรพรรดิก็ใช่ว่าจะไม่มีหวัง
หลังจากิอีเหลียนจากไป ไป๋เสี่ยวหรูก็สามารถกลับคืนร่างมนุษย์ในเวลาอาหารได้อีกครั้ง
เนื่องจากศัตรูของนางมีมากและแข็งแกร่งเกินไป ดังนั้นเมื่อมีคนนอกอยู่ นางจึงยืนกรานที่จะไม่แสดงร่างมนุษย์
หากข่าวรั่วไหลออกไป พวกนางทุกคนจะต้องเผชิญกับหายนะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นางไม่คิดว่าฉินเทียนหรือคุนหลุนจะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับระดับจักรพรรดิ
หลังจากิอีเหลียนจากไปอีกสิบวัน เหลือเวลาอีกเพียงห้าวันจะถึงกำหนดหมื่นปีของผลิญญาศักดิ์สิทธิ์ ฉินเทียนจึงเตรียมตัวออกเดินทางไปยังอาณาจักรฉงิหนึ่งรอบ จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังป่าเสินอิ๋น
การออกเดินทางครั้งนี้ฉินเทียนพาอันเมี่ยวหลิงไปด้วย ส่วนไป๋เสี่ยวหรูไม่ยอมออกจากคุนหลุน เพราะนางกลัวว่าหากออกไปจะถูกค้นพบตัว
เมื่อมาถึงเมืองฉงิ ฉินเทียนก็แวะกลับไปดูที่บ้านก่อน
แต่ที่บ้านยังคงไม่มีใครอยู่ เขาจึงพาอันเมี่ยวหลิงเดินมุ่งหน้าไปยังทิศทางของวังหลวงในเมือง
พอเข้าสู่ตัวเมือง เขาเห็นร้านขายเสื้อผ้าิญญาที่ดูหรูหราแห่งหนึ่ง เขาจึงนึกขึ้นได้ว่าควรซื้อเสื้อผ้าให้เมี่ยวหลิงเสียหน่อย และซื้อให้ไป๋เสี่ยวหรูด้วยสักสองสามชุด
ทันทีที่ทั้งสองเดินเข้าไป ก็มีลูกจ้างร้านหญิงเดินเข้ามาต้อนรับ "ท่านทั้งสอง้าดูชุดบุรุษหรือชุดสตรีเ้าคะ?"
"ชุดสตรี ที่นี่รับแลกเปลี่ยนด้วยโอสถหรือไม่?" ฉินเทียนไม่มีเงินตราของอาณาจักรฉงิติดตัวมากนัก ดังนั้นเขาจึงเตรียมใช้โอสถในการแลกเปลี่ยนสิ่งของ
"รับเ้าค่ะ เพียงแต่ราคาอาจจะไม่สูงนัก ท่านลองดู..."
"ตกลง เ้าพาข้าไปดูเถิด!" โอสถในตัวฉินเทียนมีอยู่ค่อนข้างมาก ดังนั้นเขาจึงไม่ใส่ใจเื่ราคา
ทั้งสองเดินตามบ่าวขึ้นไปยังชั้นสอง ซึ่งทั้งหมดเป็ชุดสตรี
ที่นี่มีพื้นที่กว้างขวางมาก ในนั้นมีผู้บำเพ็ญเพียรชายสิบกว่าคนที่มาเดินเป็เพื่อนผู้บำเพ็ญเพียรหญิงซื้อเสื้อผ้าอยู่ประปราย
หลังจากฉินเทียนพาอันเมี่ยวหลิงเดินดูรอบหนึ่ง ดูเหมือนจะยังไม่มีชุดที่ถูกใจนัก อย่างน้อยก็ไม่มีชุดไหนที่ดูดีเท่ากับชุดกระโปรงสีขาวที่อันเมี่ยวหลิงสวมใส่อยู่ในตอนนี้
ลูกจ้างร้านหญิงดูออกว่าทั้งสองยังไม่พอใจ จึงกล่าวว่า "ข้าจะพาพวกท่านขึ้นไปดูที่ชั้นสาม แต่ที่ชั้นสามราคาจะค่อนข้างสูงนะเ้าคะ"
"ไปชั้นสาม" ฉินเทียนตอบ
เมื่อถึงชั้นสาม คนก็น้อยลงเหลือเพียงสามถึงห้าคน แต่การตกแต่งของชั้นสามดูหรูหรากว่าอย่างเห็นได้ชัด ภายในไม่เพียงแต่มีเสื้อผ้าชั้นนอก แต่ยังมีชุดซับในด้วย
ฉินเทียนพาอันเมี่ยวหลิงมาที่โซนชุดซับในก่อน เพื่อให้นางเลือก
เมื่อเห็นชุดซับในหลากสีสัน ใบหน้าของอันเมี่ยวหลิงก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันที นึกไม่ถึงว่าตนเองที่เป็ถึงอดีตจักรพรรดินี จะต้องมาซื้อชุดซับในกับบุรุษ ช่างน่าอายยิ่งนัก!
ลูกจ้างร้านหญิงชี้ไปยังชุดซับในตัวหนึ่งแล้วเริ่มแนะนำ
"ชุดซับในจักจั่นน้ำแข็งตัวนี้ ทอจากเส้นใยจักจั่นน้ำแข็งพันปี ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม และมีคุณสมบัติกำจัดฝุ่นในตัวเ้าค่ะ"
อันเมี่ยวหลิงพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่ต้องคิด นางเพียงอยากให้สถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนนี้จบลงโดยเร็ว
ฉินเทียนเห็นนางเขินอายไม่กล้าเลือก จึงเลือกชุดที่ตนเองชอบมาหกชุด
ของอันเมี่ยวหลิงสามชุด และของเ้าจิ้งจอกน้อยอีกสามชุด เมื่อนึกถึงภาพตอนที่พวกนางสวมใส่ในภายหลัง เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
พอเลือกชุดซับในเสร็จ ก็เริ่มเลือกเสื้อผ้าชั้นนอกต่อ หลังจากเดินดูรอบหนึ่งและเลือกมาได้สองสามชุด แต่ฉินเทียนยังรู้สึกไม่จุใจ
โดยหลักคือยังไม่เจอชุดที่ทำให้รู้สึกตะลึงได้เลย ดังนั้นฉินเทียนจึงถามว่า "มีที่ดียิ่งกว่านี้อีกหรือไม่ ข้าอยากเห็น"
ลูกจ้างร้านหญิงได้ยินดังนั้นดวงตาก็เป็ประกาย แล้วกล่าวว่า "โปรดรอสักครู่เ้าค่ะ ข้าจะไปตามผู้ดูแลร้านของพวกเรามา"
[1] มหาจักรพรรดิแห่งจงโจว