คุยกันสักนิด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 17
ก่อนที่เสิ่นเยี่ยนจวิ้นจะเดินออกจากบ้านเพื่อกลับไปยังโรงเรียนที่เข้าทำงานอยู่นั้น เขาก็ไม่ลืมที่จะบอกกล่าวกับภรรยาเอาไว้สักเล็กน้อย เนื่องจากเขาพึ่งจะได้รับข่าวสารเหล่านี้มาจากเพื่อนในโรงเรียน ซึ่งแน่นอนว่าเพราะเขาเคยช่วยเหลืออีกฝ่าย และความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอีกฝ่ายก็ถือได้ว่าเป็เพื่อนที่ดีต่อกัน
ดังนั้นเมื่ออีกฝ่ายได้รับรู้เื่ราวเหล่านี้มาจากครอบครัว ก็รีบนำมาบอกกล่าวให้เขาทราบเช่นเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่าเสิ่นเยี่ยนจวิ้นรู้สึกขอบคุณอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน
“แต่เดี๋ยวผมจะลองโทรไปสอบถามเหอเทียนสักก่อน ว่าเื่ราวเหล่านี้เป็จริงมากแค่ไหน”
โจวฟางหนิงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที เพราะว่าถ้าหากรัฐบาลเปิดให้มีการสอบขึ้นมา เห็นทีต่อจากนี้ไปสิ่งต่างๆ ก็คงจะผ่อนปรนเช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างเธอก็รู้ดีว่าเื่ราวเหล่านี้จะบอกกล่าวกับผู้อื่นไม่ได้
“ฉันจะปิดปากเงียบสนิทเลย ส่วนเื่ของหนูจือหลัน เอาไว้ฉันจะหาเวลาที่เธออยู่คนเดียว แล้วนำเอาหนังสือเ่าั้ไปให้เธออ่านทบทวนดีไหม”
เสิ่นเยี่ยนจวิ้นพยักหน้าอย่างพึงพอใจกับการกระทำของผู้เป็ภรรยา “เอาตามที่คุณว่าก็แล้ว ถึงยังไงครอบครัวเมิ่งก็ช่วยเหลือพวกเราในบางครั้ง อีกทั้งพวกเราก็เอ็นดูหนูจือหลันอีกด้วย ดังนั้นการช่วยเหลือในครั้งนี้ถือว่าสมควรแล้ว ส่วนเื่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอนาคตก็ให้เป็เื่ของเธอก็แล้วกัน ว่าเธอจะสามารถสอบเข้าได้หรือไม่”
“ค่ะ”
หลังจากที่บอกลาสามีของเธอเรียบร้อยแล้ว โจวฟางหนิงก็รีบกลับเข้าไปภายในบ้านของตัวเองในทันที ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ลืมที่จะปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยด้วยเช่นกัน เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น โจวฟางหนิงก็ตรงไปยังห้องลับของครอบครัวเธอที่อยู่ติดกับห้องครัว ซึ่งแน่นอนว่าภายในห้องดังกล่าวนอกจากจะเก็บข้าวของมีค่าของครอบครัวเสิ่นเอาไว้แล้ว ยังมีหนังสือที่สามีของเธอนำติดตัวมาอีกด้วย
ซึ่งโจวฟางหนิงต้องยกความดีความชอบนี้ให้กับเพื่อนสนิทของสามีเธออย่างซุนเหอเทียน ที่อีกฝ่ายได้บอกกล่าวกับสามีของเธอก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้น ทำให้ครอบครัวของเธอสามีโยกย้ายทุกสิ่งทุกอย่างมาที่นี่ได้ทันท่วงที โดยที่ไม่ต้องสูญเสียสิ่งต่างๆ มากมายเหมือนกับครอบครัวอื่น
เมื่อเมิ่งจือหลันออกมาจากบ้านของครอบครัวเสิ่นแล้วนั้น เธอก็ปั่นจักรยานตรงไปยังทิศทางของตลาดมืดในทันที ซึ่งแน่นอนว่าก่อนที่เธอจะเดินทางไปยังหมู่บ้านเฟิงหยวน เธอจะต้องหาเงินเพื่อเก็บสะสมเอาไว้เสียก่อน ถึงแม้ว่าการมาเยือนตลาดมืดแห่งนี้จะไม่ค่อยปลอดภัยสักเท่าไหร่ แต่เมิ่งจือหลันก็เชื่อว่าเธอสามารถเอาตัวรอดได้อย่างแน่นอน
‘เสี่ยวเปา อย่าลืมอัปรูปอาหารเช้าและเค้กลงไปในระบบสตรีมด้วยนะ’
[ได้เลยครับ ผมเชื่อว่าผู้คนในอนาคตจะต้องชื่นชอบเค้กพุทราที่คุณเมิ่งจือหลันทำอย่างแน่นอน]
‘ขอบใจนายมาก ฉันโชคดีจริงๆ ที่มีนายอยู่กับตัวแบบนี้’
[ผมเก่งที่สุด]
เมิ่งจือหลันอยากจะหัวเราะขึ้นมาในทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวเป่า แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่สามารถทำได้ เพราะไม่เช่นนั้นคนที่สวนทางไปมาคงจะมองมาที่เธอด้วยความแปลกประหลาดอย่างแน่นอน
หลังจากที่เมิ่งจือหลันจ่ายเงินให้กับชายที่ยืนคุมอยู่ทางเข้าตลาดมืดเรียบร้อยแล้วนั้น เธอก็รีบเดินเข้าไปภายในตลาดมืดในทันที ซึ่งแน่นอนว่าบรรยาภายในตลาดมืดแห่งนี้ยังคงมีผู้คนเดินไปมาเพื่อเลือกซื้ออาหารและข้าวของต่างๆ อย่างขวักไขว่
“สวัสดีค่ะพี่สาว ไม่ทราบว่าพี่สาว้าซื้ออะไรเหรอคะ”
เมื่อเมิ่งจือหลันเห็นท่าทางผิดหวังของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า เธอก็ไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายในทันที ซึ่งแน่นอนว่ามือของเธอยังคงถือตะกร้าใบไม่ใหญ่มากเอาไว้ได้
ถึงแม้ว่าจางรุ่ยหลินจะรู้สึกใที่หญิงสาวคนดังกล่าวเดินเข้ามาสอบถามเธอก็ตาม แต่เพราะว่าเธอยังไม่สามารถหาซื้อสิ่งของที่้าได้ ดังนั้นจางรุ่ยหลินจึงอยากจะลองเสี่ยงกับผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอดูสักครั้ง
“สวัสดีจ้ะน้องสาว พอดีสามีของฉันกำลังจะแยกบ้านออกมาแต่ว่ายังขาดของใช้ในครัวอยู่ ไม่ทราบว่าน้องสาวพอจะรู้บ้างไหมจ๊ะว่าที่ไหนพอจะมีขายบ้าง”
เมิ่งจือหลันยกยิ้มขึ้นมาด้วยความยินดี “พี่สาวไม่ต้องเป็กังวลไปค่ะ ฉันพึ่งได้ของใช้ในครัวมาพอดีเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็มีด หม้อ กระทะ หรือแม้กระทั่งพวกถ้วยชามฉันก็มีขายนะคะ ถ้าหากพี่สาวสนใจสามารถดูสภาพสินค้าของฉันก่อนได้เลย ถ้าหากของไม่ดีจริง ฉันไม่มีทางนำมาขายอย่างแน่นอนค่ะ”
จางรุ่ยหลินรู้สึกโล่งใจขึ้นมาในทันที ทั้งเธอและสามี้าที่จะแยกตัวออกมาจากบ้านใหญ่นานแล้ว แต่เพราะความกตัญญูที่ชาวบ้านคนอื่นๆ ต่างก็พูดถึงกัน ทำให้กว่าที่สามีของนางจะแยกตัวออกมาจากบ้านใหญ่ได้ ก็เป็่ที่พ่อสามีของเธอเสียชีวิตลงแล้ว
และแน่นอนว่าหลังจากที่พ่อสามีของเธอเสียชีวิตลง แม่เลี้ยงของสามีเธอก็รีบร้อนอยากให้สามีของเธอย้ายออกไปจากบ้านใหญ่ในทันที นอกจากนี้ยังไม่ยอมแบ่งของใช้ในครัวให้กับสามีของเธออีกด้วย ทำให้ในวันนี้เธอต้องหาเวลามาซื้อข้าวของ ไม่อย่างนั้นครอบครัวของเธอคงไม่สามารถทำอาหารเพื่อทานกันได้อย่างแน่นอน
โชคยังดีที่สามีของเธอรู้นิสัยของแม่เลี้ยงเป็อย่างดี ดังนั้นตลอดเวลาที่เขามาทำงานในตำบลจึงไม่ได้บอกเงินที่ได้รับแท้จริงให้กับบ้านใหญ่ได้รู้ เพราะไม่อย่างนั้นในเวลานี้ครอบครัวของเธอคงจะไม่มีเงินติดตัวเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างแน่นอน
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอดูสินค้าก่อนก็แล้วกัน ถ้าหากมันไม่ได้เสียหายมากจนเกินไป ฉันก็เต็มใจที่ซื้อจากน้องสาว”
เมิ่งจือหลันพาพี่สาวตรงหน้าเดินไปยังทิศทางหนึ่ง ถึงแม้ว่าเธอ้าที่จะขายของ แต่เธอก็ไม่้าเป็จุดสนใจเช่นเดียวกัน เพราะยิ่งเธอขายของได้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเป็จุดสนใจจากอันธพาลที่เข้ามาภายในตลาดมืดแห่งนี้เช่นเดียวกัน และเมื่อถึงเวลานั้นเื่ยุ่งยากต่างๆ จะต้องตามมาอย่างแน่นอน
ดังนั้นเพื่อป้องกันตัวเอง เมิ่งจือหลันจึงได้พาพี่สาวจางรุ่ยหลินไปยังพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีคนวุ่นวายเท่าไหร่นัก หลังจากที่วางตะกร้าลงบนพื้นเรียบร้อยแล้ว เมิ่งจือหลันก็ทำการรื้อค้นสิ่งของที่อยู่ภายในตะกร้าตรงหน้าในทันที ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งจือหลันเพียงทำท่าทางเท่านั้น เพราะว่าเธอหยิบสิ่งของต่างๆ ออกมาจากระบบสตรีมของเธอต่างหาก
“นี้เป็เพียงตัวอย่างที่ฉันพอมาเพื่อหาลูกค้าเท่านั้นค่ะ ถ้าหากพี่สาว้าฉันสามารถไปนำมันมาให้พี่สาวได้นะคะ”
จางรุ่ยหลินหยิบมีดจากน้องสาวตรงหน้าขึ้นมาถือไว้ในทันที เธอไม่คิดเลยว่าจะได้พบเจอกับมีดที่สวยงามและดูเหมือนจะใช้งานได้ดีกว่าบ้านใหญ่เสียอีก แต่ถึงอย่างนั้นจางรุ่ยหลินก็ยังคงเป็กังวลอยู่ดี ว่าของเหล่านี้จะมีราคาสูงเกินกว่าที่เธอจะสามารถซื้อมันได้
“พี่สาวสนใจมีดสองเล่ม ส่วนกระทะและหม้ออย่างละหนึ่งใบจ้ะ”
เมิ่งจือหลันตาลุกวาวขึ้นมาในทันที ถึงแม้ว่าเธอจะสามารถขายเพียงไม่กี่ชิ้นก็ตาม แต่ราคาของสินค้าเหล่านี้ก็มีราคาที่สูงกว่าการขายพวกเนื้อสัตว์
“สินค้าของฉันเป็สินค้าอย่างดี ดังนั้นราคาเลยอาจจะสูงไปหน่อย แต่สินค้าของฉันสามารถใช้งานไปได้อีกหลายปีเลยทีเดียว”
“มีดของฉันเล่มละสิบหยวน กระทะใบละหกหยวน ส่วนหม้อใบละแปดหยวนค่ะ ซึ่งรวมทั้งหมดจะเป็สามสิบสี่หยวนค่ะ เนื่องจากวันนี้พี่สาวเป็ลูกค้าคนแรกของฉัน ดังนั้นฉันลดให้เหลือเพียงสามสิบหยวนเท่านั้นค่ะ”
“ต้องใช้คูปองไหมจ๊ะ” ถึงแม้ว่าราคาที่อีกฝ่ายแจ้งมาจะสูงกว่าที่เธอคิดเอาไว้ แต่ด้วยคุณภาพของสินค้าตรงหน้า จางรุ่ยหลินจึงไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแต่อย่างใด
เมิ่งจือหลันส่ายศีรษะไปมา “ไม่ต้องใช้คูปองค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นฉันของซื้อตามที่แจ้งไปเลยจ้ะ ว่าแต่ฉันจะต้องไปรับของที่ไหนเหรอ” จางรุ่ยหลินหันไปมองบริเวณรอบๆ แต่ก็ไม่มีชาวบ้านคนไหนที่ดูเหมือนจะรู้จักกับผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
“พี่สาวรอฉันอยู่ตรงนี้สักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันจะรีบไปนำของมาให้พี่สาวค่ะ” หลังจากที่เมิ่งจือหลันย้ำเตือนให้อีกฝ่ายยืนรอเธออยู่ที่เดิมไม่ให้เดินไปไหนแล้ว เมิ่งจือหลันก็รีบเดินตรงไปยังตรอกเล็กๆ ตรอกหนึ่งในทันที เพื่อที่จะนำข้าวของที่เธอ้าขายออกมา เมื่อเมิ่งจือหลันตรวจสอบทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอก็รีบเดินกลับไปหาพี่สาวจางรุ่ยหลินอีกครั้ง
“นี้เป็ของที่พี่สาว้าค่ะ ลองตรวจสอบดูอีกครั้งนะคะ”
จางรุ่ยหลินรู้สึกพอใจกับสภาพของสินค้าที่เธอได้รับ ซึ่งหลังจากที่ตรวจสอบสินค้าที่เธอ้าซื้อเรียบร้อยแล้วนั้น จางรุ่ยหลินก็ยื่นเงินให้กับอีกฝ่ายในทันที ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกเสียดายเงินสามสิบหยวนที่จะต้องจ่ายออกไปในครั้งเดียว แต่เพื่อครอบครัวของเธอ ต่อให้ย้อนเวลากลับไปอีกครั้ง จางรุ่ยหลินก็ยินดีที่จะจ่ายเงินจำนวนนี้ออกไปเหมือนเช่นเคย
“ขอบคุณพี่สาวมากเลยนะคะ ส่วนนี้เป็เค้กพุทราที่ฉันลองทำขึ้นมาค่ะ ถ้าหากพี่สาวสนใจที่จะซื้อสามารถมารอพบฉันที่ตลาดมืดในอีกสามวันถัดไปได้เลยนะคะ”
จางรุ่ยหลินรู้สึกถูกใจเค้กพุทราตรงหน้า เนื่องจากเธอได้กินหอมลอยออกมาจากเค้กชิ้นนี้ ทำให้จางรุ่ยหลินรู้สึกอยากจะทานมันเสียตรงนี้เลยก็ว่าได้ แต่ถึงอย่างนั้นอีกใจเธอก็้าแบ่งปันเค้กพุทราชิ้นนี้กับสามีของเธอเช่นเดียวกัน ดังนั้นจางรุ่ยหลินจึงได้รีบเก็บเค้กพุทราตรงหน้าเข้าไปในตะกร้าของเธอในทันที หลังจากนั้นก็รีบบอกลาหญิงสาวตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะว่าเธอ้ากลับไปหาสามีของเธอ ที่ในวันนี้กำลังคุมช่างเพื่อมาซ่อมแซมบ้านของพวกเธอในตำบลแห่งนี้
หลังจากที่เมิ่งจือหลันขายของให้กับพี่สาวจางรุ่ยหลินแล้ว หลังจากนั้นเธอก็สามารถขายของได้อีกหลายครั้งเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้เมิ่งจือหลันยังได้พบกับคุณป้าเฉิงเสวียอี้อีกต่างหาก ซึ่งแน่นอนว่าเธอสามารถขายสินค้าให้กับคุณป้าเฉิงเสวียอี้ไปได้อีกหลายหยวนเลยทีเดียว และก่อนที่จะแยกจากกันเมิ่งจือหลันก็ไม่ลืมที่จะมอบของขวัญตอบแทนการซื้อขายสินค้าในครั้งนี้ให้กับอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++