Chapter 5
วันนี้ผมมีเรียนภาคปฏิบัติซึ่งเป็คาบที่ผมชอบมาก แต่ปี1อย่างผมจะเรียนพวกซ่อมพื้นฐานซะมากกว่าซ่อมทุกอย่างอะไรพังก็ซ่อมหมดแต่จะซ่อมได้ไหมก็อีกเื่
เื่ซ่อมไว้ใจเด็กช่างครับ
“ใจพังๆ ถ้าเขาไม่จริงจังก็ให้เด็กช่างซ่อมได้นะครับ” เอกลักษณ์ของแผนกผมคือใครผ่านมาก็แซวแม่งหมด แซวจนกว่าจะได้ แต่จริงๆ แล้วมันน่าจะอยู่ไม่เป็สุขถ้าไม่ได้แซวมากกว่านะผมว่าเพราะผมก็เป็ ฮ่าๆ
“ซ่อมให้ฟรีไม่คิดตังค์นะครับผม”
“ถ้าไม่มีเงินกินข้าวก็คิดนะครับบ” อันนี้เสียงของผมเองครับ
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ผมรู้ว่าอย่าไปลงทุนลงแรงเยอะไม่อย่างนั้นจะเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา
“่นี้จนหรอมึง” เพื่อนในแผนกคนหนึ่งหันมาถาม
“อย่าเรียกว่าจนเลยเรียกว่าไม่มีจะแดกดีกว่า” ไอ้โอ๊ตพูดแทนผมทันที
ผมกับมันก็พอๆ กันแหละหว่าา
“เรียนเสร็จแล้วไปกินข้าวไหนวะ” ไอ้ปาล์มถาม
“โรงอาหารปะกูี้เีขับรถออกไปข้างนอก” ปกติพวกผมจะกินข้าวเที่ยงไม่ที่โรงอาหารในวิลัยก็ข้างนอกซึ่งวันไหนเบื่อข้าวในโรงอาหารก็ออกไปข้างนอก แต่วันนี้บอกเลยว่าี้เีโคตรๆ
“กูเสร็จแล้วเนี่ยพวกมึงเสร็จยัง”
“เสร็จละๆ ” ผมตรวจสอบความเรียบร้อยของงานก่อนจะลงชื่อไว้ให้อาจาร์ยมาตรวจ งานเสร็จแล้วก็ไปหาไรกินดีกว่า
“นั่งทำเอ็มวีอะไรของมึงเพื่อนจะไปกินข้าวแล้วเนี่ย” ไอ้โอ๊ตหันไปพูดกับไอ้โก้ก่อนที่มันจะหันมามองด้วยตาลอยๆ ไม่ใช่อะไรนะครับไอ้โก้มันนอนไม่พอ
บอกแล้วว่าอย่าเล่นเกมส์ดึก ติดเกมส์ก็งี้แหละครับลาลาลอยเลยไหมล่ะมึง
“หน้าตาเหมือนคนไม่ได้นอน”
“ก็มันไม่ได้นอน”
“อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนพวกมึง…”
“พวกมึงอะไร” ผมหันไปตบหัวไอ้โอ๊ตก่อนจะกอดคอมัน
“พวกมึงเล่นเกมส์กันดึกไง” เกลียดหน้าเวลามันแถจังครับกวนตีนชิบหาย
“กินไรดีวะ”
“เดินไปดูก่อนค่อยคิด” ผมว่าพลางกอดคอไอ้โอ๊ตแล้วเดินไปทางโรงอาหาร
ส่วนพวกข้างหลังก็ให้มันลากไอ้โก้มาด้วย เหลือแต่กายหยาบแล้วมั้งนั่น
“ขอโทษนะครับ รู้จักแมนแผนกออกแบบไหม” ผมเงยหน้ามองคนมาใหม่ อีกฝ่ายยิ้มให้ผมอย่างเป็มิตร
ใบหน้าหล่อเหลาแต่พอยิ้มแล้วกลับดูหวานขึ้นมาบวกกับผมสีคาราเมลนั้นยิ่งทำให้คนตรงหน้าผมน่ามอง ทั้งการใส่ชุดนักศึกษาที่พับแขนเสื้อถึงข้อศอกแล้วปล่อยชายเสื้อออกยิ่งเสริมให้คนตรงหน้าผมดูเป็คนแบดๆ ขึ้นมาทันที ในวิลัยมีคนแบบนี้ด้วยหรอวะ
“น้องครับ”
“ครับ เมื่อกี้ว่าไงนะครับ” มองจนลืมว่าเขาพูดอะไร แต่อย่าเข้าใจผิดว่าผมชอบนะครับแค่มองเพราะเขาดูดีแค่นั้นเอง
“รู้จักแมนแผนกออกแบบไหมครับ” แมนหรอ เดี๋ยวนะอยู่ๆ ก็นึกถึงเื่ที่ไอ้ตังเคยเล่าขึ้นมา เื่ไอ้แมนกับเด็กมหาลัย
“รู้จักครับ”
“ปกติแมนมากินข้าวที่นี่หรอครับ”
“ไม่รู้สิครับ ผมไม่ได้สนิทกับเขา”
“เราชื่ออะไร พี่ชื่อไผ่นะเรียนมหาลัยใกล้ๆ นี่แหละ” เด็กมหาลัยจริงๆ ด้วยแฮะ เอาจริงๆ ผมก็ไม่ใช่พวกอคติกับคนอื่นไปทั่วหรอกนะ มันก็มีบางคนที่ไม่ได้อะไรกับพวกผมแต่ก็มีบางคนที่ไม่ชอบเหมือนกัน
“ทัชครับ”
“งั้นพี่ขอนั่งด้วยแปปนึงนะ” ว่าแล้วอีกคนก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามผมทันที
ผมนั่งอยู่คนเดียวโดยมีคนแปลกหน้านั่งด้วย เดอะแก๊งของผมพากันไปซื้อข้าวยังไม่มากันเลยส่วนไอ้ตังก็ยังไม่เลิกเรียน
เอาจริงๆ นะต่อมเผือกมันเริ่มทำงานแล้วว่ะ อยากรู้ว่าคนตรงหน้าเป็แฟนไอ้แมนจริงไหม
“ทัช” ผมเงยหน้ามองคนตรงหน้า ให้ตายเถอะผมชอบสีผมของเขาจริงๆ ว่ะ
“ครับ”
“พี่ขอไลน์ไว้ได้ไหม”
“ไลน์ผม?” ผมชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าทำหน้ายังไงถึงทำให้อีกฝ่ายหลุดขำออกมาแบบนั้น
“โทษๆ พอดีเมื่อกี้หน้าน้องตลกมาก” เป็คนเส้นตื้นขนาดนั้นรึไงวะ
“สรุปพี่ขอไลน์ทัชได้ไหม” ผมต้องให้ด้วยหรอวะเดี๋ยวก็ไม่ได้เจอกันแล้วปะ
“จะเอาไปทำไมพี่ เดี๋ยวก็ไม่ได้เจอกันแล้ว”
“ก็เพราะอาจจะไม่ได้เจอไงเลยขอไว้” นี่คงไม่ได้คิดอะไรกับผมหรอกนะ
คิดมากน่าผมเป็ผู้ชายเขาก็เป็ผู้ชาย แต่คนที่เขามาถามหาก็คือผู้ชายนี่หว่า
“อย่าคิดมากน่ะ พี่แค่อาจจะได้มาที่นี่บ่อยมีคนรู้จักไว้มันก็น่าจะดีกว่าไง” รอยยิ้มถูกส่งมาอีกครั้ง
“ก่อนจะให้ผมถามไรหน่อยดิ”
“ว่ามาสิ”
“พี่เป็แฟนกับไอ้แมนหรอ” คนตรงหน้าไม่ได้ตอบในทันทีแต่กลับยิ้มให้ผม ยิ้มบ่อยจนผมเริ่มคิดแล้วนะเนี่ย
“ไม่ได้เป็แฟนกันครับ” ถามว่าผมเชื่อไหมก็ห้าสิบห้าสิบนะ
“เอามือถือมาดิพี่”
ขณะที่ผมกำลังจะรับมือถือจากคนตรงหน้าก็โดนใครบางคนแย่งไปซะก่อน ผมหันไปมองก็พบว่าเป็ไอ้แมนที่ยืนทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่ข้างๆ
“ไม่เห็นต้องรบกวนทัชเลยพี่ไผ่ ครั้งหน้าถ้ามาก็ถามแมนสิ” ไอ้แมนยิ้มให้พี่ไผ่แต่ตามันไม่ได้ยิ้มด้วย
“แต่พี่อยากถามทัชนี่ครับ” พี่ไผ่ตอบแล้วยิ้มแบบเดียวกัน เอ่อ อย่ามาทะเลาะกันแถวนี้นะเว้ย
“หลบหน่อยค่ะคนจะกินข้าว” เสียงไอ้ตังดังขึ้นใกล้ๆ หูพลางชนไอ้แมนจนเกือบล้ม
แรงควายชิบหาย
“อีตังเม!”
“อ้าวอีแมน ยืนอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่อะ”
“พี่ไผ่เราไปกันเถอะ” ไอ้แมนตัดปัญหาด้วยการหันไปหาคนข้างๆ
“งั้นเจอกันใหม่นะทัช” คิดว่ากูอยากจะเจอมึงอีกไหมครับพี่
ไอ้แมนคว้าแขนคนที่ชื่อไผ่แล้วเดินออกไปทันที ส่วนไอ้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็จ้องผมเหมือนมีอะไรอยากจะถาม
“เขามาจีบมึงหรอ”
“จีบเชี้ยไร”
“ก็เห็นเขาคุยกับมึง”
“คุยไม่ได้แปลว่าจีบ”
“ย่ะ อย่าคิดไปยุ่งกับพวกมันเด็ดขาด” ผมส่ายหน้ากับคำพูดมันก่อนจะหันไปหาเดอะแก๊งที่ไปซื้อข้าว
พวกมันไปซื้อข้าวที่ดาวอังคารรึไงเนี่ย นานชิบหาย
และผมก็แทบอยากจะเดินไปตบหัวพวกมันเรียงตัวเมื่อเห็นพวกมันนั่งจีบสาวอยู่ ข้าวไม่ต้องดงต้องแดกมันแล้ววันนี้
ไปจีบสาวก็ไม่ชวนกู!!!
….……………………………………
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ เชี้ยโอ๊ตแม่งโคตรได้อะ”
“มึงต้องไปเห็นหน้ามันตอนนั้นเว้ยอย่างฮา ฮ่าๆ ”
“แกล้งแต่กูไอ้พวกเวร” ไอ้ตังว่าพลางไล่เตะไอ้ปาล์มกับไอ้โอ๊ต
ผมกับไอ้โก้ได้แต่ยืนดูไม่เข้าข้างใครทั้งนั้นครับ ทีใครทีมัน
“พวกมึงหยุดเลยนะ”
“ไม่เว้ย เชี้ย! …ขอโทษครับ” ไอ้โอ๊ตวิ่งอยู่ดีๆ ก็ไปชนคนที่เดินผ่านมาพอดี เหมือนมันลืมว่าตอนนี้อยู่ห้างไม่ใช่ในวิลัย
“เดินอะไรของนายเนี่ย!” ผู้หญิงที่ถูกชนพูดอย่างหงุดหงิดก่อนจะมองไอ้โอ๊ตั้แ่หัวจรดเท้า
พวกผมเกลียดการถูกมองแบบนี้ที่สุดมันเหมือนโดนเหยียดยังไงก็ไม่รู้
“เด็กเทคนิคหรอกหรอ”
“ขอโทษครับ” ไอ้โอ๊ตเริ่มเสียงแข็งก่อนที่พวกผมจะเดินเข้าไปหามัน
“ไปกันเถอะมึง ขอโทษอีกครั้งนะครับ” ผมว่าก่อนจะบีบไหล่มัน แล้วขอโทษผู้หญิงตรงหน้า
“เสียงดัง เอะอะโวยวาย” ก่อนพวกผมจะเดินออกมาก็ไม่วายได้ยินเสียงบ่นของผู้หญิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล ผมจึงหันไปมองอีกทีก็เห็นใครบางคนที่ผมรู้จักเดินเข้ามาหาผู้หญิงคนนั้นพอดี
พอคุณธัญอะไรนั่นเดินมาหาสาวเ้าก็รีบไปเกาะแขนทันที ถ้าเป็แฟนกันก็ไม่แปลกใจหรอกครับน่าจะเข้ากันได้ดี
“เล่นกันจนได้เื่” ไอ้โก้หันไปบ่นให้ไอ้สามตัวนั้น
“ทำไมต้องมองแบบนั้นวะแม่ง เทคนิคแล้วไง” พอพูดถึงเื่นี้ไอ้โอ๊ตมันมักจะหัวเสียตลอด ไม่มีใครอยากให้คนอื่นมองเราไม่ดีหรอกครับ แต่แล้วไงผมไม่แคร์นานแล้วล่ะคิดมากไปก็เหนื่อยเปล่าๆ ก็แค่คำคนอะไรปล่อยผ่านได้ก็ปล่อยผ่านไป
“มึงจะไปแคร์ทำไมวะ เขาเป็ญาติมึงหรอ” ไอ้ตังเสริม
ไอ้โอ๊ตมองไอ้ตังอย่างหงุดหงิดก่อนที่ไอ้ตังมันจะส่งยิ้มกวนตีนกลับมา เดี๋ยวก็ได้ตีกันอีกรอบ
“มาๆ สุดหล่อของตังเมเดี๋ยวพาไปคีบตุ๊กตาเนาะ”
“จ่ายให้กูด้วย”
แต่ใครบอกว่ามันจะตีกันเสมอไปล่ะครับ มันก็ทำให้อีกฝ่ายกลับมาอารมณ์ดีได้อยู่ดี ไม่งั้นพวกผมคงคบกันไม่ได้หรอกถ้ามีแต่ตีกัน
“จ่ายให้กูบ้างดิ” ผมวิ่งไปกอดคอพวกมันทั้งสอง
“เกี่ยวไรอะมึง”
“เกี่ยวดิ ไม่มีกูพวกมึงไม่ได้ตุ๊กตาหรอก” ไม่ได้อยากโม้นะครับแต่จะบอกว่าผมคีบเก่งมากก
“ไหนมึงบอกว่าไม่มีมึงพวกกูจะไม่ได้ตุ๊กตาไง” วันนี้ไม่น่าจะใช่วันของผมว่ะ ปกติผมคีบได้ตลอดเลยนะเว้ยแต่วันนี้ไม่ได้สักตัว
“เสียเงินไปกับมึงจริงๆ ”
“ขออีกรอบ” ผมหันไปหาไอ้ตัง
“จ่ายเองดิ”
จ่ายเองก็ได้วะ ให้มันรู้ไปสิว่ารอบนี้จะไม่ได้
ผมเดินไปแลกเหรียญก่อนจะเดินกลับมาที่ตู้ตีบตู้เดิม
เอาตัวไหนดีวะ
ผมหันซ้ายหันขวาหาแนวร่วมก่อนจะเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กคนหนึ่งเดินมองตุ๊กตาอยู่
ถ้าคีบได้ผมจะให้เด็กคนนั้นแล้วกัน ต้องเป้าหมายไม่งั้นมันจะไม่มีแรงบันดาลใจ
สองเหรียญแรก… ไม่ได้
สองเหรียญต่อมา…ก็ยังไม่ได้อยู่ดี
ผมหยอดเหรียญแล้วเลือกคีบตุ๊กตาที่อยู่ใกล้ที่สุดมันต้องได้สักตัวแหละน่า
อย่าให้เสียชื่อไอ้ทัชดิวะ โม้ไว้แล้วด้วยได้แค่ตัวเดียวก็ยังดี
ในขณะที่ผมกำลังลุ้นอย่างใจจดใจจ่อตุ๊กตาตัวดังกล่าวก็หล่นลงในช่องพอดี
“เยส!” ผมหยิบตุ๊กตาออกมาอย่างดีใจ เสียเงินเยอะหน่อยได้ตัวเดียวก็ดีใจแล้วถึงจะไม่คุ้มก็เถอะ
พอหันไปรอบๆ อีกทีผมก็ถูกทิ้งซะแล้วไอ้พวกที่เหลือมันไปไหนล่ะเนี่ย
สงสัยจะไปเล่นเกมอื่นมั้ง
ผมมองหาเป้าหมายก่อนจะเดินไปหา บุคคลิกอย่างผมเดินไปหาน้องแล้วจะใปะวะ
“น้องครับ” เด็กน้อยหน้าตาน่ารักหันมองหาผมก่อนผมจะย่อตัวลงให้เท่าน้อง
“พี่ให้ครับ” ผมยื่นตุ๊กตาไปตรงหน้า น้องทำหน้างงๆ ก่อนจะถอยห่าง
“ปะป๊าบอกว่าไม่ให้รับของจากคนแปลกหน้าครับ” น้องทำหน้าจริงจังจนผมอดยิ้มไม่ได้
“พี่ชื่อทัชนะ น้องชื่ออะไรครับ”
“ชื่อมินครับ” ถึงจะบอกว่าแปลกหน้าแต่น้องก็ยังคุยกับผมอยู่ดีสิน้าา
“พ่อกับแม่ไปไหนครับ”
“ไปซื้อของครับ”
“แล้วน้องมินอยู่กับใครครับ”
“พี่เลี้ยงครับ”
“แล้วพี่เลี้ยงของน้องมินไปไหนเอ่ย” เด็กน้อยชี้ไปอีกทางก่อนผมจะถามต่อ
“พี่หายแปลกหน้ารึยังครับ”
“ยังแปลกอยู่ครับ” ผมขำทันทีที่น้องพูดจบ เด็กอะเนาะพูดอะไรก็น่าเอ็นดูไปหมด
“ตุ๊กตานี่พี่จะให้ใครดีน้าา” ผมลอบมองดูปฏิกิริยาของเด็กน้องตรงหน้า อยากได้แหละครับแต่ไม่กล้ารับเพราะผมเป็คนแปลกหน้าสำหรับน้องไง
“งั้นผม…ขอได้ไหมครับ”
“พี่ไม่แปลกหน้าแล้วหรอ” ผมยิ้มให้เด็กน้อยตรงหน้า
“ก็...แปลกอยู่นิดหน่อยครับ” เด็กน๋อเด็ก
ผมยื่นตุ๊กตาให้น้องก่อนเ้าตัวจะรับไปแล้วขอบคุณผม ทั้งทำท่าจะเดินออกไปแต่ยังเหมือนกล้าๆ กลัวๆ อยู่ผมเลยโบกให้ น้องจึงยิ้มแล้ววิ่งไปหาพี่เลี้ยง
เป็เด็กนี่ก็ดีนะครับ สดใสดี
“อ้าว! น้องทัช เจอกันอีกแล้วนะ” ผมหันมองตามเสียงก็พบคนที่ผมเพิ่งเจอไปไม่กี่วัน เ้าของผมสีคาราเมล ที่ชื่อไผ่คนนั้น
คนตรงหน้ายิ้มให้ผม คงรู้ตัวว่ายิ้มแล้วดูดีล่ะมั้งครับถึงได้ยิ้มเก่งขนาดนี้
“มาคนเดียวหรอ” พอเห็นว่าผมไม่ตอบคนตรงหน้าเลยถามต่อ
“เพื่อนครับ แล้วนี่มาเล่นเกมหรอพี่” บุคลิกไม่น่าจะมาโซนเกมเลยนะผมว่าน่าจะไปเดินดูพวกของแบรนเนมมากกว่า
“ก็เดินไปเรื่อยจนมาเจอทัชนี่แหละ”
“ว่างขนาดนั้นเลยหรอพี่”
“ฮ่าๆ อยากว่างมากกว่า” ได้ด้วยหรอวะ
“ผมไปหาเพื่อนก่อนนะพี่” ไม่ใช่มันหนีกลับแล้วหรอยิ่งเป็เพื่อนที่น่ารักอยู่ด้วย
“เดี๋ยวสิ” ยังไม่ทันที่ผมจะได้เดินไปไหนคนข้างหลังก็เรียกไว้ซะก่อน
“ครับ”
“จะไม่ให้ไลน์พี่จริงๆ เหรอ”
“โทษทีนะพี่ ผมไม่ชอบให้ไลน์คนที่ไม่สนิทว่ะ” ยกเว้นผู้หญิงนะครับ อิอิ
ผมพูดแค่นั้นก็เดินออกมาทันที ตอนที่เจอกันครั้งแรกก็ว่าจะให้แล้วแต่คิดไปคิดมาไม่ให้ดีกว่า
อย่าหาว่าหยิ่งเลยนะครับแต่ผมไม่ชอบให้ไลน์ผู้ชายเท่าไหร่ มันไม่ใช่แนวของผมว่ะ
“ใจร้ายจังเลยนะ แบบนี้สิถึงจะน่าสนุก” ร่างสูงเ้าของผมสีคาราเมลมองคนที่เพิ่งเดินออกไปอย่างนึกสนุก รอยยิ้มผุดขึ้นพร้อมกับความคิดบางอย่าง
เขายิ่งเป็คนที่ชอบอะไรที่มันท้าทายและน่าสนุกซะด้วยสิ...
ผมกำลังขับรถเข้ามหาลัยที่ไม่ค่อยอยากจะเข้ามาเท่าไหร่ถ้าไม่จำเป็ จริงๆ เคยเข้ามาสองสามครั้งแต่ไม่เคยใส่ช็อปเข้ามาเลยสักครั้งเพราะไม่อยากถูกตกเป็เป้าสายตา แต่ครั้งนี้ต้องเข้ามาหาพี่แทนด้วยเหตุที่ท่านพี่ลืมกระเป๋าตังค์แล้วี้เีเข้าร้าน
หาเื่ใช้ผมล่ะไม่ว่าเพราะสองสามวันมานี้ผมไม่ได้เข้าร้านเลย
ผมจอดรถหน้าตึกคณะบริหารก่อนจะถอดหมวกกันน็อคแล้วหยิบมือถือขึ้นมาหาโทรหาพี่แทน
“ผมอยู่หน้าตึกคณะพี่นะ”
พอผมพูดจบพี่แทนก็วางสายทันที ตัดความสัมพันธ์ไวมากพี่ผม
ตอนนี้ตอนเย็นคนกำลังเยอะพอดีผมชอบบรรยากาศตอนเลิกเรียนนะครับ อาหารตาดีสุดๆ มองแล้วเพลินดี
“จะกลับบ้านไหม” เสียงดังจากด้านหลังทำให้ผมหันไปมอง พี่แทนอยู่ในชุดนักศึกษาพับแขนเสื้อทั้งสองข้างกำลังเดินมาหาผม
“ไม่อะ เอากระเป๋ามาให้พี่ก็จะกลับห้องเลย”
“ระวังโดนตัดค่าขนม”
“ก็มาขอพี่ไง” ผมยิ้มกว้าง ถึงจะขี้บ่นแต่โคตรใจดีนะครับคนนี้
“ใครบอกว่าพี่จะให้” อ้าว
“งั้นผมเอาก่อนได้ปะ” ผมทำท่าจะเปิดกระเป๋าตังค์พี่แทน แต่ถ้าไม่โดนห้ามก็จะเอาจริงๆ นะครับ
“ไม่ต้องเลยไอ้ตัวแสบ” พี่แทนแย่งกระเป๋าจากมือผมก่อนจะใช้เคาะหัวผมเบาๆ
“แค่นี้เลี้ยงน้องไม่ได้หรอครับ”
“หึ” มือหนายีหัวผมแรงๆ รุ่นนี้ไม่เอ็นดูแล้วมั้งน่าจะหมั่นไส้มากกว่า
“เดี๋ยวผมกลับแล้ว อยู่นานไม่ดี”
“ทำไม”
“ไม่ชอบคนมอง” มองแบบพิศวาสจะดีมากนะครับแต่นี่ไม่ใช่อะดิ
“อย่าไปใส่ใจเลยน่า”
“รู้แล้วครับ”
ผมโบกมือให้พี่แทนก่อนจะสวมหมวกกันน็อคแล้วขับออกไปทันที ว่างๆ ก็อยากมาแถวนี้นะครับเจริญหูเจริญตากว่าในวิลัยตั้งเยอะไม่แปลกใจว่าทำไมคนถึงไม่สนใจพวกผมเลย เพราะที่นี่หน้าตาแต่ละคนเหมือนคัดมากันทั้งนั้น
ระหว่างที่ผมขับรถชิลๆ ของผมไปเรื่อยผมก็ขับผ่านตึกนิเทศ ตึกนี้คนหน้าตาดีน่าจะเยอะโดยเฉพาะคนที่ชอบมาปรากฏตัวอยู่ในสายตาของผม
คุณธัญนั่งอยู่กับเพื่อนอีกสองคน คนที่โดดเด่นก็มักจะมองเห็นก่อนคนอื่นเสมอ
เรียนนิเทศสินะ
จริงๆ ผมคงไม่มีเวลามาดูใครนานขนาดนั้นหรอกเพราะผมขับรถอยู่ ในขณะที่ผมกำลังจะละสายตาจากสามคนนั้นคุณธัญก็หันมาทางผมพอดี แต่คงไม่รู้หรอกว่าเป็ผม
“มึงปิดมือถือหรอ”
“ทำไม”
“กิ๊กเก่ามึงโทรมา” ผมวางกระเป๋าลงบนเตียงแล้วหันไปหาไอ้โก้
“ใครวะ”
“คนที่มึงเทล่าสุดไง” พอนึกได้ผมก็แทบจะถอนหายใจออกมาแรงๆ ใครไม่เทก็บ้าแล้วเอาแต่ใจขนาดนั้นแถมยังไม่ยอมจบอีก
“เขาโทรหามึงหรอ”
“ใช่”
“แล้วมึงตอบเขาว่าไง”
“เขาแร็พใส่กูอะกูเลยวาง” เหมือนเป็เื่โชคดีที่ผมไม่ได้ยินเสียงมือถือ ไม่งั้นผมคงเผลอรับแน่ๆ เพราะเธอคนนี้ไม่น่าจะใช้เบอร์ตัวเองโทรมา
ไม่จำเป็จริงๆ ผมไม่เลิกคุยกับใครง่ายๆ และไม่เทใครก่อนด้วยซ้ำแต่คนล่าสุดเอาแต่ใจแถมยังไม่ค่อยฟังใครผมเลยตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ และก็เป็อย่างที่เห็นเธอยังไม่ยอมจบ
เห้อออ ถ้ามีแฟนอีกครั้งก็ขออย่าได้เจอคนเอาแต่ใจอีกเลย!
*เกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นนะทัช