--------------
ก็เป็นิยายแนวเื่เสียวที่เป็ตีมไซไฟต่อสู้นะครับ
ว่าง่ายๆก็คือเน้นเื่เอากัน ไม่ได้เน้นเนื้อเื่ดีๆอะไร
เนื้อเื่มีแค่ให้มีรสชาติอื่นๆผสมเฉยๆ
***สำคัญ
1. ผมแก่แล้วและป่วย ไม่มีไฟจะเขียนเท่าไหร่ ไม่รู้จะเขียนจบไหม หรือจะออกเร็วแค่ไหน
2. ผมเกลียดพวกคนอ่านที่มาขอโน่นขอนี่ ไม่พอใจแล้วมาโวยวาย
หรือทำตัวเป็ผู้กำกับต้องทำแบบนั้นแบบนี้
ถ้าอยากให้งานได้ดังใจก็เขียนเอง ไม่ก็ไปจ้างเขียนเฉพาะครับ มันน่ารำคาญ
2.1 ทั้งพวก้าและพวกทวงงาน ยิ่งทำให้ไม่อยากเขียน
หลายเื่ผมเขียนช้าลง หรือไม่ก็เทไปเลยก็เพราะคนพวกนี้แหละ
ไม่ชอบ ไม่พอใจ รอไม่ไหว ไปหาอย่างอื่นอ่านครับ
3. ผมอยากเขียนอะไรก็เขียน ไม่สัญญาอะไรทั้งนั้น รับไม่ได้ก็ไม่ต้องอ่าน
-------------
ตุบๆๆ… แฮ่กๆๆ….
ท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุในโรงเรียนมัธยมปลาย
เสียงฝีเท้ากระทบยอดหญ้าและเสียงหอบหายใจของชายหนุ่มวัยรุ่น
กำลังดังถี่อยู่ในสนามฟุตบอลเขียวขจีด้วยผืนหญ้า
ฟุ่บ…! เฮ้ยย!?
ฟุ่บ…! เฮ้ยย!?
สองเท้าของเขาว่องไว ระหว่างที่เขาเคลื่อนที่ซ้ายขวา
หลบหลีกผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไปสองและก็สามคนในชั่วพริบตา!
“เฮ้ย! วันนี้ไอ้ชินมันเอาว่ะ!”
เสียงเพื่อนร่วมทีมะโขึ้นอย่างประหลาดใจ
ชิน วัยรุ่นหนุ่มผมสีแดงยาวกลางๆ รูปร่างสันทัด
หน้าตาพอไปวัดไปวาไม่ได้โดดเด่นจัดๆ
ที่ปกติเขามักจะเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ
แบบแค่ประคองตัวเองอยู่บริเวณกลางสนาม
.
แฮ่กๆ….ฮึ่ม…! ฟุ่บๆ….
แต่วันนี้เขากลับดูต่างออกไป ชายหนุ่มกำลังเลี้ยงบอลลากหลบ
ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามคนแล้วคนเล่าในจังหวะโต้กลับออกไปไกล
สายตาและฝีเท้าของเขาล้วนฉับไว ราวกับเขารู้ล่วงหน้า
ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเข้ามาจากทางขวาหรือซ้าย
หรือว่าเท้าพวกนั้นจะแหย่สกัดเข้ามาตอนไหน และเผลอแป๊ปเดียว
เขาก็กำลังเลี้ยงบอลฝ่าวงล้อมไปได้จนถึงหน้าประตูอย่างง่ายดาย!
.
ตุบๆๆๆๆๆ! แฮ่กๆๆ!
“ทางนี้! ทางนี้! ว่างอยู่!!”
“กรี๊ดดดด! พี่เชียรทางนี้ค่ะ! พี่เชียรลุยเลย!”
.
และทันใดนั้นเอง เสียงกรี๊ดจากสาวๆ ข้างสนามดังก็ดังชัด
เมื่อ เชียร ชายหนุ่มรูปหล่อผู้สมบูรณ์แบบทั้งการเรียนและกีฬา หรือฐานะ
วิ่งสปีดตีคู่ขึ้นมาอีกฟากของสนามด้วยท่วงท่าที่สง่างามและทรงพลังยิ่งนัก
โดยเฉพาะเมื่อเขาที่เป็ถึงกองหน้าตัวหลัก
นั้นเป็คนลงไปแย่งและส่งบอลให้กับชินั้แ่แรก
แถมยังสามารถสปีดตามขึ้นมาทันอย่างโคตรเร็ว
แสดงถึงพร์ทุกๆด้านของเขานั้นเรียกว่าอยู่คนละขั้น
กับชายหนุ่มวัยเดียวกันในสนามแห่งนี้แล้ว!
.
“เฮ้ยย! ไอ้ชิน! อย่าส่งนะโว้ย! มึงฉายเองเลย
มึงทำมาขนาดนี้แล้ว ยิงแม่มเลยสิวะ!"
เพื่อนหลายคนทั้งที่เล่นด้วยกันและที่ดู
เริ่มะโเชียร์ไอ้ชินขึ้นมาในทั้งจากปากหรือในใจ
เพราะพวกเขาอยากเห็นคนธรรมดาทั่วไปอย่างชินได้เกิดบ้าง
แทนที่จะเป็ไอ้เชียร ลูกรักของพระเ้าที่ได้หน้าไปเสียทุกครั้ง
ในเหตุการณ์สำคัญที่โดดเด่น
.
แฮ่กๆ…. 1? 2? 3?
แต่ในจังหวะนั้นเสียงเชียร์เสียงเล่าอ้างอันใด
ล้วนเบาหวิวจากชายหนุ่มที่ครองบอลอยู่ที่เท้า
เมื่อสายตาของชิน มีแค่เพียงสถานการณ์สำคัญรอบๆข้าง
มันมีผู้รักษาประตูหนึ่งคน กองหลังอีกสองคน
ที่อาจจะเข้ามาบล็อคลูกยิงของเขาได้ทันเท่า
ทว่านั่นก็มีโอกาสแค่เพียงหนึ่งในพัน
ตัวเขานั้นสามารถตะบันลูกบอลส่งเข้าประตู
ได้ง่ายนักในขณะที่ช่องยังเปิดกว้าง!
.
ฮั่กๆๆ!!!
ผัวะ!!!
เฮ้ยย! บ้าเอ๊ย! ไอ้ชิน!!
แต่แล้วชายหนุ่มธรรมดาทั่วไปอย่างเขา ก็เลือกตวัดเท้า
ส่งบอลถวายพานไปให้กับกองหน้าพร์อย่างเชียรอย่างแม่นยำมากๆ
หึหึ… ตูมมม!!
และชายหนุ่มรูปงามก็แสยะยิ้มก่อนหัวแข้งฟาดบอลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม
โดยไม่ต้องจับบอลลูกที่ลอยคว้างพุ่งมานั้นเลยด้วยซ้ำ!
"กรี๊ดดดด! พี่เชียรสุดยอดไปเลยค่าาา!"
เหล่านักเรียนสาวๆ ต่างะโโลดเต้น
ขณะที่เชียรวิ่งไปฉลองชัยชนะไปรอบสนาม
.
"โถ่เอ๊ยไอ้ชิน! นานๆ จะเท่ห์ที
จะส่งให้มันทำไมวะ มึงนี่มันจริงๆ เลย"
ผัวะๆ… โอ้ยๆ!?
เพื่อนร่วมทีมบางส่วนเดินเข้ามาตบไหล่เขา
ที่ยืนกุมเข่าหอบหายใจอย่างหมดแรง
จากที่ลากบอลวิ่งสวนมาอย่างไกลมาก
.
"เอาน่า... ทีมชนะก็ดีแล้วนี่
อีกอย่างความจริงกูหมดแรงแล้ว ถ้ายิงอาจแป้กก็ได้
…แหะๆ…ฮ่าห์…ฮ้าห์…"
ชายหนุ่มผมแดงเงยหน้าเปื้อนเหงื่อใสสะอาดขึ้นมายิ้มบางๆ
พลางหอบหายใจอย่างไม่ได้ใส่ใจนักกับเื่เท่ห์ไม่เท่ห์
เขาคิดว่าการส่งบอลให้เชียรจบนั่นชัดเจนว่าเหมาะสมกว่า!?
.
“เฮ้ย เย็นนี้เตะต่อป่ะวะ? ฟอร์มกำลังฮ็อตเลยมึง”
เพื่อนะโถามชินที่เริ่มผละตัวออกไปจากสนาม
.
“อ้อ ไม่ได้หว่ะ กูต้องไปทำงานตอนเย็น”
แต่เขาก็โบกมือปฏิเสธ
โดยไม่ได้หันกลับมามองเพื่อนๆเลยด้วยซ้ำ
ราวกับว่าชีวิตในโรงเรียนนั้นเป็แค่เพียง
ส่วนหนึ่งในชีวิตที่ไม่ได้สลักสำคัญ
.
“ไอ้นี่มันไม่เหนื่อยมั่งรึไงวะ?
เลิกเรียนก็ไปทำงานพาร์ทไทม์ตลอด งานอะไรของมันวะนั่น”
ส่วนๆเพื่อนๆของเขาก็ได้แต่แอบบ่นลับหลัง
เพราะชินนั้นไม่ค่อยจะยอมพูดถึงเื่ของตนให้ใครฟัง
มีเพียงสิ่งเดียวที่ชัดเจนก็คือ เขาเป็คนที่พึ่งพาได้
ไม่ว่าจะทำอะไรการอยู่ฝ่ายเดียวกับเขา
นั้นทำให้อะไรง่ายๆขึ้นในหลายๆอย่าง
.
.
.
ครืน…
“สถานีต่อไป บาบิโลนเกต… Next Station, Babylon Gate”
เสียงประกาศบนรถไฟฟ้าดังขึ้นพร้อมกับแรงสั่นะเืเบาๆ
ของตัวรถที่แล่นผ่านใจกลางมหานคร ที่เต็มไปด้วยผู้คนอย่างคราคร่ำ
วู้มมม...
แสงไฟจากตึกระฟ้าส่องสว่างขนานไปกับรางรถไฟ
แต่ทว่าทัศนียภาพที่ชินเห็น
ผ่านหน้าต่างนั้นกลับดูย้อนแย้งอย่างน่าประหลาด
ท่ามกลางกลุ่มตึกแถวและห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่
กลับมีภาพของสิ่งปลูกสร้างที่ราวกับหลุดออกมาจากหนังไซไฟ
มันถูกเรียกว่า “ปราสาทบาบิโลน”
เป็ของที่ดูคล้ายกับเทคโนโลยีล้ำยุค
หรือเป็ยานอวกาศที่มีรูปร่างเป็ปราสาทก็ว่าได้
วู้วๆ…วิ้วๆ
แถมตัวปราสาทยังปกคลุมไปด้วยแสงระยิบระยับ
ที่บิดเบี้ยวสั่นไหวราวกับภาพสะท้อนบนผิวน้ำ
แต่อยู่ท่ามกลางอากาศ
มันคือร่องรอยของการบิดผันทางมิติ
ที่แบ่งแยกสถานะของพื้นที่ภายนอกและภายใน!
.
ตูมม!! บรึมมม!!!
กี๊ซ!!!
ต๊อกๆ…
ชินที่ก้าวออกมาจากรถไฟ ได้เดินผ่านจอโฆษณา
ที่กำลังฉายภาพการต่อสู้ของสัตว์ประหลาด
ทั้งซอมบี้จักรกลกับเหล่าทหารของประเทศที่ต่อสู้กันไปมา
วู้วๆ…
ซึ่งภาพสถานที่นั่นก็คือสถานที่เดียว
กับที่บาบิลอนเกตแห่งนี้มาตั้งแทนที่เอาไว้
พวกซอมบี้จักรกลที่มีหน้าตาเป็มนุษย์ แต่มีชิ้นส่วนจักรกลโลหะ
ได้ออกมาจากห้วงมิติขนาดใหญ่อันบิดผัน
พวกมันเคลื่อนไหวอย่างกับหุ่นยนต์ในร่างมนุษย์ ที่เน่าเฟะน่าเกลียดน่ากลัว
แถมยังมีอาวุธแปลกๆติดตั้งไปทั่วตัว ทั้งกรงเล็บ ดาบ ปืน หรือแม้แต่ที่ยิงะเิ
ทำให้สถานการณ์การต่อสู้นั้นดุเดือดร้ายแรงเป็อย่างมาก!
.
“บาบิโลนเกตแห่งนี้ได้ถูกปิดไปแล้ว
แต่ยัง้าผู้กล้ามาช่วยทำให้มันสเถียร!
และพวกคุณทุกคนก็สามารถเป็ผู้กล้าได้!
ทางรัฐบาลมีค่าตอบแทนให้อย่างงาม!!”
แท่นแทแด๊นน!
.
และนั่นก็คือคำโฆษนาชวนเชื่อ ที่มีสาวงามหุ่นดี
มาชี้ชวนให้ผู้คนเข้าร่วมการต่อต้าน
การรุกรานของเหล่าซอมบี้จักรกลพวกนั้น
.
หงึกๆ…
“พ่อหนุ่ม… ขอเศษดิสตรอทชั่นหน่อยเถอะ
เศษเล็กๆ ก็ได้ ได้โปรด…งึกๆ”
เฮ่อ…?
ที่ข้างสะพานลอย ชายแก่ที่ผอมแห้งร่างกายสั่น
ได้เข้ามาเอ่ยขอกับชิน ถึงบางสิ่งที่จะได้รับมา
เฉพาะคนที่เคยเข้าออกจากบาบิลอนเกตนั่น
แต่ชินก็เพียงถอนหายใจและผละไป
จากชายแก่อย่างไม่หันเหลียวหลัง
เพราะเขานั้นเองก็อาจแบ่งปันดิสตรอทชั่นให้ใครได้เลย…
.
.
.
วู้ววว….ฟึ่บบ…
ผ่านจากตรงชายขอทาน ชายหนุ่มผมแดง
ก็ได้เดินผ่านชั้นสั่นไหวของมิติในอากาศที่มิตินั้นบิดผัน
.
อุ๊บบ…อ้วก…อ้อก…
หืม?
ข้างๆของเขานั้นก็มีคนอื่นเดินผ่านเข้ามาเหมือนกัน
แต่ผู้ชายคนนั้นแม้ว่าจะร่างกายกำยำ
แต่ก็ยังวิงเวียนแทบอ้วกออกมา
แตกต่างจากชินที่ไม่แม้จะมีทีท่าให้ไหวหวั่น
.
“อ้าว! ไงชิน! วันนี้ก็มาเหรอ?”
“อ้า? ครับ?”
ชายที่เอ่ยทักชินนั้นดูเหมือนจะเป็ทหารของรัฐบาล
ภายในปราสาทบาบิโลนนั้น ก็คือยานอวกาศที่ล้ำสมัย
มีทหารของรัฐบาลจำนวนหนึ่ง ได้ตั้งค่าย คอยตรวจตรา
สำหรับผู้คนที่เข้าแถวจะผ่านเข้าประตูยานไปสู่ส่วนลึกข้างใน
.
“เล่นมาทุกวันแบบนี้จะไหวเหรอชิน?
เื่ความบิดผันของมิติ จะทนไม่ไหวเอานะเรา?”
“อืม… ไม่ไหวก็ต้องไหวแหละครับ
ผม้ายาบรรเทาอาการบิดผัน
แถมยังไม่มีพร์อีก
หากไม่พยายามให้มาก ก็ไม่มีทางหามันได้พอ”
.
หนุ่มน้อยผมแดงได้ตอบกับ
ทหารชายผู้นั้นด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย
.
อุ๊บบ…อ้วกก!!! แหวะ!
สำหรับเกตแห่งบาบิลอนนี้
แค่เดินข้ามมิติเข้าก็มีราคาที่ต้องจ่าย
เหมือนกับผู้คนใหม่ๆที่เดินเข้ามาแล้ว
ต้องอ้วกแตกออกมาอย่างประปราย
เพราะเวลาที่เกิดขึ้นภายในมิติแห่งนี้
นั้นแยกออกจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง!