ตอนที่ 28 ฝูงซอมบี้ 1 ล้านตัว
" เห้อออ ซวยชะมัดยาก ไอ้ยักขาวนี่หายากเกินไปรึเปล่า"
ริวจิได้บ่นออกมา พวกเขาเวลาเป็ระยะเวลา 1 วันเต็มซึ่งพวกเขาเจอแต่ซอมบี้ G1 ,G2
"ได้เวลากลับไปเตรียมแล้วไปกันเถอะ " เด็กหนุ่มจำใจต้องกลับไปเพราะว่าฝูงซอมบี้มันอยู่ใกล้พวกเขาจนเห็นด้วยตาเปล่าได้
ท้องฟ้าสีแดงกำลังกลืนกินเข้าใกล้มาเรื่อยๆ ให้ความรู้สึกขนลุก
" เห็นพวกทหารบอกว่ามันยักขาว 20 ตัวสินะ อืมพอคิดแล้วมันแปลกๆแฮ่ะ ทำไมซอมบี้มันถึงมีความคิดที่จะโจมตีเมือง กันนะ"
เขาได้ครุ่นคิดแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมานั่งคิดให้เสียเวลา เขาต้องรีบกลับไปวางแผนในการสู้รบ หลังจากที่พาอายูมาเก็บ Level ซึ่งตอนนี้เธอก็ได้มาถึงเลเวล 24ซึ่งถือว่าเกินคาดมากๆ เพราะว่าอายูนั้นให้ความร่วมมือได้ดีและปฎิบัติตามคำสั่งของเขาอย่าเคร่งครัดใน่ 2 วันที่ผ่านมา ทำให้ผลลัพธ์มันออกมาดี ตอนนี้เธอสามารถสู้กับซอมบี้ G1 1000-2000 ตัวด้วยตัวได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร
13.00 น.
ณ ค่ายซากิ
โกโตะและคนอื่นๆกำลังนั่งประชุมกันอยู่
"รายงานครับผู้บัญชาการตอนนี้มีผู้อพยพไปแล้วเกือบ 70,000 คนทหารประมาณ2000คนรวมอยู่ในนั้นด้วย ตอนนี้ประชากรทั้งหมดเหลือประมาณ 22,000 คนและมีมากกว่า5,000ที่ไม่สามารถต่อสู้ได้ ตอนนี้ถ้ารวมกับทหารของเราที่เหลือจำนวน8,000นาย รวมเป็26000คนครับ"
"รายงานครับผู้บัญชาการ ะุของเราเหลือแค่ไม่ถึง 1แสนนัด และ ะเิเหลือแค่ ไม่ถึง50ลูก ครับ"
ตอนนี้บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นไปอีก ใบหน้าของโกโตะและโกกิกำลังอยู่ในสภาวะที่สิ้นหวังเลยก็ว่าได้
ก๊อกๆ
เสียงประตูได้ดังขึ้น
"ไอ้บ้าที่ไหนกล้ามาขัดจังหวะประชุมกันวะ " โกกิพูด้วยน้ำเสียงโมโหเนื่องจากตอนนี้ทุกคนกำลังอยู่ในอารมณ์ที่ตึงเครียด และมีไอ้บ้าที่ไหนมาขัดจังหวะการประชุม
แกร๊กก
เสียงเปิดประตู
ทั่วทั้งห้องประชุมหันมามองประตูที่เปิดออกมา และเห็นหญิงสาวผมสีส้มที่เต็มไปด้วยคราบเืของซอมบี้ และเด็กหนุ่มผมสีดำที่ยืนอยู่ข้างๆเธอนั่นเอง
ก่อนที่ทุกคนจะได้พูดอะไร
"เฮ้ๆ ผมมาขัดจังหวะหน้าสิวหน้าขวานรึเปล่าเนี่ยะ ต้องขอโทษด้วยที่ต้องมาในสภาพที่ไม่เหมาะสม แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว "
เมื่อทุกคนได้สติคืนมา ผบ [ขอย่อจากผู้บัญชาการนะครับ ] โกโตะได้เอ่ยถาม
"ที่บอกว่าไม่มีเวลาแล้วหมายถึงอะไรอย่างงั้นหรอ "
"ก็มันแน่อยู่แล้ว ก็ต้องมาเตรียมการสู้รบอยู่แล้วสิครับ ผบ"
ทันทีที่ริวจิพูดจบ เสียงในห้องประชุมก็ดังขึ้น
"แกคิดว่าแกเป็ใครงั้นหรอถึงมีสิทธิ์เสนอความคิดเห็น แกพึ่งเข้ามาในค่ายเพียงไม่กี่วันอย่าคิดว่าตัวเองเป็ Hunter แล้วคิดว่าตัวเองจะมาสามารถสั่งพวกเราจะทำอะไรก็ได้ "
"ใช่ๆ แกมันก็แค่เด็กอวดดี ที่โชคดีเท่านั้นแหละ "
"อย่าทะนงตัวให้มากนักเลย "
.
.
"เงียบบบบบบ!!!! ไม่มีใครที่โชคดีหรอกนะที่จะกลายมาเป็ Hunter์ เขาต้องเคยฆ่าซอมบี้มามากมายกว่าพวกนายและเขาไม่จำเป็ต้องใช้ปืนมาเป็เครื่องทุ่นแรงด้วยซ้ำ "
โกโตะได้ทุบโต๊ะและะโดังลั่นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ภายในห้องประชุมได้เงียบลง
โกโตะได้พูดต่อ
"นายมีแผนรับมือพวกมันอย่างงั้นหรอ "
"ก็พอมีอยู่บ้าง แต่ผม้าข้อมูลอาวุธที่เหลืออยู่ทั้งหมดของค่าย"
หลังจากนั้นโกโตะก็ได้เล่ารายละเอียดให้กับริวจิฟัง
" ผบ ครับการเผยแพร่ข้อมูลทางทหารให้กับคนนอกมันจะไม่เป็ไรแน่หรอครับ " นายทหารรายหนึ่งได้เอ่ยถามขึ้นมา
"สรุปแล้วนายหรือฉันที่เป็ผู้บังคับบัญชา "
โกโตะได้ตอกกลับนายทหารคนนั้นทำเอาเค้าพูดไม่ออกเลยทีเดียว
"เอ่อ ผมมีคำถาม พวกคุณรู้จุดอ่อนของซอมบี้ตัวสีเขียวรึเปล่า " ริวจิได้ถามขึ้น เขาเลี่ยงที่จะแทนด้วย G1 เพราะมันอยู่ในสกิลประเมินของเขานั่นเอง
"มันก็แน่อยู่แล้วไม่ใช่หรือไง ถ้ามันคอขาดมันก็ตาย ถามอะไรโง่ๆ เื่แค่นี้ใครๆ ก็รู้ " หัวหน้าหน่วยคนนึงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
ริวจิยังคงสงบและตอบกลับไป
"เื่นั่นผมรู้ แต่มันยังมีอีก 1 วิธีก็คือไฟ มันสามารถฆ่าซอมบี้ได้เช่นเดียวกันกับะเิที่พวกคุณทำ "
หลังจากที่ริวจิพูดจบทั้งห้องประชุมก็เงียบได้สักพัก ครุ่นคิดเกี่ยวกับคำพูดของริวจิ ซึ่งมันก็มีความเป็ไปได้
เมื่อเห็นทุกคนกำลังเงียบ
"อย่าบอกนะว่าพวกคุณไม่เคยลอง คุณหัวหน้าหน่วย "
เมื่อริวจิพูดจบ หน้าของหัวหน้าหน่วยคนนั้นก็ซีดขึ้น เพราะเขาไม่เคยที่จะลองใช้วิธีอื่น เขาแค่ใช้ะุและะเิเป็จำนวณมากในการฆ่าพวกมัน เนื่องจากเขาไม่้าที่จะเสี่ยงอันตรายนั่นเอง
ในขณะบรรยากาศกำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้น โกโตะก็ได้พูดเบรกเอาไว้ก่อน
"เอาละพอได้แล้วทีนี้ ลองว่าแผนของนายมาอย่างละเอียดดู แล้วพวกเราจะลองติดสินใจดู "
"1. ให้ทหารไปขุดหลุมรอบค่าย เป็ทางยาว 3หลุม หลุมที่หนึ่งเราจะลาดน้ำมันเอาไว้ หลุมที่ 2 เราจะเตรียมสิ่งที่พวกคุณคุ้นชินก็คือ แท่งไม้แหลม หลุมที่3 ให้ฝังะเิเอาไว้ และเราจะเริ่มต่อสู้ก็ต่อเมื่อซอมบี้ผ่านหลุมที่3มาได้ 2. ให้ทหารของคุณไปหาน้ำมันมาให้เยอะที่สุดหรือแอลกอฮอล์ที่สามารถติดไฟได้3.ผลิตธนูและลูกธนูให้ได้มากที่สุด 4. ถ้าซอมบี้ยังไม่เข้าใกล้มาในเมือง ห้ามใช่ปืนที่มีเสียงดังเด็ดขาด จะดีมากถ้ามันเก็บเสียงได้ 5 ถ้าจะยิงซอมบี้ตัวอื่นนอกจากสีเขียว ให้ใช้ะุเจาะเกราะและเล็งไปที่หัว ถ้าเป็ไรเฟิลจะดีมาก และสุดท้าย
6 .ห้ามทหารทุกคนแต่ะต้องของที่ตกจากศพของซอมบี้มันอาจจะทำให้คุณติดเชื้อได้
หลังจากฟังคำล่ายของริวจิไม่มีคนไหนคัดค้านหรือไม่เห็นด้วย พวกเขาอึ้งไปและคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้คือใครกันแน่ ทั้งเป็ฮันเตอร์แถมยังเป็เ้าวางแผนอีก และอีกหนึ่งที่น่าอิจฉาที่สุดคือ เขามีแฟนสาวที่สวยสุดๆไปเลย
"เอ่อแผนของนายมันก็ดูดีอยู่หรอกนะ แต่ว่าฉันขอถามได้มั้ยว่าทำไมต้องใช้ปืนเก็บเสียงด้วยละ " โกโตะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"อ๋อผมลืมบอกไปสินะ ซอมบี้มันจะเข้าไปหาพื้นที่ที่มีเสียงดัง และถ้าข้อสังเกตของผมถูก มันจะเคลื่อนที่ไปที่ ที่มีคนอาศัยอยู่มากมาย แต่มันก็แค่ข้อสังเกต พวกคุณจะทำตามหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพวกคุณ "
" งั้นมาเริ่มโหวตกันใครไม่เห็นด้วยให้ยกมือขึ้นและพูดพร้อมกับเหตุผล
หลังจากโหวตกันก็มีหัวหน้าทหาร 1 คน เขาสวมแว่นและดูเหมือนมีหลักการ
"ผมไม่เห็นด้วยที่ว่า จะเอาเชื้อเพลิงทั้งหมดไปเป็หลุมออนเซ็นให้ซอมบี้อาบ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดของเขาเป็แค่ข้อ สันนิษฐาน ถ้าเราเอาเชื้อเพลิงทั้งหมดและมันไม่ได้ผล การวางเดิมพันครั้งนี้มันจะเป็การเดิมพันที่สูงมาก และถ้าการต่อสู้มันดำเนินต่อไป พวกเราจะไม่มีเชื้อเพลิงให้กับยาพาหนะในการหลบหนีได้. "
ทันทีที่ชายหนุ่มแว่นพูดจบริวจิได้ดึงเอาศพซอมบี้ออกมาจากแหวนของเขาด้วยความเร็วสูงสุด และเทน้ำมันลงไปที่ศพของมันพร้อมกับจุดไฟเผา
ไฟได้ลุกขึ้นและศพของซอมบี้ที่ถูกเผาได้ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วห้อง
"ที่คุณแว่นโคนันพูดมาก็มีเหตุผล แต่ตอนนี้มันมีเวลาไม่มากแล้ว เราต้องรีบเตรียมการ "
หลังจากที่ริวจิได้พิสูจน์แล้วนั้น ก็ไม่มีใครโต้แย้ง ทุกคนแยกย้ายไปทำตามหน้าที่ของตนเอง
ส่วนทางด้านของริวจินั้นเขากำลังเดินทางที่แผนกช่างซ่อมบำรุง พร้อมกับล่ามแปลภาษาก็คืออายูนั่นเอง
" เธอลองชักชวนเขาดูสิ บอกฉันด้วยละถ้าใครตอบอะไรกลับมา "
อายูตอบตกลงและกำลังเดินเข้าไปหาโจเซฟ
"เฮ้ นายช่างซ่อมช่วยมาเป็ช่างซ่อมให้กับพวกเราได้มั้ย " อายูได้พูดไปแบบไร้มารยาทสุดๆ ตอนนี้กริยาของเธอเริ่มจะเถื่อนหยาบเข้าไปทุกวัน
"โอ้ นี่คือคำชวนหรอจ่ะสาวน้อย ฮ่าๆ ว่าแต่เธอชื่ออะไรงั้นหรอ " โจเซฟได้พูดพร้อมกับหัวเราะ
"อย่ามาเล่นลิ้นให้มาก " อายยูหงุดหงิดเล็กน้อยที่โจเซฟได้หยอกล้อเธอ
"ฉันชื่ออายู และตอนนี้กำลังหาช่างซ่อมบำรุง ถ้านายปฎิเสธพวกฉันไปหาคนอื่นก็ได้"
"เฮ้ใจเย็นๆสิ ว่าแต่พวกเธอเป็ฮันเตอร์รึเปล่าละ ฉันจะเข้าร่วมกับคนที่แข็งแกร่งเท่านั้น และที่นี่ก็มีแค่ แคทเทอรีนน่า รองผบโกกิ และผบโกโตะเท่านั้น มีเพียงแค่3คนเท่านั้นในค่ายนี้ที่แข็งแกร่งมากกว่าฉัน ฮ่าๆ เธอรู้มั้ยฉันเลื่อนขั้นมาเป็ขั้น1 เมื่อ2วันก่อน" เขาพูดพร้อมกับหัวเราะ และพุดต่อ
" ถ้าพวกเธอแข็งแกร่งพอที่ทำให้ฉันทึ่งได้ละก็ ฉันจะยอมติดตามพวกเธอ"
อายูได้พูดแต่ประโยคสุดท้ายให้กับริวจิฟัง
"เอ๋ แสดงว่าเขา้าลองฝีมือสินะ งั้นบอกให้เขาตามมา"
เมื่อได้ยินริวจิพูดเธอก็ได้สื่อสารกับโจเซฟและพาเขาเดินตามไป
เมื่อถึงสถานที่ ที่ไม่มีใครเห็น โจเซฟได้พูดออกมา
"เฮ้เอางี้มั้ยถ้านายแข็งแกร่งจริงๆ ฉันจะติดตามนายแต่ถ้านายแข็งแกร่งน้อยกว่าฉัน นายช่วยยกแฟนสาวของนายให้ฉันได้รึเปล่า "
เมื่อเห็นโจเซฟพูดขึ้น อายูก็ไม่รีรอ เธอแปลให้กับริวจิฟังโดยทันที ถึงเธอจะรู้สึกเขินอายก็เถอะ แต่ถึงแบบนั้น เธอก็ไม่คิดว่าริวจิจะแพ้ และเมื่อริวจิได้รับรู้แล้วนั้น ริวจิก็คงยังเงียบสงบและ
"ถ้านายทำได้ละก็นะ "
หลังพูดจบริวจิได้ปล่อยจิตสังหารออกมา ราวๆ20% แต่มันก็เพียงพอทำให้โจเซฟที่พึ่งเลื่อนขั้นเป็ขั้นที่1 คุกเข่าลงไปกับพื้นได้ แต่อายูที่อยู่ข้างๆเขานั้นยังมีอาการที่ปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"แค่นี้ทึ่งพอรึยัง "
ตอนนี้ใบหน้าของโจเซฟได้บูดเบี้ยวเขาไม่คิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะแข็งแกร่งขนาดนี้ เขาพอรู้ว่าริวจิเป็ฉันเตอร์ แต่นี้มันเรียกได้ว่าสัตว์ประหลาด
"สัตว์ประหลาด" โจเซฟได้อุทานขึ้นมา
"งั้นต่อจากนี้ยกให้เป็หน้าที่ของเธอ เออและถ้าเธอมีเวลาว่างก็ไปชวนคนที่เป็เชฟทีนะ ฉันมีเื่ที่ต้องไปทำหนะ "
หลังจากพูดจบริวจิก็เดินจากไป
3ชั่วโมงต่อมา
"เห๋ พอมามองใกล้ๆแล้วน่ากลัวกว่าที่คิดแห่ะ งั้นมาลองสกิลใหม่สักหน่อยแล้วค่อยกลับละกัน "
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝากกดติดตามกดหัวใจด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ