บ่ายของวันเดินทาง ท้องฟ้าถูกห่มด้วยหมอกสีเงิน รถม้าสีเข้มของเลดี้แอนน์ลดความเร็วขณะไต่ถนนลูกรังที่คดเคี้ยวผ่านป่าโอ๊กเก่าแก่ กลิ่นดินชื้นหลังฝนเมื่อคืนลอยคลุ้งเข้ามาตามช่องหน้าต่างเล็ก ๆ
“ดูสิพี่โดโรธี…ปราสาทนั่น! งดงามเหลือเกิน…” ไอวี่เอ่ยเสียงตื่นเต้น ชี้ไปยังซุ้มประตูสูงที่ประดับลวดลายเถาไอวี่ซับซ้อน ประตูเหล็กค่อย ๆ ถูกเปิดออกช้า ๆ รถม้าแล่นผ่านประตูเหล็กสูงเผยให้เห็นคฤหาสน์แบล็ควูดปรากฏท่ามกลางม่านหมอก
คฤหาสน์แบล็ควูดตั้งตระหง่านด้วยหินปูนสีเทาเข้ม หอคอยแหลมแหวกหมอกขึ้นสู่ฟ้าสลัว ซุ้มหน้าต่างโค้งแคบทอดเป็จังหวะตามสถาปัตยกรรมกอธิกที่งามและเยือกเย็น ลานกว้างปูกรวดขาวนำสายตาไปสู่บันไดหินอ่อนที่เชื่อมกับประตูไม้โอ๊กขนาดใหญ่
เมื่อรถม้าจอดสนิทตรงบันไดหินอ่อน เลดี้มาร์กาเร็ต แบล็ควูด ก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มสง่างาม ในชุดผ้าไหมสีงาช้างเรียบหรู ข้างกายของเธอคือ พลเรือเอก เฮนรี ล็อกฮาร์ต คู่หมั้นของเธอก้าวออกมาต้อนรับ ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาสีเทาเย็นลึกจนจับใจ
“ข้าเป็เกียรติอย่างยิ่งที่พวกท่านมาถึงก่อนงานเลี้ยง” เลดี้มาร์กาเร็ตเอ่ย พลางจับมือเลดี้แอนน์ด้วยความสนิทสนม “หวังว่าการเดินทางไม่ทรมานท่านจนเกินไป”
“เรามาถึงโดยสวัสดิภาพ” เลดี้แอนน์ยิ้มชื่น “ที่นี่ช่างงดงามสมคำร่ำลือจริง ๆ”
เฮนรีโค้งศีรษะให้สองสาว “สองวันก่อนงานเลี้ยง—เป็เวลาที่เหมาะแก่การพักผ่อนและทำความคุ้นเคยกับคฤหาสน์แห่งนี้ หาก้าชมสวนหรือ้าห้องดนตรี ข้าสามารถให้คนจัดการให้ได้”
ไอวี่เงยหน้าขึ้น ดวงตาเปล่งประกาย “ห้องดนตรีหรือคะ? ข้าชอบเล่นเปียโน”
โดโรธีเพียงย่อกายตามมารยาท แต่สายตาเหลือบสำรวจเฮนรีอย่างเงียบ ๆ ใต้แววตาสุภาพนั้นเหมือนซ่อนบางสิ่งไว้—อาจเป็เพียงสัญชาตญาณ หรือเธอกำลังคิดมากเกินไปก็เป็ได้
ในจังหวะนั้น ลอร์ดวิลเลียม ก้าวลงมาจากขั้นบันไดหินสูง รูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม ผมสีเข้มถูกเซ็ตเรียบอย่างพิถีพิถัน ใบหน้าคมชัด ดวงตาสีน้ำตาลเข้มแฝงแววขี้เล่น “เลดี้แอนน์…โดโรธี…และคงไม่ผิดนักหากข้าจะกล่าวว่านี่คือ ไอวี่ผู้รักดนตรี ใช่ไหมครับ?”
ไอวี่กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนตอบเสียงอาย “ใช่แล้วค่ะ”
วิลเลี่ยมยิ้มอ่อน “ยินดีที่ได้รู้จัก ผมได้ยินว่าคุณเล่นเปียโนไพเราะ หวังว่าจะได้ฟังบทเพลงของคุณคืนนี้”
ไอวี่แก้มแดงเรื่อทันที “ยินดีค่ะ”
เขายิ้มอีกครั้ง — คราวนี้กว้างขึ้น แต่มีบางสิ่งในแววตาของเขาที่ทำให้ โดโรธีซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ รู้สึกระแวงโดยไร้เหตุผล ราวกับรอยยิ้มนั้นถูกสร้างขึ้นมาอย่างจงใจมากเกินไป
โดโรธียิ้มมุมปาก พูดเสียงเรียบ “ระวังไว้เถอะ ลอร์ดวิลเลียม…หากท่านชมฝีมือเปียโนของไอวี่มากเกินไป ชั้นเกรงว่าท่านจะถูกบังคับให้ฟังเพลงซ้ำไปทั้งคืน”
วิลเลียมหัวเราะเบา ๆ “อา…บางที การได้ฟังสิ่งเดิมซ้ำ ๆ ก็ช่วยให้เราจำท่วงทำนองได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
ไอวี่หลุบตาลงซ่อนรอยยิ้ม ดวงแก้มยังแดงเรื่อไม่จางลง เสียงหัวเราะเบา ๆ ของวิลเลียมและไอวี่คลี่คลายบรรยากาศในโถงใหญ่ที่เคร่งขรึม ให้กลับมีชีวิตชีวาและอบอุ่นขึ้นทันที
เสียงหัวเราะเบา ๆ ของวิลเลียมและไอวี่ช่วยคลายบรรยากาศในโถงใหญ่ แต่สำหรับโดโรธี ความรู้สึกระแวงบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นโดยที่เธอไม่อาจอธิบายได้
เมื่อก้าวเข้าสู่โถงใหญ่ เสาหินอ่อนสีงาช้างเรียงรายรองรับเพดานโค้งสูง ประดับด้วยคานแกะลายเถาองุ่น โคมระย้าคริสตัลกระทบแสงเย็นระยิบระยับ พรมเปอร์เซียทอดยาวจากบันไดสู่ปลายโถง อบอวนด้วยกลิ่นดอกกุหลาบแห้ง ทำให้บรรยากาศทั้งหรูหราและเยือกเย็น
“ขอให้ถือคฤหาสน์นี้เสมือนบ้านของท่าน” เลดี้มาร์กาเร็ตพาเดินผ่านโถงทางเดิน โดโรธีสังเกตภาพสีน้ำมันขนาดใหญ่—สตรีวัยกลางคนในชุดขาวนวล สวมสร้อยไข่มุกเส้นเล็ก ดวงตาเขียวอ่อนทอดมองคนดูด้วยแววเศร้า ใต้ภาพมีอักษรเล็ก ๆ เขียนว่า:
Lady Catherine Blackwood, 1794
ความเงียบในจังหวะนั้นหนาขึ้นกว่าปกติ ราวกับภาพกำลังหายใจ
สาวใช้นำทางพวกเธอไปยังห้องพักฝั่งตะวันตก ห้องของไอวี่อยู่ถัดไปเพียงสองประตูตรงข้ามกับคุณป้าแอนน์ ส่วนห้องพักของโดโรธอยู่สุดทางเดิน เธอหยุดยืนหน้ากระจกสูงที่เปิดออกสู่สวนเขาวงกต เส้นทางพุ่มไม้ถูกตัดแต่งอย่างปราณีต เรียงรายซ้อนกันเป็ลวดลายซับซ้อนเหมือนลายเส้นในตำราเรขาคณิต…งดงามราวภาพวาด แต่เมื่อจินตนาการถึงการยืนอยู่ในเขาวงกตกลับให้ความรู้สึกวังเวงและน่ากลัว