กระแสตอบรับที่ดีั้แ่เริ่มต้น ทำให้ร้านอาหารเรือซุนเฟิ่งกลายเป็จุดสนใจในเมืองซันซีคหบดีต่างถิ่น ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคงไม่พ้นอาหารที่มีหลากหลายรสชาติให้เลือกเครื่องดื่มต่างถิ่นที่หาดื่มไม่ได้จากที่ไหน
สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้สำหรับบรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายนั้นคือของหวานอย่างไอศกรีมวานิลา ข้าวเหนียวมะม่วง บิงซูผลไม้รวม เค้กมะพร้าวน้ำหอม และพุดดิ้งคาราเมลที่สำคัญมีราคากำกับทำให้คำนวณค่าใช้จ่ายได้ล่วงหน้า
ทุกเช้าบ่าว สาวใช้ตระกูลซุนตื่นั้แ่เช้าตรู่เข้าสวนเก็บผัก ผลไม้ จัดเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมทุกคนต่างมีหน้าที่ของตัวเองชัดเจน ทำงานอย่างเป็ระบบ ไม่วุ่นวานงานในส่วนที่ตนเองไม่ได้รับผิดชอบพ่อบ้านเจิ้งคอยควบคุมความเรียบร้อย โหย่งจิ้นสรุปผลก่อนถึงมือซุนเลี่ยงเฟิ่ง
“นายท่าน ถึงแล้วขอรับ” อี้เฉินบอกผู้เป็นายทั้งสาม
“วันนี้้าพูดอะไรก็พูดให้จบ อย่าให้ค้างคา”
“ขอรับท่านพ่อ”
“ท่านหลิว คุณชายหลิวเชิญ ส่วนรถม้าเชิญเข้าประตูข้าง”พ่อบ้านเจิ้งบอกอี้เฉิน รั่วเฟย ต้าเจิง จงอีเดินตามหลังเขาเข้าประตูหน้า สิ่งแรกที่เจอหลังประตูวงเดือนคือลานฝึกที่คนกำลังประลองฝีมือกันอย่างเอาจริงเอาจัง
ครั้งแรกในรอบสองปีกว่าที่สองพี่น้องก้าวผ่านประตูตระกูลซุนั้แ่เดินออกไปคราวนั้นสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปไม่คุ้นตา เหมือนย้ำชัดในความััที่ไม่อาจย้อนคืน รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าหลิวห้าวเหลียงแววตาเศร้าหมองของหลิวห้าวจิ่งยามมองเบื้องหน้าช่างชัดเจนนัก
“ไม่ใช่เรือนนี้หรือ?”หลิวหลวนจ้างแปลกใจที่พ่อบ้านเจิ้งพาเดินผ่านเรือนใหญ่ด้านหน้า
“เรือนนี้เป็ห้องฝึกงาน ด้านหลังตรงนี้คือห้องพักพนักงานบนเรือ”
“ข้าข้องใจมาสักพักแล้ว ทำไมถึงเรียกพนักงานไม่ได้เรียกเสี่ยวเอ้อ?”
“ท่านคงต้องถามคุณหนูเอง ข้าไม่ทราบเหมือนกัน” พ่อบ้านเจิ้งพาเดินผ่านสวนหย่อมมาถึงห้องโถงเรือนหลัง
“เชิญนั่งรอสักครู่ ข้าไปเรียนคุณหนูก่อน”สาวใช้ยกน้ำชามาเสิรฟ์ทันทีหลังพวกเขานั่งลง
หลิวหลวนจ้างหลิวห้าวจิ่งมองตามหลังพ่อบ้านเจิ้งเดินหายไปทางปีกซ้ายของเรือน ผ่านไปครู่ใหญ่ซุนเลี่ยงเฟิ่งเดินออกมาพร้อมเฟยเฟิ่ง ต๋าไป๋ โหย่งจิ้นเดินออกมาจากด้านหลังบ้านพร้อมหนิงเฉิง
“ข้าขอไม่อ้อมค้อมแล้วกันไม่ทราบว่าคุณชายหลิว้าพบข้าด้วยเหตุใด?” สายตาทุกคู่มองตรงมายังทั้งสอง พวกเขาสบตากันและกัน
“ข้ากับห้าวจิ่ง อยากขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมาพวกเราเพิ่งรู้ความจริงเมื่อไม่นานนี้”
“นั่นไม่ใช่ข้อแก้ตัวสักหน่อย” เฟยเฟิ่งโพลงขึ้น
“ทั้งที่รู้นิสัยของฮูหยินผู้เฒ่าท่านกลับเลือกเชื่อโดยไม่คิดหาความจริง หรือถามบิดาของท่านสักนิด” น้ำเสียงต๋าไป๋ราบเรียบไม่โกรธเคืองเหมือนเฟยเฟิ่ง แต่คำพูดของเขากลับตำหนิทั้งสองโจงแจ้ง
“หรือตอนนั้นความรักของข้าไม่เพียงพอให้คุณชายพยายามตามหาความจริง?”
“ไม่ใช่แบบนั้น!” หลิวห้าวจิ่งรีบปฏิเสธ
“แล้วมันแบบไหน”
“่ปีหลังพวกเราเริ่มสะกิดใจทำไมท่านย่าถึงพยายามให้พวกเราหาวิธีเอาทรัพย์สินตระกูลซุนเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่สิ่งของที่ได้รับมันมากอยู่แล้ว…”หลิวห้าวจิ่งอธิบายให้นางฟัง
“ข้าปรึกษากับน้องชาย แต่ทุกครั้งที่เอ่ยถามกับท่านย่านางหลีกเลี่ยงตลอด ท่านพ่อในเวลานั้นกำลังยุ่ง พวกเราเลยไม่ได้ถาม”
“ถามข้าได้นี่”
“สิ่งที่เราทำมันทำให้พวกเราไม่กล้าถาม”ซุนเลี่ยงเฟิ่งมองสองพี่น้องเงียบ ๆ เฟยเฟิ่งรู้สึกร้อนใจเขาเอื้อมมือมากุมมือนางเอาไว้แน่น ซุนเลี่ยงเฟิ่งตบหลังมือเขาเบา ๆ
“ข้าขอถามสักอย่างได้หรือไม่?”
“ได้สิ”
“พวกท่านเคยรักข้าบ้างไหม” แม้ในใจพอรู้คำตอบแต่ซุนเลี่ยงเฟิ่งอยากได้ยินจากปากของพวกเขา
“รัก” ทั้งคู่ตอบพร้อมกัน
“ก่อนเกิดเื่ไม่กี่วันพวกเราตัดสินใจจะบอกความรู้สึกของพวกเรา แต่มาเกิดเื่เสียก่อน”
“หลังเกิดเื่ทำไมถึงไม่มา?”
“พวกเรามาแล้ว…” หลิวห้าวเหลียงหันไปมองโหย่งจิ้น
“ข้าไม่ให้พบเอง” เขายอมรับออกมาตรง ๆ
“วันนั้นนอกเมือง บอกได้นี่”
“ขี้ขลาด”
“เฟยเฟิ่ง” เฟยเฟิ่งหันหน้าหนีไม่พอใจแต่ไม่ยอมลุกไปไหนคำพูดนั้นไร้การโต้แย้ง พวกเขายอมรับว่าขี้ขลาดอย่างที่ชายหนุ่มว่าจริง ๆ
“วันนั้น…ถ้าข้าบอกไป ทุกอย่างจะเหมือนวันนี้หรือไม่?”หลิวห้าวจิ่งถามเสียงเบา
“ถามตอนนี้ไม่มีประโยชน์อันใด ข้าไม่อาจกลับไปยืนข้างพวกท่านได้แล้วต่อให้ทำได้ข้าก็ไม่อยากทำ เพราะอะไรรู้ไหม?”
“…เพราะอะไร”
“ข้าไม่อาจอยู่กับคนที่ไม่เชื่อมั่นตัวข้าได้ พวกท่านลังเลที่จะหาความจริงไม่เชื่อมั่นกระทั่งความรู้สึกตัวเอง ต่อให้กลับมาอยู่ด้วยกันได้สุดท้ายวันหนึ่งมันคงจบแบบเดิม บอกตามตรง ข้าไม่ได้เกลียดพวกท่าน ท่านเองก็เป็ผู้เสียหายเป็เหยื่อคำว่ากตัญญู ข้ายอมรับว่าเสียใจแต่ไม่ได้เกลียดพวกท่าน ข้ายังเป็ห่วงต่อให้กลับไปอยู่ในฐานะเดิมไม่ได้แต่พวกเราสามารถเป็สหายที่หวังดีต่อกันได้”
เหยื่อคำว่ากตัญญูงั้นหรือ…คำนี้ก้องอยู่ในหูหลิวหลวนจ้าง
“ข้ารู้ว่ามันไม่สามารถย้อนกลับไปเหมือนเดิมได้อีก แต่ให้ตัดใจเลยคงทำไม่ได้”หลิวห้าวเหลียงสารภาพความรู้สึกตามตรง
“สองปีกว่าแล้ว ยังปล่อยวางไม่ได้หรือ”
“เพราะสองปีที่ผ่านมา พวกเขาพยายามตามหาคุณหนูซุนมาตลอด”ซุนเลี่ยงเฟิ่งเบนสายตามาทางหลิวหลวนจ้าง
“ตามหาข้าทำไม”
“ข้าเป็ห่วง” หลิวห้าวจิ่ง ต๋าไป๋ปรายตามองชายหนุ่มไม่พูดอะไรออกมา
“ข้าดูแลคนของข้าได้” เฟยเฟิ่งบอกพวกเขา หลิวห้าวเหลียงยิ้มเศร้า
“ที่ผ่านมาให้มันแล้วไปเถิด ข้าไม่ถือสาแต่ว่าหลังจากนี้คงไม่ใช่”
“พวกเราไม่ทำแบบนั้นแน่นอน”
“ข้าไม่ได้ถึงพวกท่าน”
“คุณหนูซุนรู้เื่นั้นด้วยหรือ?” หลิวหลวนจ้างถาม
“เื่ไหน เื่ที่หลิวเจียเยี่ยน้าสังหารข้า หรือเื่ของท่าน?”
“ขนาดท่านยังรู้ คนเมืองซันซีคงรู้หมดแล้ว” หลิวหลวนจ้างสมเพชตัวเองเหลือเกินซุนเลี่ยงเฟิ่งปรายตามอง
“ข้าไม่รู้ท่านหลิวหมายถึงอะไร แต่ข้าพูดหมายถึงเื่ที่ท่านตัดขาดจากครอบครัวน้องชายต่างหาก”
“ตัดขาดงั้นหรือ…พวกเขาไม่ยอมย้ายออกจากตระกูลหลิวของข้าด้วยซ้ำ”
ของข้า? พ่อบ้านโหย่งจิ้นมองหลิวหลวนจ้าง
“มีอะไรข้าสามารถช่วยได้ก็บอกข้ายินดีช่วยไม่ต้องเกรงใจ” หลิวหลวนจ้างครุ่นคิดบางอย่าง
“ข้าขอพูดอย่างไม่อาย บอกตามตรงตอนนี้ร้านผ้าตระกูลหลิวแทบไม่มีลูกค้าเลยตอนท่านจัดการเคยเป็เช่นนี้หรือไม่” ซุนเลี่ยงเฟิ่งหันไปทางโหย่งจิ้น
“ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนผ้าที่ออกจากตระกูลซุนมีคุณภาพทุกชิ้น เลยทำให้ลูกค้าเชื่อใจ”
“ท่านตรวจสอบหรือยัง” ซุนเลี่ยงเฟิ่งถาม
“ตรวจสอบแล้ว หาสาเหตุไม่เจอ”
“แน่ใจว่าตรวจสอบทุกอย่างแล้ว ได้ตรวจสอบคู่ค้า การสั่งซื้อ หรือเทียบราคาวัตถุดิบหรือยังโรงทอท่านต้องเข้าไปดูประจำด้วย” โหย่งจิ้นบอกเขา
“ข้าไม่ได้ตรวจสอบเองทุกครั้ง ห้าวเหลียง ห้าวจิ่งบางครั้งต้องเดินทางเลยต้องแบ่งงานให้คนอื่นรับผิดชอบ” โหย่งจิ้นสบตาซุนเลี่ยงเฟิ่ง
“ท่านถูกคนในหักหลัง” คำพูดนี้ดังมาจากต๋าไป๋
“ตรวจสอบการสั่งซื้อเทียบราคาวัตถุดิบต้นทางกับปลายทางให้ดี” เฟยเฟิ่งบอกเขา ซุนเลี่ยงเฟิ่งอมยิ้ม
“ท่านควรตรวจสอบเงียบ ๆ ไม่อย่างนั้นคนทำผิดอาจรู้ตัวได้”โหย่งจิ้นแนะนำอีกครั้ง
“ตอนนี้พวกท่านพักอยู่ที่ร้านใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้ว”
“ตรงท้ายร้านมีบ้านหลังหนึ่งไม่ใหญ่มากท่านไปพักที่นั้นก่อน เดี๋ยวข้าให้คนไปทำความสะอาดให้”
“บ้านหลังนั้นของคุณหนูซุนหรือ?”
“ท่านตาซื้อจากเ้าของเดิมนานแล้ว บางครั้งท่านตาก็ชอบไปนอนที่นั้นเพื่อคิดงาน”
“ข้าไม่อยากรบกวนท่านอีก”
“ข้าช่วยได้ไม่ได้ลำบากอีกอย่างบ้านหลังนั้นไม่มีใครอยู่มานานแล้ว ข้าเพิ่งรู้ตอนเก็บของเหมือนกัน”
“ขอบคุณคุณหนูซุนมาก”
“พ่อบ้านเจิ้ง!” พ่อบ้านเจิ้งเดินเข้ามาในห้อง
“ให้คนไปซ่อมแซมบ้านท้ายร้านผ้าตระกูลหลิวด้วย” ซุนเลี่ยงเฟิ่งยื่นกุญแจให้เขา
“พวกเราต้องพึ่งพาคุณหนูซุนอีกแล้ว”
“อย่าคิดมากเลย หากรู้สึกผิดต่อข้าจริง ๆ ก็ช่วยท่านหลิวดูแลร้านผ้าให้ดีที่นั่นมีความทรงจำมากมายของตระกูลซุนอยู่”
“หากคุณหนูซุนอยากได้คืนข้ายินดีคืนให้ท่าน” ซุนเลี่ยงเฟิ่งส่ายหน้าปฏิเสธ
“ข้าไม่มีความรู้เกี่ยวกับผ้าเลย ต่อให้ได้กลับมาคนที่ต้องทำงานหนักไม่ใช่ข้าแต่เป็ท่านลุง ถ้ามันอยู่ในมือคนที่คู่ควรข้าไม่คิดเสียดายท่านตากับท่านแม่ไม่ได้หวังให้ข้าสืบทอดร้านผ้า แต่สอนให้ข้ารู้จักค้าขาย ดังนั้นหากหาเลี้ยงตัวเองได้จากทางอื่นก็ไม่ถือว่าอกตัญญูต่อคำสอน”
“ท่านเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ”
“ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงก็ควรทำ ถึงเวลาเด็ดขาดก็ไม่จำเป็ต้องเสียใจไม่มีใครในโลกนี้ที่ไม่เคยทุกข์ ทุกคนต่างผ่านกันมาทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่า เราจะยอมอยู่บนความทุกข์ไปตลอดหรือตัดใจเดินออกมาเพื่อหาความสุขให้ชีวิตหาสิ่งมีค่าที่ตนเองคู่ควร ท่านหลิวคิดเช่นนั้นหรือไม่”ซุนเลี่ยงเฟิ่งสบตาหลิวหลวนจ้าง
นางกำลังสอนเขา?
“ท่านควรฟังคำแนะนำของท่านเลี่ยงเฟิ่ง”
“ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณที่ชี้แนะ” ซุนเลี่ยงเฟิ่งยิ้มให้ทั้งสาม
ความรู้สึกผิดได้รับการเยียวยา หมอกจาง ๆ ที่ค้างคาในใจถูกปัดเป่าเหลือไว้เพียงความทรงจำของความรักที่ไม่อาจได้ ต่อให้พยายามรั้งสุดแขนรังแต่จะสร้างปัญหาในเมื่อสิ่งที่้าคว้าเอาไว้ได้หลุดมือไป ไม่อาจหวนคืนกลับมาเป็ครั้งสอง คงทำได้แต่ยืนมองอยู่ห่างๆ ยิ้มยินดีกับคนที่คู่ควร และคน ๆ นั้นไม่ใช่พวกเขา
“ท่านลุงหมายความว่ายังไง ทำไมห้ามพวกเราใช้แซ่หลิวด้วย!!” หลิวเจียเยี่ยนไม่เกรงใจลุกขึ้นยืนะโถามหลิวหลวงจ้าง
“ทำไมท่านทำแบบนี้ พวกเราเป็ครอบครัวเดียวกันนะ!”
“ครอบครัวเดียวกัน?เ้าแน่ใจหรือที่พูดออกมาแบบนั้น ข้ามองพวกเ้าเป็ครอบครัว พวกเ้าเล่าเคยมองเห็นข้าเป็ครอบครัวหรือไม่”
“เห็นสิ ๆ พวกเราเห็นท่านเป็ครอบครัวอยู่แล้ว”หลิวอี้ถ่งรีบตอบ
“แล้วทำไมเ้าไม่เคยทำสิ่งใดเพื่อครอบครัวเลย!!”
“อย่ามาตวาดท่านพี่นะ!!”
“เงียบ!! เ้าก็เหมือนกัน วันๆ ทำอะไรเป็บ้าง งานในบ้านไม่เคยดูแล เอาแต่วางแผนไร้สาระ จับกลุ่มนินทาว่าร้ายคนอื่นคนอย่างเ้าไม่สมควรใช้แซ่หลิวของข้า!!” หลิวเซียนหยุนเบิกตากว้างพอได้สตินางหันไปหาสามี
“ท่านพี่!! ท่านพูดอะไรบ้างสิท่านจะปล่อยให้พี่ชายท่านกล่าวหาข้าเช่นนี้ไม่ได้!!”
“พี่ใหญ่...ท่านทำแบบนี้ ท่านไม่กลัวท่านแม่รู้หรือ?”
“นั้นสิท่านลุง ท่านย่ารู้เข้าคงโกรธมาก บางทีอาจถึงขั้นตัดขาดก็ได้”หลิวอี้เทียนหวังใช้คำพูดขู่ให้ลุงของตนหวาดกลัว หลิวหลวนจ้างกลับยิ้มเย้ยหยัน
“ดีสิ ข้า้าแบบนั้นเหมือนกัน” หลิวอี้เทียนตะลึงไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“ท่านลุงไม่กลัว?”
“ทำไมข้าต้องกลัว...อี้ถ่ง ข้าให้เวลาเ้า 3 วันหากเ้าไม่ลงชื่อในหนังสือตัดขาด ข้าคงต้องใช้วิธีการเด็ดขาด”
“ท่านทำแบบนี้กับข้าไม่ได้!!”
“ได้หรือไม่ เ้าคอยดูเองแล้วกัน”
“ท่านลุงทำกับพวกเราแบบนี้เพราะถูกซุนเลี่ยงเฟิ่งเป่าหูมาใช่ไหม?” หลิวหลวนจ้างปรายตามองหลิวเจียเยี่ยน
“ซุนเลี่ยงเฟิ่งเกี่ยวอะไรด้วย” หลิวเซียนหยุนถามลูกสาว
“วันก่อนท่านลุงไปที่นั้นมา วันนี้กลับมาตัดขาดกับพวกเราถ้าไม่ใช่เพราะมันยุยงให้พวกเราแตกคอกัน แล้วจะเป็ใครได้อีก ใช่หรือไม่!?” หลิวหลวนจ้างหัวเราะ
“ฮ่า ฮ่า สมกับเป็ลูกของเ้าจริง ๆมีแต่คนโง่ที่คิดเป็ตุเป็ตะได้แบบนั้นหนังสือตัดขาดนี้ข้ามอบให้พ่อของเ้าั้แ่ครึ่งเดือนก่อนแล้ว ที่เขายังไม่ยอมลงชื่อเพราะคนขี้ขลาดอย่างเขากลัวลำบากไม่มีที่ซุกหัวนอนนะสิ!”
“ไม่จริง! ข้าไม่เชื่อเพราะซุนเลี่ยงเฟิ่งอยู่เื้ัต่างหาก!!”
“ถ้าเ้าอยากใส่ร้ายนางก็เอาเลยคราวนี้นางจะได้เอาผิดเ้าเสียที”
“เอาผิดอะไร ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย!”
“ท่านพ่อห้ามลงชื่อเด็ดขาดนะ” หลิวอี้เทียนบอกกับบิดาหลิวหลวนจ้างลุกขึ้นปรายตามองคนทั้งสี่
“อีก 3 วันข้าจะมาเอาคำตอบ”
“ไม่จำเป็ เสี่ยวถ่งไม่ลงชื่ออะไรทั้งนั้น”ฮูหยินผู้เฒ่าเดินเชิดหน้าเข้ามาในเรือนหลิวอี้ถ่ง
“ท่านแม่/ท่านย่า” ทั้งหลิวอี้ถ่งหลิวเจียเยี่ยนต่างพากันวิ่งไปเกาะแขนฮูหยินผู้เฒ่า
“ในเมื่อท่านแม่พูดเช่นนั้นข้าคงไม่มีทางอื่น...” หลิวเซียนหยุนเชิดหน้ายิ้มเหยียด หลิวเจียเยี่ยนยิ้มสะใจ คิดว่าตัวเองเป็ต่อยังไงหลิวหลวนจ้างคงไม่กล้าขัดความ้าของมารดาอย่างแน่นอน
“...ข้าคงต้องบอกความจริงกับทางการเพื่อให้เขาตัดสิน”ฮูหยินผู้เฒ่าเบิกตากว้าง
“เ้ากล้า!?”
“ทำไมข้าต้องกลัว”
“เ้ามันลูกอกตัญญู..ฮือ..”
“พอเถอะท่านแม่ น้ำตาท่านไม่ทำให้ข้าใจอ่อนได้อีกแล้ว”ฮูหยินผู้เฒ่าหยุดร้องให้ ท่าทางน่าสงสารเมื่อครู่หายไปทันที
“เช่นนั้นข้าจะฟ้องว่าเ้าอกตัญญู ไม่เลี้ยงดูมารดา”
“ข้าอกตัญญู?ข้าไม่ได้บอกให้ท่านเปลี่ยนแซ่ ข้าไม่ได้บอกว่าจะไม่เลี้ยงดูท่าน แต่หากท่าน้าเช่นนั้นเชิญท่านแม่ตามสบาย ไหน ๆ ท่านไม่เคยเห็นข้าเป็ลูกอยู่แล้ว ทำร้ายข้าอีกสักเื่ข้าคงไม่อกแตกตายหรอก” ทุกคนต่างพากันมองหลิวหลวนจ้างเหมือนไม่อยากเชื่อหลิวหลวนจ้างเบนไปหาหลิวอี้ถ่ง
“อีก 3วันข้าจะมาเอาคำตอบ....ท่านแม่ควรคิดให้ดีเช่นกัน” หลิวหลวนจ้างเดินออกจากเรือนพวกเขาไปพร้อมกับอี้เฉินรั่วเฟยเดินตาม ปล่อยปัญหาที่เหลือให้คนด้านหลังคิดหาทางแก้กันเอาเอง