บทที่16 เ้ามันต่ำ
เื่นี้จึงทำให้หวงกุ้ยเฟยไม่พอใจเป็อย่างมาก แต่ยังดีที่ทหารผู้นั้นไม่ถูกมาถึงนาง เพราะถูกใต้เท้าไป๋ขู่จะฆ่าล้างครอบครัวของทหารผู้นั้น อีกอย่างทั้งคู่ไม่เคยรักกันมันเป็เพียงเื่ที่กุขึ้นมาของใต้เท้าไป๋ ทหารผู้นี้เกรงว่าใต้เท้าไป๋จะจัดการกับลูกเมียของเขาที่รออยู่ที่บ้าน จึงยอมรับสารภาพเื่นี้ทั้งหมด
“ท่านแม่ได้ยินเื่ที่ทหารฆ่านางกำนัลหรือยังเพคะ”
เสี่ยวหลงเดินเข้ามาหาหวงกุ้ยเฟยที่ตำหนัก
“ข้าได้ยินแล้ว หึ! นางองค์หญิงนั่นช่างดวงแข็งเหลือเกิน นางไม่ถูกกล่าวหาแถมยังได้ของปลอบขวัญจากฝ่าาอีกด้วย อีกไม่นานก็คงยกสมบัติทั้งหมดให้นางสินะ ข้าได้ยินนางกำนัลตำหนักของฮองไทเฮาพูดคุยกันว่าตอนนี้ฮองไทเฮามอบที่ดินกับแหวนมรกตให้นาง ตอนนี้ทุกคนในวังหลวงแทบจะรักนางจนหมด อีกไม่นานเ้าก็มิใช่บุตรสาวที่โปรณปราณของฮ่องเต้แล้ว”
“ข้าไม่ยอม ข้าจะไปหานาง” พูดไม่ทันจบองค์หญิงเสี่ยวหลงก็สั่งให้ทหารนำเกี้ยวมาให้นางและพานางไปที่เรือนขององค์หญิงหนิงเอ๋อ หวงกุ้ยเฟยไม่ได้ห้ามปรามนางแถมยังเข้าข้างนางและออกตามนางมาด้วยเช่นกัน
ฝั่งด้านของหนิงเอ๋อเมื่อองครักษ์หลิวกลับมาวันนั้นก็ได้บอกเื่ราวทั้งหมดแก่หนิงเอ๋อนางจึงเฝ้าคอยดูว่าเื่นี้จะเป็เช่นไรต่อไป และผลก็ออกมาเป็เื่ที่พึงพอใจสำหรับนาง แต่นางจะไม่ยอมให้เกิดเื่เช่นนี้ขึ้นอีก นางสั่งให้องครักษ์เข้าไปที่วังหลวงเรื่อยๆ เพื่อไปสืบหาว่าผู้ใดอยูู่เบื่องหลังอีกบ้าง
ส่วนหางเฟิ่งนั้นก็ได้เฝ้าดูแลปรนนิบัติหนิงเอ๋อเป็อย่างดีไม่ว่าจะเื่กินเื่นอน เขาก็คอยดูแลอย่างใกล้ชิดทำให้หัวใจของหนิงเอ๋อ่นี้ชื้นบาน
อากาศแจ่มใสในฤดูใบไม้ผลิหนิงเอ๋อนั่งฟังเสียงพิณที่บรรเลงออกมาด้วยความตั้งใจและใส่ใจในการเล่นอย่างสุขใจ
แป๊ะ แป๊ะ!!! เสียงปรบมือที่ดังต่อเนื่องทำให้หนิงเอ๋อรู้ว่ามีผู้มาเยือน
“ช่างไพเราะเสียง ไม่ว่าจะเป็เพลงที่บรรเลงออกมาหรือจะเป็ผู้ที่บรรเลงช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก” หวงกุ้ยเฟยตบมือให้การแสดงของหางเฟิ่ง เมื่อเขาเห็นผู้มาเยือนจึงได้รีบวางมือจากเครื่องเล่นและทำความเคารพ ต่างจากหนิงเอ๋อที่ไม่ได้มีความยินดีที่หวงกุ้ยเฟยกับเสี่ยวหลงมาเยือนสักนิด
“ท่านมาทำอะไรที่เรือนของข้า” หนิงเอ๋อไม่ได้ลุกทำความเคารพแถมยังถามออกมาอย่างตรงไปตรงมา
“เ้านี่มันช่างสามหาว ไม่มีมารยาทไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”
“ใช่เพคะท่านแม่ ท่านแม่ของข้ามีศักดิ์ที่สูงส่งกว่าเ้าเหตุใดถึงไม่คำนับท่านแม่ของข้า” เสี่ยวหลงไม่พอใจที่หนิงเอ๋อไม่ให้ความเคารพ
“ก็เพราะว่าท่านไม่มีเกียรติพอที่ข้าจะเคารพนะสิ” หนิงเอ๋อเองก็ปากคอเราะร้ายไม่ยอมผู้ใดเช่นกัน
“เ้านี่ช่างปากดีนักอย่างนี้ข้าคงต้องอบรบสั่งสอนเสียหน่อยแล้ว อย่างนี้สินะลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่”
“หยุดพูดถึงท่านแม่ของข้านะ นี่หรือเื่ที่ท่านมาหาข้าในวันนี้เพราะจะมากล่าวคำพูดถากถางข้า ในเมื่อท่านพูดจบแล้วก็เชิญกลับไปได้แต่ท่านอย่ามาพูดถึงท่านแม่ของข้าอีก” หนิงเอ๋อจ้องมองตาแข็งกร้าวพร้ะเบะเสียงเข้มใส่อย่างไม่พอใจ
ยิ่งทำให้หวงกุ้ยเฟยไม่พอใจเป็อย่างมากจึงได้ตบเข้าที่ใบหน้าของหนิงเอ๋ออย่างแรง
“เพี๊ยะ!!. ..” หนิงเอ๋อใบหน้าสะบัดไปตามแรงมือหางเฟิ่งที่อยู่ตรงนั้นก็รีบเข้ามาขวางไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงมากกว่านี้
“หยุดเถอะพะย่ะค่ะ ถือว่ากระหม่อมขออย่าทำอันใดองค์หญิงเลย” หางเฟิ่งเข้ามาขวางระหวางกลาง
“เ้าเป็ใครถึงกล้าเข้ามายุ่งเื่ของข้า ทหารมาจับตัวนักดนตรีผู้นี้ออกไป และนำตัวไปโบยโทษฐานมาขัดความหวงกุ้ยเฟย “
“หยุดนะ อย่ามายุ่งกับคนของข้า ที่นี่มันเรือนของข้าไม่ว่าอยู่ที่วังหลวงท่านจะว่าฐานะเช่นใดแต่ที่นี่ข้าเป็คนดูแล และข้าก็ไม่ยอมให้ท่านมาทำอะไรกับคนของข้าทั้งสิ้น” หนิงเอ๋อกล่าวออกมาอย่างโมโห
“เอ๊ะ! อย่างไรกันนะหรือว่าชายผู้นี้มีความสำคัญกับเ้า ใช่ข้าว่าต้องใช่แน่ๆ” เสี่ยวหลงเดินเข้ามาหาหางเฟิ่งจับปลายคางให้เงยขึ้น
“เ้าก็หน้าตาดี แต่เ้ามันโชคร้ายไปหน่อยที่มาอยู่กับองค์หญิงกาลกิณีเช่นนาง เ้าเป็ใคร”
หางเฟิ่งที่บัดนี้นั่งคุกเข้าลงอ้อนวอนมิให้หวงกุ้ยเฟยเอาเื่หนิงเอ๋อก็ได้ทูลตามความจริงแต่สิ่งนั้นจะทำให้ชีวิตของหนิงเอ๋อได้เปลี่ยนไป
“กระหม่อมเป็เพียงนายโลมชั้นต่ำ มิได้เป็อันใดกับองค์หญิงพะย่ะค่ะ แต่ด้วยความเมตตาขององค์หญิงที่มอบให้กระหม่อม จึงตามมารับใช้องค์หญิงที่เรือนแห่งนี้ได้โปรดอย่าทำอะไรองค์หญิงเลยนะพะย่ะค่ะ”
“โฮ๊ะๆๆ ข้าก็คิดว่าแค่นักดนตรีที่ไหนได้ก็เป็นายโลมขององค์หญิงหนิงเอ๋อนี่เองช่างตาต่ำนัก ” หนิงเอ๋อกำมือแน่นนางพยายามสงบสติอารมณ์ของตนเองเพื่อไม่ให้ปะทุออกมา
“จริงเพคะท่านแม่ แม้ว่าชายผู้นี้จะมีใบหน้าที่หล่อเหลาแต่ก็เป็คนชั้นต่ำ แค่นี้เ้ายังทำให้เชื้อพระวงศ์เสื่อมเสียไม่พอหรืออย่างไร แต่ก็ไม่แปลกเพราะเ้าไม่มีผู้ที่คอยอบรมสั่งสอน ไม่มีทั้งแม่ ถึงมีท่านพ่อก็ไม่เคยแยแสเช่นนี้สินะเ้าถึงได้โหยหาความอบอุ่นจนต้องไปคว้าเอาตัวนายโลมมาคอยดูแล ชีวิตเ้าช่างน่าสมเพชยิ่งนัก” หนิงเอ๋อที่ได้ยินคำพูดที่ไม่น่าฟังออกมาจากเสี่ยวหลงบัดนี้นางทนไม่ได้อีกต่อไป หนิงเอ๋อตบเข้าไปที่ใบหน้าของเสี่ยวหลงอย่างแรงจนนางล้มลงกับพื้น หวงกุ้ยเฟยรีบเข้าไปพยุงบุตรสาวตนเองทันที
“ว้าย! เสี่ยวหลงเป็เช่นไรบ้าง”
“ข้าเจ็บที่ใบหน้านี่เพคะท่านแม่ ท่านแม่ต้องจัดการนางให้ข้านะเพคะ”
“เ้ากล้าดีมาตบหน้าเสี่ยวหลงได้อย่างไร ”
“ข้าก็บอกไปแล้วนี่เพคะ ว่าอย่ามาแตะต้องหรือยุ่งวุ่นวายกับคนของข้า ถึงแม้หางเฟิ่งเป็เพียงนายโลมแต่ไม่เคยมีวาจาและนิสัยต่ำเหมือนคนสูงศักดิ์อย่างพวกท่านหรอกเพคะ” หวงกุ้ยเฟยได้ยินถึงกับเืขึ้นหน้านางจึงได้ตบตีหนิงเอ๋อแต่ทว่ารอบนี้หางเฟิ่งเข้ามารับฝ่ามือนั่นแทนใบหน้าที่หนิงเอ๋อเฝ้าทะนุทะนอมเป็รอยนิ้วมือของหวงกุ้ยเฟย หนิงเอ๋อเห็นถังน้ำที่วางไว้เพื่อล้างมือนางจึงนำน้ำนั้นมาสาดใส่หวงกุ้ยเฟยกับหนิงเอ๋อทันที
“ข้าบอกให้ท่านหยุด ”
“กรี๊ด!!”
“นี่เ้าเอาอะไรน้ำอะไรมาสาดใส่ข้า”
“น้ำล้างมือเพคะ ก็ข้าเห็นท่านของขึ้นก็เลยหาน้ำมาช่วยดับให้”
หวงกุ้ยเฟยดมกลิ่นตัวของตนเองก็รับไม่ได้โมโหมากกว่าเดิม
“ทหารจับตัวองค์หญิงหนิงเอ๋อและนายโลมผู้นี้ไว้ข้าจะสั่งสอนให้รู้สำนึก” ทหารเองก็ไม่รอช้ารีบเข้ามาจับตัวองค์หญิงไว้ทันที ฟางลี่เว่ยที่กลับมาจากการซักผ้าก็ได้มาเห็นเหตุการณ์นางทำอะไรไม่ถูกก็รีบวิ่งไปเรียกแม่นมที่อยู่ในเรือนทำอาหารทันที
“เ้ามันตัวซวย ใต้หล้าแห่งนี้ไม่มีใครรักหรือ้าเ้า เ้าน่าจะตายๆ ไปกับแม่ของเ้าั้แ่คืนนั้นเสีย”
หวงกุ้ยเฟยจับหน้าหนิงเอ๋อและใบมือฟาดเข้าหน้าของนางอย่างจัง ทำให้ริมฝีปากของหนิงเอ๋อมีเืซึมออกมาเล็กน้อย
“ท่านจะกลัวอันใด ข้าก็อยู่ของข้าข้างนอกวังหรือว่าท่านจะกลัวว่าข้าจะแย่งทุกอย่างมาจากท่าน ถึงได้พยายามใส่ร้ายข้าและมาทำร้ายข้าถึงที่นี่ หรือความจริงท่านมีเื่เลวทรามซ้อนไว้ไม่ให้ผู้ใดรู้ ”หนิงเอ๋อแม้จะเจ็บแต่นางก็ไม่ยอม นางจิกตามอง
“ข้าจะกลัวอันใด ข้าไม่มีอำนาจมากพอมาทำอะไรข้าได้หรอกนะ”
“แต่ก็ใช่ว่าข้าจะเปิดโปงความเลวของท่านไม่ได้ ในตอนแรกข้าเองก็ไม่ได้อยากจะยุ่งเื่ของวังหลังเพราะข้าไม่คิดเข้าไปอยู่ที่วังอยู่แล้ว แต่ในเมื่อท่านมาหาเื่ข้าถึงที่ข้าเองก็มีเื่ดีๆ เล่าให้ท่านฟังเช่นกัน”
“คนอย่างเ้านะหรือจะมีเื่อะไรเล่าให้ข้าฟัง’
“ท่านก็โน้มตัวลงมาใกล้ข้าสิ ไม่เช่นนั้นทั้งทหารและผู้คนที่อยู่ที่นี่จะได้ยินความชั่วช้าของท่าน”
หวงกุ้ยเฟยเองก็อยากรู้จึงได้โน้มตัวลงเอาหูมาใกล้ๆ หนิงเอ๋อที่ถูกทหารจับตัวให้คุกเข้าอยู่
“การตายขององค์รัชทายาทองค์ก่อนมิใช่สัตว์ร้าย แต่เป็ฝีมือของมนุษย์ อีกอย่างมนุษย์ที่ว่าข้าก็รู้ตัวแล้วด้วยว่าเป็ผู้ใด แล้วการเสียชีวิตขององค์รัชทายาทครั้งนั้นผู้ใดได้รับผลแระโยชน์ ท่านลองคิดดูสิเพคะ หากข้านำเื่นี้ไปกราบทูลฝ่าากะเกิดอันใดขึ้น” เมื่อหวงกุ้ยเฟยได้ยินเื่ที่ปิดตายั้แ่18 ปีที่แล้วนางก็เริ่มหน้าเสียทันที
“เ้าอะไรมาพูด เหลวไหลในตอนนั้นเ้าพึ่งจะลืมตาดูโลกจะไปรู้อันใด “
“เื่นั้นยังไม่แน่ชัดแต่เื่ที่เกิดกับข้าวันที่ข้าเข้าวังหลวง นั่นเป็ฝีมือของท่าน”
“ใครเขาจะเชื่อคนอย่างเ้ากัน”
“ท่านกลัวหรือเพคะ แววตาของทานสั่นคลอนมือของท่านตอนนี้ก็เช่นกันหากมิใช่ความจริงเหตุใดถึงสั่นเช่นนี้ล่ะเพคะ” หนิงเอ๋อแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะแต่ทว่ามันไปเพิ่มความโมโหโทสะของหวงกุ้ยเฟยเป็อย่างดี นางกำลังยกมือขึ้นเพื่อตบใบหน้าของหนิงเอ๋ออีกครั้ง เสียงของผู้มาเยือนก็ดังขึ้น
“หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้”