รุ่งเช้าเสี่ยวเที่ยน ถูกวาวา ปลุกให้อาบน้ำแต่งตัว เพราะว่ามีเจ้ากรมราชทัณฑ์จากทั้งสองดินแดน มารบพบ เสี่ยวเทียนเดินออกมา เพียงคนเดียว โดยที่วาวาไม่ได้ออกมาด้วย เจอกลุ่มศิษย์พี่รองกับหมอเทวะและปู่เยี่ย ยืนมองด้วยสายตาที่มีแต่รอยยิ้ม
“เป็นไงเสี่ยวเทียน ทำตามที่ศิษย์พี่บอก ทุกอย่างแล้วไช่ไหม”
“ ใช่ ทำทุกอย่างไม่ผิดพลาดแม้แต่น้อย ทำให้ข้ากว่าจะหลับได้ก็เกือบเช้า ดีที่ภรรยาปลุกว่ามีคนมา มิเช่นนั้น คงต้องนอนต่ออีกแน่”
“ นี่ นี่ เจ้ากว่าจะนอนก็รุ่งเช้าเลยหรือ?”
“ อืม ข้าไปหาเจ้ากรมราชทัณฑ์ก่อน” เสี่ยวเทียนเดินออกไปไม่สนใจว่า ศิษย์พี่รองกับ หมอเทวะ กับปู่เยี่ย จะทำหน้าตระหนกแค่ไหน
“ ท่านอรหันต์น้อย ข้าคือ เจ้ากรมราชทัณฑ์แดนเทวะอุดร”
“ ข้าเจ้ากรมราชทัณฑ์แดนเทวะทักษิน”
“ เอาล่ะ พวกท่านทั้งสองรู้แล้วใช่ไหม ว่ากำลังตามหาบิดา ที่หลุดเข้ามาในดินแดนเทวะแห่งนี้”
“ ในรอบสิบปีที่ผ่านมาดินแดนของข้าไม่มีใครเข้ามาสักคน”
“ ข้าก็เช่นกัน”
เจ้ากรมราชทัณฑ์เอ่ยปฏิเสธออกมาพร้อมกัน เสี่ยวเทียนถามอาจารย์ลู่เอินทันที
“ อาจารย์ท่านว่าพวกเขาพูดจริงหรือไม่”
“ จริง ข้าคิดว่า พ่อเจ้าไม่ได้อยู่ในดินแดนเทวะหรอก น่าจะอยู่ดินแดนอื่นมากกว่า”
“ นี่หมายความว่าพวกเรามาก็เสียเที่ยวเปล่านะซิ”
“ ไม่หรอก อย่างน้อยเจ้าก็ได้พ่อ ได้แม่ ได้ภรรยา ได้อาจารย์ ได้ศิษย์พี่ ได้ไป๋น้อยมาเป็นเพื่อน” อาจารย์ลู่เอินกล่าว
เสี่ยวเทียนได้แต่ขอบคุณเจ้ากรมราชทัณฑ์ทั้งสองดินแดน ที่ให้อุตส่าห์มาบอกก่อนกลับไปเสี่ยวเทียนต้องปล่อยพลังแสงพุทธะออกไป พร้อมกับให้พร ตามที่ทั้งสองคนได้ขอมา จากนั้นเสี่ยวเทียนก็ต้องกล่าวคำอำลากับทุกๆ คนกลับดินแดนเทวะบูรพา เพื่อกลับสำนักปราชญ์เทวะ เจ้าสำนักจึงบอกให้วาวาเก็บของ แล้วเดินทางไปพร้อมกับเสี่ยวเทียนเสียเลย ทำให้เสี่ยวเทียนไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร
ต่อไปต้องพาวาวา เดินทางไปกับตนทุกๆแห่งเลยหรือยังไงกันนี่?
“ เป็นสามี ภรรยากันแล้ว ก็ต้องอยู่ด้วยกันซิ เจ้าจะทิ้งภรรยาเจ้าไว้ที่นี่ได้อย่างไร”
อาจารย์ลู่เอิน กล่าวเตือนอย่างอารมณ์ดี
วาวา รับคำเสร็จแล้วก็ไปที่สระบัวศักดิ์สิทธิ์ แล้วนำดอกบัวทองศักดิ์สิทธิ์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดนำไปด้วย โดยที่วาวา ใช้มือยื่นออกไป ดอกบัวเทพศักดิ์สิทธิ์ก็กลายเป็นดอกบัวเล็กๆสีทองอยู่ในมือทันที เสี่ยวเทียนเห็นแล้วก็อึ้งเหมือนกัน
“ พร้อมเมื่อไร ก็พาภรรยาของเจ้าเข้ามาพัก ในมิติฟ้าคราม แล้วข้าจะสอนวิชาให้นางเอง”
อาจารย์ลู่เอินเห็นดอกบัวสีทอง ก็อดคิดถึงคนบางคนในอดีตขึ้นมา คล้ายกับว่าเคยมีศิษย์ที่อาศัยในดอกบัวแบบนี้เช่นกัน
แล้วทั้งหมด ก็ออกเดินทางเข้าเมืองหลวงของแดนอุดร เพื่อไปขึ้น เครื่องเคลื่อนย้ายกลับดินแดนเทวะบูรพา
สำนักเงาทมิฬ
“อะไรนะ เฉินเสี่ยวเทียนฆ่า จักรพรรดิเทียนจุนทั้งสองดินแดน ตายพร้อมกันทั้งคู่เลยหรือนี่” เจ้าสำนักเงาทมิฬฟังแล้วตกใจยิ่งนัก
“ เรื่องนี้มิใช่เพียงแค่ข่าวลือ มีคนเห็นมากมาย มากกว่าร้อยสำนัก และ เหล่าแม่ทัพนายกอง ของทั้งสองอาณาจักร ล้วนเห็นพร้อมกัน เล่ารายละเอียดเหมือนกัน
เราจึงแน่ใจว่า เป็นเรื่องจริงแท้อย่างแน่นอน” เหยี่ยวข่าวของสำนักเงาทมิฬรายงาน
“ คืนเงินมัดจำ พวกมันไป ยกเลิกภารกิจนี้เด็ดขาด ถอนกำลังออกมทันที สังหารเทียนจุนทีเดียวสองคนได้ มันต้องมีพลังยิ่งใหญ่ขนาดไหนกันนะ?”
ตำหนักเก้ามังกร
“ เป็นไปได้อย่างไร นี่มันถึงกับสังหาร จักรพรรดิเทียนจุนสองคน พร้อมกันในเวลาเดียว ! ยกเลิกคำสั่งฆ่า เฉินเสี่ยวเทียน แจ้งให้นายท่านแปดกลับมาโดยด่วน”
“ เกรงว่าไม่ทันแล้วนายท่าน นายท่านแปดเริ่มลงมือแล้ว”
“ เฮ้อ ก็หวังว่า เขาจะเอาตัวรอด กลับมาได้นะ..” จ้าวตำหนักเก้ามังกรเริ่มเป็นห่วง นายท่านแปด
ระหว่างทางที่เสี่ยวเทียนกำลังจะเข้าไปในเครื่องเคลื่อนย้าย ก็รู้สึกได้ถึงคนปองร้าย
เป็นนายท่านแปด ฉายาฝ่ามือพญายม ที่บัดนี้ แฝงร่างเป็นคนขายซาลาเปากลางตลาด พอเสี่ยวเทียนเดินผ่านระยะ หวังผล มันก็พุ่งร่างเข้าหาพร้อมฝ่ามือที่เป็นสีดำเต็มไปด้วยพิษมากมาย หากเสี่ยวเทียนโดนเข้าไปฝ่ามือเดียวเท่านั้น รับประกันต้องตายสถานเดียว แต่ไม่ทันได้เข้าใกล้ ศิษย์พี่รองก็ฉีกมิติออกมาฟันข้อมือของ นายท่านแปด ฉัวะ ! ขาดเสมอข้อแขนเลย ไม่มีเสียงร้องออกจากปากนายท่านแปด แล้วศิษย์พี่รองก็ตวัดกระบี่ออกไปอีกครั้ง ฉัวะ !คอของนายท่านแปดขาดกระเด็นไปในทันที
เสี่ยวเทียนเดินมาใกล้ซากศพ เพราะรู้สึกว่า ได้ยินหัวใจมันยังเต้นอยู่ กำลังก้มตัวลงใช้มือสัมผัสที่หน้าอก แต่ฉับพลันนั้น มีร่างดำๆ เล็กๆ พุ่งร่างออกมาลำตัวของนายท่านแปด พุ่งเข้าใส่ร่างของเสี่ยวเทียน ตูม ! เสี่ยวเทียนมีเกราะเทพเจ้าป้องกัน ยังต้องถอยหลังกระเด็นออกมา เจ้าตัวเล็กๆ สีดำกลับเป็นชายชราในร่างของเด็กน้อย ฝังตัวอยู่ในร่างของนายท่านแปด
“เหอ เหอ เหอ มีเกราะป้องกัน ระดับสวรรค์ นี่เอง ถึงไม่กลัวสิ่งใด มาดูกันว่าเกราะของเจ้าจะทน กรงเล็บพญายมของข้าได้ไหม” แล้วนายท่านแปดแทนที่จะพุ่งโจมตีเสี่ยวเทียน กลับพุ่งเข้าไปหาวาวา ที่ยืนอยู่อีกด้านของเสี่ยวเทียน
“ บังอาจไปแล้ว” เสี่ยวเทียนปล่อยทัณฑ์อัสนีสายฟ้าเข้าใส่ร่าง นายท่านแปดทันที เปรี้ยง ! ร่างของนายท่านแปดถูกสายฟ้าฟาดใส่ ร่างไหม้กลายเป็นขี้เถ้าในทันที
“ ภรรยา ไม่เป็นไรนะ” วาวาส่ายหัว แต่หลายคนได้ยินเสี่ยวเทียนเรียกวาวาเช่นนี้ก็อดอมยิ้มไม่ได้
จากนั้นเสี่ยวเทียนก็เดินทางกลับสำนักปราชญ์เทวะ กันสามคน เสี่ยวเทียนพาวาวามาคำนับอาจารย์มู่หวายอิง ซึ่งได้แต่หัวเราะชอบใจ แล้วก็อวยพรให้กับทั้งสองคนยืดยาว
“ เจ้ารู้ไหม ข้ากับเจ้าสำนักพอได้ยินข่าวว่าเจ้าหยุดสงครามได้ ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง แต่คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะใช้วิธี แต่งงานกับ แม่นางเหลียนวาวา แล้ว ฆ่าเทียนจุนจักรพรรดิทั้งสองคน”
“ ศิษย์ก็ทำไปตามสถานการณ์ อาจารย์ศิษย์จะต้องออกจากดินแดนเทวะแห่งนี้แล้ว” เสี่ยวเทียนตั้งใจมาร่ำลาอาจารย์มู่หวายอิง
“ เฮ้อ อาจารย์คิดไว้อยู่แล้ว ว่าเจ้าคงจะจากไป อาจารย์หวังว่าเจ้ามีเวลาก็กลับมาเยี่ยมอาจารย์กับศิษย์พี่ของเจ้าด้วย ว่าแต่เจ้าจะออกจากดินแดนนี้ไปยังไง”
อาจารย์เอ่ยด้วยความสงสัย
“ ศิษย์เองยังไม่แน่ใจ แต่ว่า คงต้องไปที่ คุกน้ำที่กรมราชทัณฑ์ เพื่อดูว่าจะหาทางออกได้อย่างไร”
เสี่ยวเทียนมั่นใจว่า อาจารย์ลู่เอินต้องมีหนทางอย่างแน่นอน
พอร่ำลาอาจารย์ออกมาก็พบกับพี่ซิ่วเหวิน ธิดาเทพ พี่ใหญ่ ศิษย์พี่รอง และวาวา ทั้งหมดคุยกันอย่างสนิทสนม โดยมีเจ้าไป๋น้อย ที่คุยได้แล้ว ถูกธิดาเทพอุ้มไว้ในอก ด้วยความคิดถึง
“ เสี่ยวเทียนเจ้าจะกลับไปโลกพิภพเก้าชั้นแล้วรึ?” ธิดาเทพรีบเอ่ยถามก่อนทันที
“ ใช่ ข้าเป็นห่วงท่านพ่อ ต้องหาท่านให้เจอให้ได้”
“ ถ้าเช่นนั้น ฝากไป๋น้อยให้ข้าเลี้ยงได้ไหม” ธิดาเทพเอ่ยออกมา เสี่ยวเทียนก็มองหน้าไป๋น้อย
“ แล้วแต่ไป๋น้อย เจ้าจะอยู่ที่นี่ หรือจะไปกับข้า” เสี่ยวเทียนถึงแม้ผูกพันกับไป๋น้อยมาก แต่ก็ให้ไป๋น้อยตัดสินใจเอง
“ ไป๋น้อย ..จะไปกับ..พี่ใหญ่” ไป๋น้อยพูดเสียงอ้อแอ้
“ ไป๋น้อย อยู่กับพี่ธิดาเทพ ดีกว่าไหม ไม่ต้องเร่ร่อน แบบนี้ ”
ไป๋น้อยส่ายหัวจะไปกับเสี่ยวเทียนอย่างเดียว ทำให้ธิดาเทพ ได้แต่ทำใจ
คืนนั้น ทั้งหมดก็กินเลี้ยงอำลากัน ที่ยอดเขาอินทรี โดยมีพี่ใหญ่กับพิ่ซิ่วเหวิน ทำหน้าที่ทำอาหารทั้งหมด เสี่ยวเทียนนำแก่นเลือดเทพ และน้ำทิพย์สวรรค์มาแจกทุกคนอีกอย่างละ 10 ขวด พอหลังงานเลี้ยงเลิกแล้วเสี่ยวเทียนก็พา วาวาเข้าไปในมิติฟ้าคราม เพื่อพบกับอาจารย์ลู่เอิน
“ วาวา คารวะท่านผู้อาวุโส”
“ ไม่ต้องมากพิธี ต่อไปเรียก ข้าเป็นอาจารย์เหมือนกับเสี่ยวเทียน”
“ เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์”
“ เจ้าเอาดอกบัวทองประจำตัวของเจ้าออกมา ให้อาจารย์ดูหน่อย”
ดอกบัวเทพประจำตัวของ วาวานั้น ไม่ใช่ดอกบัว บนโลกใบนี้ อาจารย์ลู่เอินสัมผัสก็รู้ได้ว่า มันคือกระสวยอวกาศรูปร่างคล้ายกับดอกบัว ที่ล้ำสมัยชิ้นหนึ่ง ที่สามารถควบคุมขนาดให้เล็กใหญ่ได้ ตามที่วาวาสั่งการ และที่สำคัญมันสามารถพูดออกมาได้ แต่ว่ามันขาดพลังงาน ซึ่งอาจารย์ลู่เอิน ใช้พลังสายฟ้า ทำการช็อตกระตุ้นเข้าไป แล้วในที่สุดมันก็เอ่ยออกมา
“ สวัสดี เจ้าหญิงวาวา” เสียงหุ่นยนต์คล้ายเด็กหญิงเอ่ยออกมา
“ นี่เจ้าพูดได้ด้วยหรือนี่ แล้วเจ้าชื่อว่าอะไร?” วาวาสุดแสนดีใจ ที่ดอกบัวเทพสามารถพูดได้
“ ข้าชื่อว่า อลิส”
“ อลิส เจ้ามาจากที่ใด” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยถามทันที
“ ข้ามาจากดาวพารากอน”
“ เล่าเรื่องดาวพารากอน แล้วก็เรื่องพ่อกับแม่ของวาวาด้วย”
วาวา กับเสี่ยวเทียนนั่งฟังอยู่ด้วย ก็เขยิบเข้ามาใกล้ ดอกบัวที่เวลานี้มีแสงสว่าง กระพริบสวยงามมาก
“ ดาวพารากอน เป็นดาวที่อยู่นอกจักรวาลของโลกใบนี้ไปอีกพันปีแสง เมื่อสิบสี่ปีก่อน ดาวของเราถูกพวก จ้าวสหพันธ์ดราโก้ บุกเข้าโจมตี เพื่อต้องการ พลังงานในดวงดาวพารากอน องค์จักรพรรดิและพระมเหสี เป็นห่วง ตัวเจ้าหญิงวาวา ที่เพิ่งกำเนิดได้ไม่กี่เดือนจะมีอันตราย เลยจัดการส่งเจ้าหญิงให้หลบหนีออกมา พร้อมกับเพชรยอดจักรวาล พลังงานไร้ที่สิ้นสุดออกมาด้วย” อลิสเอ่ยจนจบ
“ เพชรยอดจักรวาล มันคืออะไร” เสี่ยวเทียนเอ่ยถามบ้าง
“ เพชรยอดจักรวาล เป็นพลังงานที่หนึ่งในจักรวาลของเรา ข้างในบรรจุความลับของพลังที่ไร้ขีดจำกัด และ ไร้ที่สิ้นสุด” อลิสอธิบาย
“ แล้วตอนนี้อยู่ที่ใด” เสี่ยวเทียนถามต่อ
“ ต้องขออภัย ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้บอกกับท่าน” อลิศตอบออกมาเสี่ยวเทียนได้แต่ยิ้มแห้งๆ
“ บอกมาเถอะ อลิส เขาเป็นสามีของ ข้าเอง” วาวาเลยถามด้วยตนเอง
“ เพชรอยู่ในใต้ฐานยานดอกบัวลำนี้”
“ เอาออกมาดูได้ไปไหม?” วาวาเอ่ยถาม
“ ได้เลย” แล้วอลิส ก็ทำให้ดอกบัวบานขึ้น แล้วฐาน ดอกบัว ก็ยกขึ้นสูง ทำให้เห็นแสงสีน้ำเงิน ส่องสว่างออกมา
“ เพชรสีน้ำเงิน?” เสี่ยวเทียนมองเห็นชัดแจ๋วเลย ว่ามันคือเพชรสีน้ำเงินขนาดเท่ากำปั้น แล้วมันก็ลอยมาที่หน้าของ วาวา
“ สวยมากจริงๆ” วาวาสัมผัสแล้วก็ชื่นชมออกมา
“ แล้วได้ข่าวท่านพ่อ กับ ท่านแม่ของข้าบ้างหรือเปล่า” วาวานึกถึง พ่อกับแม่ของนาง
“ หลังจากถูกส่งตัวมาที่แห่งนี้ ก็ไม่สามารถติดต่อ ดวงดาวพารากอนได้เลย”
“ แล้วถ้าให้เจ้า พากลับไปที่ ดวงดาวพารากอน จะได้ไหม?” อาจารย์ลู่เอินถามบ้าง
“ ไม่ได้ เพราะระบบนำทางได้ถูกทำลายลงไปแล้ว ตอนที่ถูกส่งออกมาจากดาวพารากอน เพื่อไม่ให้ศัตรูตามมาพบ” อลิสเอ่ยตามจริง สีหน้าวาวาดูเศร้าใจไม่น้อยเช่นกัน ส่วนเสี่ยวเทียนก็ลูบคลำเพชรยอดจักรวาลสีน้ำเงิน แล้วก็ไม่เห็นจะรู้สึกถึงพลังอะไรเลย อาจารย์ลู่เอิน ลองสัมผัสดูบ้าง แล้วพยักหน้า แต่ไม่พูดอะไร
“ ฝากไว้กับอลิสให้รักษาเอาไว้ก่อน ไว้พวกเจ้าทั้งสองคนพร้อม ค่อยนำมันออกมา” อาจารย์ลู่เอิน คงรู้แล้วว่า เพชรยอดจักรวาลสามารถใช้งานอย่างไร
จากนั้นเสี่ยวเทียนก็พาวาวา ไปเดินชมบรรยากาศรอบๆ มิติฟ้าคราม และแนะนำให้รู้จักกับลุงฟงอี้ งูน้อยตงตง ส่วนไป๋น้อยรู้จักแล้ว มันก็วิ่งเล่นกับ ตงตงไปรอบๆ มิติฟ้าคราม คืนนี้ เสี่ยวเทียนก็พาวาวา ไปนอนที่ห้องที่มีแต่ ไข่มุกทองคำเต็มห้องไปหมด แล้ว เสี่ยวเทียนก็ฝังเข็ม ให้กับวาวา เหมือนเช่นเคย
พอรุ่งเช้า เสี่ยวเทียนก็ออกมาจากมิติฟ้าคราม มาเพียงคนเดียว แล้วให้วาวา อยู่ฝึกตนกับอาจารย์ลู่เอิน ส่วนเสี่ยวเทียนก็ไปที่คุกน้ำ ไปหาปู่ทากิ เพื่อที่จะขอเข้าไปชมสถานที่ด้านในเพื่อค้นหาทางออกจากดินแดน เทวะบูรพาแห่งนี้
พอไปถึงที่คุกน้ำ ก็พบคนอื่นมาทำหน้าที่แทน ส่วนปู่ทากิ นั้นไม่มา ก็เลยสอบถามผู้คุมคนใหม่ ซึ่งก็ไม่ยอมตอบคำถามให้แน่ชัด อ้างไม่รู้อย่างเดียว เสี่ยวเทียนก็ไม่ใส่ใจ แต่รู้สึกไม่ค่อยดี เลยไปหาปู่ทากิที่บ้านจะดีกว่า พอไปถึงก็พบว่า ปู่ทากิ นั้นได้เสียชีวิตไปเป็นหลายวันแล้ว ลูกชายปู่ทากิเล่าให้ฟังว่า
“ หลังจากที่ท่านพ่อได้แก่นเลือดเซียนมา ร่างกายของท่านก็แข็งแรงขึ้น พลังยุทธก็เพิ่มขึ้น ทำให้หลายคนสงสัยว่าท่านพ่อได้ของวิเศษอะไรมา แล้วมีอยู่คืนหนึ่งมีพวกคนร้ายชุดดำบุกเข้ามาในบ้าน เพื่อเค้นถามถึงของวิเศษที่ ท่านพ่อมี สุดท้ายก็ถูกยึดแก่นเลือดเซียนไปจนหมด แต่พวกมันยังไม่พอใจแค่นี้ พวกมันยังพยายามเค้นถามว่า แก่นเซียนมาจากไหน พวกมันซ้อมท่านพ่อ จนท่านบาดเจ็บสาหัส แต่ท่านพ่อก็ไม่ยอมบอก สุดท้ายมันบอกว่า จะสังหารข้า ท่านเลยบอกความจริง ว่าได้รับมาจาก คุณชายน้อย พอคนร้ายจากไป ท่านพ่อรู้สึกเสียใจที่ต้องทำให้ คุณชายน้อยต้องเดือดร้อน คืนนั้นท่านพ่อ รู้สึกผิดในใจ บวกกับ อาการบาดเจ็บสาหัสที่และอายุมากแล้ว ทำให้ท่านพ่อลมปราณย้อนกลับ พลังชีวิตสูญสิ้นไปในคืนนั้น”
“ ท่านปู่ทากิ ต้องมาเสียชีวิตเพราะข้าหรือนี่” ....