บทที่ 9 การเปลี่ยนแปลงของกองกำลัง
“เข้ามา”
หลี่เซี่ยวเฟยหันไปมองทางประตูห้อง
เด็กหนุ่มร่างอ้วนกลมวิ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนก
“พี่เซี่ยวเฟย เกิดเื่ไม่ดีแล้ว”
เด็กอ้วนคนนี้ชื่อหยางเฉิง
เป็หนึ่งในสมาชิกคนสนิทในกองกำลังเมฆาของเ้าของร่างคนเก่า
“พูดให้ชัด ๆ มันเกิดอะไรขึ้น?”
“ท่านผู้นำได้รับาเ็สาหัส ใกล้จะสิ้นใจแล้ว รีบตามผมไปที่สำนักงานใหญ่ที ท่านผู้นำ… กำลังใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้าย… รอให้พี่กลับไปสืบทอดตำแหน่งผู้นำ”
“อะไรนะ?”
หลี่เซี่ยวเฟยใอย่างมาก
ฐานหลิวเหอ มีกองกำลังใหญ่เจ็ดแห่ง
ได้แก่ กองกำลังเมฆา กองกำลังโลหิตทมิฬ หมู่บ้านจันทรา โรงงานบำบัดน้ำเสีย พันธมิตรมีดสั้น คลับสายฟ้าเพลิง และแก๊งเขี้ยวั
กองกำลังเมฆาที่หลี่เซี่ยวเฟยสังกัด มีสำนักงานใหญ่หกแห่ง มีสมาชิกกองกำลังกว่าร้อยคน
จำนวนคนถือว่าน้อยเป็อันดับสองในกลุ่มเจ็ดกองกำลังใหญ่
มีเพียงแก๊งเขี้ยวัที่สมาชิกหลักเป็ผู้ฝึกยุทธ์เถื่อนเท่านั้น ที่มีจำนวนน้อยกว่า
แต่เพราะผู้นำกองกำลังจงหยวนซานเป็ยอดฝีมือในขั้นกลั่นดาราระดับปลาย ติดอันดับสองในกลุ่มยอดฝีมือในสลัม กองกำลังเมฆาจึงมีพลังโดยรวมอยู่ในอันดับสามในบรรดาเจ็ดกองกำลังใหญ่
กล่าวได้เลยว่า จงหยวนซาน ฉายามือกระบี่สายลม ค้ำจุนกองกำลังเมฆาทั้งกองกำลังด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียว
หากไม่มีจงหยวนซาน กองกำลังเมฆาก็คงไม่ห่างจากคำว่า ‘ยุบ’ สักเท่าไหร่
จงหยวนซานเป็คนซื่อสัตย์
เป็คนดีที่หาได้ยากในบรรดาผู้นำกองกำลังในสลัม
และที่สำคัญกว่านั้น เขายังเป็อาจารย์ของหลี่เซี่ยวเฟย
หลี่เซี่ยวเฟยคนเดิม จากเด็กหนุ่มยากจนไร้อำนาจ กลายมาเป็หนึ่งในหกหัวหน้าของกองกำลังเมฆาได้ ก็เพราะจงหยวนซานคอยอุปการะและฝึกฝนเขามาโดยตลอด
แต่ตอนนี้ คนที่มีพระคุณกับเขามากมายขนาดนั้น กลับโดนทำร้ายจนาเ็สาหัส?
"เกิดอะไรขึ้น?"
ในใจของหลี่เซี่ยวเฟยจมดิ่งลงไป เขารีบถาม "ใครเป็คนทำ?"
หยางเฉิงรีบพูด "คนที่ทำร้ายคือตู๋กูเชวียแห่งกองกำลังโลหิตทมิฬ เมื่อเช้า เขาบุกมาท้าประลองและใช้มีดสามเล่มเอาชนะผู้นำ"
ตู๋กูเชวีย?
ลูกชายของผู้นำกองกำลังโลหิตทมิฬตู๋กูอี้หลง?
มีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ในความทรงจำเ้าของร่างเดิม หมอนั่นเป็ลูกคนรวยที่เอาแต่กิน ดื่ม เล่นการพนัน และเที่ยวผู้หญิง
ทั้งวันสร้างแต่เื่ มีข่าวลือว่าคนคนนั้นยังฝึกพลังดวงดาวไม่สำเร็จด้วยซ้ำ
ไอ้คนเหลวไหลแบบนี้ กลับใช้มีดสามเล่มเอาชนะจงหยวนซานยอดฝีมืออันดับสองบนลานประลองงั้นเหรอ?
"อย่าว่าแต่พี่ไม่เชื่อเลยครับ คนอื่น ๆ ก็ไม่เชื่อกันทั้งนั้น ไอ้ลูกคนรวยนั่นจู่ ๆ ก็กลายเป็ยอดฝีมือได้ยังไง?"
"แต่ว่าทุกคนก็เห็นกับตาว่า ตู๋กูเชวียใช้มีดแค่สามเล่มก็ฟันผู้นำกระเด็นแล้ว"
"ก่อนจากไป ตู๋กูเชวียยังขู่เอาไว้ด้วยว่า ให้พวกเรายอมแพ้ภายในสามวัน ไม่เช่นนั้นจะตามสังหารหมู่ให้สิ้น"
ขณะที่ หยางเฉิงพูดคำเ่าั้ออกมาก็ทำหน้าราวกับเพิ่งเห็นผี
"ทำไมไม่มาบอกฉันให้เร็วกว่านี้"
"ผมโทรมาหลายครั้งแต่ติดต่อพี่ไม่ได้เลยครับ..."
"รีบไปสำนักงานใหญ่กันเถอะ"
หลี่เซี่ยวเฟยรีบแต่งตัวแล้วออกเดินทางทันที
การมีความเมตตาต่ออดีต ก็คือการมีความเมตตาต่อตัวเรา
ไม่อาจนิ่งเฉยได้
บริเวณลานหน้าชุมชน มีรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ส่งเสียงคำรามพร้อมออกเดินทาง
หลี่เซี่ยวเฟยทนไม่ไหว รีบขี่ออกไป
หยางเฉิงยืนอึ้งอยู่สักพักก็รีบโบกมือ "หัวหน้า ผมยังไม่ได้ขึ้นรถเลยนะ"
เขาหอบหายใจวิ่งตามหลังไป...
...
เวลาเดียวกัน
สำนักงานใหญ่กองกำลังเมฆา
ที่นี่ปรับปรุงมาจากโรงเรียนปฐมร้างแห่งหนึ่ง
ในย่านสลัม สถานที่แห่งนี้จัดเป็สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่น
ปกติ จะมีผู้คนเดินเข้าเดินออกอย่างคับคั่ง ดูมีชีวิตชีวา
ทว่า เวลานี้กลับเงียบเหงา
บริเวณด้านหน้ามีลานฝึกฝน คลังอาวุธ รวมถึงที่จอดรถ
ด้านหลังเป็ที่พักส่วนตัวของผู้นำกองกำลังเมฆา จงหยวนซาน
ตอนนี้มีเสียงร้องไห้จากด้านในเล็ดลอดออกมา
บนเตียงหลังใหญ่ภายในห้อง ผู้นำกองกำลังจงหยวนซานนอนอยู่บนเตียงร่างกายซูบผอม ใบหน้าซีดราวกับแผ่นกระดาษ หายใจอ่อนแรง
ลูกสาวคนโตจงหลิงและลูกชายบุญธรรมจงหยางของจงหยวนซาน หัวหน้าจงหยวนป๋อ รวมถึงเหล่าสมาชิกในกองกำลังเมฆาต่างยืนโศกเศร้าล้อมรอบอยู่ข้างเตียง
"พ่อ มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะ"
ใบหน้าของจงหยางไร้ซึ่งความโศกเศร้า พร้อมทั้งพูดเร่งเร้า "กองกำลังจะอยู่ไม่ได้หากไร้ผู้นำนะครับ"
"รอ... รอเสี่ยวเฟยกลับมาก่อน"
เวลานี้ จงหยวนซานแทบจะสิ้นลมแล้ว แต่ยังฝืนทนด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย
สายตาของเขามองตรงไปที่ประตู
รอคอยเด็กหนุ่มที่ตนเลือกไว้
"พ่อจะยกกองกำลังให้คนนอกเหรอ?"
จงหยางโมโหจนหน้ามืด เขาพูดด้วยความโกรธ "ผมเป็ลูกของพ่อนะ พ่อทำกับผมแบบนี้ได้ยังไง?"
"เงียบ!"
จงหยวนซานตวาดลั่น "เขาก็ไม่ต่างจากพี่ชายของแก และจะเป็ว่าที่สามีของพี่สาวแกในอนาคต ใครบอกว่าเขาเป็คนนอก… แค่ก ๆ"
เขาโกรธลูกชายที่ไร้ความสามารถจนไออย่างต่อเนื่อง อาการกำเริบ อาเจียนออกมาเป็เืเปื้อนผ้าปูที่นอน
"เสี่ยวหยางหยุดพูดก่อน ปล่อยให้คุณพ่อได้พักผ่อนบ้าง"
จงหลิงซึ่งเป็ลูกสาวรีบพูด
หัวหน้าจงหยวนป๋อก็พูดว่า "ใช่แล้ว เสี่ยวหยาง แกจะพูดจาไร้สาระทำไม รีบขอโทษ แล้วปล่อยให้ท่านผู้นำได้พักผ่อน รอหัวหน้าหลี่เซี่ยวเฟยกลับมาแล้วค่อยว่ากัน"
แล้วส่งสายตาเป็นัยให้อีกฝ่าย
หลังจากจงหยางเข้าใจความหมาย จึงรีบพูด "ขอโทษครับพ่อ ผมผิดไปแล้ว"
เมื่อจงหยวนซานได้ยินดังนั้นก็ค่อย ๆ สงบลงจากอาการหัวใจเต้นแรง “ที่ฉันทำแบบนี้ ก็เพื่อแกนั่นแหละ เพราะความสามารถของแกมันยังไม่มากพอที่จะสนับสนุนกองกำลังนี้เอาไว้...”
จงหยางฟังจนเริ่มหงุดหงิด
เขาหันไปมองคนอื่น ๆ ในห้อง “เอาล่ะ ได้ยินแล้วนี่ พ่อ้าพักผ่อน ทุกคนออกไปรอกันข้างนอกก่อนเถอะ”
บรรดาคนในกองกำลังมองหน้ากัน ก่อนจะถอนหายใจพร้อมกับหันหลังเดินออกไปในที่สุด
ปัง!
ประตูห้องถูกปิดลง
สีหน้าของจงหยวนซานแสดงออกถึงความสิ้นหวัง
เขาค่อย ๆ หันไปหาจงหลิง
ยกมือขึ้นลูบผมของลูกสาวเบา ๆ
ชายชราที่โลดแล่นอยู่ในสลัมของฐานหลิวเหอมาครึ่งชีวิต สิ่งที่เขาเป็ห่วงที่สุดก็คือลูกสาวคนนี้
ั้แ่เด็ก จงหลิงถูกเขาส่งไปยังเขตชานเมืองนอกสลัม เพื่อให้ได้รับการศึกษาในเขตปกครองพิเศษ มีอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และไม่เคยรู้จักด้านมืดของโลก
หากปราศจากการปกป้องของเขา ชีวิตของเธอคงไม่ต่างจากตกนรก
จงหยวนซานมองลูกสาวด้วยแววตาอ่อนโยน กำชับอย่างจริงจัง “หลิงเอ๋อร์ พ่อคงจะอยู่ไม่ถึงวันพรุ่งนี้ ั้แ่นี้เป็ต้นไป หลี่เซี่ยวเฟยจะมาเป็คู่หมั้นของแกนะ พอแกเรียนจบ ก็รีบจัดงานแต่งงานกับเขาเลย เข้าใจไหม?”
จงหลิงรู้สึกน้อยใจเล็กน้อย “พ่อ หนูมองหลี่เซี่ยวเฟยเป็พี่ชายคนหนึ่ง หนู... คนที่หนูชอบไม่ใช่เขาสักหน่อย”
จงหยวนซานส่ายหน้า “เพื่อนฝูงที่แกคบหา พ่อรู้จักดี แต่พวกนั้นไม่มีใครไว้ใจได้หรอก... เชื่อพ่อเถอะ พ่อไม่มีทางเลือกสิ่งไม่ดีให้แก”
จงหลิงเบ้ปาก ใช้ความเงียบในการต่อต้าน
จงหยวนซานพูดต่อ “พ่อได้จัดการทุกอย่างไว้แล้ว รอให้หลี่เซี่ยวเฟยกลับมา พ่อจะมอบตำแหน่งผู้นำกองกำลังเมฆาให้กับเขา เมื่อถึงเวลานั้น...”
ยังไม่ทันพูดจบ
ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
ฉึก!
มีดเหล็กเล่มหนึ่งแทงทะลุหน้าอกของจงหยวนซาน