วันอาทิตย์หลังจากปรึกษาหมอดูประจำหมู่บ้านหาฤกษ์งามยามดีสำหรับการประชุมผู้ใหญ่เขียดก็นัดลูกบ้านบางปลามาพบกันที่ห้องประชุมในศาลาประชาคมซึ่งมีแต่หลังคามุงสังกะสี เปิดโล่งให้ลมพัดโกรกผ่านด้านหน้ามีเวทียกระดับสำหรับการแสดงละเล่นตามเทศกาลมีชาวบ้านจากหมู่บ้านป่าหลายมาร่วมด้วยหลายคนแต่ผู้ใหญ่เสือแห่งหมู่บ้านป่าหลายไม่มาร่วมด้วยตามข่าวลือที่ชาวบ้านซุบซิบนินทากันว่าชื่อของแกดุก็จริงแต่แกก็กลัวผีมากเหมือนกันและตอนนี้เพิ่งแต่งงานกับสาวละอ่อนต่างหมู่บ้าน แต่ละวันจะซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้านกับเมียไม่ค่อยสนใจทำหน้าที่การงานที่รับผิดชอบ
หลังจากแจกน้ำแจกกาแฟแจกขนมฟรีกันถ้วนหน้าและลูกบ้านนั่งกันพร้อมหน้าพร้อมตา ผู้ใหญ่เขียดก็ก้าวขึ้นบนเวทีพร้อมโทรโข่ง
“สวัสดีพี่น้องหมู่บ้านบางปลาทั้งหลายขอบคุณที่มาร่วมประชุมกันแทบพร้อมหน้าทุกคน ยังขาดไอ้หมีกับไอ้เย็นสงสัยมันยังไม่สร่างเมา ก่อนจะเข้าเื่ประชุมวันนี้ ขอพูดเื่เงินๆทองๆก่อนคนที่มาจากบ้านป่าหลายช่วยจ่ายค่าน้ำค่ากาแฟคนละ 20 บาทด้วย เครื่องดื่มแจกฟรีเฉพาะคนบ้านบางปลาเท่านั้นถ้าคนบ้านบางปลาจะช่วยสมทบบริจาคก็ยินดีรับเอาเงินใส่ในกล่องที่ผู้ช่วยโกกเดินไปรับจากพี่น้อง”
ผู้ช่วยโกกแกชื่อวิทยาแต่คนเรียกไอ้โกกเพราะแขนแกคอกมาั้แ่ยังเล็กตอนเกิดมายายเอาไปเลี้ยงดูนอนด้วยกัน แกนอนทับแขนหลานจนแขนคอก เป็หลานผู้ใหญ่เขียดเลยได้รับแต่งตั้งเป็ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมีคนอื่นมาสมัครแต่ไม่ได้รับเลือก เพราะผู้ใหญ่เขียดถือว่าสายเืสำคัญกว่า
มีเสียงเอะอะประท้วงจากชาวบ้านป่าหลาย
“เดือนที่แล้วผู้ใหญ่เสือเรียกประชุมที่บ้านป่าหลายผู้ใหญ่เขียดกับไอ้โกกและชาวบ้านหลายสิบคนไปร่วมประชุมด้วยทางฝ่ายเราไม่ได้เก็บเงิน ให้ดื่มกินฟรีทุกคนแถมผู้ใหญ่กับไอ้โกกยังขนของกินที่เหลือกลับมาด้วยคราวนี้มาเรียกเก็บเงินพวกเราได้ยังไง”
“เออจริงด้วย ข้าก็ไปกับเอ็งด้วยผู้ใหญ่”ตาเป๋เสริมขึ้นมา “มีงบประมาณของหมู่บ้านสำหรับจัดเลี้ยงคนมาประชุม เอ็งยังต้องเก็บเงินเพิ่มอีกเรอะคราวก่อนโน้นจัดงานเทศกาลเอ็งก็ขอเก็บเงิน เอ็งสั่งของมาเหลือเฟือชาวบ้านกินไม่หมด เอ็งก็ขนกลับบ้านไม่ยอมแบ่งให้คนอื่น”
“ฉันขนแต่พวกน้ำและเครื่องดื่มไปเอาไว้ใช้จัดงานครั้งต่อไป” ผู้ใหญ่แก้ตัว
“จริงเหรอผู้ใหญ่ เห็นป้าเที่ยงแกบอกว่าผู้ใหญ่ไปสั่งของใหม่มาทั้งหมดข้าไม่เห็นเอ็งขนของที่เหลือคราวที่แล้วมาด้วย” ตาเป๋เถียง
“ข้าขอพูดด้วยคน” ครูสมบุญส่งเสียงบ้าง“เมื่อสองสามเดือนก่อน มีการจัดรถให้เด็กนักเรียนไปทัศนะศึกษาผู้ใหญ่เขียดเก็บเงินเด็กคนละ 200บาท บอกว่าเป็ค่าอาหาร ความจริงมันมีงบประมาณสำหรับงานนี้อยู่แล้วทำไมต้องเก็บเงินให้ผู้ปกครองเดือดร้อน แบบนี้มันเป็การกำจัดสุข บำรุงทุกข์สวนทางกับที่ผู้ใหญ่หาเสียงไว้”
“งบมันมีไม่พอ ฉันเลยต้องเก็บเงินเพิ่ม”ผู้ใหญ่เขียดชี้แจง
“ทัศนะศึกษาเช้าไปเย็นกลับแจกข้าวกล่องมื้อเที่ยง กล่องละ 30บาทกับน้ำดื่มคนละ 2 ขวด รวมแล้วไม่เกิน 50บาท เก็บไปคนละ 200 บาท” ครูสมบุญเสริมต่อ“เงินทีเหลือผู้ใหญ่เอาไปไว้ที่ไหน”
“ฉันเก็บไว้ในบัญชีเผื่อไว้ใช้ครั้งต่อไป” ผู้ใหญ่เริ่มหงุดหงิดเพราะถูกซักจนเริ่มจนมุม
“เข้าบัญชีของใคร หมู่บ้านหรือส่วนตัว”ครูสมบุญถามอีก
“เอาละฉันไม่เก็บเงิน ให้กินดื่มฟรีทุกคนวันนี้เรามาเข้าเื่ที่้าประชุมดีกว่า” ผู้ใหญ่เขียดตัดบท“ได้ข่าวมาว่าชาวบ้านเดือดร้อนจากเื่มีผีผู้หญิงมาอาละวาดหลอกหลอนจนหลายคนขี้แตกฉี่ไหล มาออกเสียงกันซิว่าจะให้ฉันทำอย่างไร”
“ฉัน้าให้ผู้ใหญ่ออกไปจับผีหรือไล่มันออกจากหมู่บ้านไป”ป้าเที่ยงเสนอ “ทุกคนจะได้หายกลัวแล้วกลับมาค้าขายตามปกติรายได้ฉันหายไปมากกว่าครึ่ง คนที่เคยกินก่อนจ่ายที่หลังก็หายไป รวมทั้งผู้ใหญ่ด้วยค้างฉันมาสองสามงวดแล้ว รวมทั้งงวดนี้ เมื่อไรผู้ใหญ่จะจ่ายฉันละ”
ชาวบ้านหัวเราะฮือฮาไม่น่าเชื่อที่ผู้ใหญ่มีฐานะดีจะซื้อของแบบเงินเชื่อ
“ฉันจ่ายให้แน่ ป้าเที่ยง”แล้วเปลี่ยนเื่ “ให้ฉันไปจับผี จับได้ยังไง มันไม่มีตัวตนมีแต่ิญญาจับต้องไม่ได้”
“พวกเรารู้ว่าผู้ใหญ่นั้นกลัวผีระดับแถวหน้าไม่ต้องมาแก้ตัว” ชาวบ้านส่งเสียงเฮขึ้นมาหลายคน “แต่ผู้ใหญ่ต้องหาวิธีจัดการให้ได้ถ้าทำไม่ได้เลือกตั้งคราวหน้าเราไม่เลือก เราเลือกไอ้กกแทนก็ได้”
“ไอ้กกมันกลัวผีมากกว่าฉันซะอีก”ผู้ใหญ่เขียดเถียง “หนังผีในโทรทัศน์มันยังไม่กล้าดูเลย”
“ผู้ใหญ่ต้องไปหาหมอผีหรือผู้เชี่ยวชาญมาจับหรือขับไล่มันออกไป”ป้าเที่ยงยืนกราน
“หาหมอผีมาช่วยก็ต้องจ้างเขามาพวกเรายินดีลงขันกันช่วยกันไหม” ผู้ใหญ่ถาม “ฉันพอจะรู้จักหมอผีคนหนึ่งอยู่ในอำเภอเคยไล่ผีปอบผีกระสือมาแล้วหลายแห่ง”
“หมอชื่ออะไร” ครูสมบุญถาม
“ชื่อหมอป๋อง เป็หมอยาไทยด้วย”ผู้ใหญ่ตอบ
“ข้ารู้จักมันดี” ตาเป๋สอดขึ้นมา“เมื่อก่อนมันเคยบวชเป็พระ แล้วอาบัติปาราชิกโดนจับสึกเพราะไปมั่วกับสีกาที่ว่าเป็หมอยาด้วย ข้าไม่ค่อยแน่ใจ มันเคยถูกจับเพราะสูบกัญชา”
“พ่อมันฉันก็รู้จักเพราะอายุไล่เลี่ยกันกับฉัน” ตาเป๋ให้ข้อมูลต่อ “พ่อมันชื่อไอ้เป็ด เคยถูกจับติดคุกข้อหาลักเล็กขโมยน้อยลักทั้งเป็ดทั้งไก่ ไม่มีอะไรจริงๆรองเท้ามันก็เอาชาวบ้านเขาเอือมระอาพวกมันทั้งครอบครัว เอ็งแน่ใจว่ามันเป็หมอจับผีไม่ใช่หมอสูบกัญชา”
ชาวบ้านต่างพาหัวเราะด้วยความขบขันจากข้อมูลของตาเป๋ผู้ใหญ่เขียดชักเริ่มฉุน
“ตาไปเอาประวัติไม่ดีเขามาเล่าทำไมเราต้องดูที่ผลงานของเขา”
“ถ้าผู้ใหญ่แน่ใจก็ลองทาบทามดู”ครูสมบุญบอกแบบผู้ใหญ่เอาการเอางาน “ถามเขาก่อนว่าไหวไหม เรียกร้องราคาเท่าไรแล้วเรามาคุยตกลงกัน”
“เรียกหมอป๋องคุยกันต่อรองราคาต่อหน้าพวกเรา ฉันไม่ไว้ใจให้ผู้ใหญ่ไปคุยคนเดียว เล่นแต่หักหัวคิวเอาค่านายหน้ามาจนเป็นิสัย” ป้าเที่ยงพูด
“ป้าเที่ยง ฉันไม่เคยทำอย่างนั้น”ผู้ใหญ่เขียดชักเดือด แต่เอาน้ำเย็นเข้าลูบ
“ฉันรู้ นักการเมืองมันเอากันทุกคนระดับท้องถิ่นเอาน้อย ระดับประเทศเอามาก” ป้าเที่ยงใส่ฉอดๆ “ถ้าผู้ใหญ่ไม่เอาแล้วเอาเงินที่ไหนมาแจกตอนหาเสียงเลือกตั้ง ลงทุนแล้วมันต้องถอนทุนเอากำไรคืนมันเป็หลักของการค้าขาย ลงทุนแล้วต้องได้กำไร”
ชาวบ้านหัวเราะงอหงายทุกคนก็รู้ว่ามีการแจกเงินจริงเพราะตอนเลือกตั้งทุกคนทุกครอบครัวได้รับกันทั้งนั้นผู้ใหญ่เขียดส่ายหน้าด้วยความระอาใจ รีบรวบรัด
“ถ้างั้นมะรืนนี้ฉันจะพาหมอป๋องมาขอให้ทุกคนมาประชุมกันอีกครั้ง”
w
ไอ้ป๋องหรือหมอป๋องตามที่ชาวบ้านเรียกเป็คนที่สนใจเื่ไสยศาสตร์เวทย์มนต์ หลังจากถูกจับสึกเพราะอาบัติปาราชิกแกก็ไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมไปเรียนวิชาหมอแผนไทยโบราณจากหลักสูตรที่เปิดสอนในตัวจังหวัดเรียนไสยศาสตร์เวทย์มนต์มนต์จากอาจารย์ชาวเขมรไม่มีใครรู้ว่าแกจบหรือเก่งกาจแค่ไหนแต่ได้ประกาศตัวเป็หมอรับรักษาโรคตามวิชาแพทย์แผนโบราณและเป็ผู้ทรงคุณวุฒิรับตั้งศาลพระภูมิ ทำเสน่ห์ให้ผัวหลงเมียรักปัดเป่าเื่โชคร้ายให้กลายเป็ดี ทำพิธีมงคลในงานต่างๆรวมทั้งรับขับไล่จับผีทุกประเภท
หมอป๋องมาถึงศาลาประชาคมก่อนเวลานัดเล็กน้อยปกติแกจะมาสายหลังเวลานัดเสมอ ต้องให้คนรอเพื่อแสดงถึงความสำคัญของแกแต่วันนี้หลังจากคุยกับผู้ใหญ่เขียด แกคงเรียกค่าทำพิธีได้เป็เงินก้อนโตเลยต้องรีบมาก่อนเวลา เพื่อเอาใจชาวบ้านที่มารวมตัวรอแกล่วงหน้าร่วมค่อนชั่วโมง
ผู้ใหญ่เขียดนำตัวหมอป๋องขึ้นบนเวทีแนะนำตัวเสร็จแล้วก็ให้ชาวบ้านเริ่มทำการซักถามเื่งานที่เคยทำที่ผ่านมาตาเป๋ยกมือขึ้นถามเป็คนแรก
“ไอ้เป็ดพ่อของเอ็ง สบายดีไหมมันออกจากคุกมากี่วันแล้ว”
หมอป๋องอ้าปากหวอ คำถามนี้มันบาดใจแต่ก็ต้องตอบ
“แกสบายดี ออกจากคุกมา 2-3 อาทิตย์แล้วตอนนี้นอนอยู่โรงพยาบาล ป่วยเพราะโดนงูกัด”
“เออ ข้าก็ได้ข่าวมันโดนงูกัดเพราะมันไปขโมยไก่ที่เล้าไก่แม่ปทุมใช่ไหม” ตาเป๋ถามต่อ
“ปัดโธ่ ลุงเป๋ แกไปช่วยให้อาหารไก่ไม่ได้ไปขโมยหรอก” หมอป๋องชักโกรธ
“มันไม่ตรงตามที่แม่ปทุมเล่าให้ฉันนี้แกไปแจ้งความกับตำรวจด้วย แต่ไก่มันยังไม่ทันโดนขโมยไป พ่อแกโดนงูกัดเสียก่อนตำรวจเลยไม่เอาความ” ตาเป๋บอกตามตรง
ผู้ใหญ่บ้านเห็นมันเริ่มผิดจุดประสงค์การประชุมรีบตัดบท
“อย่านอกเื่ถามหมอป๋องเื่การไล่ผีจับผีดีกว่า”
ป้าเที่ยงยกมือ ผู้ใหญ่พยักหน้าให้ถาม
“หมอยังสูบกัญชาอยู่ไหมสูบแล้วมันทำให้เกิดอาการหลอน เห็นต้นไม้ใบไม้ใบหญ้าขยับก็คิดว่าเป็ผี ใช่ไหม”
“ฉันไม่สูบกัญชาเวลาจะทำพิธีจับผี”หมอป๋องให้คำตอบ
“แต่หมอยังสูบอยู่เอาละการไล่ผีปอบคราวที่แล้วที่บ้านทับช้าง ได้ผลอย่างไร” ป้าเที่ยงถาม
“ชาวบ้านชี้ตัวคนที่เขาสงสัยฉันเอามาทำพิธีล้อมด้วยสายสิญจน์ ท่องคาถาสวดมนต์ขับไล่ั้แ่ตอนเย็นจนถึงกลางคืนมันถึงยอมออกจากร่างไป” หมอป๋องอธิบาย
“ได้ข่าวมาว่า มันถีบหมอจนเกือบสลบชาวบ้านที่มาร่วมพิธีช่วยกันจับมันไว้ ต้องเอาเชือกมามัดตัวมันหมอถึงทำพิธีต่อไปได้” ป้าเที่ยงแย้ง แล้วพูดต่อ
“เขาพูดกันว่าคนที่หมอเอามาเข้าพิธีไล่ผีปอบเป็คนแก่ อายุ 70 กว่าแล้วแกชอบกินลาบเื ก้อยดิบๆมาั้แ่ยังเป็เด็กเป็หนุ่ม ไม่ใช่ผีปอบ”
“นั่นแหละ นั่นแหละไอ้คนที่ชอบกินเืกินของดิบๆ มันถูกผีปอบเข้าสิง คนธรรมดาเขาไม่กินของดิบกินแค่สุกๆดิบๆเท่านั้น” หมอป๋องเถียงข้างๆคูๆ
“ฉันสวดคาถากำกับใส่ในตัวแกแล้วเอาลาบและก้อยปรุงสุกให้แกกิน ปรากฏว่าแกชอบ เลิกกินลาบเืและก้อยดิบไปเลย”แกโม้ต่อ “ั้แ่นั้นมาแกก็เปลี่ยนไปเป็คนละคนไปกินข้าวที่ไหนก็สั่งแต่ของปรุงสุกทั้งนั้น”
ทุกคนได้ฟังก็งงๆไม่ค่อยศรัทธาในเื่ที่แกเล่าเท่าใดนักแต่ด้วยความที่อยากได้คนมาช่วยไล่ผีให้ออกไปจากหมู่บ้านก็ตัดใจยอมเชื่อเื่ที่แกเล่ามา
“เอาละ หมอป๋องเรียกค่าทำพิธีเท่าไร”ครูสมบุญถาม “และจะเริ่มทำพิธีได้เมื่อไร”
หมอป๋องทำท่าคิดตรึกตรองความจริงแกได้ตกลงกับผู้ใหญ่เขียดไว้แล้ว ให้เรียกราคาสูงไว้และจ่ายให้ผู้ใหญ่ 1 ใน 3
“ฉันต้องซื้อข้าวของมาทำพิธีต้องทำการสวดบูชาอาจารย์ของฉันรวมทั้งค่าวิชาที่เล่าเรียนมา แล้วต้องนั่งสวดมนต์ภาวนาเรียกผีมาพบเมื่อมาพบแล้วฉันก็ต้องเจรจาให้เขาออกไปจากหมู่บ้านหรือต้องสะกดิญญาเอาเก็บใส่ไว้ในหม้อ นำไปถ่วงน้ำพิธีการมันไม่ง่ายอาจต้องใช้เวลาหลายวัน” หมอป๋องร่ายรายละเอียด
“ไม่ต้องมีลีลามาก หมอป๋องบอกมาเลยจะเอาเท่าไร” ครูสมบุญตัดบท
“ฉันขอค่ายกครูและค่าพิธีการ 12,000 บาท” หมอป๋องสรุป
“แม่เ้าโว้ย ทำไมมันแพงอย่างนี้”ตาเป๋ร้องออกมา
“ไม่แพงหรอก ผู้ใหญ่บอกมีลูกบ้านอยู่ 300 คน มันแค่คนละ 40บาทเท่านั้นเอง ถูกมากสำหรับการนำความสงบสุขกลับมาสู่หมู่บ้าน”หมอป๋องตอบยิ้มๆ ส่วนผู้ใหญ่เขียดแอบคิดคำนวณในใจ เงิน 4,000 บาทสำหรับค่านายหน้าจะเป็ของแก
“ฉันเสมอให้ 1,500 บาทชาวบ้านช่วยกันคนละ 5 บาท สำหรับเศรษฐกิจตอนนี้คงจะช่วยกันได้แค่นี้แหละ” ป้าเที่ยงเสนอกลับเข้ามา
“ค่าแรงขั้นต่ำแค่วันละ 300 บาทฉันคิดว่าหมอทำงานคืนเดียวได้ไปเท่านี้ก็เหมาะสมแล้ว ส่วนจะแบ่งให้ผู้ใหญ่เท่าไรฉันไม่อยากรู้” ป้าเที่ยงแขวะ
“มันไม่คุ้มค่าครูค่าวิชาของฉัน อย่าต่อรองเลย”หมอป๋องอ้อนวอน
“ฉันเสนอให้แค่นี้ รับหรือไม่รับถ้าไม่รับพรุ่งนี้ฉันจะไปพบพระครูแดง เ้าอาวาสวัดใหม่บางปลา ขอให้ท่านช่วยพวกเราอาจไม่ต้องจ่ายสักสตางค์เดียว ว่าไงพวกเราเห็นด้วยไหม”แกหันไปถามชาวบ้านที่มารวมประชุม ทุกคนเฮเห็นด้วย “ไปหาท่านพระครูดีกว่า”
หมอป๋องหน้าซีดเซียว หันไปมองผู้ใหญ่เขียดแกไม่ยอมให้เงินก้อนนี้หลุดมือไป เพราะ่นี้แกไม่มีงานไม่มีรายได้อะไรเลยมาร่วมเดือนแล้ว
“เอาละ เพื่อเป็การทำบุญทำการกุศลช่วยพี่น้องชาวบ้านฉันตกลงทำในราคา 1,500 บาท” ความจริงค่าใช้จ่ายของแกมีแค่ค่าผลไม้หมากพลู ธูปเทียนไม่ถึง 100บาท ส่วนด้ายสายสิญจน์และเครื่องประกอบพิธีจีปาถะ แกก็มีของอยู่แล้วผู้ใหญ่เขียดถอนหายใจ จาก 4,000 บาทลงมาเหลือ 500 บาทก็เอาว่ะ กำขี้ดีกว่ากำตด
“หมอป๋องจะเริ่มทำพิธีได้เมื่อไร” ครูสมบุญถาม
“พรุ่งนี้ราวห้าโมงเย็น ตรงต้นโพธิ์แถวศาลพระภูมิวันนี้ฉันต้องกลับไปเตรียมตัวก่อน เพื่อนำข้าวของที่ต้องใช้ในการทำพิธีมา”หมอป๋องตอบ
“ตกลง พรุ่งนี้เราจะจ่ายเงินให้หมอทั้งหมดก่อนเริ่มพิธีไม่มีเงินให้เบิกล่วงหน้า” ป้าเที่ยงบอกแบบคนค้าคนขายที่มีประสบการณ์“เราต้องทำการเรี่ยไรเงินจากลูกบ้านก่อน”
“ฉันจะเรี่ยไรเงินเอง ไม่ต้องรบกวนผู้ใหญ่เขียด”ครูสมบุญ้าตัดปัญหาการเรี่ยไรเงินเกินจากนักการเมืองท้องถิ่น แล้วถามต่อ
“มีใคร้าไปเข้าร่วมพิธีเพื่อสังเกตุการณ์ว่า หมอทำอย่างไรได้ผลไหม ใครสมัครใจยกมือขึ้น”
ชาวบ้านชักรวนเร เพราะทุกคนกลัวผีกันทั้งนั้นซุบซิบคุยกันพักใหญ่ก็ยังไม่มีใครอาสา ครูสมบุญก็กล่าวบอกเจาะจงขึ้นมาว่า
“ผู้ใหญ่เขียดต้องไปร่วมด้วย ในฐานะผู้นำของพวกเราไอ้หมีอีกคน ตอนนี้มันมาร่วมประชุมแล้ว อย่าหลบหน้านะไอ้หมีเอ็งต้องไปในฐานะที่เป็คนแรกที่เห็นผีและถูกผีหลอก ส่วนฉันจะไปร่วมพิธีด้วยรวมพวกเราจากหมู่บ้าน 3 คน หมอป๋องอีกคนเป็ 4 คน”
ผู้ใหญ่เขียดคนกลัวผีขึ้นสมองตาเหลือกพยามยามปฏิเสธแต่ชาวบ้านไม่ยอม ไอ้หมีก็พยายามหลบออกจากศาลาประชาคมแต่ชาวบ้านจับตัวเอาไว้
“ถ้างั้น ฉันผู้ใหญ่และไอ้เย็นจะไปพบหมอที่ศาลพระภูมิพรุ่งนี้” ครูสมบุญประกาศ “ผู้ใหญ่และไอ้หมี อย่าหลบหน้าให้อายชาวบ้านลูกบ้าน”
ชาวบ้านต่างโห่ร้องด้วยความยินดีแล้วทยอยกันบริจาคเงินให้กับครูสมบุญสำหรับเป็ค่าจ้างหมอป๋องให้ทำพิธี
w