กู่หวงเดินออกมาจากจวนหว่านเหนียงมุ่งหน้าไปยังคอกม้าของตระกูลกู่ ระหว่างทางที่เดินผ่านกู่หวงเห็นจอมยุทธ์อายุน้อยของตระกูลกู่หลายคนกำลังฝึกวรยุทธ์ กู่หวงหยุดมองด้วยดวงตาเป็ประกาย แต่หลังจากที่ได้สติกลับมาสีหน้าและแววตาของเขาก็เศร้าหมองลง เขาก้มหน้าเดินผ่านลานฝึกฝนคฤหาสน์ตระกูลกู่ไป
ั้แ่เด็กจนโตเขาพยายามฝึกฝนอย่างหนักแต่ร่างกายกลับไม่เป็ใจ ไม่ว่าจะทุ่มเทและพยายามฝึกหนักแค่ไหนร่างกายของเขาก็ไร้ซึ่งลมปราณ
แม้จะเกิดมามีร่างกายแข็งแรงแต่กำเนิด แต่กลับไร้รากฐานวรยุทธ์ หลังจากนั้นเขาก็ถูกตราหน้าว่าเป็คนพิการของตระกูลกู่ ญาติพี่น้องทุกคนในตระกูลกู้ล้วนแล้วแต่รังเกียจเขามองเขาเป็คนนอกคอก
กู่หวงเลิกสนใจกับคำติฉินนินทาและปลงกับชะตากรรมของตัวเองไปนานแล้ว ถึงแม้ใจจะยอมแพ้แล้วหดหู่มากเพียงไหน แต่ทุกครั้งที่เห็นคนฝึกวรยุทธ์ ร่างกายของเขาก็มักจะสั่นเทิ้มขึ้นมาทุกครั้ง คล้ายกับมีอะไรมากระตุ้นทำให้เืลมของเขาเดือดพล่าน แต่เมื่อลองลงไปต่อสู้ดูกลับล้มเหลวไม่เป็ท่า
กู่หวงคอตกเดินจากไปไม่นานก็มาถึงคอกม้า ด้านข้างคอกม้ามีคนคอยดูแลม้าอยู่ เขาเป็คนรับใช้ของตระกูลกู่ติดตามรับใช้ตระกูลกู่มานาน
"ท่านลุงหวัง รบกวนท่านเลือกม้าให้ข้าสักตัวเถอะขอรับ" กู่หวงกล่าวขึ้นอย่างถ่อมตน
ชายวัยกลางคนที่ดูแลคอกม้าเงยหน้าขึ้น พอรู้ว่าเป็กู่หวงเขาก็ไม่ได้ลุกขึ้นยืนคารวะแต่อย่างใด แม้กู่หวงจะเป็นายน้อยของตระกูลกู่ แต่นายน้อยของตระกูลที่อ่อนแอไร้กำลังเหล่าคนรับใช้ก็คร้านจะเคารพ
"นายน้อยสี่ไม่ทราบว่าท่านจะเอาม้าไปที่ใด" เสียงของชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นอย่างเกียจคร้าน
"ข้ามีธุระที่สำนักจินหยาง รบกวนท่านลุงหวังรีบเลือกม้าให้ข้าที"
ชายวัยกลางคนหยิบปากกาแล้วเริ่มเขียนบางอย่างลงในสมุดบันทึก จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นปัดเก้าอี้ออกเล็กน้อยสาวเท้าเดินตรงไปยังคอกม้า และในระหว่างที่กำลังจะเปิดคอกม้าอยู่นั้นเองเสียงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
"เห็นหลังมาแต่ไกลนึกว่าใครที่ไหนที่แท้ก็ขยะของบ้านเรานี่เอง" ชายหนุ่มที่มีท่าทางแข็งกร้าวดุร้ายกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม ด้านหลังของเขามีคนรับใช้คอยติดตามอยู่หลายคน และทั้งหมดก็ล้วนแต่เป็จอมยุทธ์ทั้งสิ้น
"ลุงหวังเขามาขอยืมม้าจากท่านรึ เหตุใดท่านถึงไม่บอกเขาไปว่าวันนี้ข้ากู่เหลียงหู่ได้จองม้าทุกตัวไว้หมดแล้ว"
ชายวัยกลางคนมีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ ดูเหมือนว่าวันนี้จะได้พบกับความยุ่งยากเข้าเสียแล้ว
"นายน้อยสามท่านไม่ได้แจ้งข้าไว้ล่วงหน้านะขอรับ"
"ก็ตอนนี้ข้าแจ้งแล้วไง ทำไม? คำสั่งของข้าเ้าจะไม่ทำตามเหรอ"
"ผู้แซ่หวังไม่อยากให้เป็เื่เป็ราว หากเื่นี้รู้ถึงนายท่านผู้นำตระกูลนายน้อยสาม ท่านอาจจะลําบากก็ได้นะขอรับ"
"ไม่ต้องมาโต้เถียงข้า เป็แค่คนรับใช้กล้าเอ่ยปากสั่งสอนข้าหรือ รู้จักสำเหนียกสถานะของตนเองเสียบ้าง ตอนนี้เ้าอาศัยอยู่ในตระกูลกู่ของข้า เพราะฉะนั้นเ้าต้องฟังคำสั่งข้าและอย่ามาต่อปากต่อคำกับข้า"
ชายวัยกลางคนหน้าขาวซีด เขาไม่อยากยุ่งกับความขัดแย้งของเด็กในตระกูลกู่เลยจริงๆ สถานะของเขาตอนนี้คือผู้รับใช้มีหน้าที่ทำตามคำสั่งของคนตระกูลกู่ และทุกครั้งที่มีความขัดแย้งเหล่าคนรับใช้ก็มักจะถูกลงโทษอยู่เสมอ
"กู่เหลียงหู่อย่าให้มากเกินไปนัก ม้าในคอกม้ามีตั้งมากมายเ้าจะเอาไปทำอะไรหมด แบ่งมาให้ข้าสักตัวก็พอแล้ว ข้ากำลังรีบไม่อยากมีเื่" กู่หวงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ท่าทางของเขาดุดันเหี้ยมเกรียม เขาไม่ได้หวาดกลัวกู่เหลียงหู่เลยแม้แต่น้อย
"กู่หวงเศษสวะอย่างเ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดกับข้า คนพิการอย่างเ้าเหตุใดจึงไม่ไสหัวออกไปจากตระกูลกู่ของข้าซะ การที่ตระกูลกู่มีเศษสวะพิการอย่างเ้ามันทำให้ตระกูลกู่ขายหน้าอย่างมากเ้ารู้หรือไม่"
"กู่เหลียงหู่ระวังปากของเ้าหน่อยอย่าได้พล่ามมากนัก ตอนนี้ข้ากำลังรีบไม่มีเวลามาเสวนากับเ้าหรอกหลีกไป" กู่หวงตวาดเสียงดัง เขาไม่สนใจกู่เหลียงหู่ที่ยืนขวางอยู่เลยแม้แต่น้อย กู่หวงแหวกกลุ่มคนติดตามที่มาพร้อมกับกู่เหลียงหู่ เขาไม่ได้ล้อเล่นเขากำลังรีบอยู่จริงๆ เพราะหลังจากได้ม้ามาแล้วเขาก็ต้องรีบไปตามหาสหาย
"จับตัวมันไว้" กู่เหลียงหู่ตวาดขึ้นเสียงดังเช่นกัน
จากนั้นผู้ติดตามที่มีร่างกายกำยำคนหนึ่งก็ปราดตัวเข้าหาร่างของกู่หวง ร่างแข็งแรงกำยำคว้าตัวล็อคแขนของกู่หวงจากทางด้านหลัง แขนทั้งสองข้างของผู้ติดตามที่มีร่างกายกำยำแข็งแกร่งประหนึ่งคีมเหล็ก เขาล็อคตัวกู่หวงไว้ไม่ให้ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว
กู่เหลียงหู่แสยะยิ้มชั่วร้าย เขาปรี่เข้าใส่กู่หวงด้วยความโกรธ มือขวาของเขาง้างขึ้นสุดหล้าจากนั้นตวัดฟาดลงมาด้วยความรวดเร็ว เสียงเพี้ยะ!ดังสนั่น ใบหน้าของกู่หวงสะบัดไปสี่สิบห้าองศาปวดแสบปวดร้อนจากฝ่ามือ มุมปากของกู่หวงมีเืแดงสดไหลออกมา
ชายวัยกลางคนแซ่หวังที่ดูแลคอกม้าตกตะลึงพรึงเพริดไปในทันที เหตุการณ์ที่เขาไม่อยากเจอในที่สุดก็เกิดขึ้นแล้ว คราวนี้คนรับใช้อย่างพวกเขาไม่รู้จะถูกลงโทษแบบใดคิดแล้วก็น่าหนักใจจริงๆ
"ฮ่าฮ่าฮ่า มีน้ำยาแค่นี้กล้ามาขึ้นเสียงกับข้า กู่หวงเ้าคนไม่รู้จักเจียมตัว เ้าควรรู้ว่าตำแหน่งของเ้าในตระกูลกู่และตำแหน่งของข้าในตระกูลกู่อยู่ในระดับไหน ครั้งนี้ให้พี่สามสั่งสอนเ้าให้รู้ความ เผื่อว่าในอนาคตเ้าจะรู้จักเจียมตัวขึ้นบ้าง" กู่เหลียงหู่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความสะใจ จากนั้นก็กล่าวขึ้นอีกว่า
"คนแซ่หวังเ้าควรรู้ตัวนะว่าควรจะทำอย่างไร หากวันนี้มีม้าหายไปแม้แต่ตัวเดียวข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับเ้า พวกเราไป..." กู่เหลียงหู่หมุนตัวสาวเท้าก้าวเดินออกไปขณะเดียวกันคนรับใช้ทั้งหมดก็ตามเข้าไปด้วย
กู่หวงที่ถูกปล่อยตัวเขายกมือขึ้นลูบใบหน้า ดวงตาของเขาแดงก่ำมือขวากำแน่นเข้าหากัน เขากัดฟันแน่นตัวสั่นเทิ้ม พรางใช้มือซ้ายเช็ดเืที่มุมปาก ตอนนี้เขาโกรธ โกรธมาก โกรธจนอยากจะฉีกร่างของกู่เหลียงหู่ออกเป็ชิ้นๆ แต่ก็จนใจที่เขาไร้กำลัง แววตาของกู่หวงแปรเปลี่ยนเป็ว่างเปล่าเลื่อนลอย
เขารู้สึกอับจนหนทาง ความรู้สึกอยุติธรรมเช่นนี้เขาเจอมันมาแล้วหลายครั้งั้แ่เด็กจนโต แต่เขาไม่กล้าบอกมารดาของเขา ลำพังแค่ตัวเขาอ่อนแอไร้กำลังมารดาก็หนักใจมากพออยู่แล้ว หากปล่อยให้มารดาล่วงรู้เื่เช่นนี้อีกก็คงไม่ใช่เื่ดี ทำยังไงได้ในสังคมที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กจะมีความปราณีได้อย่างไร
กู่หวงหันไปมองท่านลุงหวังชายวัยกลางคนผู้ดูแลคอกม้า
"นายน้อยสี่ท่านอย่าทำให้ข้าลำบากใจเลยขอรับ เมื่อครู่นี้นายน้อยสามบอกไว้แล้ว ข้าไม่อยากให้ท่านเดือดร้อนเพราะโดนนายน้อยสามตามรังควานอีกแล้ว"
กู่หวงเงยหน้าขึ้นฟ้าแววตาเลื่อนลอยหนักกว่าเดิม "จะโทษก็ต้องโทษที่ข้าไร้กำลัง" ดวงตาของเขาคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ั้แ่เด็กเขาโดนรังแกเช่นนี้เรื่อยมา แต่ก็จนใจที่ทำอะไรไม่ได้ น่าแค้นใจและอัปยศอดสูยิ่งนัก "เหตุใด์ถึงไม่ให้ข้าตายไปซะ ต้องทนอยู่อย่างคนไร้ประโยชน์เช่นนี้มันช่างเ็ปทรมานเหลือเกิน ์ไม่ยุติธรรม ์ไม่ยุติธรรม ์ไม่ยุติธรรม................" กู่หวงกู่ร้องด้วยความคับแค้นใจ
ชายวัยกลางคนผู้ดูแลคอกม้าสะดุ้งโหยง ใกับเสียงกู่ร้องของกู่หวง เขามีสีหน้าเป็กังวลอ้ำๆอึ้งๆอึกๆอักๆ อยากจะพูดแต่ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี หลังจากที่ลังเลอยู่นานสองนานเขาก็ตัดสินใจกล่าวขึ้นว่า
"นายน้อยสามหากท่านไม่ว่าอะไร ท่านสามารถเอาวัวไปแทนได้นะขอรับ"
กู่หวงหันมองชายวัยกลางคนผู้ดูแลคอกม้า เขาหัวเราะหึหึจากนั้นมุมปากก็ยกขึ้นแล้วพูดขึ้นอย่างเหลือใจว่า "รบกวนท่านลุงหวังด้วย"
ชายวัยกลางคนผู้ดูแลคอกม้าโค้งกายคารวะ จากนั้นก็กุลีกุจอไปยังคอกวัวแล้วจูงแม่วัวสีแดงมาหนึ่งตัว จากนั้นก็ยื่นเชือกจูงให้กับกู่หวง
กู่หวงยื่นมือออกไปคว้าเชือกจูงวัว จากนั้นเขาก็ลากจูงแม่วัวตัวนั้นไปยังที่เก็บรถมา ระหว่างทางที่เดินแววตาของเขาเลื่อนลอยสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงที่เก็บรถมา กู่หวงลากรถม้าของมารดาของเขาออกมา จากนั้นก็ผูกเชื่อมต่อมันเข้ากับแม่วัว โชคดีที่รถม้าของท่านแม่ของเขาใหญ่พอสมควรมันจึงสามารถผูกแม่วัวตัวนี้ได้ กู่หวงพยายามรวบรวมสติของตัวเองกลับมา จากนั้นก็ใช้แส้ฟาดแม่วัวเล็กน้อย แม่วัวสะดุ้งขาทั้งสี่ ข้างเริ่มก้าวออกเดิน
ทำให้รถม้าที่ผูกติดอยู่กับแม่วัวเริ่มเคลื่อนไหว กู่หวงขับรถม้าที่ลากจูงด้วยแม่วัวผ่านกลางถนนคนเดิน ผู้คนสองฝั่งข้างทางมองเห็นก็หัวเราะชอบใจรถม้าสวยงามอลังการ แต่ที่ลากรถม้ากับเป็แม่วัวตัวหนึ่งเสียอย่างนั้น ระหว่างทางที่ผ่านไปเสียงหัวเราะดังมาไม่ขาดสาย
ไม่นานหลังจากนั้นรถม้าที่ลากจูงด้วยแม่วัวก็มาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง หน้าโรงเตี๊ยมหยางเฉินกับมู่ปิงเฟิงออกมารออยู่นานแล้ว ตอนแรกหยางเฉินอยากจะเอ่ยถามว่าทำไมถึงได้ช้านัก แต่พอเห็นรถม้าที่ใช้วัวลากและรอยฝ่ามือแดงก่ำบนใบหน้าของกู่หวง ดวงตาของหยางเฉินก็แดงก่ำขึ้นมา
"ลำบากเ้าแล้ว"
กู่หวงก้มหน้าลงน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว เขาพยายามสะกดกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา แต่อนิจจาน้ำตาสายนี้ห้ามอย่างไรก็ห้ามไม่อยู่
มู่ปิงเฟิงเดินเข้ามาใกล้ๆด้วยท่าทางของคนอ่อนแอมุมปากก็ยกขึ้นพูดว่า "หากพวกเราไม่ตายเสียก่อน ข้าเชื่อว่าในอนาคต บางทีพวกเราอาจจะสามารถล้างความอัปยศให้ตนเองได้ ครั้งนี้ลำบากเ้าแล้วกู่หวง"
กู่หวงยกมือสองข้างขึ้นปิดหน้าตัวสั่นเทิ้ม ตื้นตันใจจนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็คำพูดได้