
ต้มข่าไก่ (1)
ร่างสูงปรายสายตาดุมองอีกคนที่ตอนนี้นั่งหงอหางลู่คอตกเหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายอยู่บนใบหน้าแดงระเรื่อ ที่ตอนนี้นั่งสะอื้นอยู่เล็กน้อยพร้อมกับปากเล็กบวมจากความเผ็ดแนบอยู่ที่กระบอกน้ำเต้าหู้กระบอกที่สามตลอดเวลา
ก็สมน้ำหน้าอยู่หรอก แต่ก็สงสารด้วย
ทำตัวเองทั้งนั้น รู้ว่าเผ็ดั้แ่คำแรกยังกินเข้าไปอีกหลายคำ
พ่อครัวใหญ่ส่ายหัวให้อีกคนที่ตอนนี้นั่งรับผลกรรมจากความเผ็ด ลุกขึ้นไปที่หน้าเตา ก่อนจะเดินไปหยิบสมุนไพรต่างๆ สำหรับต้มบรรเทาอาการปวดท้อง ที่อีกไม่นานคงสำแดงเดชกับเ้าตัวตะกละแน่ๆ
มือใหญ่หยิบจับสมุนไพรอย่างชำนาญปรุงยาด้วยสูตรของตัวเองให้ออกหวานเล็กน้อยรวมถึงใช้สมุนไพรราคาแพงพิเศษเพื่อดับกลิ่นยาให้กลายเป็กลิ่นหอมน่ากิน
หลังจากที่เขาคว้าจับตัวอีกคนที่ไม่รู้จะวิ่งวนรอบโต๊ะทำไม ในเมื่อก็รู้อยู่ว่ามันช่วยบรรเทาความเผ็ดไม่ได้ กลับมานั่งที่เก้าอี้ตามเดิมก่อนจะยื่นน้ำเต้าหู้ที่ต้มเอาไว้ใส่เครื่องเคียงเป็ผลท้อชิ้นเล็กเชื่อมแบบหวานเพื่อลดอาการเผ็ดของคนตัวเล็ก
พอได้นมไปก็ดื่มอึกใหญ่อย่างไร้อากับกิริยามารยาทงดงามของเกอชั้นสูง ร่างสูงไม่รู้ว่าตัวเองส่ายหน้าอ่อนใจให้กับพฤติกรรมหย่อนยานมารยาทของคนตรงหน้าไปกี่สิบรอบแล้ว
ไม่รู้ตัวเลยว่าความอ่อนใจที่มีต่อเกอตัวเล็กนั้นมีความเอ็นดูเจืออยู่ให้กับน้องชายของเพื่อนสนิทคนนี้อย่างที่ไม่เคยมีให้ใครมาก่อน
ร่างสูงคนยาในหม้อต้มอย่างใช้ความคิด ตอนที่จับเกออยู่ไม่สุขมานั่ง เขาััได้ถึงชีพจรอ่อนแอของร่างบาง ไอความเย็นยังคงมีอยู่เยอะจนน่าสงสัยว่ายาที่หมอหลวงให้กินไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอหรือว่าอีกคนดื้อไม่ยอมกินยากันแน่ แต่ให้เดาคงน่าจะเป็อย่างหลังมากกว่า
จวิ้นอ๋องโจวไท่ิเทียนโอรสองค์เดียวของท่านอ๋องโจวไท่ิหยางมีความสามารถอีกหนึ่งอย่างนอกจากการทำอาหารรสเลิศแล้วก็คือการปรุงยารสขมออกมาได้น่ากินนี่แหล่ะ
ย้อนความไปเมื่อห้าปีก่อน เสด็จแม่ของโจวไท่ิเทียนป่วยจากภาวะมดลูกเย็น ต้องกินยาวันละหลายเทียบจากหมอหลวงเสมอ แต่เพราะยามีรสขมและมีกลิ่นชวนคลื่นไส้จนเพียงได้กลิ่นเสด็จแม่ก็อาเจียนอาหารที่ทานไปจนหมด ความอยากอาหารลดลงจนวรกายบางซูบผอม จนท่านอ๋องและพระโอรสใจร้อนรนไปหมด กลัวอาการของผู้เป็ที่รักจะทรุดลงมากกว่าเดิม
สุดท้ายจวิ้นอ๋องเลยตัดสินใจเข้าเฝ้าเสด็จลุงเพื่อขอร่ำเรียนการปรุงยาและสมุนไพรทั้งหลายจากหมอหลวง รวมถึงขอตัวพ่อครัวหลวงมาสอนทำอาหารให้ตนที่จวนอ๋อง
ด้วยความสามารถทางการเรียนรู้อย่างรวดเร็วใช้เวลาไม่ถึงครึ่งปี จวิ้นอ๋องได้เรียนรู้ศาสตร์ทางการแพทย์และการทำอาหารจนล้ำหน้าผู้เป็อาจารย์ไปแล้ว อีกทั้งยังสามารถดัดแปลงปรับปรุงสูตรยาและอาหารให้น่ากินและอร่อยกว่าเดิม จนสามารถทำให้พระชายาของจวนอ๋องหายป่วยหลังเสวยยาและอาหารฝีมือของพระโอรสเพียงในเวลาไม่กี่เดือน
กลับมาที่ห้องพ่อครัวใหญ่ในเหลาอาหารอี๋นั่ว
มือหนาเทยาในหม้อลงชามกระเบื้องเคลือบก่อนจะยกไปตรงหน้าคนที่ยังสูดน้ำมูกฟึดฟัด นั่งอมน้ำเต้าหู้ในปาก ดวงตาคู่สวยวาวด้วยน้ำตาช้อนมองพ่อครัวสุดหล่อของตัวเองตาปริบๆ ก่อนจะมองไปยังชามที่มีน้ำดำๆ กลิ่นหอมๆ ตรงหน้าด้วยสายตางุนงง
ไอน้ำสีดำๆ ในชามนั่นมันอะไรน่ะ ยาหรอ แต่ไม่น่าใช่นะ เป็พ่อครัวปรุงยาได้ด้วยหรอ แถมกลิ่นยังหอมมากๆ อีกด้วย
ร่างสูงถอนหายใจมองสภาพมอมแมมหลุดรุ่ยมากกว่าเดิมของคนตรงหน้า หยิบผ้าเช็ดหน้าจากอกเสื้อของตนแล้วนำไปชุบน้ำบิดพอหมาด ยื่นให้อีกคนจัดการเช็ดหน้าตัวเองที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและเหงื่อ
เกอคนงามส่งยิ้มจืดเจื่อนให้อีกคน ก่อนจะรีบนำผ้าชื้นน้ำมีกลิ่นหอม เช็ดใบหน้ามอมแมมของตนให้สะอาด ก่อนเจอเผลอยื่นผ้าใช้แล้วให้อีกคนแต่รีบดึงกลับมาใส่ไว้ในแขนเสื้อของตัวเองแทน
จะได้มีข้ออ้างมาหาพ่อครัวหน้าดุคนนี้อีกยังไงล่ะ ฮี่ๆ
อี้เฟิงยังเสียดายไม่หายที่กินผัดเต้าหู้เสฉวนไปได้เพียงไม่กี่คำเท่านั้น ยังไม่ทันหายอยากเลย ฮืออ
คงต้องเริ่มฝึกกินจากเผ็ดน้อยๆ ก่อนแล้วค่อยเพิ่มระดับขึ้นไปซินะ
มือเล็กลูบท้องป่องๆ ที่เต็มไปด้วยน้ำเต้าหู้ใส่ผลลูกท้อแสนอร่อย กินไปสามแก้วจุกๆ เลยจ้า แต่อาการเผ็ดชายังคงเหลืออยู่ในปากนิดหน่อย
คิ้วเรียวสวยขมวดเล็กน้อย เมื่อรู้สึกถึงอาการปวดท้องที่ตีตื้นขึ้นมา ฮืออ เพราะกินของเผ็ดตอนไม่มีของกินรองท้องแน่ๆ
ปากบวมแดงเบะลงก่อนช้อนตามองคนที่นั่งอยู่ด้านข้างเหมือน้าฟ้อง นิ้วเล็กจิ้มท้องบางของตนเองสองสามครั้งก่อนก่อนจะย่นหน้าเป็เชิงบอกอีกคนว่าตอนนี้ท้องน้อยๆ นี้กำลังรู้สึกไม่สบาย
เสียงถอนหายใจจากคนตัวใหญ่เป็ครั้งที่นับไม่ได้ ก่อนมือหนาจะเอาช้อนคนยาในถ้วยเบาๆ ตักขึ้นมาเป่าสองสามครั้งแล้วยกขึ้นจ่อปากให้อีกคนรีบกิน
"นี่คือยาแก้ปวดท้อง รีบๆ กินก่อนจะเย็น"แก้วตาสวยเบิกกว้างมองช้อนตรงหน้าอย่างขยาด
อี้เฟิงเกลียดยาของยุคจีนโบราณมากที่สุด! อยากได้ยากระต่ายบินแสนอร่อยคืนมาาา
ถึงยาตรงหน้าจะมีกลิ่นหอมก็เถอะ แต่อี้เฟิงเชื่อว่า รสชาติต้องรับไม่ได้ยิ่งกว่าน้ำคลองแสนแสบในชาติก่อนแน่ๆ! รสชาติที่ลืมไม่เคยลง ตอนนั่งเรือแล้วมันกระเด็นเข้าปาก
แหยะ! แค่คิดถึงก็จะอาเจียนแล้ว
ใบหน้าสวยส่ายหน้างอง้ำใส่เ้าของยาตรงหน้าทันที สองมือเล็กยกขึ้นกอดอกแสดงอาการปฏิเสธยาตรงหน้า
ข้า ไม่ กิน!
ปากเล็กอ้าออกพูดทีละคำช้าๆ บอกคนตรงหน้า ถึงจะไม่มีเสียงออกมาก็เถอะ
"เ้าต้องกินไม่งั้นจะปวดท้องทรมาณยิ่งกว่านี้ กินของเผ็ดไม่ได้แล้วยังจะมานะกินเข้าไปอีก ยาชามนี้ไม่ขม ข้าชิมดูแล้ว" เสียงดุเอ่ยขึ้นก่อนเอาจะยื่นช้อนจนชิดริมฝีปากเจ่อเป็เชิงบังคับให้อ้าปากก่อนจะต้องให้ลงแรงยัด
ปากปางเม้มแน่นอย่างขัดใจ ทำไมต้องมานั่งจ่อป้อนแบบนี้ด้วยนะ ถามว่ามันฟินไหม มีผู้ชายหล่อๆ มาป้อนยาแบบนี้ บอกเลยว่าฟินมาก!! แต่ดันเป็ยาที่ดูแล้วต้องขมปี๋น่าเอาไปทิ้งนี่ ตอนอยู่ที่จวนกลั้นใจกินไปได้แค่ช้อนเดียวก็ต้องแอบอาจิงเอายาไปเททิ้ง
"อื้อออ" เสียงเล็กครางในลำคออย่างน่าสงสารเมื่ออาการปวดท้องกำเริบขึ้นอีกครั้ง
มองสายตาบังคับของอีกคนก็ยอมอ้าปากรับยาแต่โดยดี ดวงตาหยีลงรอรับความขมจากตัวยาแต่ก็ต้องเบิกกว้างขึ้นมองยาในชามอย่างไม่เชื่อสายตาเพราะรสชาติอร่อยมาก!!
เหมือนกินชาหวานนิดๆ แบบชาดำใส่น้ำเชื่อมที่ไทยเลยแฮะ
ปากสวยแย้มรอยยิ้มเต็มใบหน้าจนเห็นลักยิ้มเล็กๆ น่ารัก แววตาออดอ้อนเว้าวอนขอกินอีกพุ่งกระแทกเข้าสู่หัวใจคนตัวหนาจนเกือบทำช้อนหลุดมือ
ปลายหูใต้เรือนผมสีเข้มที่รวมมัดไว้ด้านหลังร้อนจัดจนขึ้นสีแดง มือที่สั่นนิดๆ ตักยาป้อนให้ลูกนกที่อ้าปากรอกินของอร่อยต่อเนื่องจนหมด
เสียงหัวใจที่เต้นแรงกระหน่ำ สำหรับคนธรรมดาอาจไม่ได้ยิน แต่สำหรับคนมีวรยุทธ์แล้วได้ยินชัดเจน ดวงตาสีเข้มเผลอเลื่อนไปสบกับต้าหวังต้าลู่คนสนิทมือขวามือซ้ายตรงประตูห้องครัว คงจะมาสังเกตผู้เป็นายเพราะเสียงหัวใจที่ดังจนผิดสังเกต แต่สายตาว่องไวของทั้งคู่เห็นปลายหูขึ้นสีแดงกับดวงตาขวางที่มองมาก็รีบหลบหนีไปทันที
คนจีบกันหมาโสดอย่างพวกเขาก็ควรถอย
แต่คนนึงก็นายท่าน อีกคนก็น้องชายสุดหวงของนายท่านรอง
อืม ปล่อยให้เป็เื่ของอนาคตละกัน ....
มือซ้ายมือขวาหันมาสบตากันอย่างมีเลศนัยก่อนจะแยกย้ายไปเฝ้ายังที่ประจำของตนเองในเหลาอาหาร
"ข้าบอกแล้วว่าไม่ขม"
"อื้อๆๆ" พยักหน้าเห็นด้วยจนผมยุ่งกว่าเดิม
"หายปวดท้องรึยัง"
"อ้ะ อื้อๆๆ" ร่างเล็กทำหน้านึกขึ้นได้ ก่อนจะเอามือขาวลูบที่ท้องบางชักนำสายตาร่างสูงจนอดนึกถึงััที่เคยได้รับไม่ได้
ประกายตาล้ำลึกฉายชัดก่อนจะเลือนหายไป ใบหน้าคมพยักหน้ารับเมื่อร่างเล็กพยักหน้าเป็สัญญาณบอกว่า อาการปวดท้องที่มีหายไปแล้ว
ตุบ ตุบ
เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยของเพื่อนสนิทดังเข้ามาใกล้อย่างเร่งร้อน ก่อนที่เ้าของฝีเท้าจะโผล่มาทั้งตัวแล้วโผเข้าหาเกอน้องรักพร้อมหมุนตัวร่างเล็กสำรวจว่าาเ็ที่ใดหรือไม่อย่างกังวลจนคนที่เพิ่งหายจากอาการปวดท้อง มึนหัวจนอยากจะอาเจียนซักรอบ
"เฟิงเอ๋อร์! ทำไมเ้าถึงออกมาอยู่นอกจวนได้ แล้วเหตุใดเนื้อตัวจึงมอมแมมเช่นนี้ มีใครทำร้ายเ้าหรือไม่ หรือมีคนลักพาตัวเ้าออกมาข้างนอก!"
"อื้อๆๆ" ใบหน้าสวยส่ายหน้ารัวให้พี่ชาย เพื่อบอกว่าตนไม่ได้าเ็ ก็อยากอธิบายมากกว่านี้นะ แต่พูดไม่ได้ไง เลยแต่ส่งสายตาหาพ่อครัวคนเก่งที่แม้แต่ยาก็ยังทำออกมาได้อร่อยเพื่อขอความช่วยเหลือ
แยกพี่ชายตัวั์ออกไปทีเวียนหัวจะอ้วกแล้วววว
คนยศใหญ่ที่สุดในห้องเมื่อเห็นสายตาขอร้องจากอีกคน ก็เข้าไปลากเพื่อนตัวหนาออกมาจากน้องชายแล้วบอกให้ใจเย็นๆ
"อี้เวย เ้าเลิกหมุนน้องเ้าไปมาได้แล้ว ก่อนน้องเ้าจะอาเจียนในห้องครัวข้า แล้วเ้าถามรัวขนาดนั้น น้องเ้าจะตอบเ้าได้อย่างไร"
ร่างสูงของคนเป็พี่ชายหันไปมองน้องชายตัวเองทีมองเพื่อนสนิทควบตำแหน่งเ้านายทีตาปริบๆ
ทำไมเขารู้สึกว่าตำแหน่งพี่ชายกำลังสั่นคลอนแค่เพราะคำพูดยาวๆ จากเพื่อนตัวสูงของตนกัน
"พี่ขอโทษนะเฟิงเอ๋อร์ พี่เป็ห่วงเ้ามากเกินไปหน่อย เ้าไม่เคยออกมานอกจวนคนเดียวแบบนี้ ทุกคนในจวนเป็ห่วงเ้ามาก ตามหาเ้าจนจะพลิกจวนแล้ว ดีที่เพื่อนพี่ส่งคนมาบอกว่าเ้าอยู่ที่นี่ ไม่อย่างนั้นท่านแม่กับท่านย่าคงเป็ลมไปซะก่อน"
ดวงตาสีน้ำตาลสวยเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่คิดตื้นๆ อย่างการหนีออกมานอกจวนคนเดียว ลอบหันไปมองคนที่พี่ชายบอกว่าเป็เพื่อนของตนอย่างขอบคุณอย่างซึ้งใจแวบนึง เห็นวุ่นอยู่แต่กับเตากระทะร้อนไปส่งข่าวให้คนไปบอกพี่ชายเขาตอนไหนกัน หรือจะนกพิราบหรือเปล่านะในนิยายจีนโบราณแบบนี้น่ะ
ร่างเล็กเลิกคิดฟุ่งซ่านก่อนจะเดินเข้าไปกอดแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของคนพี่อย่างออดอ้อน เมื่อมาอยู่ในร่างที่ไม่สามารถพูดได้ สิ่งที่ทำให้สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้นอกจากการเขียนง่อยๆ ของตนก็คือท่าทาง แววตาและการแสดงสีหน้านี่แหละ
น้ำใสไหลคลออยู่รอบดวงตาอย่างรู้สึกผิด แขนเล็กกอดพี่ชายแน่น หัวทุยยุ่งเหยิงถูกับไหล่หนาของพี่ชาย ปากเจ่อเม้มปากเล็กน้อยอย่างกังวล ถ้าทุกคนรู้ว่าเขาวางแผนทุกอย่างทำให้ทุกคนเดือดร้อนเพื่อหนีออกมากินของชอบจะทำให้ทุกคนโกรธเคืองและไม่รักกันอีกต่อไปรึเปล่านะ
พี่ชายที่แพ้ทางน้องทุกอย่างพอเห็นท่าทางออดอ้อนรู้สึกผิดก็พอเดาเื่ราวต่างๆ ได้ น้องชายคนนี้หลังฟื้นขึ้นมาเมื่อสองสัปดาห์ก่อนก็ซุกซนอยู่ในเรือนไม่หยุดนิ่ง นี่คงจะเบื่อจวนที่มีแต่บ่าวไพร่คอยดูแลทุกฝีก้าวจนหนีออกมาเองมากกว่า แต่จากที่สำรวจร่างกายไม่พบาแแสดงว่าไม่เจอเหตุร้ายอะไร นี่เป็สัญญาณเตือนให้เขาและคนในตระกูลรับรู้ว่าความซุกซนของคุณชายน้อยมีมากกว่าที่ทุกคนคิด
คงต้องจัดหาองครักษ์ไว้คอยดูแลแล้วล่ะ
คุณชายน้อยผู้ซุกซนเห็นพี่ชายคนรองนิ่งเงียบไม่เข้ามาโอ๋ตนอย่างเคยก็พาลร้อนใจและใจหายกว่าเดิม จนน้ำตาที่คลออยู่ตอนแรกไหลหยดจนซึมเข้ากับเนื้อผ้าบริเวณต้นแขนหนา ให้คนพี่สะดุ้งออกจากแผนการในอนาคต หันมาเจอน้องชายที่รักซบหน้ากับไหล่สะอึกสะอื้นร้องไห้จนร่างบางสั่นระริก ร้อนให้คนพี่คว้าน้องมากอดพูดปลอบประโลมเสียงนุ่ม
"โอ๋ๆ เ้าอย่าร้องสิเฟิงเอ๋อร์ พี่ไม่โกรธเ้าหรอก คนที่จวนก็ไม่มีใครโกรธเ้าทั้งนั้น เพียงแค่เป็ห่วงว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับเ้าอีก แค่สองครั้งก็เพียงพอแล้วในชีวิตนี้ของพวกเราที่เห็นเ้าล้มหมอนนอนไม่ได้สติเช่นนั้น อย่าร้องไห้เลยคนดี"
"ฮึก ฮือออ อึก ฮึก " ร่างเล็กร้องโฮออกมาจนสุดเสียง เมื่อในที่สุดคนพี่ก็กอดโอ๋ตนเช่นเดิม
เขายังเป็ที่รักของครอบครัวอยู่...
ทุกคนยังรักเขาอยู่...
ทุกคนที่นี่ไม่มีใครเกลียดเขา...
อี้เฟิง พายอิจฉาอี้เฟิงจัง...
พายสัญญา พาย อึก พายจะดูแลทุกคนแทนอี้เฟิงเอง
พายจะรักทุกคนแทนอี้เฟิงให้เองนะ...
...ขอบคุณ...
พระพายคล้ายได้ยินเสียงหวานดังขึ้นอยู่ในหัว หัวใจดวงเล็กรู้สึกอุ่นวาบขึ้น ก่อนจะผลอยหลับไปเนื่องจากผ่านเื่หนักหนามาทั้งวัน อีกทั้งยังร้องไห้โฮไปครั้งใหญ่อีก
แขนแกร่งของผู้เป็พี่รวบกอดร่างของน้องชายแน่นเมื่อคนที่ตัวเองกำลังลูบหัวลูบหลังปลอบใจร้องไห้สุดเสียงเท่าที่ลำคอเล็กจะเปล่งออกมาได้ จนทำบุรุษตัวใหญ่สองคนใและเป็กังวล ร่างเล็กทิ้งน้ำหนักทั้งหมดใส่พี่ชายหลังหมดแรงจนเข้าสู้ห่วงนิทราทั้งที่ยังสะอื้นตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดพี่รอง
"หลับไปแล้ว" คนเป็พี่รวบน้องชายขึ้นอุ้มในท่าที่สบายกับคนตัวเล็กก่อนจะหันไปบอกเพื่อนสนิทที่มองมาทางนี้อย่างกังวล
"อืม คงจะเหนื่อยมาก เ้าพาน้องเ้ากลับไปพักเถอะ อีกเดี๋ยวข้าจะให้ต้าลู่นำยาที่ข้าจัดให้ใหม่ไปให้น้องเ้ากิน ที่ร่างกายยังอ่อนแรงถึงเพียงนี้น่าจะเพราะแอบเทยาขมๆ ที่พวกหมอหลวงจัดให้เป็แน่"
"ขอบใจเ้ามากนะิเทียน ทั้งเื่ที่ดูแลน้องข้าและเื่ยาด้วย"
"น้องเ้าก็เหมือนน้องข้า รู้จักกันมาทั้งชีวิตยังจะเกรงใจอะไรกันอีก รีบพาน้องเ้ากลับเถอะ"
"ยังไงก็ต้องขอบคุณเ้าอีกครั้ง แล้วข้าจะพาเ้าจอมซนนี่มาขอบคุณเ้าอีกที"
"อืม" โจวไท่ิเทียนมองส่งเพื่อนสนิทอุ้มร่างของน้องชายออกทางหลังเหลาอาหารเพื่อขึ้นรถม้าที่รอรับกลับจวนตระกูลหยาง
เสียงสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารของเกอจอมซนยังดังก้องอยู่ในหัวจนพาให้หัวใจที่ด้านชามาตลอดปวดหนึบ
เหตุใดเ้าตัวป่วนนั่นถึงได้ร้องไห้หนักถึงเพียงนี้กันนะ
สองมือกำแน่นจนเห็นเส้นเืเด่นชัดยามที่เห็นอีกคนร้องไห้สุดเสียงจนหน้าแดงก่ำอยู่ในอ้อมกอดพี่ชาย จังหวะนั้นขาแกร่งเกือบขยับเข้าแทนที่พี่ชายของคนตัวเล็ก อยากเป็ฝ่ายโอบกอดปลอบโยนอีกคน ทั้งที่ไม่มีสิทธ์...
…………………………………………......…....
ขอบคุณภาพประกอบ https://www.fit-d.com/food/view/NTkx/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%A0%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88%20%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88
แฮะ ตอนนี้ต้าวพายจะเศร้าๆ นิดนึงง ทุกคนอาจจะเห็นว่าั้แ่ภายมาอยู่ในร่างอี้เฟิง น้องจะดูซุกซนสดใส ร่าเริงและป่วนจวนไปทั่ว แบบทำเต็มที่ในสิ่งอยากทำ แต่ใจลึกๆ น้องก็กลัวเสมอว่าทุกคนในตอนนี้จะเลิกรักพระพาย หรือมองว่าพระพายเป็ตัวปัญหา หลังจากนี้น้องจะไม่ซนแบบฉายเดี่ยวแล้วค่า เพราะระลึกได้เสมอว่าทุกคนเป็ห่วง จะซนแบบพ่วงคนดูแลไปด้วยทุกครั้ง อ๊ะๆๆ แต่ยังไม่บอกว่าคนดูแลเป็ใคร 55555