มีสายรายงานว่าองครักษ์กู่เหวินจะร่วมมือกับเสิ่นตั้วก่อการฏในคืนนี้ เมื่อองค์รัชทายาททรงทราบข่าว พระองค์ทรงรีบนำเหล่าองครักษ์และกองทหารที่มีเพียงหยิบมือไปช่วยคุ้มกันฝ่าาทันที แต่ทว่าพอไปถึงที่ประทับของฝ่าา กลับพบว่า ฝ่าาทรงงานตามปกติและไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามที่สายได้รายงานไว้
“บังอาจ! พ่อไม่คิดเลยว่าลูกจะกล้าคิดก่อการฏเช่นนี้” ฝ่าาทรงเข้าพระทัยผิดเพราะองค์รัชทายาททรงนำกองกำลังบุกเข้ามาให้ห้องทรงงาน
“ทรงเข้าพระทัยผิดแล้วพะย่ะค่ะ กระหม่อม้ามาคุ้มกันพระองค์เท่านั้นพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัสอธิบาย
“แสดงว่าข่าวที่ลือกันว่าเ้าปลงพระชนม์พระอนุชาแล้วโยนความผิดให้กับสนมเหล่ยผิงคงจะเป็เื่จริงสินะ” ฝ่าาทรงเชื่อข่าวลือนั้น
“ลูกยืนยันคำเดิมว่าลูกไม่ได้ทำร้ายน้องชาย และไม่เคยคิดก่อการฏเลยสักนิดพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงยืนยัน
“องครักษ์กู่เหวิน! รีบดำเนินการจับองค์รัชทายาทและพรรคพวกเดี๋ยวนี้” ฝ่าาทรงไม่เชื่อ
“พะย่ะค่ะ” กู่เหวินรับคำและแอบยิ้มมุมปาก
“นี่คือแผนการของเ้าสินะ องครักษ์กู่เหวิน” องค์รัชทายาททรงเจ็บพระทัยที่เสียรู้
“พระองค์ทรงโยนความผิดให้พระสนมเหล่ยผิงยังไม่พอ ทรงยังจะโยนความผิดให้กระหม่อมอีกอย่างนั้นหรือพะย่ะค่ะ” กู่เหวินแกล้งพูด
“จับพวกมันเข้าคุกหลวง เราไม่มีลูกอย่างมัน” ฝ่าาทรงตัดความสัมพันธ์กับองค์รัชทายาท
“ฝ่าาพะย่ะค่ะ โปรดทรงอย่าหลงเชื่อกู่เหวินเด็ดขาด พวกเขาต่างหากที่วางแผนก่อการฏ ทรงลองทอดพระเนตรบุคคลรอบข้างองครักษ์กู่เหวินสิพะย่ะค่ะ พวกเขาไม่ใช่คนในวัง พวกเขาเป็ชาวยุทธ์พรรคมารต่างหาก” องค์รัชทายาทตรัส
ฝ่าาทรงทอดพระเนตรไปรอบๆ ก็ทรงเห็นจริงดังนั้น จึงตรัสว่า “นี่มันหมายความว่ายังไงน่ะกู่เหวิน ทำไมคนรอบกายเ้าถึงไม่ใช่คนในวัง เ้ากล้านำคนนอกเข้ามาในที่ประทับของเราได้อย่างไร”
“555 กระหม่อมว่าจะไม่กระทำรุนแรงกับพระองค์แล้ว แต่ในเมื่อพระองค์ทรงสังเกตได้ กระหม่อมก็ไม่จำเป็ต้องแสดงละครอีกต่อไป” กู่เหวินแสดงธาตุแท้ให้เห็น
“เ้าทรยศเราอย่างนั้นหรือ ทหาร ทหาร รีบเข้ามาเร็ว….” ฝ่าาตรัสยังไม่ทันจบ อยู่ดีๆ พระองค์ก็ทรงหน้ามืด และคุกเข่าไปกับพื้น
“เสด็จพ่อ! ทรงเป็อะไรไปพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงตกพระทัย
“อยู่ดีๆ พ่อก็รู้สึกไม่มีแรง” ฝ่าาตรัสอย่างอ่อนแรง
“ทรงอย่าห่วงเลยพะย่ะค่ะ พิษชนิดนี้ออกฤทธิ์ช้า หากพระองค์ทรงยอมเขียนหนังสือยกอำนาจให้กระหม่อม กระหม่อมจะยอมมอบยาแก้พิษให้” กู่เหวินตั้งเงื่อนไข
“ทรงอย่าหลงเชื่อเด็ดขาดพะย่ะค่ะ พวกเขากะสังหารทุกคนในวังอยู่แล้ว” องค์รัชทายาททรงเตือน
“ไม่เขียนก็ไม่เป็ไร พวกเ้า! จงสังหารพวกมันให้หมดอย่าให้เหลือ ศพย่อมพูดไม่ได้อยู่แล้ว” กู่เหวินเปลี่ยนใจสังหารทุกคนที่อยู่ในห้องทรงงาน
“ขอรับ” เหล่าจอมยุทธ์พรรคมารรับคำ
จอมยุทธ์พรรคมารที่นำโดยเสิ่นตั้วรีบกรูกันเข้าไปหมายจะปลิดชีพฝ่าาและบริวารทั้งหมด
องค์รัชทายาทรีบเป่าปากส่งสัญญาณเรียกพรรคพวกที่แอบซุ่มดูอยู่ให้เข้ามาช่วย ดังนั้นชายสวมหน้ากากจึงพาเหล่าองครักษ์บุกเข้ามาช่วย แต่ทว่าเหล่าจอมยุทธ์พรรคมารล้วนมีวิทยายุทธ์เหนือกว่ามาก ทำให้พรรคพวกขององค์รัชทายาทมิอาจต่อกรกับเหล่าศัตรูได้
“ทรงพาฝ่าาหนีไปก่อนพะย่ะค่ะ ทางนี้กระหม่อมจะรับมือเอง” ชายสวมหน้ากากะโบอก
“ใครจะปล่อยให้องค์รัชทายาทหนีไปได้กันล่ะ” กู่เหวินกล่าว
“เสิ่นตั้ว เ้าเป็ถึงผู้นำชาวยุทธ์ เหตุใดถึงสนับสนุนเหล่าฏเยี่ยงนี้” ชายสวมหน้ากากกล่าวกับประมุขพรรคกงซานที่มีชื่อเสียง
“ผู้นำที่อ่อนแอ ควรเปลี่ยนออกได้แล้ว เ้าจงปล่อยให้ผู้นำที่แข็งแกร่งอย่างพวกเราปกครองจะดีกว่านะ” เสิ่นตั้วกล่าว
“อย่ามัวเสียเวลาพูดคุยอยู่เลยเสิ่นตั้ว รีบฆ่าพวกมันซะ” กู่เหวินะโบอก
“ตายซะเถอะ” เสิ่นตั้วกล่าว
สักพักอยู่ดีๆ ใครก็ไม่รู้ได้ซัดฝ่ามือัใส่เสิ่นตั้ว ยังดีที่เขาหลบทัน
“เ้าคือพ่อเฒ่าฝางเฉียน ประมุขพรรคเหมินฟางนี่” เสิ่นตั้วจำได้
ท่านพ่อเฒ่าจับหนวดตัวเองและกล่าวว่า “ใช่แล้ว ข้าคือฝางเฉียน พวกเ้าหยุดกระทำการอุกอาจได้แล้ว”
“แก่ก็อยู่ส่วนแก่สิ” เสิ่นตั้วกล่าว
“ถึงข้าแก่ ข้าก็มีแรงจับพวกเ้าก็แล้วกัน” ฝางเฉียนไม่ยอมแพ้ เขาคิดว่าอายุเป็เพียงตัวเลข
“อย่ามัวพูดกับพวกพรรคมารเลยพ่อเฒ่า ตอนนี้พวกเรารีบช่วยเหลือฝ่าาและองค์รัชทายาทให้หนีไปจากที่นี่ดีกว่า เพราะภายนอกตำหนักฝ่าานั้นมีเหล่าจอมยุทธ์พรรคมารมาเสริมอีกเป็ร้อย พวกเรามีเพียงหยิบมือคงต้านไม่ไหวหรอก” จอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะคนหนึ่งเตือน
เหล่าจอมยุทธ์พรรคมารกำลังบุกเข้ามาเสริมกำลังเมื่อพวกเขามองเห็นว่าจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะร่วมมือกับท่านพ่อเฒ่าบุกเข้ามาช่วยเหลือฝ่าา
ท่านพ่อเฒ่าได้ซัดฝ่ามือัเพื่อทำให้ศัตรูพากันหลบหนี จากนั้นก็ใช้ะเิควันหนีหายไปพร้อมกับพรรคพวกทันที ตอนนี้เขาและจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะสามารถช่วยชีวิตฝ่าาและองค์รัชทายาทพร้อมกับพรรคพวกได้สำเร็จ
“น่าเจ็บใจนัก พวกมันหนีไปได้” เสิ่นตั้วรู้สึกเจ็บใจ
“อย่าห่วงเลย ฝ่าาทรงถูกพิษ พระองค์ทรงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานหรอก” กู่เหวินมั่นใจในพิษของเขา
“แล้วจะทำอย่างไรต่อ” เสิ่นตั้วสงสัย
“เ้าจงหาคนออกตามล่าพวกมันและเตรียมตัวการประลองเถิด พ่อเฒ่าที่ท้าประลองเ้านั้นมีฝีมือไม่ธรรมดาจริงๆ” กู่เหวินได้เห็นกับตาแล้ว
“งั้นเ้าก็รีบดำเนินการปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เถิด” เสิ่นตั้วกล่าว
“แคว้นฉินเป็ของพวกเรา คงไม่มีใครเหนือพวกเราได้อีก 555” กู่เหวินกล่าว
“555 ยุทธภพก็เช่นกัน” เสิ่นตั้วดีใจที่เขาได้อำนาจมาอยู่ในกำมือแล้ว
วันถัดมากู่เหวินได้ขึ้นครองราชย์โดยไม่ฟังเสียงทัดทานใดๆ ทั้งสิ้น หากใครต่อต้าน คนคนนั้นก็ต้องตายลูกเดียว
********************************************
ณ ฐานลับของจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะ
เหมยซูให้ยาสกัดพิษและฝังเข็มฝ่าา พอเสร็จเรียบร้อยก็รีบเดินออกไปรายงานให้ทุกคนทราบ
“ฝ่าาทรงได้รับพิษหลงนิทรา ตอนนี้หม่อมฉันทำได้เพียงสกัดพิษไม่ให้เข้าจุดสำคัญซึ่งสามารถสกัดได้เพียง 7 วันเท่านั้น หม่อมฉันจะต้องรีบหาสมุนไพรใบหลากสีมารักษาฝ่าาให้ทันเพคะ” เหมยซูอธิบาย
“แล้วสมุนไพรนั่นอยู่ที่ไหน หาซื้อตามร้านหมอได้หรือไม่” องค์รัชทายาททรงสงสัย
“สมุนไพรชนิดนี้จัดเป็สมุนไพรหายาก แทบจะหาไม่ได้เลยในแคว้นฉินเพคะ” เหมยซูแอบกังวล
“ต่อให้บุกน้ำลุยไฟ เราจะรีบหามาให้จงได้” องค์รัชทายาททรง้าช่วยชีวิตเสด็จพ่อให้เร็วที่สุด
“พระองค์ทรงจะเฝ้าพระอาการด้วยพระองค์เองหรือเพคะ” เหมยซูสงสัย
“ใช่ เราจะเฝ้าเสด็จพ่อเอง ส่วนเ้ากับชายสวมหน้ากากจงเป็ตัวแทนเราไปขอบคุณท่านจอมยุทธ์เถิด วันพรุ่งนี้เราจะจัดการประชุมเพื่อขอความร่วมมือให้ทุกคนช่วยออกตามหาสมุนไพรใบหลากสี และวางแผนหลบซ่อนตัวต่อไป” องค์รัชทายาทตรัส
“พะย่ะค่ะ/เพคะ”
********************************************
ณ ห้องประชุม
“ข้าน้อย กังเล่ย เป็ตัวแทนขององค์รัชทายาทขอขอบคุณพวกท่านที่ช่วยชีวิตขอรับ” ชายสวมหน้ากากกล่าวกับจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะ
“อย่าได้เกรงใจเลย พวกเราทำไปก็เพื่อมโนธรรม แต่คนที่มีบทบาทมากที่สุดก็คือพ่อเฒ่าฝางเฉียน ตอนนี้ท่านพ่อเฒ่าไปพักในห้องพัก ท่านจงไปขอบคุณเขาเถิด” จอมยุทธ์คนหนึ่งแนะนำ
“แล้วมีอะไรที่ข้าจะสามารถช่วยเหลือฝ่าาได้บ้าง เห็นว่าฝ่าาทรงได้รับพิษไม่ใช่หรือ” จอมยุทธ์อีกคนเป็ห่วงฝ่าา
“ทางเดียวที่จะช่วยฝ่าาได้ก็คือต้องตามหาสมุนไพรใบหลากสีเ้าค่ะ” เหมยซูกล่าว
“ต้นมันเป็อย่างไรล่ะ” จอมยุทธ์อยากเห็นเพราะ้าช่วยออกตามหา
“ข้าจะวาดให้พวกท่านดูเองเ้าค่ะ” เหมยซูรีบเดินไปหยิบเครื่องเขียนและกระดาษเพื่อเตรียมวาดภาพ
“เ้าวาดภาพไปนะ ข้าจะไปขอบคุณท่านพ่อเฒ่าแทนองค์รัชทายาทเสียหน่อย” ชายสวมหน้ากากกล่าวกับเหมยซู
เหมยซูพยักหน้า
ชายสวมหน้ากากจึงรีบไปหาท่านพ่อเฒ่าถึงที่ห้องพัก เขากำลังจะเคาะเรียก แต่ก็ต้องชะงัก เพราะเขาได้ยินเสียงชายหนุ่ม
“ทำไมร้อนอย่างนี้นะ”
ชายสวมหน้ากากไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบเปิดประตูเข้าไป และกล่าวว่า “เ้าเป็ใคร เข้ามาให้ห้องท่านผู้เฒ่าด้วยจุดประสงค์อะไร”
แต่ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไปแบบกะทันหัน ทำให้ชายสวมหน้ากากได้เห็นว่าท่านพ่อเฒ่านั้นหันกลับมาแต่ไม่มีหนวดเครา
“เ้าเป็ใครกันแน่ เหตุใดถึงปลอมตัวเป็พ่อเฒ่า” ชายสวมหน้ากากกล่าว
ชายทั้งสองได้ปะมือกัน ผ่านไปไม่นานชายสวมหน้ากากก็ถูกชายผู้มีวรยุทธ์สูงถอดหน้ากากออกพร้อมกับจี้จุดไม่ให้เขาขยับตัว
“เ้าคือเหลียงกังนี่เอง เ้าเองก็ปลอมตัวเหมือนกันนั่นแหละ” ชายปริศนากล่าว
“แล้วเ้าเป็ใครกันแน่” เหลียงกังอยากรู้
“ข้าคือซานชุย ข้าไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงทุกคน ข้าเป็ลูกศิษย์พ่อเฒ่าฝานเฉียนและได้รับตราัเพื่อดำรงตำแหน่งประมุขพรรคเหมินฟาง แต่ที่ข้าจะต้องปลอมตัวเป็อาจารย์ของตัวเองก็เพราะว่า ประมุขพรรคเหินหาวได้ออกปากว่าหากใครท้าเสิ่นตั้วประลองเพื่อชิงตำแหน่งจ้าวยุทธภพ เขาจะยอมยกลูกสาวให้แต่งงานด้วย ข้านั้นมีฮูหยินอยู่แล้วและไม่อยากมีอนุภรรยา ข้าก็เลยตัดสินใจปลอมตัวเป็อาจารย์ที่อยู่ในวัยชราภาพ ประมุขพรรคเหินหาวจะได้ล้มเลิกยกลูกสาวให้ข้าไงล่ะ” ซานชุยอธิบาย
“อย่างนี้นี่เอง เ้าก็อย่าเที่ยวไปแกะหนวดออกสิ ไม่งั้นความลับก็แตกหมด” เหลียงกังแนะนำ
“แล้วทำไมเศรษฐีอย่างเ้าถึงได้ติดตามองค์รัชทายาทแบบนี้ล่ะ” ซานชุยสงสัย
“ข้ายอมทำงานให้องค์รัชทายาทอย่างลับๆ เพราะข้ากับพระองค์เป็สหายกันมาั้แ่เด็กๆ ในตอนนี้ได้เกิดการ่ชิงบัลลังก์ ข้าจำเป็ต้องปกป้ององค์รัชทายาทยิ่งชีวิต” เหลียงกังอธิบาย
“แล้วเื่นี้ เหมยซูรู้หรือเปล่า” ซานชุยสงสัย
เหลียงกังส่ายหน้า
“เอาเป็ว่า หากเ้ายอมเก็บความลับให้ข้า ข้าเองก็จะเก็บความลับให้เ้าเช่นกัน” ซานชุยเสนอ
“เอาอย่างนั้นก็ได้ ท่านคืนหน้ากากให้ข้าเถิด และติดหนวดให้ดีด้วยล่ะ ไม่งั้นได้หลุดกลางห้องประชุมเป็แน่” เหลียงกังเตือน
“ข้าทราบแล้ว ว่าแต่เ้าเข้ามาหาข้าทำไมกัน” ซานชุยสงสัย
“ข้าจะมาขอบคุณท่านแทนองค์รัชทายาทน่ะสิ” เหลียงกังบอกวัตถุประสงค์
“ข้ารับคำขอบคุณแล้ว ท่านรีบกลับห้องเสียเถิด ข้าอยากพักผ่อน” ซานชุยกล่าวและคลายจุดให้
“งั้นตามสบาย” เหลียงกังยอมออกไปจากห้องแต่โดยดี
********************************************
เช้าวันถัดมา จอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะได้ประชุมร่วมกับองค์รัชทายาท
“กระหม่อมเสนอให้ทุกคนปลอมตัว เพราะคาดว่าอีกไม่นานทางการคงติดประกาศจับพวกเราพะย่ะค่ะ” จอมยุทธ์คนหนึ่งกล่าว
“เราเห็นด้วย ตอนนี้พวกเราจำเป็ต้องหลบหนีทางการไปก่อน เพื่อรวบรวมไพร่พล และต้องรีบหาทางรักษาฝ่าาให้ทันท่วงที” องค์รัชทายาทตรัส
“พวกกระหม่อมเห็นภาพสมุนไพรใบหลากสีแล้ว พวกกระหม่อมจะรีบออกตามหาให้เองพะย่ะค่ะ” จอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะอาสา
“ขอบคุณพวกท่านมาก เราจะไม่มีวันลืมพระคุณพวกท่านเลย” องค์รัชทายาททรงซาบซึ้งพระทัย
“ทูลองค์รัชทายาท กระหม่อมทราบข่าวพระชายาเหรินซวงแล้วพะย่ะค่ะ” องครักษ์ข้างกายองค์รัชทายาทรายงาน
“เ้าว่าไงนะ เป็ความจริงอย่างนั้นหรือ แล้วนางอยู่ที่ไหน” องค์รัชทายาททรงรีบถาม
“เอ่อคือ กระหม่อมได้ยินมาว่าพระนาง เอ่อ จะแต่งงานกับท่านเหลียงกังในอีกสามวันข้างหน้าพะย่ะค่ะ” องครักษ์กล่าว
องค์รัชทายาททรงหันไปมองชายสวมหน้ากาก พระองค์ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นเขาส่ายหน้าเป็การบอกว่ามันไม่มีทางเป็ความจริงเพราะตัวเขาคอยติดตามพระองค์อยู่เกือบตลอดเวลา
“หม่อมฉันขอตัวไปตรวจพระอาการของฝ่าาก่อนนะเพคะ” เหมยซูทนฟังไม่ได้อีกต่อไป
“เดี๋ยวสิเหมยซู” ชายสวมหน้ากากร้องเรียก
แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะท่านหมอรีบเดินออกไปจากห้องประชุมเพื่อสงบสติอารมณ์
“เราอยากไปยับยั้งการแต่งงานครั้งนี้ เพราะบางทีเหรินซวงอาจถูกหลอก แต่เรามิอาจทิ้งเสด็จพ่อได้” องค์รัชทายาทตรัส
“กระหม่อมขออาสาไปตรวจสอบเองพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากอาสา
“ขอบใจมาก ตอนนี้เ้าจงไปปรับความเข้าใจกับเหมยซูก่อนเถิด นางรู้สึกเสียใจมากที่ได้ยินว่าเ้าจะแต่งงานกับเหรินซวง” องค์รัชทายาททรงเป็ห่วงความรู้สึกของท่านหมอ
“ทราบแล้วพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากกล่าว
********************************************
ณ ห้องบรรทมของฝ่าา
ฝ่าาทรงยังคงบรรทมหลับไม่ได้สติ
เหมยซูนั่งเฝ้าพระอาการอย่างเหม่อเลยและปาดน้ำตาเป็ระยะๆ
ชายสวมหน้ากากเปิดประตูเข้ามานั่งอยู่เคียงข้างท่านหมอ
“ข้าเคาะประตูเรียกตั้งนาน ทำไมเ้าไม่ขานรับล่ะ” ชายสวมหน้ากากกล่าว
“ต้องขออภัย ข้าคงไม่ได้ยิน” เหมยซูรีบแก้ตัว
“ในเมื่อเหลียงกังก็ตัดสินใจแต่งงานไปแล้ว เ้าจงตัดใจจากเขาไปเสียเถิด แล้วมาเริ่มต้นมีรักครั้งใหม่กับข้า” ชายสวมหน้ากากจับมือหญิงสาว
เหมยซูรีบชักมือกลับและกล่าวว่า “ขอโทษด้วยนะกังเล่ย เื่ราวความรักนั้นมันไม่ได้ง่ายอย่างที่ท่านว่า ใจคนเมื่อรักใครแล้ว มันก็ใช่ว่าจะแปรเปลี่ยนได้ง่ายขนาดนั้น มันต้องอาศัยเวลาเป็เครื่องเยียวยา เ้าคงไม่อยากให้ข้าคบกับเ้าเพียงเพื่อเป็ศาลาพักใจหรอกนะ”
“เ้ารักเหลียงกังมากขนาดนั้นเลยงั้นหรือ” ชายสวมหน้ากากรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“ใช่! ข้ารักเขามาก แต่อย่าถามเหตุผลว่าทำไมข้าถึงรักเขา เพราะข้าไม่รู้ และยิ่งไม่รู้ด้วยว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่” เหมยซูอธิบายไม่ได้
“ข้ารอเ้าก็ได้” ชายสวมหน้ากากแกล้งพูด
“อย่ารอข้าเลย เพราะไม่รู้ว่าในอนาคตหากข้าลืมเหลียงกังได้ ข้าจะสามารถเริ่มต้นมีรักครั้งใหม่กับคนอื่นได้หรือเปล่า” เหมยซูกำลังจะกลายเป็เ้าสาวกลัวฝน
ชายสวมหน้ากากประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้น และจูงมือให้ไปไหนสักที่
“ท่านจะพาข้าไปไหนน่ะ” เหมยซูสงสัย
ชายสวมหน้ากากจูงมือหญิงสาวให้เข้าไปในห้องพักข้างๆ ที่เป็ห้องเปล่าไร้คนพักอาศัย
“ท่านจะทำอะไรข้าน่ะ หวังว่าท่านคงไม่ข้าด้วยวิธีขืนใจหรอกนะ” เหมยซูระแวง
ชายสวมหน้ากากแอบยิ้มขำ
“ขำข้าทำไม” เหมยซูสงสัย
ชายสวมหน้ากากถอดหน้ากากออก
“เหลียงกัง! เ้าคือชายสวมหน้ากากอย่างนั้นหรือ” เหมยซูกำลังจะวิ่งหนีเพราะอายที่นางเผลอสารภาพรักไปอย่างนั้น
เหลียงกังคว้าตัวกอดหญิงสาวจากทางด้านหลังได้ทันและกระซิบข้างหูว่า “ข้าอยู่เคียงข้างเ้าเกือบตลอดเวลา ข้าไม่เคยนอกใจเ้าเลยสักครั้ง”
“เื่ที่ข้าพูด ข้าล้อ…อื้อ” เหมยซูกำลังจะปฏิเสธแต่กลับถูกฝ่ายชายจับใบหน้าให้หันไปจูบกับเขา
เหลียงกังดึงตัวหญิงสาวเข้ามาจูบ จากที่ขัดขืนสุดฤทธิ์ก็กลายเป็ตอบรับด้วยความยินยอมพร้อมใจ ผ่านไปนานพอสมควร ฝ่ายชายถึงยอมปล่อย
“เ้ารังแกข้า” เหมยซูหันหลังให้
“ข้าเองก็รักเ้าไม่ต่างกัน จงอย่าปากแข็งอีกเลยนะเหมยซู” เหลียงกังสารภาพรัก
“ข้า….ดีใจที่เ้าคอยปกป้องดูแลข้าอยู่ไม่ห่าง และดีใจที่ข้า เอ่อ ข้าไม่ได้รักเ้าข้างเดียว” เหมยซูยอมเผยความในใจ
เหลียงกังยิ้ม และจับไหล่หญิงสาวให้หันมาหาเขาช้าๆ จากนั้นก็จูบหน้าผากของหญิงสาวก่อนจะกอดให้ชื่นใจ
“ข้าจะไปตรวจสอบให้เองว่าเหรินซวงแต่งงานกับใคร ใครกันที่กล้าปลอมตัวเป็ข้า” เหลียงกังตัวจริงกล่าว
“ระวังตัวด้วยนะเหลียงกัง ฝ่ายเสิ่นตั้วคงไม่ยอมรามือเพียงเท่านี้แน่ พวกมันคงหาทางตามล่าพวกท่านอยู่” เหมยซูเป็ห่วง
“ข้าจะระวังตัว เพื่อที่จะได้กลับมาสู่ขอเ้าแต่งงาน ตกลงมั้ย” เหลียงกังกล่าวแผน
หญิงสาวอมยิ้ม แต่ไม่ตอบใดๆ เพราะเขินมาก
เหลียงกังหอมแก้มหญิงสาวก่อนจะถามว่า “ข้าถามว่าตกลงมั้ย”
“ตกลงตามนั้น” เหมยซูรีบผลักฝ่ายชายออกและวิ่งออกไปจากห้องเปล่า จากนั้นก็รีบเข้าไปในห้องบรรทมของฝ่าาเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อ
เหลียงกังรู้สึกโล่งอกที่คนรักของเขาเข้าใจเขาเสียที เขาคิดในใจว่า “ใครกันที่กล้าปลอมเป็ข้า ข้าไม่ปล่อยมันไว้แน่”
เหมยซูที่เข้าไปในห้องบรรทมของฝ่าาแล้ว นางปิดหน้าตัวเองด้วยความเขินอาย และพึมพำว่า “บ้าจริง ทำไมข้าถึงเก็บอาการไม่อยู่แบบนี้นะ”
องค์รัชทายาททรงเคาะประตูและเปิดประตูเข้ามา จากนั้นก็ตรัสว่า “ปรับความเข้าใจได้เสียทีนะ”
“ถวายบังคมเพคะ องค์รัชทายาท” เหมยซูคารวะ
“เราเองก็อยากจะแสดงความยินดีกับเ้าที่เ้าสมหวังในความรัก แต่ตอนนี้เราจำเป็ต้องหาทางช่วยชีวิตเสด็จพ่อของเราอย่างเร่งด่วน” องค์รัชทายาทตรัสด้วยความกังวล
“มีอีกทางนึงเพคะ ท่านป้าเหวยลู่เป็คนกว้างขวาง บางทีนางอาจรู้แหล่งสมุนไพรใบหลากสี” เหมยซูเสนอ
“แต่เ้าจำเป็ต้องเฝ้าพระอาการของเสด็จพ่อ งั้นเอาเป็ว่าเราจะไปขอร้องท่านป้าเหวยลู่ด้วยตัวเองก็แล้วกัน” องค์รัชทายาทตรัส
“การที่จะเข้าถึงท่านป้าเหวยลู่ได้นั้นยากมากเลยเ้าค่ะ เว้นเสียแต่พระองค์ทรงไปซื้อของที่ร้านขายของเก่า และขอชำระค่าสินค้าให้ท่านป้าด้วยตัวพระองค์เอง แต่หม่อมฉันไม่รู้ว่าท่านป้านั้นได้ทำการค้าขายของเก่าต่อหรือเปล่า” เหมยซูแนะนำ
“เราจะรีบเดินทางไปหนานโจวเดี๋ยวนี้ หวังว่า์จะเข้าข้างเราบ้างนะ” องค์รัชทายาทตรัส
“ฝ่าาทรงเป็ผู้มีบุญญาธิการ หม่อมฉันเชื่อว่ายังไงก็ต้องรักษาพระองค์ได้เพคะ” เหมยซูกล่าว
“เราจะรีบเตรียมตัวออกเดินทางเดี๋ยวนี้ ฝากดูแลเสด็จพ่อของเราด้วยนะ” องค์รัชทายาทตรัส
“ทราบแล้วเพคะ”
********************************************
องค์รัชทายาททรงปลอมตัวเป็พ่อค้าเพื่อเดินทางไปหนานโจว ก่อนเสด็จไป ท่านจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะได้เสนอให้ท่านพ่อเฒ่าฝานเฉียนเป็ผู้คอยคุ้มกันพระองค์ด้วย
“จะดีหรือ เอ่อ ท่านพ่อเฒ่านั้นชรามากแล้วนะ” องค์รัชทายาททรงไม่อยากใช้งานคนชรา
“ทรงอย่าดูถูกฝีมือท่านพ่อเฒ่านะพะย่ะค่ะ ท่านมีวรยุทธ์สูงมาก” จอมยุทธ์คนหนึ่งยอมรับในฝีมือของพ่อเฒ่า
“แต่ข้าได้ข่าวว่าท่านจะต้องเตรียมตัวประลองกับเสิ่นตั้วไม่ใช่หรือ” องค์รัชทายาททรงสงสัย
“เื่ความปลอดภัยของพระองค์สำคัญกว่าพะย่ะค่ะ” ท่านพ่อเฒ่ากล่าว
“แต่ว่า…” องค์รัชทายาททรงลังเล
ชายสวมหน้ากากจึงกระซิบบอกความจริงให้องค์รัชทายาททรงทราบ จึงทำให้พระองค์ทรงยอมให้ซานชุยที่ปลอมเป็พ่อเฒ่าคอยติดตามพระองค์ไปที่เมืองหนานโจวด้วยกัน
ส่วนชายสวมหน้ากากก็ต้องรีบออกเดินทางไปที่เมืองสุ่ยหลางเพื่อไปตรวจสอบพิธีแต่งงานที่เ้าบ่าวแอบอ้างเป็เขา
ก่อนแยกย้ายออกเดินทาง องค์รัชทายาททรงฝากสร้อยมรกตที่พระชายาเหรินซวงได้ถอดทิ้งไว้เพื่อมอบให้กับเหรินซวง เผื่อว่านางจะยังคงมีเยื่อใยกับพระองค์อยู่บ้าง
“กระหม่อมคิดว่า ทรงเก็บไว้กับพระองค์และมอบด้วยพระองค์เองดีกว่าพะย่ะค่ะ” เหลียงกังกล่าว
“นั่นสินะ มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อนางได้ตัดสินใจแต่งงานกับชายอื่นไปแล้ว” องค์รัชทายาททรงน้อยพระทัย
********************************************
ณ ร้านขายของเก่า
“หมอดูแม่นๆ จ้า หมอดูแม่นๆ” ท่านหมอดูเข้าไปในร้านขายของเก่า
“ท่านเข้ามาดูสินค้าหรือเ้าคะ” หวนเจินสงสัย
“ข้ามาหาลูกค้าดูดวงต่างหาก” ท่านหมอดูกล่าว
“แต่ที่นี่ ไม่มีใครอยากดูดวงนะเ้าคะ” หวนเจินรีบปฏิเสธ
“ข้าลองดูดวงกับท่านก็ได้ ท่านดูด้วยอะไรล่ะ” เหรินซวงสนใจ
“ดูลายมือขอรับ” ท่านหมอดูกล่าว
เหรินซวงจึงนั่งดูดวงกับท่านหมอดู เพราะตอนนี้ยังไม่มีลูกค้าเข้าร้าน
“ชะตาของเ้าช่างผกผันยิ่งนัก เ้าเคยเป็ลูกเศรษฐีร่ำรวยทรัพย์สินมหาศาล วันดีคืนดีก็สิ้นเนื้อประดาตัวเพราะโดนโกง ผ่านไปไม่นานเ้าก็ได้เป็หญิงสูงศักดิ์ แต่เพราะเกิดเหตุเสียเพื่อน ทำให้เ้าหนีและทิ้งตำแหน่งชายา” ท่านหมอดูทำนาย
“ข้ายอมรับก็ได้ว่าท่านดูดวงแม่นจริงๆ แล้วยังไงต่อ” เหรินซวงถามต่อ
“อีกไม่นาน ท่านจะต้องกลับไปหาสามีและคอยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสามีทั้งยามมั่งมีและยามยาก” หมอดูกล่าว
“ข้าเลิกกับสามีไปแล้ว ข้าจะมีสามีได้ยังไง” เหรินซวงไม่คิดแต่งงานใหม่
“คอยดูต่อไปก็แล้วกัน” หมอดูมั่นใจในคำทำนายของตน
“ค่าดูดวงเท่าไหร่ล่ะ” เหรินซวงเตรียมควักอัฐ
“ข้าไม่คิดค่าดูดวง แต่ขอข้าตั้งซุ้มดูดวงอยู่หน้าร้านเ้าจะได้มั้ย” ท่านหมอดูยื่นข้อเสนอ
“ข้าจำเป็ต้องถามเ้าของร้านก่อน” เหรินซวงตัดสินใจเองไม่ได้
“ข้าอนุญาต” ท่านป้าเหวยลู่เข้ามาในร้านพอดี
“ท่านป้าเหวยลู่” หวนเจินใ
“ขอบคุณมากขอรับ” ท่านหมอดูรู้สึกดีใจ
“แต่ข้ามีข้อแม้” ท่านป้าเหวยลู่กล่าว
“ข้อแม้อะไรหรือขอรับ” ท่านหมอดูสงสัย
“เ้าดูฮวงจุ้ยเป็หรือไม่” ท่านป้าลองถาม
“ดูเป็ขอรับ” ท่านหมอกล่าวเพราะตนร่ำเรียนมา
“ข้าจะขายเครื่องรางปรับฮวงจุ้ย ดังนั้นเ้าจะต้องคอยแนะนำให้ลูกค้าดูดวงซื้อเครื่องรางในร้านข้า เป็ไงตกลงมั้ย” ท่านป้ายื่นข้อเสนอ
“เอ่อ ถ้าเครื่องรางนั่นใช้ได้ผลจริงๆ ข้าก็จะแนะนำให้ลูกค้าขอรับ” ท่านหมอดูจะต้องรักษาชื่อเสียง
“งั้นข้าจะพาเ้าไปช่วยเลือกซื้อเครื่องรางเข้าร้านก็แล้วกัน” ท่านป้ากล่าว
“ได้สิขอรับ” ท่านหมอดูยอมตกลง
หวนเจินก็เลยกระซิบบอกเหรินซวงว่า “โห ท่านป้าเหวยลู่ช่างมีหัวธุรกิจจริงๆ นะเ้าคะ”
“ข้าทำการค้ามานานยังสู้ท่านป้าไม่ได้เลยจริงๆ” เหรินซวงถึงกับทึ่ง