ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    เล่มทีี่ 2 บทที่ 39 ท่องอีกหนึ่งเล่ม

            หลันเยว่หรูไม่ยินยอมใบหน้าที่งดงามเป็นหนึ่งไม่มีสองในยามปกตินั้นสูญเสียความงดงามที่เคยเห็นจนชินตาใบหน้าของนางบิดเบี้ยวก่อนจะขบฟันเอ่ยว่า “เจ้าต้องโกงแน่นอน! ไม่แน่ว่าเจ้าได้ท่องเล่มนี้เอาไว้ล่วงหน้าแล้วก็เป็นได้ เมื่อท่องออกมาได้ต่อหน้าคนมากมายก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด! ถูกต้อง เจ้าจะต้องท่องเอาไว้ล่วงหน้าแล้วแน่นอน!”

            คนที่อยู่ที่นั่นมีความคิดแตกแยกกันออกไป

            “หากท่องมาก่อนล่วงหน้า แล้วค่อยมาท่องให้ทุกคนฟัง ก็ไม่มีอะไรน่าแปลก!”

            “มีปัญญาก็ท่องอีกเล่มสิ หากยังท่องออกมาได้ พวกเราจึงจะเชื่อเจ้า!

            “ถูกต้อง ท่องอีกเล่มหนึ่ง!”

            “ท่องอีกเล่มหนึ่ง!”

            เฟิ่งเฉี่ยนพลันหัวเราะออกมา “พวกเจ้าช่างน่าสนใจนักไม่ว่าอันใดก็แล้วแต่หลันเยว่หรูจะพูด นางบอกว่านางทำใบไม้ทองคำหายไปพวกเจ้าก็เชื่อว่านางทำใบไม้ทองคำหาย นางบอกว่าข้าโกง พวกเจ้าก็เชื่อว่าข้าโกงที่แท้สำนักเทียนหงล้วนมีแต่คนไร้ความคิดเป็นของตนเองไม่มีกระทั่งการตัดสินที่เป็นของตนเอง มิน่าเล่าสำนักศึกษาแห่งนี้จึงได้เสื่อมถอยลงทุกวันถูกทิ้งไปอยู่อันดับสิบรั้งท้ายของแคว้นเป่ยเยียน อยู่ท้ายขบวนขืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าปีนี้จะไม่ติดอันดับกระทั่งท้ายขบวน”

            คำพูดของนางเสียดแทงจิตใจของทุกคน รวมไปถึงท่านผู้อาวุโสด้วย

            เกียรติและศักดิ์ศรีของสำนักศึกษา สำคัญกว่าทุกสิ่ง!

            “เจ้าพูดจาเลอะเลือนอันใด”

            “เจ้ากล้าดูแคลนสำนักศึกษาเทียนหงของพวกเราหรือ”

            “เกินไปแล้ว!”

            “ขับไล่นางออกไปจากสำนักศึกษา!”

            “สำนึกศึกษาเทียนหงไม่ต้อนรับเจ้า!”

            ความรู้สึกของทุกคนถูกกระตุ้นให้ออกมาต่อต้านในชั่วพริบตา

            หลังจากมีโทสะแล้ว ท่านผู้อาวุโสกลับรู้สึกเหมือนเช่นถูกกระชากจิตวิญญาณจนได้สติขึ้นมาความจริงเป็นเรื่องไม่น่าฟัง นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้ยินเสียงที่แตกต่างออกไปเช่นนี้

            สำนักศึกษาเทียนหงเสื่อมถอยลงทุกวันพวกเขาซึ่งเป็นรุ่นอาวุโสได้แต่คิดว่าสาเหตุมาจากศิษย์ที่รับสมัครเข้ามีคุณสมบัติค่อนข้างต่ำทว่าไม่เคยใคร่ครวญถึงปัญหาของตนเอง

            ทุกครั้งที่พบเจอเรื่องที่สมเหตุสมผล พวกเขาก็จะตัดสินใจทันทีหรือเมื่อพบเรื่องที่ไม่อาจทำให้สำเร็จได้ ก็จะปล่อยมือทันทีเช่นกัน

            และตอนนี้ เขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้น

            บนโลกนี้ไม่มีเรื่องใดที่ทำไม่ได้ มีเพียงเรื่องที่เจ้าได้ลงมือทำหรือลองทำหรือไม่เท่านั้น! หากเจ้าลองทำดูแล้วทว่ายังคงทำไม่ได้ ถึงเวลานั้นจึงจะมีสิทธิ์พูดว่านั่นเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้! หากเจ้ายังไม่เคยกระทั่งจะลองทำดูก็ปล่อยมือแล้วเช่นนั้นเจ้าจะมีสิทธิ์พูดว่าเรื่องนั้นทำไม่ได้หรือ

            เขาพลันรู้สึกกระจ่างแจ้ง หลายปีมานี้เขาเหมือนติดอยู่บริเวณคอขวดตลอดเวลาทุกอย่างพลันถูกคลายออกในพริบตา เขาดูเหมือนจะเห็นความหวังรางๆ

            เขากระแอมกระไอให้คอโล่งสีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยความเข้มงวดที่ก่อนหน้าหามีไม่ เขาพูดว่า “ทุกคนเงียบ!”

            สถานการณ์วุ่นวายตรงหน้าจึงสงบลง

            ท่านผู้อาวุโสพูดต่ออีกว่า“แม้คำพูดของแม่นางเฟิงเมื่อสักครู่จะฟังแล้วบาดหู แต่มิใช่ว่าไม่มีเหตุผล!

            ทุกคนตกตะลึง ท่านผู้อาวุโสกำลังพูดอะไร

            “สำนักศึกษาเทียนหงเสื่อมถอยลงทุกวันเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่เอ่ยถึงก็จะทำราวกับว่าไม่มีเรื่องเช่นนี้อยู่”

            ทุกคนเงียบงันและเริ่มครุ่นคิด

            “เมื่อสักครู่ ภายใต้สถานการณ์ที่ไร้ซึ่งหลักฐานใดๆพวกเราตัดสินว่าแม่นางเฟิงขโมยใบไม้ทองคำไปซ่อนเอาไว้ ที่จริงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง!”

            คนทั้งหมดจับต้นชนปลายไม่ถูก ท่านผู้อาวุโสต้องการพูดอะไรกันแน่

            “เหตุผลเดียวกัน ภายใต้สถานการณ์เดียวกันพวกเราก็ตัดสินว่าเรื่องที่แม่นางเฟิงท่องตำราแพทย์เป็นเรื่องที่ได้ท่องเอาไว้ล่วงหน้าแล้วซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้องอีกเช่นกัน!”

            ทุกคนงงงันต่อไป...

            เฟิ่งเฉี่ยนกลับเลิกคิ้ว อดมองท่านผู้อาวุโสใหม่อีกครั้งไม่ได้คนผู้นี้มีการพัฒนา

            ท่านผู้อาวุโสพูดต่ออีกว่า “ดังนั้นตอนนี้ให้พวกเราเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองเรื่องนี้เสียใหม่...ข้าผู้อาวุโสเสนอว่าให้เลือกตำราแพทย์ออกมาใหม่หนึ่งเล่มให้แม่นางเฟิงท่องตอนนี้ หากครั้งนี้นางยังคงท่องได้โดยไม่ตกหล่นสักตัวพวกเราต้องยอมรับว่านางมีความสามารถ! พวกเจ้าคิดเห็นอย่างไร”

            คนทั้งหมดเจ้ามองข้า ข้ามองเจ้า

            “อืม เช่นนี้ยุติธรรม!”

            “ข้าว่าได้!”

            “เลือกเล่มยากๆ สักหนึ่งเล่ม หากนางยังคงท่องออกมาได้ ข้าจะยอมแพ้นางเอง!

            “ถูกต้อง ความจริงย่อมชนะการคุยโวโอ้อวด!”

            “...”

            คิ้วคมของมู่ชิงเซียวย่นยู่เป็นตัวอักษรแม่น้ำเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความกลับกลอกของคนทั้งหมดโทสะนั้นท่วมท้นจิตใจจนเขาตะโกนออกมาอย่างทนไม่ได้ “พอแล้ว! พวกเจ้าเกินไปแล้วนะ! แม่นางเฟิงทำอะไรผิดกันแน่เหตุใดพวกเจ้าจึงต้องบีบบังคับกันเช่นนี้ด้วย ต่อให้นางท่องไม่ได้แล้วอย่างไรเล่า ข้าบอกพวกเจ้าไว้ก่อนวันนี้หากข้า มู่ชิงเซียวอยู่ที่นี่ ข้าไม่มีทางให้พวกเจ้าชี้นิ้วสั่งพวกเราได้!.”

            พูดแล้วเขาก็คว้าแขนของเฟิ่งเฉี่ยนและพูดเสียงหนัก “แม่นางเฟิงพวกเราไปเถิด! ข้าจะดูว่าผู้ใดจะกล้าขวางข้า”

            เขาตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไปต่อหน้าผู้คนมากมาย

            เขาทนมาพอแล้ว!

            แม่นางเฟิงทำทุกอย่างด้วยความปรารถนาดี มาอ่านตำราแพทย์ในหอตำราเพื่อช่วยรักษาอาการป่วยให้ท่านปู่ของเขาแต่คนเหล่านี้กลับมีจิตใจคับแคบ เขารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแทนแม่นางเฟิงจริงๆ!

            ดังนั้นเขาไม่สนใจแล้ว วันนี้ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะพาคนออกไปให้ได้!

            ปฏิกิริยาของเขาทำให้ทุกคนรู้สึกตะลึงงัน ศิษย์พี่ชิงเซียวผู้สุขุมเยือกเย็นในยามปกติถึงกับมีโทสะเสียแล้ว เอ่ยวาจาเพียงประโยคหนึ่งแล้วจะพาคนไปพวกเขาแต่ละคนได้แต่ปากอ้าตาค้าง

            ท่านผู้อาวุโสเลิกคิ้วด้วยโทสะ “มู่ชิงเซียวนี่เจ้าจะขัดสั่งของข้าผู้อาวุโสใช่หรือไม่”

            ท่าทีของมู่ชิงเซียวไม่ได้แข็งกร้าวจนดูเย่อหยิ่ง และไม่ได้ถ่อมตนจนดูต่ำต้อยเขาพูดด้วยสีหน้าแน่วแน่ “ท่านผู้อาวุโส วิญญูชนย่อมต้องรักษาสัจจะหากกระทั่งสหายข้าก็ยังปกป้องไม่ได้ ข้ายังจะมีหน้าอันใดอยู่บนโลกนี้อีก”

            ท่านผู้อาวุโสโกรธจนหน้าแดงก่ำ “เจ้า...”

            หลันเยว่หรูหัวใจหล่นวูบ นางแค้นใจจนแทบหายใจไม่ออก

            เพื่อสตรีนางนี้ศิษย์พี่ชิงเซียวถึงกับยอมแตกหักกับท่านผู้อาวุโสต่อหน้าทุกคน!

            ไฉนจึงเป็นเช่นนี้? เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?

            เฟิ่งเฉี่ยนคิดไม่ถึงว่าเพื่อนางและเพื่อมิตรภาพระหว่างสหายมู่ชิงเซียวถึงกับเด็ดขาดเช่นนี้! ทำให้นางซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง นางจดจำเอาไว้ในใจแล้ว!

            นางปลดมือมู่ชิงเซียวออก แล้วหันไปยิ้มให้กับเขา “ช้าก่อนข้ายังไปไหนไม่ได้!”

            มู่ชิงเซียวมองนางอย่างไม่เข้าใจ เฟิ่งเฉี่ยนพูดอีกว่า “หากข้าจากไปตอนนี้มิเท่ากับข้าต้องถูกตราหน้าว่าเป็นคนขโมยใบไม้ทองคำหรอกหรือ”

            “แต่พวกเขาไม่ฟังคำอธิบายของท่าน...” มู่ชิงเซียวพูด

            “ข้าไม่จำเป็นต้องอธิบาย ข้าให้ความจริงพูดแทน!”แววตาของเฟิ่งเฉี่ยนเป็นประกายด้วยความมาดมั่น นางหันไปพูดกับผู้อาวุโสด้วยดวงตาทอประกายกล้า “ข้ารับคำท้าของพวกเจ้า! ครั้งนี้...ข้าจะท่องกลับหลังด้วย!”

            คนทั้งหมดถึงกับตกตะลึงพรึงเพริด

            “ท่องกลับหลังหรือ”

            “บ้าเกินไปแล้ว!”

            “ไม่รู้จักประมาณตน!”

            “รอดูว่านางจะเป็นที่น่าหัวเราะเยาะอย่างไร!”

            “...”

            ท่านผู้อาวุโสตะลึงงัน คิดจะหาวี่แววโอ้อวดและร้อนตัวบนใบหน้าของนางทว่ากลับไม่พบอะไร

            ความอาฆาตมาดร้ายพาดผ่านดวงตาของหลันเยว่หรู นางเป็นฝ่ายส่งเสียงก่อน“ท่านผู้อาวุโส ครั้งนี้ให้ผู้น้อยเป็นผู้เลือกตำราได้หรือไม่เจ้าคะ”

            นางไม่เชื่อหรอกว่า บนโลกนี้จะมีคนที่มีพรสวรรค์เช่นนี้แค่เปิดอ่านตำราแพทย์ก็สามารถท่องจำออกมาได้ นี่มันเหลือเชื่อเกินไป!

            นางแน่ใจเหลือเกินว่าเมื่อสักครู่จะต้องเป็นเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอนประจวบเหมาะกับท่านผู้อาวุโสเลือกตำราที่เฟิ่งเฉี่ยนเคยท่องจำมาก่อนดังนั้นนางจึงท่องจำได้อย่างรวดเร็วเยี่ยงนี้

            ครั้งนี้นางจะต้องเลือกตำราที่นางไม่เคยอ่านมาก่อน! “ได้ เจ้าไปเลือกเถิด”

            เมื่อได้รับการอนุญาตจากท่านผู้อาวุโส หลันเยว่หรูเดินไปที่ชั้นวางหนังสือคัดเลือกตำราอย่างช้าๆ...

            ตำราแพทย์ธรรมดานั้นไม่ได้ ด้วยตำราแพทย์ธรรมดาย่อมเล็ดรอดไปข้างนอกตำราแพทย์ที่ยุ่งยากเกินไปก็ไม่ได้ หากเฟิ่งเฉี่ยนท่องไม่ได้นางกล่าวโทษว่าเป็นเพราะตำราซับซ้อนเกินไป มิใช่ปล่อยโอกาสให้เฟิงเฉี่ยนหาข้ออ้างหรือ

            จะเลือกตำราแบบใดดีนะ

            ดูตำราหมดไปหนึ่งชั้น นางก็ยังเลือกตำราที่เหมาะสมไม่ได้แม้แต่เล่มเดียว!

            นางไม่รีบร้อน เฟิ่งเฉี่ยนยิ่งไม่รีบร้อน สำหรับนางแล้ว เลือกตำราอะไรก็มีค่าเท่ากัน

            เมื่อไล่เรียงชั้นวางหนังสือตัวที่สองเกือบจะหมดทั้งชั้นหลันเยว่หรูพลันชะงักงัน มุมปากของนางยกขึ้นเล็กน้อยอย่างได้ใจ “ข้าเลือกได้แล้วเล่มนี้แหละ!”

            นางยื่นมือขึ้นไปหยิบตำราเล่มหนึ่งลงมาจากชั้นวางหนังสือ

            นางยื่นมือออกไปหยิบตำราจากชั้นวางหนังสือมาเล่มหนึ่งเห็นเพียงหน้าปกของตำราเขียนว่า 《ซาง หาน ลุ่น[1]》

            คนทั้งหมดได้แต่พากันตกตะลึง

            “《ซาง หาน ลุ่น》นี่มิใช่ตำราที่อาจารย์ใหญ่ท่านแรกของสำนักศึกษาเทียนหงเป็นผู้รวบรวมจากบันทึกในอดีตและเขียนจากประสบการณ์ทางการแพทย์ของตนเองหรอกหรือ”

            “ศิษย์พี่หญิงหลันฉลาดเฉลียวจริงๆ 《ซาง หาน ลุ่น》 เป็นตำราแพทย์ที่สำนักศึกษาเทียนหงของเขาเป็นเจ้าของเพียงแห่งเดียวสำนักศึกษาอื่นๆ ไม่มีทางหาได้”

            “《ซาง หาน ลุ่น》เป็นหนึ่งในวิชาบังคับที่ศิษย์ของสำนักศึกษาเทียนหงทุกคนต้องร่ำเรียนศิษย์ของสำนักศึกษาเทียนหงทุกคนล้วนท่องได้!”

            “นางมิใช่ศิษย์ของสำนักศึกษาเทียนหงดังนั้นนางย่อมไม่เคยอ่านผ่านตามาก่อน”

            “หากนางสามารถท่องจำ 《ซาง หาน ลุ่น》ได้จริงๆย่อมพิสูจน์ได้ว่าเมื่อสักครู่นางกำลังตั้งใจอ่านตำราจริงๆ ไม่ได้ขโมยใบไม้ทองคำ”

     


    [1] 《ซาง หาน ลุ่น》คือ ตำราว่าด้วยอาการของโรคที่เกิดจากปัจจัยภายนอกหรือไข้ไทฟอยด์

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730