ภายในจิตใจหลงไป๋แทบจะแหลกสลายเมื่อมองไปยังประตูหินเบื้องหน้า เดิมเขาคิดว่าหากฝึกฝนได้มากพอย่อมสามารถทำลายกำแพงออกไปได้อย่างไม่ยากเย็นนักแต่แล้วแล้วสิ่งที่เจอทำให้เขาต้องผิดหวัง ในห้องลับแห่งนี้ไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับเขาอีกแล้วด้วยพลังลมปราณก่อตั้งขั้นสูงสุดของเขาได้ผลาญทรัพยากรที่เถ้าแก่กวงเก็บเอาไว้จนหมดสิ้นเสบียงที่มีก็เหลือน้อยเต็มที
“ข้ามิอาจรั้งอยู่ที่นี่ได้นานกว่านี้แล้วยังมีเื่ที่รอข้ากลับไปสะสางอีกมากมายนัก”ภาพชายชราหลงชิงซวนรวมถึงครอบครับตระกูลหลงของเขายังฉายชัดในความทรงจำเขาทอดถอนใจก่อนจะอมยิ้มน้อยๆ ฝ่ามือลูบไล้ไปที่ประตูอย่าแ่เบา มันต้องสักหนทางที่จะนำพาเขาออกไปจากที่แห่งนี้สิ
หลังจากยืนนิ่งได้สักพัก ความรู้สึกอุ่นละมุนกลับพัดผ่านกายเขาไปอย่างช้าๆนั่นเองที่ทำให้หลงไป๋ตาโตก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ
“ใช่แล้วข้าอยู่ที่แห่งนี้ตั้งเนิ่นนาน ไฉนยังมีอากาศหายใจ มันต้องมีอยู่ตรงไหนสักแห่งเป็แน่”เขาพยายามมองหาอย่างละเอียดถี่ถ้วน จนในที่สุดเขาก็ได้พบกับช่องลมเล็กๆแห่งหนึ่งเข้าหลังจากยกย้ายกองหีบไม้ไปไว้อีกมุมหนึ่งของห้องลับ
มันเป็ช่องเล็กๆขนาดกำมือเพียงเท่านั้นหลงไป๋ััไปยังบริเวณรอบๆช่องดังกล่าว ก่อนที่จะใช้นิ้วมือจ่อไว้ที่หน้าช่องลมดังกล่าวปรากฏว่ามันมีกระแสลมอุ่นๆออกมาจริงๆ แม้ว่าจะเพียงบางเบาก็ตามที เขาเก็บกระบี่พิรุณไว้ในแหวนมิติก่อนที่จะเลือกหยิบกระบี่ที่เถ้าแก่กวงเก็บรักษาไว้ให้ใช้อย่างเหลือเฟือ
“ฝึกเพลงกระบี่มาตั้งนานไม่คาดคิดว่าครั้งแรกที่นำมาใช้ จะเป็การขุดดิน หากคนในตระกูลรู้เข้ามีหวังโดนหัวเราะเยาะแน่ๆ”หลงไป๋ยิ้มก่อนตั้งท่าร่ายรำเพลงกระบี่ เขาสูดลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆจนมันนิ่งสงบในเวลาไม่นาน ตลอดระยะเวลาที่เขาฝึกฝนอยู่ภายในห้องลับแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็ความเงียบหรือความเยียบเย็นของอากาศที่ชวนสั่นสะท้าน ล้วนหล่อหล่อมให้เขากล้าแกร่งขึ้นไม่น้อยร่างกายที่เคยผอมบางกลับกำยำจนเห็นมัดกล้ามชัดเจน ทุกคนต่างมีเื่ที่ต้องทำละมิควรกระทำหลงไป๋หลับตานิ่งก่อนจะลืมตาขึ้นมาพร้อมกับปลายกระบี่ที่พุ่งทะลวงไปยังแผ่นหินเบื้องหน้า
“เพลงกระบี่พิรุณ กระบวนท่าที่ ๑พิรุณโปรยปราย!”เพียงมองกระบี่สีเงินกวัดแกว่งในขณะนี้ล้วนบ่งบอกให้เห็นถึงความชำนาญ จากการตรากตรำฝึกฝนอย่างหนักตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่ว่าท่วงท่ายามทิ่มแทงกระบี่ออกไปหรือยามตวัดกระบี่กลับมา ล้วนแล้วแต่งดงามน่าชมเต็มไปด้วยความเฉียบคมแม่นยำอย่างถึงที่สุด ก่อนหน้านี้หลงไป๋เคยคิดคิดว่าเขาแตกฉานเพลงกระบี่พิรุณแล้วจนเมื่อได้กลับมาฝึกฝนอีกครั้งจึงได้รับรู้ถึงความโง่เขลาและหยิ่งผยองของตนเองเพียงเท่านั้นจากแต่เดิมที่คิดว่าชำนาญบัดนี้ กลับพบว่าตนเองสามารถใช้เพลงกระบี่พิรุณได้จนเต็มประสิทธิภาพเพียงห้ากระบวนท่าจากเจ็ดกระบวนท่าเท่านั้น
เงากระบี่นับร้อยสาดซัดใส่ผนังดินหินผาถี่ขนัดหากแต่กลับไร้สุ่มเสียงใดใด ได้ยินเพียงเสียงหินกะเทาะออกทีละน้อย ฟังดูคลับคล้ายเสียงของสายฝนยามกัดเซาะแผ่นผาใหญ่เท่านั้น
หลงไป๋ค่อยๆทบทวนเพลงกระบี่พิรุณไปทีละท่าโดยไล่เรียงตามเคล็ดวิชากระบี่
“ยามอรุณพิรุณโปรยปรายหวานฉ่ำ
ยามค่ำดั่งคลุ้มคลั่งพิรุณซัดสาด
เบื้องบนมีเพียงสายฝนพร่างฟ้า
ใจข้าเพียรฝ่าน้ำตา์
หวังเพียงหยาดพิรุณชโลมใจ
แต่เพียงพริบตา ดั่งพิรุณเร้นเงาลับหาย
ชำแรกแทรกเข้าทรวงในแฝงพิรุณกลางใจข้าระทม”
เคล็ดวิชากระบี่พิรุณเป็บรรพชนผู้หนึ่งคิดค้นขึ้นบรรพชนท่านนี้แม้มีฝีมือด้านกระบี่ที่เป็เลิศ หากในเื่หัวใจกับไร้ซึ่งวาสนาวันหนึ่งท่ามกลางสายฝนพรำร่ายรำกระบี่ออกโดยใจระทมทุกข์ กลับปรากฏอานุภาพอย่างหน้าประหลาดด้วยหัวใจอันหม่นเศร้าร้าวรานใช้เวลาคิดค้นชั่วชีวิตจึงปรากฏเป็ เคล็ดวิชาเพลงกระบี่พิรุณประจำตระกูลหลงจนถึงปัจจุบัน
ไม่รู้ว่าเวลาผันผ่านไปเนินนานเท่าใด กระบี่ยิ่งวาดกรายยิ่งเฉียบคมยิ่งกวัดแกว่งยิ่งพลิ้วไหวรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว ผนังกำแพงดินรอบๆช่องลมถูกเจาะเข้าไปจนเจียนจะทะลุออกไปเบื้องนอกแล้ว
“สังเกตจากระแสลมที่พัดแรงขึ้นมาแสดงว่าคงใกล้จะถึงทางออกแล้วสินะ”หลงไป๋เอ่ยปากขึ้น แต่ในขณะที่เขากำลังจะกวัดแกว่งกระบี่ต่อไปนั้น กระบี่ของเขาก็ได้กระทบกับวัตถุประหลาดจนเกิดเสียงก้องกังวานใสขึ้นมาเสียก่อน
หลงไป๋ขยับกายเข้าไปดูใกล้ๆก่อนจะหยิบวัตถุประหลาดนี้ขึ้นมามันเป็หินสีดำขลับเกลี้ยงเกลาทรงกลมขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเพียงเล็กน้อยเท่านั้นหลงไป๋นำมามองดูใกล้ๆ แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรจึงนำหินสีดำเข้าไปไว้ในแหวนมิติเพราะในเมื่อมันถูกคมกระบี่เข้าไปเต็มๆ กลับไม่มีร่องรอยอะไรเกิดขึ้น ก็คงน่าจะเป็หินแร่มีค่าอยู่มิใช่น้อยจากนั้นหลงไป๋ก็ตั้งหน้าตั้งตาเจาะผนังดินต่อไป จนที่สุดความพยายามของเขาก็ประสบผลสำเร็จ!
แสงประกายส่องสว่างออกมาจากรอยกระบี่เมื่อครู่แม้เพียงเล็กน้อยแต่เขาก็ััได้ถึงอิสรภาพแล้ว เห็นดังนั้นเขาจึงระดมซัดคมกระบี่ถี่ยิบใส่กำแพงจนในที่สุดแสงสว่าง สายลม ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็ทำให้เขารู้สึกถึงความหวังของชีวิตอย่างแท้จริง
แสงแดดอาบไล้ไปทั่วร่างกำยำสมส่วนของหลงไป๋ เขาเหยียดยิ้มด้วยความสุขใจเนิ่นนานเพียงใดกันที่เขาเฝ้าฝึกฝนอยู่ในห้องลับแต่เพียงลำพังยามนี้เพียงแค่เสียงนกร่ำร้องบนกิ่งไผ่ที่แว่วเข้ามาก็ทำให้เขามีความสุขมากมายนักแต่ในขณะที่กำลังชื่นชมธรรมชาติอยู่นั้น เขาพลันได้ยินเสียงของการต่อสู้ดังขึ้นหลงไป๋คิดอยู่สักครู่ก่อนจะพลิ้วกายหายไปยังราวป่า มุ่งหน้าไปยังต้นตอของเสียงที่ได้ยิน
เร้นกายผ่านหมู่แมกไม้มาได้สักระยะ เขาหลบอยู่ภายในพุ่มไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่หนาทึบก่อนมองไปยังการต่อสู้เบื้องหน้าภาพที่เห็นเป็ชายร่างใหญ่จำนวนสี่คนซึ่งดูจากการแต่งตัวคงหนีไม่พ้นพวกโจรูเาเป็แน่พวกมันกระจายตัวอยู่ทั้งสี่ทิศ ล้อมรอบคนที่มัน้าปล้นชิงอยู่ภายในที่อยู่ตรงกลางนั้นเป็เด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลงไป๋คนหนึ่งแต่อีกคนเป็ดรุณีนางหนึ่งที่ยามนี้เกาะชายเสื้อของชายหนุ่มไว้แน่น
“พวกเ้าทำพวกข้าไว้เจ็บแสบนักบังอาจทำร้ายพี่ใหญ่จนาเ็ อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดออกไปเลย” โจรที่ดูเป็หัวหน้ากลุ่มพูดขึ้นด้วยความโกรธแค้นก่อนหน้านี้พวกเขาเพียง้าปล้นชิงสองพี่น้องที่อยู่ตรงหน้า หากมิคาดคิดว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าจะอาศัย่เวลาที่พวกเขาประมาท ทำร้ายพี่ใหญ่ของเขาจนาเ็สาหัส
“พวกโจรเช่นเ้าล้วนไม่มีผู้ใดเป็ตัวดีวันๆ คอยแต่จะปล้นชิงชาวบ้าน ที่ต้องเจอคมหอกของข้าก็สมควรแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นคิ้วทะนงดั่งคมกระบี่นั้นขมวดเกลียวสายตาจดจ้องไปยังโจรเบื้องหน้า ตัวเขาแม้มิอาจแต่ต่อสู้สังหารพวกมันได้หากแต่้าหลบหนีกลับหาได้ยากเย็น เพียงแต่เมื่อมองไปยังน้องสาวที่อยู่ด้านข้างแล้วเขาจำใจกัดฟันประจันหน้ากับโจรกลุ่มนี้เท่านั้น
“ปากดีนัก วันนี้พวกข้าจะสับเ้าให้เป็หมื่นๆชิ้น” พูดจบกลุ่มโจรก็ตามกระโจนเข้าใส่สองคนพี่น้อง ระดมวาดคมดาบใส่ทั้งสองคนอย่างไม่หยุดยั้งชายหนุ่มกระชับหอกในมือแน่นก่อนจะควงปัดป้องอาวุธเ่าั้ออกไป ทำให้พวกโจรที่เดิมทีคิดปิดบัญชีเืครั้งนี้ถึงกับเหงื่อตกทันใดนั้นเองเสียงที่ชายหนุ่มไม่อยากได้ยินก็ดังขึ้นเมื่อโจรผู้หนึ่งร้องะโบอกกลุ่มของมันพร้อมกับเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ดั่งสุนัขจิ้งจอกว่า
“อย่าไปสนใจไอ้เด็กหนุ่มนั่นพวกเ้าเพียงมุ่งสังหารแม่นางคนนั้นก็พอ ฮ่าๆๆๆๆ”
“แต่พี่รอง เด็กคนนั้นข้าจองแล้วนะ”เสียงที่เต็มไปด้วยความเสียดายที่จะต้องอดลิ้มลองรสชาติของอิสตรีของโจรอีกคนดังขึ้นมาสายตาที่ตอนนี้แม้จะฉายแววอ้อนวอนแต่ก็เต็มไปด้วยราคะอย่างแจ่มชัด
“อย่าพูดมาก! ทำตามที่ข้าสั่งไม่เช่นนั้นหากพี่ใหญ่หายดีข้าจะให้พี่ใหญ่ลงโทษเ้าโทษฐานขัดคำสั่ง”โจรราคะได้แต่ถอนหายใจอย่างเสียดายก่อนที่ตวัดดาบไปยังร่างของดรุณี
แต่มีหรือที่ชายหนุ่มจะยินยอม เขาทั้งเคียดแค้นชิงชังทั้งก่นด่าและเสียใจต่อความโง่เขลาอ่อนแอของเขาอีกทั้งเมื่อได้ยินเสียงที่เหล่าโจรพูดประหนึ่งไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาทั้งวาจาที่เหยียบย่ำศักดิ์ของน้องสาวตนดั่งว่านางเป็หญิงคณิกาโคมเขียวทำให้เขาเดือดดาลเป็อย่างมาก
“เ้าพวกตัวบัดซบ! ข้าจะฆ่าพวกเ้าให้หมด” ชายหนุ่มกวัดแกว่งหอกยาวในมือด้วยความรวดเร็วรุนแรงแต่ครั้งนี้กลับแตกต่างเมื่อเป้าของพวกโจรกลับเป็น้องสาวของเขาหาใช่เขาไม่!
หลังจากที่คอยปัดป้องคมอาวุธให้กับน้องสาวของตนได้เพียงไม่กี่อึดใจร่างของชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยาแน้อยใหญ่จากคมดาบ ใบหน้าของเขานั้นซีดเซียวจากอาการขาดเืเม็ดเหงื่อผุดโผล่ขึ้นเต็มใบหน้า เขาได้แต่เสียใจ วาระสุดท้ายของเขาคงมาถึงแล้วท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของเหล่าโจรสายตาที่จับจ้องมายังพวกมันสองพี่น้องมีแต่ความเหยียดหยาม
ชายหนุ่มมองไปยังร่างของน้องสาวที่บัดนี้ตัวสั่นประหนึ่งลูกนกกลางสายฝนและแล้วคมดาบที่โจมตีมาอย่างรวดเร็วโดยมีเป้าหมายคือน้องสาวของเขาก็รวดเร็วเกินกว่าที่จะปัดป้องใดใดชายหนุ่มถลันตัวเข้าไปบังคมดาบอย่างไม่ลังเล เืนั้นสาดทะลักออกจากาแเสียงร่ำไห้ของผู้เป็น้องสาวดังขึ้นท่ามกลางวงล้อม
“ไม่!!! พี่ใหญ่อย่าทิ้งข้าไป” ร่างดรุณีนั้นสั่นระริกด้วยความเ็ปใจยามมองไปยังร่างของพี่ชายที่กำลังยืดหยัดปกป้องนางเอาไว้เบื้องหน้า
“ฮ่าๆๆๆๆๆพี่รองข้าว่าจับนางกลับไปหุบเขาราชสีห์ดีกว่า นายท่านจะต้องตบรางวัลให้อย่างแน่นอน”กลุ่มโจรพอได้ยินดังนั้นต่างอมยิ้มหัวเราะพลางพยักหน้าเห็นด้วย
“ดี! งานนี้นายท่านจะต้องตบรางวัลให้เราอย่างแน่นอน”ในขณะที่พวกโจรกำลังตวัดดาบหวังปลิดชีพชายหนุ่มนั้น พวกมันไม่ได้รับรู้เลยว่าใครบางคนกำลังจ้องมองไปยังพวกมันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยรังสีสังหาร เดิมทีหลงไป๋ตั้งใจว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่ตรงหน้าลำพังปัญหาของเขาที่ต้องสะสางก็มากเกินพอแล้วแต่เมื่อได้ยินว่าโจรพวกนี้มาจากหุบเขาราชสีห์ เขาไม่เพียงต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวเท่านั้นหากยังต้องกระทำจนถึงที่สุดอีกด้วย
“พวกเ้ารู้หรือไม่...ว่าคำพูดเพียงไม่กี่คำก็สามารถทำให้ผู้คนตกตาย”หลงไป๋ก้าวเดินออกไปจากพุ่มไม้ท่ามกลางสายตาของคนทั้งหก